เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 67 ไป๋จื่อชีถือโอกาสฆ่าลวี่เยา



    โรงละครตระกูลเยี่ยนไม่เปิด เยี่ยนกุยได้รับเชิญจากเขตหลินให้ไปขับร้อง

    เมื่อถังโยวไม่เจอชายงามผู้นั้น ความเศร้าเสียใจก็เปลี่ยนเป็นความอยากอาหาร อุดหนุนของกินข้างทางทุกร้าน จนพอใจแล้วก็เดินแบกพุงกลม ๆ กลับบ้าน

    ในขณะที่ใกล้ถึงประตูบ้าน นางพบว่าข้างหลังมีคนหายไปหนึ่งคน!

    หืม ลวี่เยาไปไหนแล้ว?

    ถังโยวถามหงซิ้ว หงซิ้วทำหน้างง เหตุใดเดินไปเดินไปหายไปคนหนึ่ง? คงมิใช่ว่า นางแอบหนีไปแล้ว? โอ้ คิด ๆ แล้วก็ตื่นเต้น แอบหนีก็ดี จับกลับมาได้ จะทุบให้ขาหัก!  

    ลูกตาของหงซิ้วกลอกหนึ่งรอบ ก่อนที่นางจะกระซิบว่า “บ่าวเหมือนจะเห็นลวี่เยาตั้งใจเดินช้าสองสามก้าว แต่ไม่รู้ว่านางทำอะไร ไม่คิดเลยว่านางจะกล้าหนี!” 

    “ป้าบ!” ถังโยวเหวี่ยงแขนตบเข้าไปตรง ๆ ที่บ้องหูของหงซิ้ว นางด่าอย่างดุเดือด “ข้าละนับถือเจ้าเลยว่าไม่มีหัวคิด อยากใส่ร้ายลวี่เยาก็ใช้สมองหน่อย ข้าคุณหนูดีกับนางขนาดนั้น นางจะแอบหนีไปได้อย่างไร? เจ้าคิดว่านางเหมือนเจ้าหรือ หน้าตาอย่างกับผีกระต่ายแล้วยังไม่มีสมองอีก?!”

    หงซิ้วยกมือปิดหน้า น้ำตาไหลพราก ร้องไห้สะอึกสะอื้นกล่าว “นาง...นางไม่ได้ดูดีไปกว่าข้าน้อยเลยนะ”

    ถังโยวโกรธจนขำ เอานิ้วชี้ไปที่ศีรษะของหงซิ้ว เป็นเวลานานที่ไม่รู้จะกล่าวอะไรถึงจะบรรเทาความโกรธ 


            ในเวลาเดียวกันนั้น หูเหยียนถูกจับยัดใส่กระสอบ โยนขึ้นรถม้า แล่นโคลงเคลงตลอดทางไปยังเขาเยี่ยนซาน  

    ตามหลักการแล้ว ฝีมือต่อสู้ของลวี่เยาแม้จะไม่ถึงขั้นฉกาจ ทว่าความสามารถในการรับมือชายร่างกำยำสามถึงสี่คนมิใช่ปัญหา ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็นคนมากเล่ห์ ดังนั้นหากจะกล่าวว่าถูกคนลักพาตัวไป นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ 

    วันนี้ลวี่เยาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ตาเห็นแต่ทิวทัศน์ หูได้ยินแต่เสียงสวรรค์ แม้แต่ลมที่มองไม่เห็นฟังไม่ได้ยิน ก็เปลี่ยนเป็นความรักร้อนรุ่มที่พันผูกเข้าด้วยกัน 

    ถังโยวบอกอยากไปฟังยาวจิ่วขับร้อง นางก็ตามไป ทว่ายาวจิ่วไม่อยู่ที่คณะละคร ถังโยวบอกอยากกินของริมทาง นางก็ไปเป็นเพื่อน เมื่อถังโยวกินเกี๊ยวน้ำหมดทีเดียวหกชาม นางรู้สึกเบื่อเล็กน้อย คิดจะหาสถานที่แต่งตัวสักหน่อย และดูเวลาที่เหมาะสม ใช้ร่างอันพราวเสน่ห์จนต้องตะลึงปรากฏตัวต่อหน้าพี่ชาย  

    บางทีสาเหตุอาจเป็นเพราะยิ่งใกล้บ้านยิ่งหวาดกลัว นางตามหาเขาอย่างยากลำบากมาหลายปี เวลานี้กลับไม่กล้าก้าวไปข้างหน้า ทำได้แค่เป็นเพื่อนถังโยวเดินเล่นไปมา พยายามสะกดอารมณ์ตื่นเต้นดีใจที่อยู่ภายใน

    คราวนี้ นางจะไม่ให้เขาห่างไปไกลอีกแล้ว

    คราวนี้นางจะไม่ให้ใครมาขัดขวางพวกเขาให้อยู่ด้วยกัน ผู้ที่เคยยื่นมือเข้าแทรกแซง ร่างกายถูกนางทำให้กระดูกเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว วิญญาณก็ถูกนางตีจนแหลกสลาย ไม่สามารถเวียนว่ายกลับมาอีก เป็นได้แค่เศษฝุ่น กระจายลอยอยู่ในยมโลกบนสะพานไนเหอ ถูกเหล่าภูตผีไล่เหยียบย่ำตลอดกาล  

    หูเหยียนคิดถึงเรื่องในอดีต สติจึงหลุดลอย กว่าจะสัมผัสได้ถึงอันตราย ก็กลายเป็นว่าถูกตีท้ายทอยจนสลบไปแล้ว  

    ผู้ลงมือแค่มองก็รู้ว่าเคยทำเรื่องเช่นนี้บ่อยครั้ง กระทำการรวดเร็วยิ่ง คนเดียวตีลวี่เยาสลบ มัดมือเท้าของนางด้วยเชือกอย่างว่องไว คนเดียวแบกลวี่เยาโยนเข้าไปในรถม้าที่จอดรออยู่ไม่ไกล ในรถม้ามีคนนั่งอยู่หนึ่งคน เนื่องจากท้องฟ้ามืด จึงเห็นหน้าไม่ชัด เห็นแต่ชุดคลุมผ้าแพรสีดำ ดำเป็นมันเงาอยู่ในตู้รถ ม้าวิ่งอย่างสุดกำลัง ตัวของลวี่เยาก้มอยู่ใต้เท้าคนผู้นั้น ร่างโคลงไปเคลงมา บางคราใบหน้าไปถูกับรองเท้าบูตสีดำ ไถจนเกิดสีประหลาดแดง ๆ ขาว ๆ ทั้งแถบ ทว่าในตู้รถที่มืดกลับยังไม่เห็นหน้าคนผู้นั้น 

    ม้าวิ่งอย่างบ้าคลั่งไปตลอดทาง ลวี่เยาตื่นขึ้นมาในขณะที่รถโคลงเคลง นางยังมิได้ลืมตา แต่สัมผัสสภาพของตนเองในตอนนี้และบรรยากาศโดยรอบก่อน จนมั่นใจแล้วว่าตนเองถูกมัด นอกจากนี้ ในตู้รถยังมีอีกบุคคลหนึ่ง เท้าของเขาอยู่ข้างปากของนาง ควรลองกัดดูสักคำดี หรือแกล้งสลบต่อไปดี? ความจริงแล้วทางเลือกทั้งสองนี้ล้วนไม่ดี กัดแล้วคนเจ็บ แต่ปากของนางยังต้องใช้กินข้าวมิใช่หรือ? ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ หึ...นางหาท่านพี่ชายเจอแล้ว เห็นได้ชัดว่าปากนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำมากกว่าเรื่องกิน อา พอนึกถึงสมุดภาพพวกนั้นที่นางเคยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องปกป้องริมฝีปากของตนให้ดี เอาเถอะ ไม่เล่นแล้ว ไม่ว่าคนจับนางจะเป็นใคร นางจะไม่เล่นกับเขาอีก ในสายตา การตามหาท่านพี่ชายสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น  

    ลวี่เยาลืมตา ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ใช้เล็บตัดเชือกที่มัดตนเองอยู่ พลางหันไปมองชายที่มัดนาง

    แต่นึกไม่ถึง ชายผู้นั้นความรู้สึกไวมาก เดิมเขากำลังงีบหลับ แต่เมื่อถูกลวี่เยามอง กลับลืมตาขึ้นมา มองตอบลวี่เยา  

    ดวงตาสองคู่ประสานกัน ลวี่เยาสนุกแล้ว

    รู้สึกว่าเป็นคนคุ้นเคยกันนี่เอง

    ไป๋จื่อชี ไป๋เม่าฉาย เหตุใดกระเหี้ยนกระหือรือแสวงหาความรุนแรง? คิดว่ารังแกใครก็ได้ง่าย ๆ งั้นหรือ? 

    ใบหน้าของไป๋จื่อชีไม่แสดงอารมณ์ มองลวี่เยาที่จ้องเขาอยู่อย่างไม่รู้สึกประหม่า เห็นลวี่เยาเป็นของตาย เพียงแต่ เป็นของตายที่น่าเกลียดสักหน่อย เขารำคาญเป็นที่สุดกับการยุ่งเกี่ยวกับสิ่งอัปลักษณ์ หากมิใช่เพราะไม่สามารถปล่อยนังทาสเลวที่ยั่วโมโหตนให้อิสระลอยนวลไปได้ เขาคงไม่อยากคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องนี้ 


    วันนี้เป็นวันเคราะห์ร้ายของลวี่เยา

    ไป๋จื่อชีเพิ่งแยกกับชวีหนานอี ขณะกลับไปยังโรงบ่อน เห็นถังโยวพาหงซิ้วกับลวี่เยาดื่มกินอย่างอิ่มหนำอยู่ในตลาด ภาพเหล่านั้น ชิ...ช่างไม่น่ามองเอาเสียเลย ถังโยวซึ่งหนักร้อยกิโลกรัมเศษ มือซ้ายถือซาลาเปา มือขวาถือของหวาน เดินโยกซ้ายย้ายขวาไปตลอดทางระหว่างกิน คนที่ตามหลังมาคือหงซิ้วที่หน้าเหมือนผีกระต่าย กับลวี่เยาที่อัปลักษณ์เสียจนชวนให้สลดหดหู่ ผีกระต่ายหงซิ้วน้ำลายท่วมปาก ต้องคอยสูดเพื่อมิให้หยดลงที่หน้าอก ส่วนลวี่เยาสาวอัปลักษณ์จิตใจเหม่อลอย ดวงตาสามเหลี่ยมกลับด้านคู่เล็กนั่นทอแสงวิบวับ ดูคล้ายว่ากำลังคิดถึงช่วงเวลางดงามในวัยเยาว์

    ไป๋จื่อชีพลันรู้สึกขนลุกขนพอง เขาตัดสินใจในทันที ส่งคนไปตีลวี่เยาสลบ จับยัดขึ้นรถม้า สาบานว่าต้องส่งหญิงอัปลักษณ์นี่กลับไปเกิดใหม่ มิใช่ว่าไม่เมตตาคนประหลาดอัปลักษณ์ให้อยู่บนโลก เพียงแต่ไป๋จื่อชีไม่ชอบนางคนนี้ แล้วเช่นนี้จะเรียกว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือ? หึ...

    เดิมเขาคิดแค่กำจัดลวี่เยาทิ้ง แต่ในตอนนี้เห็นนางฟื้นแล้วกลับใช้สายตามองเขาเหมือนดูคนโง่ เขาจึงไม่อาจนิ่งเฉยอีกต่อไป 

    ไป๋จื่อชีรู้สึกไม่พอใจ จนถึงขั้นทนไม่ไหวที่จะอยู่ในรถคันเดียวกันกับคนอัปลักษณ์นี้ จึงยกเท้าขึ้นถีบลวี่เยา 

    ลวี่เยากำลังใช้เล็บกรีดเชือกที่มัดตนเองอยู่ เมื่อเห็นไป๋จื่อชีจู่โจมกะทันหัน ไม่คิดจะสนใจกรีดเชือกอีกต่อไป รีบใช้มือเท้ากระโดดไปข้างหน้า เบี่ยงตัวกอดขาของเขา ยื่นนิ้วออกไปหมายกรีดลงบนเส้นชีพจรของไป๋จื่อชี ในตอนนี้รถม้าสะเทือนโคลงเคลง เล็บของลวี่เยากรีดโดนเป้ากางเกงของไป๋จื่อชี ขูดเบา ๆ ตรงข้ามจากที่นางคาดไว้ มันแทงเข้าไปในเนื้อสามส่วน 

    ไป๋จื่อชีรู้สึกเย็นวาบที่หว่างขา คล้ายกับว่า...เป้ากางเกงของตนแยกออก  

    ถึงตอนนี้ คนขับหยุดรถม้ากะทันหัน ส่งผลให้ร่างของไป๋จื่อชีกับลวี่เยาเซเข้าหากัน ม้าส่งเสียงร้อง ตัวรถสั่นสะเทือน และคนสองคนกำลังต่อสู้กัน  

    คนขับรถม้าเห็นก้อนหินใหญ่ ถูกบังคับให้ต้องรีบหยุด เขากลัวไป๋จื่อชีจะบาดเจ็บ รอจนม้าสงบรีบไปเปิดม่านเพื่อถามไถ่ “นายท่านไป๋ ท่านไม่เป็น...” ถ้อยคำหลังจากนี้มิอาจกล่าวต่อ เพราะลิ้นพันกันไปหมด 

    คนขับรถคาดไม่ถึง ว่าในรถจะมีฉากประหลาดเช่นนี้เกิดขึ้น  

    ศีรษะของไป๋จื่อชีหาย!

    มิใช่ว่าศีรษะของเขาถูกตัด แต่เป็นเพราะมันจมอยู่กับหน้าอกของลวี่เยา โอบรอบด้วยมือเท้าของนาง ร่างของลวี่เยาเกาะอยู่บนตัวไป๋จื่อชี คล้ายกับกำลังกดเขาให้ตาย แต่ก็ดูคล้ายส่งตัวเองเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเขาเช่นกัน 

    มือทั้งสองของไป๋จื่อชีดันบั้นท้ายของลวี่เยา ออกแรงจิก พูดขู่ด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ชัดนัก “ปล่อย! หากยังไม่ปล่อย ข้า ข้าจะหยิกเนื้อบนก้นของเจ้า ดึงออกมาสองชิ้นใหญ่!” 

            ลวี่เยาอดทนต่อความเจ็บ ขมิบเนื้อบนก้น ปากก็ฝืนกล่าว “อยากเอาหน้าของเจ้าแลกกับก้นของข้าหรือ? ฝันไปเถอะ!” ซี้ด...เจ็บจริง! เจ้าเด็กรุ่นหลานไป๋จื่อชี ฮึ่ย กล้ามาบีบนมบรรพบุรุษของเจ้า! 

            ภายในใจลวี่เยาดุด่า แต่อีกด้านกลับผลิบานอย่างมีความสุข ใช่ มันเจ็บ เจ็บมาก เจ็บเหลือเกิน ตั้งแต่ได้เห็นท่านพี่ชาย จิตใจของนางก็ล่องลอย เคยคิดอยากทำเรื่องโง่ ๆ บีบตนเองดูว่าเจ็บหรือไม่? แต่น่าขำคือ นางเอง...กลับไม่กล้า กลัวว่าเรื่องดี ๆ ที่อยากให้เกิดจะกลายเป็นว่างเปล่า เจ้าหลานชายนี่ลงมือหนักดี นางมั่นใจแล้วว่านี่มิใช่ความฝัน 

            คนขับรถไม่อาจนิ่งเฉยต่อไป คิดจะยื่นมือไปดึงตัวลวี่เยา แต่ไป๋จื่อชีขวางประตูอยู่ รถนั้นเตี้ยเล็ก เขามุดเข้าไปไม่ได้ ไม่มีทางลงมือได้เลย  

            ไป๋จื่อชีรู้สึกสมองมึนงงหนัก กลัวว่าหากยังรั้งต่อไปคงได้ตายด้วยน้ำมือของนังบ้านี่ ชีวิตของเขาเปรียบเทียบกับก้นของมัน.. เขาต้องเป็นปีศาจแล้วแน่ มิเช่นนั้นจะหยิบเอาของเช่นนั้นมาเปรียบเทียบได้อย่างไร?! ช่างไม่สมเหตุสมผล

            ไป๋จื่อชียอมประนีประนอมแล้ว จมูกกับปากของเขาถูกลวี่เยากุมไว้แน่น ทำได้แค่พยักหน้าแสดงท่าทียินยอม และเป็นฝ่ายปล่อยมือที่บีบก้นลวี่เยาก่อน

            เพียงแต่การพยักหน้าของเขานี้ กลับไถโดนสิ่งที่ไม่ควร สีหน้าลวี่เยาสงบลง ก่อนจะปล่อยตัวไป๋จื่อชี ได้ใช้แรงกดเขาอีกครั้ง หากมิใช่สถานะของนางที่ตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผย คงบีบคอเขาไปตั้งนานแล้ว ให้เป็นปุ๋ยหนึ่งกองมอบให้กับดอกไม้ในเขตลิ้วเหอนี้ 

    พฤติกรรมของลวี่เยาเป็นเพียงความเคยชิน ทว่ากลับทำให้ไป๋จื่อชีเข้าใจผิด 

    ไป๋จื่อชีรู้สึกว่าแขนขาของลวี่เยารวบกอดศีรษะของเขา และปล่อยให้ทรวงอกแนบหน้าผากถูไปมา ในใจของเขานึกดูแคลนกล่าวในใจ ‘นังอัปลักษณ์นี่ดูโง่ แต่ก็เป็นอีตัว! หากนางมิได้ขี้เหร่ขนาดนี้ จับส่งหอคณิกาของเขาคงทำประโยชน์ได้ แน่นอน สตรีที่อัปลักษณ์เกินบรรยายเช่นลวี่เยานี้ ใช่ว่าจะไม่มีคนสนใจ พวกที่มีความชอบพิเศษนั่นไง ชอบแบบนี้โดยเฉพาะ ความสามารถในการรับและความอยากเอาชนะสิ่งท้าทายเป็นเกมที่เพศชายล้วนกระตือรือร้น บนเตียงไม่จำเป็นต้องรักใคร่เฉพาะสาวงาม หากสามารถลงมือกับสิ่งน่ารังเกียจนี้ได้ จึงจะเรียกคนผู้นั้นว่าเป็น ปีศาจโลกีย์ตัวจริง ที่ดื่มด่ำกับดอกไม้’  



    เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ


     

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน