ภายในห้วงภวังค์ดำเนินไปเพียงไม่นานคันฉ่องส่องภพกลับปรากฏเื่ราวขึ้นมากมาย ั้แ่ทารกสู่วัยแรกรุ่นเพราะมองจากภายนอกจึงสามารถเห็นอดีตทั้งหมดในเวลาไม่นานทว่าไม่หมดจดพอจะรับรู้ความรู้สึกภายในห้วงจิตคิดคำนึงของบุคคลทั้งสองที่นอนกองอยู่บนเตียงหยกเย็นได้
“เ้าเด็กหนุ่มนี่คงจะเป็จิตศาสตราวุธจากชาตินางสิงห์ของท่านป้าเ้าภพมนุษย์นางก็ยังชื่นชอบศาสตราวุธ แม้นางจะไม่ชอบเื่วุ่นวายแต่หากเป็เื่อาวุธทิพย์ก็จะให้ความสนใจไม่น้อย”กามเทพคังเปิดประเด็นถึงเื่ราวบนคันฉ่อง ่ที่นางสิงห์มักจะหมกมุ่นพัวพันศาสตราวุธชิ้นหนึ่งจนไร้ซึ่งความน่าเกรงขามใดบนสิ่งทรงอานุภาพนี้ราวกับมันเป็เพียงเครื่องละเล่นของนาง
“คู่ควรๆ!!ศาสตราวุธตัวแทนเทพาแห่งบรรพบุรุษชาวทมิฬจะเอาแต่กราบไหว้บูชาให้เสียของได้อย่างไร ฮ่าๆ สมเป็ท่านป้าข้าจริงๆนี่สิถึงเรียกว่ารู้จักใช้ปัญญาให้เกิดประโยชน์!!”โม่ซือกล่าวพลางกวัดมือแสดงความภาคภูมิใจในตัวผู้ป้า
“เ้าสองคนนี้สมเป็ป้าหลานที่รู้ใจ อาคนนี้ขอนับถือ” กามเทพคังประชดกล่าว พลันดีดหูน้อยๆของเขาเตือนสติ
“เ้าเด็กบ๊อง!!เอาตัวอย่างแต่เื่ที่ดีๆ ทั้งนั้น ที่นางไปเติบโตในการดูแลของมนุษย์ชาวทมิฬแม้จะเป็ความช่วยเหลืออย่างไม่เต็มใจจากชายาเ้านาคาที่ดันไปส่งเสริมวาสนาให้จิตศาสตราและเ้าปักษาพอดิบพอดีในสถานที่ซึ่งเ้านาคาดำริให้เ้าปักษาไปจุติที่จริงนับว่าโหดร้ายกับนางไม่น้อย...หากป้าเ้าไปเกิดอย่างไร้อุปสรรคในนาคะปุระร่วมกับเ้านาคาสำเร็จ เขาคงจะสมหมายได้ผูกวาสนาร่วมกับนาง นับว่าเ้านาคาเองก็เป็ผู้มีสติปัญญาไม่ด้อยแต่ป้าเ้ามักมีความคิดที่ลุ่มลึกซ่อนอยู่เสมอบางทีนี่ก็อาจเป็หนึ่งในความคิดอันสุขุมของนางที่ยากคาดเดาได้สิ่งนี้นับว่าเ้าควรเรียนรู้เป็แบบอย่าง ไม่ใช่จดจำแต่เื่ไม่เป็เื่เ้าเด็กป่วน!!!”กามเทพคังกล่าวพลางหยิกหยอกหลานอย่างเอ็นดู
“ความจริงข้าไม่มีความชื่นชมในเ้านาคาเลยสักนิด ถ้าเป็มหาภูติเหมือนกัน คงไม่คณามือข้าเ้าปักษาเป็เพียงเทพนารี แต่กลับต้องถูกรังแก สิ่งนี้ข้าโม่ซือรับไม่ได้ๆพูดแล้วน่าโมโห..” เด็กน้อยกล่าวตอบผู้เป็อาคล้ายไม่ได้เรียนรู้สิ่งใดในใจความที่กามเทพคังบอกสอนก่อนนี้เลย
“เอาล่ะเ้าคงเด็กเกินไป...เ้านาคา แท้จริงก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น เพียงแต่ใน่วัฏจักรเทพนี้เผ่านาคาคง้ากำลังช่วยฟื้นฟูอยู่มาก ในอดีตนานมาแล้วขณะที่เ้ายังไม่จุติเป็ลูกน้องสี่บังเกิดาความขัดแย้งในครอบครัวระหว่าง ปักษา-นาคา สมัยนั้นพวกเขาจะอภิเษกกันเช่นเผ่าเรา ที่อภิเษกระหว่างเซียนจิ้งจอกสกุลอู๋และสัตเทวสิงหราชบัญชรสกุลโม่คงมีธรรมเนียมที่ทำ เช่นกันกับเรา ความขัดแย้งในเวลานั้นเผ่านาคาสูญเสียไปไม่น้อยทั้งยังตกที่นั่งลำบากในแดน์ ส่วนที่ถูกรวมเป็ชนวนเหตุแห่งาก็ถูกแยกออกจากสายสกุลหนาน หรือ ตระกูลันาคา์ ซึ่งเป็สกุลหลักและไม่นับ ตระกูลนาคาพิภพ สกุลอ้าย เป็นาคา์อีกเ้านาคาใช้เวลาอันยาวนานกว่าจะฟื้นพิภพนาคา และกลายเป็ผู้ปกครองนาคา์จรดพิภพด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบาก การที่เ้าจะอ่านคนออก แยบยลเช่นป้าเ้าต้องรู้จักมองอย่างลึกซึ้ง ถึงเื้ัการกระทำหรือส่วนที่ซ่อนเร้นในจิตใจของบุคคลให้ถ่องแท้”กามเทพกล่าวพลางโบกสะบัดพัดในมือของตน ร่วมกับการบรรยายอย่างเพลิดเพลิน
“ถ้าเช่นนั้นพวกเขายังมีความแค้นต่อกันอีกหรือไม่ท่านอา” เด็กน้อยซักถาม
“หากเป็วัฏจักรเทพในเวลานี้ทั้งปักษาและนาคา์ก็ยังคงมีการอภิเษกระหว่างกัน ในอดีตไม่นานนักโอรสนาคา์องค์หนึ่ง ไปจุติผูกวาสนาร่วมกับชายาที่มาจากเผ่าปักษาในร่างของจักรพรรดิและจักรพรรดินี นั่นคงจะเป็เครื่องหมายแสดงถึงสันติภาพในครอบครัว ส่วนชายาองค์ปัจจุบันของเ้านาคาเองก็เป็ัสกุลหนาน อาคิดว่าความขัดแย้งนั้นคงจะสิ้นสุดไปนานแล้วแต่เื่ราวภายใน ยากที่จะตอบได้อย่างชัดเจน หากเ้า ใคร่รู้ก็รีบเร่งบำเพ็ญเข้าสู่วิถีเซียนได้แล้ว อย่ามัวแต่เล่นอยู่เลยเ้าจิ้งจอกน้อยของอา” ผู้อาบอกหลานอย่างนุ่มนวล
“โถ่ท่านอาน่าเบื่อจะตายวิถีเซียนอะไรนั่น วันๆ ต้องทำตามคำสั่ง์ข้าเห็นแล้วสุดจะเซ็ง... ไม่สู้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่มีพันธะผูกพันเรียนรู้โลกอันกว้างใหญ่ ท่านดูพวกเขาในคันฉ่องสิ!! เป็มนุษย์ได้ทำอะไรสนุกๆมากมาย ทำไมเราจะต้องทำอะไรคร่ำครึตามๆ กัน ท่านอา ข้าไม่อยากมีหน้าที่ข้ายังอยากใช้ชีวิตให้สนุก ค้นหาเส้นทางที่แตกต่างออกไป น้า..ท่านอาา...”โม่ซือกล่อมเกลี่ยอ้อนวอน
“เ้านี่นะสักวันเ้าสี่ต้องลากเ้ากลับบ้านแน่ๆ เ้าเด็กดื้อ เอาล่ะๆ ไม่บำเพ็ญ ก็ไม่บำเพ็ญความจริงป้าเ้าเองก็ใช้ชีวิตค่อนข้างอิสระ แม้นางจะเป็ถึงเซียนระดับสูงนะซือเอ๋อ” กามเทพคังยังคงกล่าวกระตุ้นโม่ซือ
“ก็จริงล่ะนะท่านอาแต่ท่านดูสิสุดท้ายท่านป้านางก็หลีกเลี่ยงเื่น่ารำคาญที่เ้านาคาคิดจะมั่นหมายกับนางไม่ได้ข้าว่ามันกดทับอิสระที่เราควรจะมี ถ้าท่านป้าเป็มหาภูติอย่างข้าก็ไม่ต้องทำตามเ้า์กำหนด ใช่ไหมล่ะท่านอา”เด็กน้อยแสดงความคิดเห็นของเขาอย่างตรงไปตรงมา
“ฮ่าๆเ้าเด็กโง่ แม้แต่มหาภูติเ้าคิดว่าพ้นไปจากกำลังของ์ไหม? ถ้าเ้านาคา์จะอภิเษกร่วมกับป้าของเ้า แล้วป้าเ้าไม่มีตำแหน่งเซียนขั้นสูงคิดว่านางจะสามารถแสดงท่าที และหลบเลี่ยงได้เช่นในเวลานี้ไหมล่ะ ซือเอ๋อ”กามเทพคังตวัดเก็บพัดที่กางอยู่ สองมือจับรวบไว้ด้วยท่าทีจริงจังั์ตาจ้องไปยังหลานเพื่อคาดเค้นเอาคำตอบ
“ก็ใช่..ท่านอา....เอาเป็ว่าถ้าข้าพร้อมก่อน ท่านดูสิข้ายังต้องรอท่านป้าฟื้นมา…ไหนจะเื่ท่านป้าต้องตามหาปราณฤทัยดอกบัวที่หายไป ยังไม่เสร็จสิ้นดีเลย...”เด็กน้อยบ่ายเบี่ยงและแถไปตามสถานการณ์ ท่าทีของเขาเริ่มบิดไปมาให้เห็น
“จ้า จ้าเ้าเด็กแสบ ราวกับว่าป้าของเ้าจะไม่เห็นด้วยกับอา นางเองก็คงไม่้าให้เ้ามาเป็ธุระจนไม่ได้ทำเื่สำคัญของตน ฮ่าๆๆ” กามเทพคังหัวเราะขึ้น คิดว่าหลานตัวแสบคงจนปัญญา จะหาทางเฉไฉไปเรื่อยๆ แล้ว
“แฮ่ๆๆ...ท่านอา ข้าว่ามันแปลกๆ อยู่นะ” โม่ซือยิ้มแห้ง ขณะเร่งเปลี่ยนเื่สนทนาภายในคันฉ่องยังดำเนินไปตามปรกติ ทว่าสิ่งน่าประหลาดคือ นางสิงคัมในนิมิตผู้นี้มักจะหยุดยืนนิ่งสงบ่สั้นๆ หน้าโพรงถ้ำแห่งหนึ่ง เป็ประจำให้ผู้รับชมเกิดความสงสัย ถึงสิ่งที่นางเข้าไปพัวพันพบเจอเป็อย่างมาก
“คันฉ่องส่องภพ ทำได้เพียงเห็นความทรงจำในอดีตที่เรากำหนดหมายรู้เื่ในห้วงจิตความคิดของนางข้าก็ยากจะเดาออกทั้งยังมีความประหลาดหลังจากที่นางนิ่งอยู่ชั่วครู่หน้าปากโพรงนั่นก็เหมือนจะมีกำลังภายในแก่กล้าขึ้นเรื่อยๆ ไม่หนำซ้ำยังมักจะใช้มนต์แปลกๆวิชชาเหล่านี้ดูภายนอกละม้ายคล้ายวิชชาเซียนหยินของนางแต่อาก็ไม่เคยพบเคยเจอในจักรวาลนี้มาก่อน ไว้เมื่อตรวจสอบจากคันฉ่องเรียบร้อยหากยังไม่พบสิ่งผิดปรกติ อาคงต้องไปตรวจสอบให้รู้ชัดยังสถานที่แห่งนั้นดูสักครั้ง” คันฉ่องส่องภพรูปลักษณ์ภายนอกเป็ไปตามดำริผู้เสกสรรอาศัยการสร้างโดยโลหะพิเศษผสานกับธาตุน้ำ เพื่อผลสะท้อนพลังงานที่ส่งเข้าไปเป็ประโยชน์ได้หลากหลายสุดแต่ผู้ใช้กำหนด ในสถานการณ์นี้คือใส่สัญญาจำเข้าประสานให้ปรากฏภาพขึ้นชั่วคราวเท่านั้น
“ว่าแต่ท่านอาไม่มีหน้าที่ต้องทำหรือจึงมาเล่นกับข้าได้” โม่ซือถามอย่างกระตือรือร้น
“เ้าเด็กน้อยบน์ อาและเทพิกวงจะทำหน้าที่ร่วมกันในการผูกชะตามนุษย์ิกวงนั้นมีด้ายแดงที่อาฝากไว้ คงจะรู้จักผูกวาสนาแทนอาไปก่อนไม่ต้องห่วงเขาเลยเพราะิกวงผู้นั้นฉลาดรอบรู้ ทั้งยังมีความสามารถเป็คนที่น่าชื่นชมจริงๆ” กามเทพคังกล่าวพลางยิ้มกริ่มไปทำให้ผู้ฟังนึกเห็นภาพชวนฝันตาม
“ท่านิกวงคงจะงดงามมากแน่ๆ เลย ท่านอาอี..คังมูถึงกล่าวถึงนางอย่างหลงใหลเช่นนี้”เด็กน้อยขี้เล่นหยอกเย้าอาของเขา
“เ้าิกวงเป็เทพนารีที่ไหนเล่าอาแค่ชื่นชมในความสามารถของเขาเท่านั้น ซือเอ๋อ… แต่จะว่าไปหากจะให้อธิบายรูปลักษณะของิกวง ก็อาจจะกล่าวได้ว่านอกจาก นิสัยที่น่าคบหายังเป็ผู้มีความสง่า เพียบพร้อมในคุณสมบัติเซียนผู้หนึ่งบนแดน์เลยทีเดียว”กล่าวถึงเซียนที่สนิท โม่คังในบริบทอา อาจดูน่าเคารพนบไหว้ ทว่าเมื่ออยู่ต่อิกวง กามเทพท่านนี้ก็ไม่ผิดจากชายเ้าสำราญ การมาปรากฏละเล่นเพลินอยู่กับหลานทั้งยังทิ้งด้ายแดงไว้แก่เทพดวงชะตาผู้นั้นอย่างไม่แยแส ก็นับว่าสามสหาย ป้าอาหลานคู่นี้ เข้าขากันได้เป็ปี่เป็ขลุ่ยนัก
“เ้าปักษานึกดูแล้วก็เป็เทพนารีที่แข็งแกร่ง และเด็ดเดี่ยวต่างจากรูปโฉมอรชรอ้อนแอ้นของนางนัก ข้าละไม่เข้าใจ นาคา์อะไรนั่นใจร้ายกับเทพนารีได้เพียงนั้น ถ้าเป็บุรุษในเื่เล่า ไม่มีผู้ใดจะกล้ารังแกหญิงสาวที่บอบบางมีแต่จะยิ่งต้องดูแลทะนุถนอมนางสิ ถึงจะตรงตามวิถีสุภาพชนในบทกวี..”ภูติจิ้งจอกโม่ซือมักไปมายังดินแดนต่างๆ อย่างอิสระประจักษ์เ้าปักษาโดยบังเอิญอยู่บ่อยครั้งทั้งจากที่นางเป็ผู้สนิทชิดเชื้ออู๋ิ และการเดินทางพเนจรไปทั่วทิศทางของตนทำให้เขาได้ประสบพบนาง
“ซือเอ๋อ รูปลักษณ์ภายนอกของเ้าปักษาอาจดูเป็เพียงเทพนารีบอบบาง แต่เ้าปักษา์ผู้นี้หากดูจากพัฒนาิญญาเพียงห้าหมื่นกว่าปีของนาง ถือว่าไม่ห่างจากเ้าที่ยังอยู่สามหมื่นกว่ามากนัก แต่กลับเจริญรุดหน้าในวิถีเซียนจนถึงระดับเดียวกับป้าเ้าที่มีพลังสะสมมาเป็โกฏปีพรหมโลกได้ ทั้งยังเชี่ยวชาญการปกครอง บุ๋นบู๊ แข็งแกร่งหนักแน่นดังภูผา จึงเป็คำเปรียบเปรยที่กวี์กล่าวถึงนาง เสียดายก็แต่วาสนารักของนางอาไม่ได้ผูกไว้... ตามที่์ดำริ การจุติของพวกเขาในครั้งนี้ ไม่อาจมีใครได้รับการช่วยเหลือจากพลังเซียนของอาส่วนที่ระบุให้ิกวงเขียนไว้ก็มีเพียงแค่เนื้อหาที่ว่าใครจุติที่ใดอยู่ในมนุษย์เผ่าใดเท่านั้นอย่างไรงานเขียนลิขิตนั้นก็ต้องไม่ผิดไปจากวาสนาที่แต่ละบุคคลพึงมีด้วยเื่นี้ิกวงก็เคยสอนอาในระหว่างที่เราทำงานร่วมกันหลายต่อหลายครั้ง มิใช่ว่าจะเป็ไปหรือตรงตามอาญาและโองการ์เสมอๆลิขิตจึงอาจเป็เพียงส่วนหนึ่งแค่ป้าเ้าเคลื่อนไปจากลิขิตของิกวงก็เป็ที่ประจักษ์ชัดว่าบันทึกชะตากรรมในแดนมนุษย์บางครั้งก็เปลี่ยนไปตามวิถีของกรรมหรือการกระทำเป็ตัวกำหนดส่วนที่เ้านาคาร้องขึ้นมาให้เป็โองการนั้น ความจริงนางในวัยทารกจะต้องเดินทางอย่างลำบากผ่านสำเภาจีนจากเ้าหญิงท้องทะเลทรายผ่านท้องทะเลอันดามันมาสู่เมืองนาคะปุระทางตอนต้นลุ่มแม่น้ำเจียงนั่นแต่ชะตานางกลับพัดพามาสู่ดินแดนพระพุทธเ้าทีปังกรในครั้งอดีตไปเสียได้นี่ก็นับเป็เื่สุดพิสดารในวาสนาของนางแล้ว ซือเอ๋อ” กามเทพคังอธิบายระหว่างพัดวีตนไปพลาง
“แผนการของเ้านาคา นับว่าร้ายกาจแยบยล จึงหาญประชันปัญญากับเทพาที่ผ่านสมรภูมิและโลกภิภพต่างๆ มาเจนจัดกว่าตนเอง คนหนุ่มสาวมักจะนึกทระนงเมื่อมีความสามารถ ก็กล้าผงาดขึ้นฟ้า ที่จริงนั้นไม่ผิดอะไร เพียงแต่อหังการคือสิ่งลดทอนสติปัญญาพาให้มองไม่แตกฉานกระดานยุทธ หรือจะเพราะขาดประสบการณ์ความรู้ ในจิตใจโดยถ่องแท้อย่างผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนกาล ซึ่งอาศัยว่าประสบพบเจอหลากหลาย รู้จักนิ่งแสร้งประนีประนอม คล้ายว่านางไม่ได้ตอบโต้สิ่งใดมากมายนัก แต่แท้แล้วนางกำลังออกแรงเพียงน้อยก็เข็นหินกลิ้งขึ้นยอดผาไปเสียก่อนการจะถือโอกาสอาศัยจุดบอบบางเหล่านี้ ชนะใจป้าเ้านั้น อาเองย่อมมองว่าเป็ไปได้ยาก และห่างไกลปัญญาญาณของนางมากนัก...” กามเทพคังสอนหลาน
“ร้ายกาจเพียงนี้แต่ข้าว่าก็ไม่แน่เช่นกัน หากเราหาปราณฤทัยดอกบัวท่านป้าไม่พบ เฮ้อ...ช่างกลายเป็เื่ยุ่งยากจริงๆ .. นั่นบุรุษนั้น!!! ที่ท่านป้าเรียก ปุรีเดวายัม!เ้าปักษาที่แท้เกิดอย่างลำบากมาก น่าเห็นใจจริงๆ”โม่ซือกล่าวพลางชี้มือไปที่บุรุษหนึ่งในคันฉ่อง ดวงหน้าสว่างสดใสรูปร่างสมส่วนมหาลักษณะ ผิวกายสีสว่างเปล่งปลั่ง โดดเด่นจากผู้อื่นบนภาพสิ้นเชิงทั้งยังแต่งกายด้วยเครื่องของที่ประดับประดาไปด้วยไข่มุก อัญมณี เหล็กน้ำพี้สลับกับเครื่องหนังสัตว์อย่างลงตัวงดงาม
“ใช่แล้วนั่นเ้าปักษา อากับิกวงเพียงช่วยตามกำลังบุญบารมีของนางแต่เพชรอยู่ที่ใดก็ย่อมเป็เพชร นั่นคือคุณสมบัติของบารมีนะ ซือเอ๋อในโลกของพวกเรา นอกจากบุญที่ใช้แลกเปลี่ยนกันได้แล้วยังมีสิ่งที่เรียกว่าบารมีซึ่งต่างออกไป เช่นป้าเ้าแม้จะทำปราณฤทัยดอกบัวหายไปแต่นางยังคงมีบารมีเก่าสะสมมาไม่น้อย นางจึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบารมีชั้นสูง”กามเทพคังแนะนำ แม้จะเข็นครกเช่นหลานขึ้นบำเพ็ญเซียนไม่ได้ อย่างน้อยคงพอให้เขาสร้างบารมีติดตัวไว้
“จริงสิท่านอา ข้าลืมไปเลย ตอนนั้นก็เล่าท่านว่า พบท่านป้าที่ใด นึกไปแล้วข้าที่นั่งร่วมชั้นท่านป้าได้ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะกำลังของบรรพบุรุษ ไม่แปลกๆแต่เ้าหนุ่มนั่น ท่านป้าไม่ได้ต้อนรับให้เขาร่วมโต๊ะ...ดูท่าเขาคนนี้คงจะมีอดีตที่ไม่ธรรมดาอยู่เื้ัเป็แน่ ในบารมี 30 ด้าน พวกเราเผ่าจิ้งจอก์ ล้วนร่วมกันบำเพ็ญมาอย่างยากลำบากส่วนใหญ่ในตระกูลก็ได้รับการยอมรับว่าเป็ผู้มีเส้นสายบารมีชั้นกลางถึงสูงกันทั้งนั้น สิ่งเฉพาะตนนี้ แม้พลังิญญาท่านป้าจะก่อเกิดจิตศาสตราวุธได้แต่บารมีใคร ผู้นั้นต้องสร้างเองไม่ใช่หรอท่านอา…ซ้ำไม่ได้อภิเษกกันยิ่งไม่น่าจะใช่จากกำลังท่านป้าส่งนั่นหมายความว่าเื้ัของเขาน่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ” โม่ซือครุ่นคิด เดินวนไปมาก้มหน้าลงจ้องพิเคราะห์ใบหน้าของสัตยามูระบนเตียงหยกเย็นนั้น
“รู้จักวิเคราะห์ใช้ได้เ้าซือเอ๋อ เอาล่ะอย่างไรเสีย เวลานี้เราคงได้แค่ดูไปเรื่อยๆ ก่อนเพราะการประสานปราณนั้นไม่อาจถูกขัดจังหวะได้”กามเทพคังบีบขยี้ศีรษะของหลานอย่างเอ็นดู
“ท่านอาว่าแต่ท่านเองก็ปรากฏที่นี่ได้เพราะข้าเปิดใช้อาคมของท่านในทางเดียวกันหากเราเปิดใช้อาคมอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อาจจะปรากฏผู้รู้เื่ภูมิหลังของเขาขึ้นมาบ้างก็ได้ข้าคิดว่าผ้าทิพย์ของเขานั่นมีความพิเศษไม่น้อยบางทีหากเราลองดึงปราณนั้นออกมากระจายกลิ่นไปทั่วจักรวาลอาจจะดึงดูดผู้รู้คำตอบเข้ามาก็เป็ได้”เด็กน้อยโม่ซือคนนี้เกิดความคิดผาดโผนขึ้น
“เ้าเด็กซน!!!หากทำเช่นนั้น ก็จะดึงดูดแม้แต่ผู้ไม่หวังดีก่อนจะทำสิ่งใดต้องคิดให้รอบด้านเข้าใจไหมเ้าตัวแสบยิ่งตอนนี้เรายังไม่ควรทำอะไรมากไปกว่านี้ รอพวกเขาตื่นมาถามดูก็คงรู้ได้”กามเทพคังเตือนสติหลาน
“จริงสิท่านอาแต่ตอนนี้เขาพูดได้แค่เ้าติดหนี้ข้าๆ น่ะสินะทำอย่างไรดี..” โม่ซือกล่าว
“เ้าได้ตรวจสอบยาที่ปรุงแล้วหรือไม่ว่าให้ผลอย่างไร” กามเทพคัง มองจ้องเข้าไปที่ผู้หลาน “ความจริงข้ายังไม่ทันได้ตรวจสอบเลย แฮ่ๆ ...คิดว่าคงจะเป็เพราะเกสรหมื่นน้ำค้างหลันฮวาขวดนี้ผิดปรกติเป็แน่”โม่ซือกวาดมือในอากาศปรากฏขวดน้ำค้างหลันฮวาขึ้นมาเพ่งพิเคราะห์มองอย่างคาดค้นหาคำตอบ แล้วจึงส่งมอบให้กามเทพคังผู้อาของเขา
ผู้อาเมื่อรับไป พบว่าไม่ได้มีสิ่งใดผิดปรกติบนน้ำค้างวัตถุดิบยานั้น“ไหนเ้าลองร่ายวิชชาที่ใช้ให้อาได้ดูหน่อย”
โม่ซือน้อยเริ่มออกกระบวนท่า ใช้วิชชาเซียนปรุงยาของเขาอีกครั้งเพื่อทดลองผสานยา น้ำค้างแห่งความรู้ จนปรากฏเม็ดลูกกลอนน้ำค้างขึ้นมาหนึ่งเม็ด“นี่ไงท่านอา เม็ดลูกกลอนที่ข้าสร้าง ก็สมบูรณ์ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา!!!”
“จ้า จ้าไม่มีปัญหาใดๆ ก็ใช่ แต่ที่เ้าใช้วิธีนี้ ไม่ใช่โครงสร้างหมื่นน้ำค้างแห่งความรู้แต่เป็ รวมปรารถนาจดจำปณิธาน ด้วยจิตที่เ้าทำตอนนั้นคงอัดไปด้วยปรารถนาของเ้าที่้าจะให้เขาสื่อสารกับท่านป้าของเ้ารู้เื่คำพูดแรกที่เขาพูดคือการอัดรวมกระแทกออกในเถียนเซียน้าแต่เพราะกำลังเ้ายังไม่ถึง และใช้อธิษฐานกับสูตรยาไม่สัมพันธ์กัน เข้าใจหรือยังตัวแสบ...ว่าทำไมเ้าจึงควรเริ่มต้นอธิษฐานเข้าสู่การบำเพ็ญเซียนได้แล้ว”กามเทพคังไม่เพียงกล่าวเท่านั้น ซ้ำยังหยิกเข้าที่ตัวของเขาไปมา
“ฮ่าๆข้ายอมแล้วๆ ได้ๆ บำเพ็ญๆ ข้าสัญญาแล้วๆ ไว้เสร็จธุระท่านป้าแล้วข้าจะบำเพ็ญๆ”กิจกรรมหยอกเย้าจบลง สองอาหลานกลับมาค้นหาปราณดอกบัวพระมารดาที่หายไปในคันฉ่องส่องภพชาติต่อ
ผู้อาผละสายตาไปยังร่างอู๋ิและชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง “ต้องรีบค้นหาเพื่อช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดกำลังอย่างไรเสียเวลานี้ก็มีเพียงพึ่งพลังปราณของเ้าหนุ่มคนนี้เพื่อฟื้นพลังของท่านพี่ไปก่อน หลังท่านทั้งสองฟื้นแล้วข้าจะแก็ไขส่วนผิดพลาดที่หลานทำไว้ให้ชายโชคร้ายผู้นี้ ช่างน่าเห็นใจ เราคงเป็หนี้เ้าแล้วจริงๆ ...”
กามเทพคังย่างเยื้องตัวเพียงหนึ่งก้าวสายตาเหลือบมองพลางกล่าวต่อโม่ซือผู้หลานอย่างจริงจัง “ซือเอ๋อในดินแดนของิญญา ภพภูมิที่สูงขึ้นไปไม่ได้นับถือกันที่ความเนิบนานของพลังิญญาส่วนหนึ่งนับาุโกันที่ลำดับชั้นเซียนและบารมีแต่หากวันหนึ่งป้าของเ้าจะสูญเสียปราณทิพย์นี้ไปจริง นางก็ยังคงมีปัญญาญาณและปัญญาญาณคือหนึ่งในบารมี 30 ด้านมันจะไม่ถูกทำให้สูญเสียไปเช่นพลังปราณที่อาจมีวันเสื่อมลง และปัญญาญาณอันสมบูรณ์พร้อมก็คืออาวุธที่ดีที่สุดในการพาตนก้าวข้ามอุปสรรค และปัญหาทั้งปวง จำไว้หลานของอา”