- 17 -
ศิลาทำนาย
“องค์ชายพะยะค่ะ มีจดหมายจากเทวีโม่หลี่เฉียน”
โม่หรานเด้งตัวขึ้นมาทันที เป็เวลาเนิ่นนานที่เขามาอยู่บน์เก้าชั้นฟ้า เื่ราวที่เกิดขึ้นเสด็จแม่คงรับรู้และกำลังเป็ห่วง
‘ศิลาทำนายหายไปจากดินแดนเจียหลิง เวลานี้พ่อของลูกอยู่กับแม่ที่นี่’
‘เราต้องตามหาศิลาทำนาย แม่ขอให้ลูกกลับแดนเจียหลิงด่วน!’
ยิ่งอ่านเนื้อหาในจดหมาย ร่างกายของโม่หรานก็ชาวาบไปหมดทั้งตัว ศิลาทำนายเป็ของศักดิ์สิทธิ์ พลังอำนาจลึกลับที่ใช่ว่าใครก็เอาไปได้ การหายไปของศิลาทำนายมีผลต่อเสด็จแม่อย่างมาก
ไร้ซึ่งศิลาทำนาย นางก็ไม่ต่างจากคนตาบอดที่ไม่สิ่งใดเลย
ท่าทางประหลาดของโม่หราน ดูร้อนรนและเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด ซัวเหิงที่แอบสังเกตการณ์รีบนำเื่ไปรายงานจอมมารป๋อเหวินทันที
โม่หรานสั่งคนให้เฝ้าจอมมารป๋อเหวินเอาไว้ ส่วนตัวเขาจะเดินทางกลับแดนเจียหลิงตามที่มารดาสั่ง สายตาของคนชั้นสองสบเข้ากับโม่หราน ป๋อเหวินเพียงแค่กระตุกยิ้มยั่วประสาท ในขณะที่โม่หรานนั้นขบกรามสะกดอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
“ซัวเหิง ตามไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับโม่หราน”
“ขอรับนายท่าน”
ป๋อเหวินยังคงนั่งร่ำสุราอย่างเคย ชีวิตของเขาจะหาความสุขจากสิ่งใดได้ วิถีของเขาต่างจากเผ่ามาร จากที่เคยอยู่์เก้าชั้นฟ้าจนเคยชิน ก็กลายเป็ต้องลงมารับตำแหน่งประมุขเผ่ามาร ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นักโทษของ์
ฟิ้วววว ~~ ฟึบ
ลมเย็นวูบพัดเอาเข็มพิษเฉียดใบหน้าของเขาไป มันปักอยู่บนโต๊ะอย่างพอดี
“เสี่ยวซิง!”
เ้าของดวงตามรกต มาพร้อมกับร่างกายที่ไม่ต่างจากผีดิบเดินได้ ปรากฏตัวตรงหน้าของป๋อเหวิน
“อ่า...ป๋อเหวิน ยังดีที่เ้ายังจำชื่อของข้าได้”
“มาทำอะไรที่นี่?”
“เขาลือกันน่ะสิ ว่าเทพหนุ่มตนนั้นยังมีชีวิตอยู่”
“หมายความว่าอย่างไร!?”
“ไม่เอาสิป๋อเหวิน เ้าอย่าทำเหมือนไม่รู้เื่อะไร” ชินอ๋องเยี่ยหลางอยากได้ตัวของเทพหนุ่ม “คราวนี้หากเ้ายังดื้อดึงอีกล่ะก็....”
“หุบปาก!!!!”
เสี่ยวซิงแสยะยิ้มชอบใจ ป๋อเหวินรั้งตัวอยู่ที่เมืองไห่ฉือมาแรมเดือน หากไม่ใช่เพราะเทพหนุ่มผู้ครองกระบี่สาดแสงธารา จะมีเหตุผลอะไรอื่นอีก
“เพ่ยอิง! ตายแล้วเสี่ยวซิง ไม่ว่าท่านจะเชื่ออย่างไร”
“ถ้าข้าไม่เชื่อ เอาเป็ว่าถ้าข้าหาเจอเล่าป๋อเหวิน ชินอ๋องเยี่ยหลางให้โอกาสเ้ามาตลอด ณ.ตอนนี้ก็ยังมอบโอกาสให้เ้า จับตัวของเทพ์เก้าชั้นฟ้าด้วยตัวเอง”
“ข้า้ามันหรือ? โอกาสของพวกกท่าน”
“อย่าทำให้บิดาของเ้าผิดหวัง!”
“ไอ้มารสวะที่ก่อกวนโลกใบนี้จนพินาศ อย่าเรียกว่าผิดหวังเลยเสี่ยวซิง” ป๋อเหวินยกสุราขึ้นดื่ม ดวงตาแดงก่ำเอาแต่มองไหเหล้าที่กองกันเต็มพื้นที่ เพียงเพราะป๋อเหวินมีพ่อที่ไม่เอาไหน เขาโดนเรียกว่าอัจฉริยะ แต่ก็ยังคงห้อยท้ายด้วยเื่ราวของบิดา
ป๋อเหวินจงเกลียดจงชังมารผู้นั้น มารร้ายที่ทำลายทุกกสิ่งในพริบตาเพราะความละโมบ!
“ฮ่าฮ่า! จริงอย่างที่ชินอ๋องเยี่ยหลางคิดเอาไว้ เ้าคงปฏิเสธทุกหนทางที่ท่านเสนอ”
“....”
“พ่อของเ้ากำลังจะกลับมา เวลานั้นเ้าจะต้านทานท่านป๋อเถาซ่งไหวหรือ ป๋อเหวิน”
นับั้แ่เพ่ยอิงได้เที่ยวเทศกาลหยวนซี การสนทนาพูดคุยกับชายแปลกหน้าผู้นั้น เริ่มทำให้ความทรงจำของเทพหนุ่มกลับมาทีละน้อย
เขายังคงนิมิตเห็นเ้าตัวเล็กผมขาว อาภรณ์ขาว มาพูดคุยในฝันด้วยเสมอ
เพ่ยอิงยังรู้สึกเ็ปไปทั่วร่างกาย ยามที่เขามองเห็นหน้าผาสูงที่ตั้งเด่นอยู่หลังสำนักต้าิ
“ท่านอาจารย์ เถ้าแก่กู้บอกว่า องค์ชายของ์เก้าชั้นฟ้ากลับไปแล้วขอรับ”
ศิษย์น้องที่ออกไปตลาดก็นำข่าวมาบอกจ้าสำนัก โจวซวงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เื่ที่แอบไปเที่ยวยังคงเป็ความลับ ไม่มีผู้ใดหลุดดปากพูดออกมา
“แต่มีใครบางคนขอพบอาเพ่ย เขาตามข้ามาขอรับ”
“วะ ว่าอย่างไรนะ!?”
“เซียนเฒ่า เราไม่พบเจอกันนานเลย” อาจารย์เป๋ยซานหลิงแทบลมจับ ชายชุดดำมาพร้อมั์ตาสีเพลิง “เ้ามาได้อย่างไร?”
โจวซวงมองคนตรงหน้าอย่างระแวง หากนี่คือความหลังอันแสนเ็ปดของอาเพ่ย เขาไม่มีทางยอมให้หมอนี่มายุ่งได้แน่นอน จะว่าไปเหมือนว่าเขาเคยเจอคนผู้นี้มาก่อน
“ท่านบาปหนานะเซียนเฒ่า ปล่อยให้อี้เฉิงร้องไห้น้ำตาท่วมมหาสมุทร”
“ข้าจะไปขัดองค์ยูไลได้อย่างไรเล่า!”
“วันนี้ข้ามาเพราะอยากคุยกับท่านด้วย หาที่สงบคุยกันเถอะ” เป๋ยซานหลิงถอนหายใจ ก่อนจะเดินนำซัวเหิงตรงไปที่เรือนรับรอง
คล้อยหลังของอาจารย์ โจวซวงก็เริ่มเอ็ดศิษย์น้องที่กล้าพาคนแปลกหน้ามาที่สำนัก
“เขาขู่ข้า ว่าจะบอกอาจารย์เื่ที่เราหนีเที่ยว”
“หา!?”
“ใช่แล้วศิษย์พี่ เขาคือคนที่พาเราไปเจออาเพ่ย ตอนที่ชุลมุนวันงานนั่นอย่างไร”
เป๋ยซานหลิงมองเด็กหนุ่มที่พลังร้ายกาจ ิญญาดาบอัคนีปีศาจของจอมมารป๋อเหวิน
“คราวก่อนขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยเหลือนายท่านของข้าไว้”
“เื่เล็กน้อย อีกอย่างมีคนที่ตั้งใจตอบแทนบุญคุณของข้าอยู่แล้ว เ้าไม่ต้องคิดมาก”
“เซียนเฒ่า”
“หือ?”
“ข้าอยากให้ท่านเพ่ยอิงกลับมาเป็เทพ” ซัวเหิงตรงไปตรงมาอย่างชัดเจน เขานั้นเหมือนผู้เป็นายของตน เป๋ยซานหลิงกลับส่ายตอบกลับมา
“องค์ยูไลเปลี่ยนชะตากรรมของเพ่ยอิง เวลานี้ท่านรับโทษอยู่ที่ขุมนรกแสนกัลป์”
“.....”
“ท่านอยากให้เคราะห์กรรมของเพ่ยอิงจบเพียงเท่านี้ ข้าเองก็ขัดประสงค์ของพุทธองค์ไม่ได้”
“องค์ชายโม่หรานกลับแดนเจียหลิงเมื่อเช้า”
“หือ?”
“ศิลาทำนายหายไปจากดินแดนเจียหลิง คราวนี้ท่านจะยอมขัดประสงค์ของพุทธองค์ได้หรือยัง?”
ท่านเซียนอ้าปากเหวออย่างไม่เชื่อหู รับรู้เื่องค์รัชทายาทประกาศตามหาเพ่ยอิง ไหงกลายมาเป็เื่ที่ศิลาทำนายศักดิ์สิทธิ์หายไป จุดประสงค์เดียวของการขโมยศิลาทำนายไป คงเพื่อปลุกอะไรบางอย่างให้กลับคืนมา
ซัวเหิงเห็นแพ่ยอิงกำลังนั่งอยู่ริมสระบัว เขาไม่รอช้าที่จะเข้าไปหา แต่ก็โดนโจวซวงเข้าขวางไว้ก่อน
“หยุด! ข้าได้ยินที่พวกท่านคุยกันหมดแล้ว”
“...”
“กว่าอาเพ่ยจะมีความสุขแบบนี้ ต้องใช้เวลารักษาตัวแรมเดือน ข้าไม่ยอมให้เขากลับไปหาอดีตที่เลวร้าย พร้อมกับจุดจบบ้าบอพวกนั้นแน่!”
ซัวเหิงเพียงแค่ถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเ้านี่คงจะคิดแบบเดียวกับองค์รัชทายาท คิดแบบเดียวกกับเ้านายของเขา หรือเรียกอีกอย่างว่า คิดไม่ซื่อ นั่นเอง
“ศิษย์ของเซียนเฒ่า เอาเื่เอาราวดีไม่น้อย”
“อย่ามากล่าวถึงอาจารย์ข้า”
“หลีกไปเ้าหนุ่ม ข้ากับคนผู้นั้นต้องคุยกัน” ซัวเหิงไม่อยากเสียเวลา อย่างไรวันนี้เขาต้องได้พูดคุยยกับเพ่ยอิง
โจวซวงยังคงนิ่งเฉยไม่ยอมขขยับ รอยยิ้มมุมปากกระตุกราวกับคนกำลังมีแผน “หากเ้าชนะข้า จะยอมให้คุยกับอาเพ่ยแล้วกัน”
“ชนะเ้า?”
“หึ! เ้ากลัวขึ้นมาหรือไง ข้ามีหน้าที่ต้องปกป้องอาเพ่ย จะสู้จนตัวตายเพื่อเขา” โจวซวงแววตามุ่งมั่น นั่นคือสิ่งที่ซัวเหิงอยากเห็นในตัวของป๋อเหวิน หากนายท่านไม่อยากเสียเพ่ยอิงไป ก็ควรมุ่งมั่นเช่นเ้ามนุษย์หนุ่มตรงหน้าเขา
“รู้ไหมว่าข้าเป็ใคร?”
“ไม่อยากรู้ ข้าไม่สนอยู่แล้วว่าเ้าเป็ใคร”
มนุษย์ไม่มีทางต้านแรงของพลังดาบอัคนีปีศาจ ฝ่ามือเดียวก็ลงไปนอนแช่น้ำอุ่นที่ปรภพ ซัวเหิงไม่อยากทำร้ายผู้ใด เขาเปลี่ยนไปแล้วจากอดีต
“หยุดนะ! ศิษย์พี่โจว”
“อาเพ่ย....”
ปากของเพ่ยอิงกำลังพูดกับศิษย์พี่ใหญ่ ทว่าดวงตากลับเอาแต่มองชายหนุ่มชุดดำที่กำลังยกยิ้ม
“ศิษย์พี่ไม่มีทางเอาชนะเขาได้”
“ว่าไงนะ!?”
เหมือนโดนเรียกมาตบหน้ากลางผู้คน เพ่ยอิงกำลังจะบอกว่าโจวซวงไม่เอาไหนงั้นหรือ
“เราจะคุยกับเขาเอง ศิษย์พี่โจวไม่ต้องห่วง”
“ดะ..เดี๋ยวก่อนสิ”
“คนผู้นี้กับเราคุ้นเคยกันดี ท่านสบายใจได้” เพ่ยอิงดึงซัวเหิงออกไปจากบริเวณนั้น ทิ้งโจวซวงยืนมองตาม พลางกำหมัดดอย่างแค้นใจ มันผู้นั้นมีอะไรดีไปกว่าเขา หน้าตาละอ่อนเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่น เทียบกับตัวเขาที่เป็ถึงศิษย์เอกของสำนักต้าิได้อย่างไร
เพ่ยอิงพาซัวเหิงมาที่หลังสำนัก โขดหินกลายเป็ที่นั่งสนทนาของทั้งสอง ท่าทีนิ่งเงียบของเพ่ยอิง ต่างไปจากครั้งแรกที่พบเจอกัน
“ท่าน...”
“เ้ามีอะไรหรือ?”
“ข้าไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่าน ความจำของท่านถึงได้หายไปหมดเช่นนี้”
“ซัวเหิง”
“ท..ท่าน ท่านจำข้าได้!”
“อย่าบอกป๋อเหวิน อย่าบอกเขาว่าเรายังอยู่” เพ่ยอิงขอร้องด้วยแววตาจริงจัง ซัวเหิงพยักหน้ารัวรับคำทันที
“หลายวันก่อน เราพบอี้เฉิงในนิมิต และเริ่มจำทุกสิ่งได้ทีละน้อย” เพ่ยอิงมองไปที่หุบเขาสูงเบื้องหน้า ร่างกายก็เริ่มแสดงอาการเ็ป เจ็บเหมือนโดนแยกชิ้นส่วนจากกัน
“นายท่าน ร่ำสุราทุกเช้าเย็น เอาแต่พูดเพ้อถึงเื่ของท่าน”
“เขาทำให้เราผิดหวังนะ”
“ขออภัยขอรับ”
“เ้าเลิกรับทุกอย่างแทนเขาได้แล้ว ป๋อเหวินใช้ชีวิตที่เรามอบให้ไม่เป็โล้เป็พาย”
เพ่ยอิงจำเื่ราวของป๋อเหวินได้ แต่ยังคงหลงลืมเื่์เก้าชั้นฟ้า เพ่ยอิงจำอี้เฉิงได้ในที่สุด แต่กลับไม่รู้ว่าอี้เฉิงคือิญญากระบี่สาดแสงธารา ทุกอย่างมันสับสนไปหมด
“ท่านรู้ว่าข้าคือซัวเหิง”
“มันดูน่าขัน ที่เรากลับไม่รู้ที่มาของเ้า เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้ามาจากที่ใด”
“งั้นอี้เฉิง..”
“เราก็ไม่รู้อยู่ดี ว่าอี้เฉิงมาจากที่ใด แม้จะจำได้แล้วก็ตาม”
ซัวเหิงคิดดว่าจิตเทพของเพ่ยอิง ต้องถูกผนึกไว้ที่กระบี่สาดแสงธาราแน่นอน ความทรงจำของการเป็เทพจึงเลือนหาย และจำได้แค่บางเื่ราวเท่านั้น
“เอ่อ..ท่าน”
“หืม?”
ซัวเหิงเม้มปากของตัวเองอย่างประหม่า ใจจริงเขาเองก็ไม่ควรทำเช่นนี้ “หากท่านยังอยากกลับไปแก้ไขทุกสิ่งที่ผ่านมา”
“....”
“ท่านก็ควรต้องมีกระบี่สาดแสงก่อนนะขอรับ”