เสียงฝีเท้าแว่วดังเข้ามา ในห้องซึ่งชายชรากำลังทอดสายตามองวิวด้านนอก เมแกนอดีตผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในฝรั่งเศสหันกลับมาสบตาหนุ่มหน้าเข้มผมสีบลอนด์ในชุดหนังสีดำสนิท
“สืบว่าได้ความว่ายังไง” เขาถามเสียงแ่
“คุณชายอยู่กับผู้หญิงไทยคนหนึ่ง แล้วก็เด็กผู้อีกคน ผมสืบมาได้ว่าเด็กคนนั้นเป็หลานท่านครับ”
“หลานของฉันนะหรือ?”
“ครับ”
“งั้นแสดงว่าเด็กคนนั้น ก็เป็ทายาทของตระกูลอัลเบอร์ทีนสินะ!”สีหน้าครุ่นคิด
ั้แ่วันที่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ในคฤหาสน์วันนั้น เขากับบุตรชายไม่เคยเข้าหน้ากันติดีอกเลยแต่การตายของมาเรียทำให้บุตรชายเขาเข้มแข็งและมีทุกวันนี้ได้สำหรับ เขาถือว่าคุ้มแล้ว
“ผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร”
“จากที่สืบเธอเป็เด็กกำพร้าครับ คุณชายพบเธอเมื่อหกปีก่อนที่ฝรั่งเศสโดยบังเอิญ”
“สืบต่อไปแล้วมารายงานฉันต่อ!”
“ครับท่าน”
น่าแปลก... ทำไมบุตรชายเขาถึงได้ลากผู้หญิงเช่นนั้นมาอยู่บ้านด้วยคนอย่างลุคส์ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเป็พิเศษ แสดงว่ามีอะไรพิเศษมากกว่านั้น เขาหวังว่าบุตรชายคงไม่คิดอะไรไร้สาระไปมีความรักปัญญาอ่อน เพราะเขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด ผู้หญิงที่จะได้ลุคส์มีเพียงเอมม่า แครอไรน์เท่านั้น!
ทันทีที่ลงจากรถสายตาของปรางค์ปรียากลับมองเห็นรถเพื่อนจอดอยู่ภายในบ้านเกิดอะไรขึ้น! ลุคส์มองตามสายตาเธอ มองสภาพรถด้วยความแปลกใจร่างบางรีบรั้งมือบุตรชายให้เดินเข้าไปในบ้าน
“แม่ครับนั่นรถน้าพินนี่ครับ”
“ครับไทม์”
“น้าพินมาที่นี่เหรอครับแม่” เด็กชายถามด้วยความสงสัย
“แม่ไม่รู้เหมือนกันครับไทม์ เดี๋ยวไทม์ไปอาบน้ำนะครับ จะได้นอนพรุ่งนี้พ่อบอกว่าจะพาไทม์ไปเที่ยว...”
“จริงเหรอครับแม่!”ไทม์ยิ้มหน้าบาน
“จริงจ้ะ”
ทันทีที่ส่งไทม์เข้านอนหญิงสาวรีบเดินลงมาที่ชั้นล่าง... แต่สายตาเธอเห็นเขากำลังพูดคุยกับมาติชบอดี้การ์ดประจำตัวอยู่แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่เธอก็ได้ยินเสียงแว่วๆ ออกมาว่าเพื่อนปลอดภัยดี เธอหันหลังกลับเข้าไปที่ห้องตนเองคว้ามือถือขึ้นมา
“พิน... ไม่เป็ไรใช่ไหม?”หญิงสาวถามเพื่อนทันทีที่เพื่อนรับสาย
“เื่อะไรกันปรางค์!”
“รถพินจอดอยู่ที่บ้าน พิน... ปรางค์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ก็ไม่มีอะไรหรอกปรางค์ ตอนนี้พินปลอดภัยดีแล้ว”
“ปรางค์ห่วงพินมากนะ ทีหลังจะมาหา โทรบอกกันก่อนมันอันตรายรู้ไหม!”หญิงสาวดุเพื่อน
“เข้าใจแล้ว ปรางค์... สบายดีใช่ไหม”
“สบายดี... ไทม์มีความสุขมากเลย”
“ก็ดีแล้ว... เราแค่ห่วงว่าปรางค์จะต้องเ็ปอีก”
“ตอนนี้สิ่งนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำเพื่อไทม์ได้..ไทม์มีความสุขมากเลย”
“เข้มแข็งนะปรางค์ มีอะไรบอกเราได้ตลอดนะ...”
“จ๊ะ”
สายถูกตัดไปแล้ว... แต่ร่องรอยที่รถมันดูรุนแรงมากเหลือเกินแม้ใจจะห่วงเพื่อนมากแต่เห็นว่าสบายดีแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
“ทำอะไรอยู่”เสียงเข้มถามขึ้น
ร่างบางหันไปตามเสียงสบตาเข้ากับเขาพอดีเขาเข้ามาในห้องเมื่อไหร่กันเธอไม่เห็นรู้เลยดวงตาสีดุจน้ำทะเลจ้องมองมา อยากเมินหน้าหนี... เหมือนเดิมแต่ครั้งนี้จะขอสบตาเขาซักครั้งเผื่อว่าจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่บ้างซักนิดก็ยังดี
“คุยกับเพื่อนค่ะ”
“เพื่อนคนไหน?”
“พินอาภาไงคะ คุณก็รู้จัก”
“หวังว่าคงไม่ใช่ไอ้หน้าอ่อนนั้นหรอกนะ!”ปลายเสียงฉุน
“ฉันก็ตอบคุณแล้วไงคะว่าคุยกับพินอยู่!”เธอเริ่มหงุดหงิด
“ก็อย่าให้รู้ก็แล้วกันว่ากลับไปคุยกับไอ้หน้าอ่อนนั้นอีกฉันสั่งห้ามเธอแล้วอย่าลืมนะปรางค์ปรียา”
ทำไมชอบสั่งนัก! ไม่เข้าใจจะให้เธอทำอะไรนักหนาห้ามโน้น ห้ามนี่ ห้ามทุกอย่าง...ไม่เบื่อบ้างหรือไงนะทำหน้าหงิกได้ทั้งวันทุกวัน
“ฉันเข้าใจแล้ว”
เขาจ้องมองเธอแล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำ เสียงน้ำที่กำลังไหลลงสู่พื้นเขากำลังอาบน้ำอยู่หญิงสาวถอนหายใจออกมา... เธอไม่อยากนอนห้องเดียวกับเขาเลย มันอึดอัดเพราะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในฐานะอะไรเจ็บลึกๆ เหมือนกัน... ไม่เคยคิดว่าชีวิตผู้หญิงกำพร้าเช่นเธอ จะดูไร้ค่าได้ขนาดนี้เลยนอนทอดกายให้เขาฟรีๆ กี่ครั้งแล้วนะเธอจำไม่ได้ เพราะไม่้าจะจำน้ำตากำลังตกในอยู่ แม้ว่าใบหน้าจะไม่แสดงออก เ็ปจนด้านชาไปหมดแล้ว... ร้องไห้จนน้ำตาไม่เหลือเลยอยากสะอื้นออกมาก็ไม่กล้าพออยากจะหนีห่างก็สงสารลูกมากเหลือเกิน
มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดปากไว้ เบี่ยงกายเดินหนีออกมาจากห้องร่างบางยืนนิ่งอยู่หน้าห้องพิงกำแพงเสียงสะอื้นกลืนหายเข้าไปในลำคอกายทรุดลงกับพื้นด้วยความรวดร้าว... ทุกวันนี้อยู่ก็เพื่อลูกแค่นั้น ไทม์คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเธอการได้เห็นรอยยิ้มลูกคือความสุขใจอย่างที่สุดของคนเป็แม่หากแม้เขาพรากลูกไปเธอคงทำใจไม่ได้และไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไป กายถูกย่ำยีแต่ใจยังเป็สุขอยู่ได้เพราะลูกเท่านั้นอยากให้เขารู้บ้าง... ว่าเธอก็เป็คนเหมือนกัน
มือหนาดันกำแพงในห้องน้ำไว้ก่อนจะก้มลงให้สายน้ำรดบนศีรษะเพื่อไล่ความคิดทั้งหมด...เขากำลังมีความสุขแต่ก็กลัวกลัวที่จะรักใครห้ามใจแล้วแต่ทำไม่ได้เลยพยายามแข็งใส่แต่ใจกลับอ่อนระทวยทำไมกัน!เขาจะรักเธอไม่ได้รักของเขาจะทำร้ายเธอจะทำให้เธอต้องเ็ป เขาจะทำยังไงดี
ร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันกายตาของเขาสบเขากับดวงตาที่ยังเรื่อไปด้วยน้ำใสๆ เธอชะงักแล้วพยายามหลบสายตาจากเขา ไม่อยากถูกเห็นความอ่อนแอเลย
“หายไปไหนมา?”เขาถามเสียงเข้ม
“ออกไปดื่มน้ำมาค่ะ”
“งั้นเหรอ ห้องน้ำว่างแล้วไปอาบน้ำสิจะได้มานอน พรุ่งนี้ได้พาไทม์ไปเที่ยวด้วยกัน”
“ค่ะ”
ร่างบางเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไป ลุคส์จัดการแต่งตัวพลางเหลือบมอง เธอเป็อะไรทำไมถึงได้ร้องไห้...เขาเห็นดวงตาคู่นั้นที่มีแววหม่นเศร้า การอยู่กับเขาคงทำให้เธอทรมานมาก เขาขอแค่มีความสุขสักพักจะได้ไหมรู้ดีว่าต้องปล่อยเธอไป แค่คิดหัวใจก็สั่นไหวไปหมดแล้ว มือหนากุมไปที่อกซ้าย พยายามจับจังหวะหัวใจกำลังเต้นระรัวขอรับมันไว้บ้างไม่ได้หรือไง ไอ้สิ่งที่เรียกว่าความสุข... ทำไมเขาจะต้องเกิดมาแล้วได้รับโชคชะตาแบบนี้ด้วยนะ
หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาเหลือบมองเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ปรางค์ปรียามองใบหน้าตนเองในกระจกเธอสาวเท้าเดินไปที่เตียงแล้วค่อยๆ ล้มกายนอนลงเคียงข้างเขามือหนาคว้าเอวบางรั้งมาหาพร้อมกับหลับตาลงในขณะที่ท่อนแขนกอดก่ายเธออยู่เธอไม่ห้ามแล้ว... เพราะห้ามไปคงไม่มีประโยชน์