บทที่ 27-2 คู่รัก
ตอนเย็นหลี่หยางเหวินมารอทานอาหารมื้อเย็นที่จวนวันนี้เป็นวันแรกที่ทั้งคู่ได้เจอกันหลังจากที่ตกลงคบหาดูใจกัน
“เยว่เอ๋อร์ วันนี้เจ้าออกไปข้างนอกมารึ จึงได้แต่งชุดนี้”
“เจ้าค่ะ ท่านป้าเหมยและพี่กุ้ยชิงพาข้าไปที่ร้านซูเม่ยเพื่อตัดชุดใหม่เป็นของขวัญวันเปิดร้านใหม่ให้ข้าเจ้าค่ะแล้วพี่หยางเหวินไปทำงานเหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ”
“ตอนแรกก็เหนื่อยมากเพราะต้องรีบสะสางงานจะได้มีเวลามาหาเจ้า แต่พอเจอหน้าเยว่เอ๋อร์ พี่ก็หายเหนื่อยทันที”
“พูดเกินจริงเจ้าค่ะ”
“พี่ไม่ได้พูดเกินจริงนะและพี่ก็คิดถึงเจ้ามากจึงได้รีบมาหา แล้วเจ้าเล่าคิดถึงพี่หรือไม่”
หมิงเยว่ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย ไม่ยอมตอบ หลี่หยางเหวินจึงประคองใบหน้าของนางขึ้นมาแล้วเอ่ยถามอีกครั้งว่า
“เจ้าคิดถึงพี่หรือไม่ เยว่เอ๋อร์”
“ค…คิดถึงเจ้าค่ะ คิดถึงมากเลยเจ้าค่ะพอใจรึยังเจ้าคะ”
“อืม พอใจมากเวลาเยว่เอ๋อร์ของพี่หน้าแดงช่างน่ารักยิ่งนัก”
“___”
ชงเมิ่งซึ่งมาตามให้คนทั้งคู่ไปกินอาหารมื้อเย็นมองเห็นคุณหนูของตนเองมีใบหน้าที่แดงก่ำ จึงเดินเข้าไปประคองคุณหนูให้เดินไปทานข้าวเพราะคิดว่าคุณหนูของนางต้องเดินไม่ถูกทางแน่ ถ้าปล่อยให้เดินด้วยตนเองในตอนนี้
ในช่วงเช้าขณะที่หมิงเยว่กำลังดูพ่อครัวทั้งสองคนฝึกฝีมือทำขนมอยู่นั้นท่านเจ้าเมืองให้คนรับใช้มาแจ้งกับนางว่า ต้องการให้นางไปพบที่ห้องโถงรับแขก หมิงเยว่และชงเมิ่งจึงเดินไปพบท่านเจ้าเมืองเมื่อเดินไปถึงห้องโถงรับแขก ได้พบว่ามีชายวัยกลางคนแปลกหน้าผู้หนึ่งกำลังนั่งคุยอยู่กับหลี่จิ่นติ้ง
“หมิงเยว่ เจ้ามาพอดี เจ้ามาคารวะท่านเสนาบดีกรมโยธา”หลี่จิ่นติ้งเอ่ยกับหมิงเยว่
“คารวะท่านเสนาบดีกรมโยธาเจ้าค่ะ” หมิงเยว่ยอบกายคารวะ
“ตามสบายเถิด” ท่านเสนาบดีกรมโยธาเอ่ยกับหมิงเยว่
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“ท่านเสนาบดีขอรับ นี่คือแม่หนูหวังหมิงเยว่มีพ่อชื่อหวังหลินข่ายขอรับ” หลี่จิ่นติ้งแนะนำหมิงเยว่ให้กับท่านเสนาบดีกรมโยธา
เสนาบดีหวังชิงหลงเมื่อได้ยินชื่อของหวังหลินข่ายก็ทำให้แปลกใจและสงสัยเป็นอย่างมากเขาเดินทางมาตรวจตราการสร้างเขื่อนที่เมืองเฉิงตือจึงมาพักที่เรือนรับรองของจวนท่านเจ้าเมือง ไม่คิดว่าตนเองจะได้ยินชื่อนี้อีกครั้งหลังจากสังเกตหมิงเยว่ได้สักครู่จึงกล่าวว่า
“แม่หนูหมิงเยว่ ท่านปู่ของเจ้ามีชื่อว่าอะไร”
“ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ ท่านพ่อของข้าไม่เคยเล่าเรื่องราวใด ๆเกี่ยวกับครอบครัวของท่านให้ข้าฟังเลยเจ้าค่ะ ข้ารู้เพียงแต่ว่าท่านพ่อของข้าเป็นลูกอนุภรรยาของขุนนางผู้ใหญ่ในเมืองหลวงแต่ท่านพ่อของข้าออกจากตระกูลเพื่อมาแต่งงานกับท่านแม่ของข้าซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาเจ้าค่ะ”
หลี่จิ่นติ้งเมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงกล่าวกับหมิงเยว่ว่า
“หลานหมิงเยว่ลุงรบกวนให้เจ้าทำอาหารมื้อกลางวันเพื่อเป็นการต้อนรับท่านเสนาบดีได้หรือไม่”
“ข้ายินดีมากเจ้าค่ะ”
“ขอบใจเจ้ามาก”
“เช่นนั้น ข้าขอไปตัวไปทำอาหารก่อนนะเจ้าคะ”
“ไปเถิด”
เมื่อหมิงเยว่ออกจากห้องโถงรับแขกไปแล้วหลี่จิ่นติ้งจึงกล่าวกับท่านเสนาบดีว่า
“ข้าเคยสอบถามเรื่องนี้กับน้องหวังหลินข่ายแล้วขอรับได้รับคำตอบว่า เขามีบิดาชื่อ หวังชิงเทียนดำรงตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมพระคลังในขณะนี้ขอรับ”
“เช่นนั้น แม่หนูหมิงเยว่คือหลานปู่ของข้า”
“ใช่ขอรับ”
จากนั้นหลี่จิ่นติ้งจึงเล่าเรื่องราวและสถานภาพของครอบครัวหมิงเยว่ให้ท่านเสนาบดีฟังเมื่อถึงเวลาอาหารมื้อกลางวัน หลี่หยางเหวินได้มาร่วมโต๊ะอาหารด้วย เนื่องจากท่านเจ้าเมืองให้คนไปเรียกบุตรชายเพื่อมาต้อนรับท่านเสนาบดีที่โต๊ะอาหารประกอบไปด้วยหมิงเยว่ ท่านเสนาบดีกรมโยธา ท่านเจ้าเมืองเฉิงตือและฮูหยินนายอำเภออู่โหว และหลี่กุ้ยชิง เมื่อทุกคนกินอาหารคาวเสร็จแล้วจึงต่อด้วยบัวลอยงาดำและขนมทองหยอด ที่พ่อครัวทั้งสองเป็นคนทำ
หลังจากกินของหวานเสร็จแล้ว ท่านเสนาบดีจึงกล่าวว่า
“หมิงเยว่ เจ้าทำอาหารและขนมได้อร่อยจริง ๆ ข้าไม่ได้กินอิ่มมากขนาดนี้มาตั้งนานแล้ว”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านเสนาบดีหมิงเยว่มีฝีมือการทำอาหารและขนมที่ดีเยี่ยมเจ้าค่ะ และนางกำลังจะเปิดร้านขนมฉิงเล่อสาขาเมืองเฉิงตือในเร็วๆ นี้ ถ้าท่านเสนาบดีมิรังเกียจ ขอเรียนเชิญท่านไปร่วมงานฉลองเปิดร้านใหม่เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ร้านฉิงเล่อเจ้าค่ะ”เฉินเจียวเหมยเอ่ยบอกท่านเสนาบดี
“ข้าต้องไปร่วมแสดงความยินดีในงานเปิดร้านของหลานสาวข้าอยู่แล้ว” ท่านเสนาบดีเอ่ยบอกทุกคน
“หลานสาวรึเจ้าคะ” หมิงเยว่เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่แล้วหมิงเยว่ ข้าเป็นปู่เล็กของเจ้า บิดาของหลินข่ายคือพี่ชายคนโตร่วมมารดาของข้า”ท่านเสนาบดีเอ่ยบอกหมิงเยว่
“หมิงเยว่ ยังไม่รีบคารวะท่านปู่เล็กของเจ้าเล่า” เฉินเจียวเหมยร้องบอกหมิงเยว่
“คารวะท่านปู่เจ้าค่ะ” หมิงเยว่ลุกขึ้นยืนแล้วยอบกายคารวะท่านเสนาบดี
“ดีดี ลุกขึ้นเถิดเยว่เอ๋อร์”ท่านเสนาบดีอมยิ้มด้วยความพอใจ
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านปู่” หมิงเยว่เอ่ยขอบคุณ
“แล้วอาข่าย พ่อของเจ้าอยู่ที่ใด ข้าอยากเจอเขา”หวังชิงหลงอยากพบหลานชายของตน
“ท่านพ่ออยู่ที่ตำบลฉางสุ่ยเจ้าค่ะข้าจะให้คนส่งจดหมายไปเชิญท่านพ่อมาพบท่านปู่ที่นี่เจ้าค่ะ” หมิงเยว่เอ่ยบอกท่านปู่เล็กของตน
“เอาเยี่ยงนี้นะหลานหมิงเยว่พรุ่งนี้ที่จวนของเราจะมีงานเลี้ยงต้อนรับท่านเสนาบดีเจ้าบอกให้ครอบครัวของเจ้ามาร่วมงานนี้ด้วยและพักค้างคืนที่จวนของข้าสักหนึ่งคืนเถิด” หลี่จิ่นติ้งเอ่ยบอกหมิงเยว่
“ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านลุงติ้งเจ้าค่ะ”
หลี่หยางเหวินมารับจดหมายจากหมิงเยว่ที่จะส่งให้บิดาเพื่อให้คนนำไปส่งที่ตำบลฉางสุ่ย
“คารวะคุณหนูหมิงเยว่ หลานท่านเสนาบดีขอรับ”หลี่หยางเหวินเอ่ยกับคนรักด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“ท่านล้อเลียนข้าหรือเจ้าคะพี่หยางเหวิน แต่ท่านลืมไปหรือเปล่าเจ้าคะว่าข้าเป็นเพียงแค่หลานที่เกิดจากลูกของอนุภรรยานะเจ้าคะจะไปเทียบท่านนายอำเภอลูกของท่านเจ้าเมืองได้เช่นไรเจ้าคะ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอพูดใหม่ว่า คารวะคุณหนูหมิงเยว่เหลนของท่านอดีตอัครมหาเสนาบดี หลานของท่านเสนาบดีกรมพระคลังและกรมโยธาขอรับ”
“ท่านจอหงวนเจ้าคะ ท่านบอกข้ามาว่าบรรพบุรุษของท่านรับราชการในตำแหน่งใดบ้างเจ้าคะ ข้าจะได้เรียกท่านได้ถูกเจ้าค่ะ”
“ฮาฮ่า พี่จะให้คนไปส่งจดหมายที่ตำบลฉางสุ่ยพี่ขอตัวไปทำงานต่อนะ ตอนเย็นจะมากินอาหารมื้อเย็นด้วย”
“เจ้าค่ะ”