เป็ภรรยาลับของผู้บัญชาการทหารแน่นอนว่าต้องใช้ความงาม เซี่ยฉู่หลานคิดได้ดังนั้นก็รีบร้อนขึ้นไปแต่งหน้าสักหน่อย
ร่างนี้เป็เด็กสาวที่ผิวพรรณดีอยู่แล้วแต่งเติมนิดหน่อยให้ดูมีชีวิตชีวาก็พอพอขาทองคำมาเห็นเธอเข้าจะได้ไม่รู้สึกว่าเสียดายเงินขึ้นมา
เป็นายทหารที่ตรงต่อเวลาจริงๆ เพียงไม่นานก็เห็นรถยนต์สไตล์ยุโรปวิ่งเลี้ยวเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านแล้ว ฉู่หรานเดินออกไปด้านนอกเห็นนายทหารยศน้อยกว่าเดินออกมาจากฝั่งคนขับและรีบไปเปิดประตูด้านหลัง
เขาถึงกับพาลูกน้องในสังกัดมาสองนายเชียว
เท้าข้างหนึ่งของหลิงชิวหยวนก้าวออกมาก่อนจากนั้นฉู่หรานถึงได้เห็นร่างสูงใหญ่ของเขาตามมา
หลิงชิวหยวนเป็ชายที่เกิดมาสมกับการเป็ทหารอย่างยิ่งความสูงระดับนี้ เรียกได้ว่าสูงกว่าคนปกติ ใบหน้าหล่อเหลาคมสันเธอเห็นโครงหน้าและสันกรามของเขาได้อย่างชัดเจน ่ไหล่และอกกว้างชุดที่สวมยังเน้นเอวสอบของได้อย่างชัดเจน
แบบนี้ใช้เวลาบนเตียงกับเขาสักปีพอเบื่อค่อยหาเื่แยกทางก็ไม่ถือว่าขาดทุน
หลิงชิวหยวนก็อดประหลาดใจไม่ได้พอลงจากรถไม่คิดว่าจะเห็นหญิงสาวมายืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว
เขาตั้งใจมาเพื่อยุติการเลี้ยงดูเธอก่อนหน้านี้เขาใช้อารมณ์ชั่ววูบที่เกิดจากความเครียดส่วนตัวจึงรับปากกับผู้จัดการส่วนตัวของเด็กสาว ไม่คิดว่าพอลงมือทำจริง ๆ สาวน้อยวัยสิบหกสิบเจ็ดคนนี้กลับทนไม่ได้ร้องไห้โวยวายจนเขาหมดอารมณ์เช่นกัน
ปีนี้เขายี่สิบหกแล้วอายุต่างกันเกือบสิบปี ดูแล้วไม่เหมาะสมอย่างยิ่งชิวหยวนคิดว่าให้เงินเธอก้อนใหญ่เพื่อเป็การชดเชยก็แล้วกัน
ส่วนเื่ความฝันในการเป็นักร้องเขาใช้อำนาจเล็กน้อยคงจัดการได้ไม่ยากหลังจากนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กสาวแล้ว
ชิวหยวนวางหมวกให้ลูกน้องใต้บังคับบัญชาไม่ทันได้หันหลังเข้าไปในบ้านก็มีมือสลาเข้ามาคล้องแขนเอาไว้แล้ว
“เหนื่อยไหมคะ? วันนี้ฉันหัดทำขนมครั้งแรกอยากให้คุณลองชิมสักหน่อย”
หลิงชิวหยวนมองเซี่ยฉู่หลานครู่หนึ่งพลันรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่รู้ว่าอะไรที่เปลี่ยนไป
อาจเป็ความสวยของใบหน้าของฉู่หลานวันนี้ดูเหมือนเธอไม่ได้ตื่นกลัวเขาและท่าทางดูเป็ธรรมชาติกว่าปกติ
นิ่งสงบกว่าสองครั้งที่พวกเขาพบกัน
“เข้าบ้านเถอะ” หลิงชิวหยวนพูดจบก็เดินไปตรงเข้าบ้านทันทีฉู่หลานที่คล้องแขนเขาอยู่ตามไปด้วยเช่นกัน
เซี่ยฉู่หลานถอดเสื้อคลุมนอกของเขาไว้เธอยืนอยู่ตรงหน้าคลายถุงมือหนังสีดำของเขาออกจากนั้นก็วางไว้บนชั้นอย่างเรียบร้อย
ชิวหยวนมองกระหม่อมสีดำของอีกฝ่ายในใจเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา ถ้างั้นกินของหวานที่นางทำเสร็จก่อนค่อยพูดคุยเื่สำคัญในภายหลัง
“ลั่วลั่ว ยกขนมออกมาที” เมื่อพาบ่อทองไปนั่งตรงเก้าอี้รับแขกแล้ว ฉู่หลานพาตนเองมานั่งอยู่ข้างๆเขา
เพียงครู่เดียวลั่วลั่วก็ยกถาดสีขาวเข้ามาพอวางของในมือเสร็จก็จากไปทันที
เขามองของบนจานเอ่ยถามด้วยความสงสัย “นี่คืออะไร”
ฉู่หลานลงมือทำขนมเพื่อเรียกคะแนนกลับมาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็คือฟักทองเชื่อมน้ำตาล
เธอยิ้ม“ฟักทองต้มน้ำตาลค่ะ ฉันเห็นด้านหลังมีสวนฟังทองของชาวบ้านแถวนี้กำลังสุกน่ากินเชียว”
เขามองเธอแวบหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง “แต่ผมไม่ชอบของหวาน”
เซี่ยฉู่หลานนึกค้อนเขาทีหนึ่งที่แท้ผู้บัญชาการเป็พวกกินยากนี่เอง!
เธอก็ไม่ได้ฝืนใจเขาฉู่หลานผลักจานหินอ่อนออกไป จากนั้นก็วาดแขนไปบนท้ายทอยของเขา“ถ้าคุณไม่กินของหวาน คุณจะมีแรงทำอย่างอื่นหรือเปล่า”
อะไรที่ว่าลงมือก่อนย่อมสำเร็จก่อนฉู่หลานยังจำได้ดี
หลิงชิวหยวนชะงักไปเห็นใบหน้างดงามของเซี่ยฉู่หลานอยู่ตรงหน้าเธอขยับตัวขึ้นมานั่งบนตักของเขาเรียบร้อยแล้ว
ยังดีที่ลูกน้องของเขาถูกฝึกวินัยมาอย่างดีตอนนี้จึงยืนนิ่งอยู่ด้านนอกไม่ขยับเท้าไปไหน
“อย่างอื่นที่คุณว่า...คืออะไร” เขาแกล้งถาม
เธอผลิยิ้มอย่างตั้งใจมือนุ่มประคองใบหน้าคมสันของเขาไว้ ให้เขาเป็ฝ่ายโน้มตัวลงมาประทับจูบกับเธอ
เมื่อคืนชิวหยวนยังไม่ทันเสร็จกิจเรียบร้อยเซี่ยฉู่หลานก็ร้องโวยวายจนเขารำคาญแล้ว ครั้งนี้พอถูกอีกฝ่ายเข้าหาก่อนชิวหยวนจึงไม่คิดปฏิเสธ
ทำเื่ที่ค้างคารอบหนึ่งก่อนหลังจากนั้นค่อยตัดขาดกับเธอก็แล้วกัน เขาพลางคิด
ชิวหยวนอ้าปากรับลิ้นอุ่นร้อนของเธอแววตาคมกริบของเขามองเปลือกตาของอีกฝ่ายนิ่ง เธอหลับตามพริ้มขณะยังวนเวียนอยู่ในปากของเขาเ้าตัวเล็กตวัดลิ้นหยอกล้อเก่งกว่าทุกครั้ง
ทั้งยังมอบน้ำหวานในปากของตนเองเข้าสู่ปากเขาอย่างไม่ลดละเบื้องล่างของหลิงชิวหยวนพลันขยายคับแน่นกางเกงขึ้นมา!
ครั้งนี้ชิวหยวนยอมรับว่าอีกฝ่ายกระตุ้นความ้าของตนเองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วอย่างไรตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในห้องรับแขก ชิวหยวนจึงอุ้มร่างเล็กบนตักขึ้นสูงสาวเท้าขึ้นไปชั้นสอง จุดหมายก็คือห้องนอนของเซี่ยฉู่หลาน