ตอนที่22 NPC ที่จากไป
ิหลังจากที่ได้รับข้อความของติ๊กที่โลกภายนอก ก็ล็อกอินกลับเข้ามาในเกม LC ก็รีบตามหากุยแกจนพบพร้อมกับส่งจดหมายเรียกคนอื่นให้มารวมตัวกันที่โรงเตี้ยมเดิม
เกม LC ไม่มีระบบช่วยส่งข้อความหรือกระซิบหากันแบบเกมอื่นการจะส่งข้อความจะต้องส่งผ่านสัตว์เลี้ยง หรือนกพิราบส่วนตัวแต่ถ้าผู้เล่นคนไหนไม่มี ก็สามารถใช้บริการพิเศษคล้ายๆกับบริการไปรษณีย์ได้ในเมืองซึ่งการส่งข้อความก็แค่พูดข้อความที่้าออกไปให้เ้าหน้าที่ฟัง ข้อความจะทำการแปรเปลี่ยนเป็ตัวอักษรในกระดาษหลังจากนั้นเ้าหน้าที่ก็จะทำการส่งให้การขนส่งจะขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่อยู่ห่างไกลกันมากน้อยแค่ไหนถ้าอยู่ภายในเมืองเดียวกันข้อความก็อาจส่งได้สำเร็จทันทีภายในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อส่งข้อความนัดพบสำเร็จิก็มานั่งรอที่โรงเตี้ยมเดิม คนแรกที่มาถึงคือกุยแก ตามด้วย ดาร์คกับอลาโน่แล้วก็สมิทปิดท้ายหลังจากที่มากันครบแล้วิก็เล่าเกี่ยวกับข้อความที่ทีชได้ฝากเอาไว้ให้ฟังทำให้คนอื่นๆ ต่างก็โล่งใจที่ ทีชสามารถเอาตัวรอดไปได้แถมยังโชคดีได้ฝึกวิชากับอาจารย์อีกด้วย
หลังจากที่คุยเื่ของทีชจบกุยแกก็ได้เอ่ยเหตุการณ์ของมอนจีให้ฟังกุยแกได้เล่าเหตุการณ์ั้แ่ต้นที่โคล่ามีเื่กับปรางจีจนมอนจีตามมาบุกเดี่ยวที่โรงเตี้ยมหมีดุแต่กุยแกยังคงปกปิดถึงความผิดปกติของมอนจีเอาไว้อยู่ หลังจากที่เล่าจนจบสมิทก็กล่าวออกมาอย่างสะใจ
“สมน้ำหน้า นี่ถ้าข้าออนไลน์อยู่ละก็จะรีบไปสมทบหมอนั่นอย่างแน่นอน!”
“นายก็พูดไปเรื่อย” ดาร์คขัด
“ช่างเหมือนกับข้าคนนี้ สุภาพบุรุษสุดๆ” อลาโน่กล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างเพ้อฝัน
“ใครจะไปเหมือนแก!” สมิท เถียงอย่างเหลืออดในความน่ารำคาญ
“แต่ว่านะครับ คนคนนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ บางทีอาจจะเป็ผู้เล่นติดอันดับ”ิพูดพร้อมทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ข้าไปสืบมาแล้ว ทั้งคนผู้นั้นชื่อมอนจีส่วนหญิงสาวที่เป็แม่ค้าก็ชื่อปรางจี ทั้งคู่เป็คนรักกันแล้วทั้งคู่ก็มีชื่อเสียงมากพอสมควร” กุยแกอธิบาย
“เจอแล้ว... มอนจี อันดับที่ 80 ปรางจีอันดับที่ 97ทั้งคู่มีชื่อติดอยู่ในบอร์ดผู้เล่นที่มีชื่อเสียงของเกม LC”
ในเกมLC จะมีบอร์ดที่เอาไว้จัดอันดับของผู้เล่นและอันดับของกิลอยู่ซึ่งบอร์ดนี้จะมีตั้งอยู่ทุกเมือง NPC สามารถไปดูได้ ส่วนผู้เล่นจะสบายกว่าเพราะสามารถเรียกดูจาก‘หน้าต่างระบบ’ ได้
โดยที่บอร์ดจัดอันดับจะมีทั้งหมด6 บอร์ดให้ดู ดังนี้
1.อันดับของกิลที่มีชื่อเสียงของทวีปตะวันตก อันดับที่ 1-10
2.อันดับของกิลที่มีชื่อเสียงของทวีปตะวันออก อันดับที่ 1-10
3.อันดับของผู้เล่นที่มีชื่อเสียงของทวีปตะวันตก อันดับที่ 1-100
4.อันดับของผู้เล่นที่มีชื่อเสียงของทวีปตะวันออก อันดับที่ 1-100
5.อันดับของผู้เล่นที่เลเวลสูงสุดของทวีปตะวันตก อันดับที่ 1-300
6.อันดับของผู้เล่นที่เลเวลสูงสุดของทวีปตะวันออก อันดับที่ 1-300
“มีชื่อเสียงเหรอครับ คนที่ลุยเดี่ยวได้แบบนั้นไม่ติดอันดับผู้เล่นเลเวลสูงสุดงั้นหรือแสดงว่าเลเวลไม่ได้สูงมากนะสิครับ” ิ กล่าวอย่างใ
“ถึงได้น่าสนใจอย่างไรล่ะ” กุยแก กล่าวพร้อมกับยิ้ม
.....
หลังจากที่เหตุการณ์ลุยเดี่ยวของมอนจีผ่านไป5 วัน โรงเตี้ยมหมีดุก็ยังคงซ่อมแซมไม่เสร็จแต่ทว่ากลับมีผู้มาเยือนใหม่อีกครั้ง ผู้มาเยือนในครั้งนี้มาด้วยกัน 2 คน คนแรกเป็ชายหนุ่มรูปร่างบึกบึน สวมชุดเกราะลายสีแดงเพลิงที่ด้านหลังมีดาบขนาดใหญ่สะพายอยู่ เขายืนอยู่ต่อหน้าโคล่าที่รูปร่างใหญ่ไม่ต่างจากหมีตามชื่อแต่ว่าชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ได้ดูว่าจะตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายแต่อย่างใด
ส่วนชายอีกคนที่ยืนข้างๆชายหนุ่มชุดเกราะสีแดงเพลิงนั้น มีรูปร่างสมส่วนสูงประมาณ 175 ซม. ใบหน้าขาวกว่าคนทั่วไป หน้าตาดูเหมือนเด็กหนุ่มที่อายุประมาณ 18-20ปีเท่านั้น เขาสวมชุดเกราะสีเขียวตัดกับสีเงิน ท่วงท่าดูองอาจที่เอวพกกระบี่เอาไว้ 1 เล่มดูเหมือนแม่ทัพที่ชำนาญการใช้กระบี่
โคล่าที่กำลังฟื้นฟูสภาพจิตใจวันนี้กลับต้องพบกับข่าวร้ายอย่างคาดไม่ถึง ชายตรงหน้าทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนคนที่สวมชุดเกราะสีแดงเพลิงนั้นเป็มือขวาของหัวหน้ากิลอันดับ 6 ของทวีปตะวันออก ‘กิลัผงาด’ มีชื่อว่า ‘เรด’
ทางกิลัผงาดได้รับข่าวที่เกิดกับกิลหมีดุหัวหน้ากิลัผงาดจึงส่งเรดมาดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง เขาเร่งเดินทางออกจากสำนักงานใหญ่โดยใช้เวลาไปเกือบ 2 อาทิตย์ถึงจะมาถึงเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
แต่เมื่อมาถึงกลับพบกับซากปรักหักพังของโรงเตี้ยมหมีดุที่ใช้เป็ที่ทำการกิลจนเขาต้องสอบถามกับชาวบ้านและผู้เล่นที่อยู่รอบๆ สุดท้ายจึงทราบว่าเมื่อ 5 วันก่อน โรงเตี้ยมหมีดุถูกผู้เล่นเพียงคนเดียวบุกเข้าไปทำลาย
เมื่อเรดได้ทราบรายละเอียดก็รู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีกแต่เดิมเขาได้รับรายงานแค่เื่ที่กิลหมีดุปะทะกับกลุ่มของผู้เล่นที่ชื่อ ทีชเท่านั้น เขายังไม่ทราบถึงเหตุการณ์ที่มอนจีบุกโรงเตี้ยม
เรดรีบเปิดเว็บบอร์ดดูทันทีปรากฎว่าข่าวลือกำลังแพร่ออกไปในเว็บบอร์ดของเกม LC โดยที่ผู้เล่นทั่วไปหลายคนกับผู้เล่นที่น่าจะเป็สมาชิกกิลของคู่อริที่ได้เข้ามาในเว็บบอร์ดเพื่อปั่นกระแสว่ากิลัผงาดฝีมือไม่เอาไหนโดนผู้เล่นเพียงคนเดียวบุกเดี่ยวเข้าใส่ก็พากันวิ่งหนีหางจุกตูด
เรดยิ่งอ่านก็ยิ่งโกรธถึงจะรู้ว่าเป็การปั่นกระแสจากคู่อริแต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่มีเื่พวกนี้เกิดขึ้น เว็บบอร์ดคงจะไม่มีพวกบ้าบอมาปั่นกระแสแบบนี้
“แกมีอะไรจะอธิบายรึเปล่า” เรด กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“ข้าไม่เห็นว่าจะต้องแก้ต...”
ปึก!
อั๊ก!
โคล่าที่ยังพูดไม่ทันจบก็โดนเรดเตะใส่อย่างไม่ทันตั้งตัวทันที
“บัดซบ! แกคิดว่าเป็มือขวาแล้วข้าคนนี้จะกลัวงั้นเหรอตอนนี้แกอยู่ในเมืองของข้าแกไม่สามารถทำอะไรข้าได้ ไสหัวออกไป!” โคล่าหน้ามืด เขาะโใส่พร้อมกับออกคำสั่งให้ลูกน้องล้อมเรดกับชายหนุ่มอีกคนไว้ทันที
“อย่า! นายท่าน” เบ้งตัดที่ยืนอยู่ไกลๆ รีบะโห้ามแต่ก็ไม่ทัน
ตูม!
โครม!
โรงเตี้ยมพังทลายลงอีกรอบเรด รับมือกับผู้เล่นกว่า 30 คนที่โคล่าเรียกกลับมาหลังจากที่ได้ยินข่าวว่า เรดเดินทางมาหา แต่ทว่าคน 30 กว่าคนกลับทำอะไรเรดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“เศษสวะจริงๆ” เรด ดูถูก
โคล่าหัวส้ม และเหล่าลูกน้องเห็นว่าตัวเองโดนดูถูกก็ยิ่งเืขึ้นหน้าระดมกำลังโจมตีกันเต็มที่ แต่เรดก็ยังคงไม่สะทกสะท้าน
‘แย่แล้วเราต้องเข้าไปช่วย’ เบ้งตัด ต้องรีบออกหน้าทันที
เคร้ง!
!!
“แกเป็ใคร” เบ้งตัดเอ่ยปากถามชายหนุ่มที่เข้ามาขัดขวาง
ชายหนุ่มที่เข้ามาขวางไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือคนที่มาด้วยกันกับเรด ชายหนุ่มหน้าขาวสวมชุดเกราะสีเขียว บัดนี้ได้ชักกระบี่ออกมาขวางการโจมตีของเบ้งตัดเอาไว้
“เ้าอาจจะไม่รู้จักข้ามากเท่าไหร่ แต่เ้าย่อมรู้จักพ่อของข้า!”ชายหนุ่มตวาดพร้อมกับบุกจู่โจมใส่เบ้งตัดอย่างหนักหน่วง
.....
การต่อสู้ดำเนินผ่านไป15 นาที เรด ก็จัดการกับสมาชิกกิลหมีดุจนหมดไม่เว้นแม้แต่โคล่า ในขณะนี้เขากำลังยืนมองการต่อสู้ระหว่างเบ้งตัดกับชายหนุ่มหน้าขาวอยู่
เคร้ง!เคร้ง! เคร้ง!
ฉัวะ!
อ๊ากกกก!
สุดท้ายเบ้งตัดก็พลาดท่าโดนกระบี่ของชายหนุ่มหน้าขาวฟันเข้าใส่เขาพยายามฝืนสกัดการโจมตีครั้งต่อไป แต่ชายหนุ่มยังคงว่องไวกว่าตัวเขามากทั้งคู่ต่อสู้กันต่ออีกหลายกระบวนท่า
เบ้งตัดนั้นใช้หอกแต่อีกฝ่ายใช้กระบี่ แถมยังช่ำชองการต่อสู้พอๆ กับตัวเขา เบ้งตัดจึงพยายามปลีกตัวออกเพื่อรักษาระยะห่างที่ได้เปรียบของหอกแต่อีกฝ่ายที่ยังหนุ่มกว่าแถมพลังลมปราณของอีกฝ่ายก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย ทำให้เขาไม่สามารถตามความเร็วของชายหนุ่มได้ทันชายหนุ่มสามารถพุ่งตัวเข้าประชิดเขาได้ทุกครั้ง การที่เขขาฝืนต่อสู้ทั้งๆ ที่าเ็ั้แ่แรกได้นานขนาดนี้ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้ว
ใช่แล้วเบ้งตัดาเ็ภายในเป็อาการาเ็ที่ไม่ได้รุนแรงแต่ว่าเป็อาการาเ็ที่น่ารำคาญเสียมากกว่าอาการาเ็ที่เขาได้รับจากมอนจีฝ่ามือที่มีพลังของความเย็นได้แทรกซึมเข้ามาในร่างกาย ถึงแม้ว่าจะผ่านมาแล้วหลายวันเขาก็ยังขจัดปราณธาตุหยินนี้ออกไปไม่หมดเมื่อมาต่อสู้กับคนที่มีฝีมือทัดเทียมกันจึงทำให้เขาตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบทันทีเพราะเขาไม่สามารถโคจรลมปราณได้ลื่นไหลเหมือนเวลาปกตินั่นเอง
“ดูท่าเ้าจะาเ็อยู่ก่อนแล้วสินะ” ชายหนุ่มหน้าขาวเอ่ยขึ้น
“เหอะ ข้าไม่คิดจะเอาเื่นั้นมาอ้างในความพ่ายแพ้หรอกนะนั่นไม่ใช่วิถีของนักรบ!” เบ้งตัดกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
“ถุย! อย่างเ้านะเหรออ้างวิถีของนักรบ เ้ามันก็แค่ไอ้คนกลอกกลิ้งที่ทรยศเ้านายของตัวเองเพื่อเอาตัวรอด วันนี้ข้าจะได้แก้แค้นให้กับท่านพ่อแล้วก็ตัวข้าเองแล้ว ย๊ากกกกก”ชายหนุ่มหน้าขาว พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น ประหนึ่งยังไงวันนี้ไม่เขาตายก็ต้องเป็เบ้งตัดที่ตาย
ฉึก!
อัก!
เมื่อชายหนุ่มหน้าขาวะเิพลังปราณออกมาด้วยความโกรธก็ฉวยจังหวะที่เบ้งตัดกำลังอึ้งกับคำพูดของชายหนุ่มแทงกระบี่ใส่เข้าที่หน้าอกเบ้งตัดเบิกตามองชายหนุ่มอย่างตกตะลึงพลางพูดว่า
“จ...เ้า...คือ...กวนเป๋ง!” เมื่อพูดจบก็ขาดใจตายใต้คมกระบี่ของชายหนุ่มหน้าขาวผู้มีนามว่า ‘กวนเป๋ง’
…..
“ทำไมถึงใช้เวลานานกว่าที่คิดล่ะ”
เรดที่เห็นการต่อสู้จบก็เดินเข้ามาหากวนเป๋งพร้อมกับกล่าวถาม
“ข้าต้องขอโทษด้วยนายท่าน!” กวนเป๋งคุกเข่าลงข้างหนึ่ง พร้อมกับยกมือคำนับ
“หึไม่ต้องขอโทษหรอกข้าแค่สงสัยว่าเบ้งตัดคนนั้นฝีมือดีขนาดนั้นเลยงั้นหรือ”
ตัวของเรดเองย่อมรู้ประวัติศาสตร์สามก๊กแล้วเขาที่เป็ถึงผู้เล่นที่ติดอันดับบอร์ดผู้เล่นที่มีเลเวลสูงสุดของทวีปตะวันออกโดยอยู่อันดับที่ 15 เขาย่อมเคยประมือกับคู่ต่อสู้เก่งๆ มามากมาย รวมทั้งNPC ในประวัติศาสตร์ด้วย
เรดย่อมทราบประวัติของเบ้งตัดเขาจึงไม่เข้าใจว่าถ้าเบ้งตัดมีฝีมือขนาดรับมือกับกวนเป๋งได้นานขนาดนี้ทำไมถึงต้องทรยศเ้านายเพื่อเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ แบบนั้นด้วย เบ้งตัดนั้นมียศเป็ขุนนางภูมิความรู้ย่อมมีมากกว่ากวนเป๋ง ความจริงแล้วจุดจบไม่น่าจะเป็แบบนี้
“เบ้งตัด ถึงจะเป็ขุนนางมาก่อน แต่่ชีวิตก่อนที่มันจะตายมันนับเป็ขุนพลคนหนึ่งที่ได้ดูแลเมืองซ้างหยงตัวข้าเป็เพียงบุตรของนักรบผู้ยิ่งใหญ่หาใช่ผู้ปกครองเมืองข้ายังคงอ่อนด้อยกว่าเขามากครับ ครั้งนี้ที่ข้าชนะได้เพราะตัวเขามีอาการาเ็แทรกซ้อนอยู่ก่อนหน้าครับ”กวนเป๋ง อธิบายอย่างตรงไปตรงมา ตัวเขาไม่โอ้อวดฝีมือแม้แต่เพียงนิดเดียว ทั้งๆที่พึ่งจะเอาชนะอีกฝ่ายมาได้
“สมกับเป็ลูกของคนผู้นั้น ตอบได้ซื่อตรงดี!” เรด เอ่ยชม
“ขอบคุณครับ นายท่าน”
.....
หลังจากที่เหตุการณ์ที่โรงเตี้ยมหมีดุเกิดขึ้นอีกครั้งซึ่งในครั้งนี้เป็การสูญเสียของกิลหมีดุที่ไม่มีวันกลับมาอีก เรดได้ติดป้ายประกาศยุบกิลหมีดุพร้อมกับอธิบายว่า
‘กิลัผงาดจะทำการถอนตัวออกจากเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวเพราะเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวอยู่ไกลจากสำนักงานใหญ่เกินไป ทางกิลัผงาดจะไม่โกรธเคืองถ้ากิลไหนสามารถตีเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวได้ก็สามารถไปได้เลยเพราะตอนนี้กำลังใกล้เข้าสู่่ของาจึงต้องเตรียมตัวทำาสิ่งที่เกิดขึ้นกับกิลหมีดุต่อไปในอนาคต จะไม่เกี่ยวกับกิลัผงาดอีกต่อไป ปล.สำหรับคนที่มีเื่กิลหมีดุใน่ที่ผ่านมาถ้าเห็นป้ายประกาศนี้จงรีบมาเอ่ยขอโทษที่กิลัผงาดแล้วกิลมังผงาดจะถือว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น’
กลุ่มของิและกุยแกกำลังยืนอ่านป้ายประกาศที่เรดติดเอาไว้กุยแกกำลังทำสีหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัยส่วนดาร์คเองก็มองป้ายประกาศพร้อมกับนิ่งเงียบแต่ก็แอบชำเลืองมองมาทางกุยแก
ิที่ไม่ได้สังเกตอาการของกุยแกกับดาร์คพออ่านป้ายจบก็กล่าวถามสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับป้ายทันที
“คุณกุยแกครับ คนผู้นั้นคือใครเหรอครับ สามารถสู้ตัวต่อตัวแล้วยังเอาชนะเบ้งตัดได้”
“อ๋อ....หนุ่มหน้าขาวนั้น น่าจะเป็ ‘กวนเป๋ง’ ”กุยแกตอบด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ได้สนใจในตัวกวนเป๋งมากนัก
“กวนเป๋ง! คนที่เป็ลูกของเทพเ้ากวนอูนั่นนะหรอ”อลาโน่ในฐานะชาวยุโรปที่บ้ากำลังภายในและชื่นชอบประวัติศาสตร์จีนเมื่อได้ยินสิ่งที่กุยแกพูดก็กล่าวออกมาเสียงดัง
*สาระน่ารู้ : ในอดีตตามประวัติศาสตร์กวนเป๋งถูกเรียกว่าลูกบุญธรรมของกวนอูแต่บางบทความก็วิเคราะห์ว่าเป็ลูกแท้ๆไม่ใช่ลูกบุญธรรม (ในเื่ LC นี้ไรท์แต่งให้เป็ลูกแท้ๆนะครับ) กวนอูและกวนเป๋งออกรบด้วยกันตลอดเวลา คนมักจะเห็นภาพของกวนอูหน้าแดงกวนเป๋งหน้าขาว และ จิวฉองหน้าดำ ยืนอยู่ข้างกันเสมอกวนอูและกวนเป๋งได้ออกรบด้วยกันครั้งสุดท้ายกับง่อก๊กสุดท้ายพลาดท่าโดนลิบองจับได้ทั้งคู่ซึ่งกวนอูได้ส่งข้อความหาเบ้งตัดที่รักษาการอยู่ที่เมืองซ้างหยงแต่เบ้งตัดกลับไม่ให้ความช่วยเหลือจึงทำให้ทั้งกวนอูและกวนเป๋งถูกซุนกวนสั่งปะาชีวิตไปพร้อมกัน
“เบาๆ หน่อยสิเว้ย นั่นมันก็แค่กวนเป๋ง ไม่ใช่กวนอูมาเองสักหน่อยแกจะใอะไรนักหนา” สมิท กล่าวอย่างรำคาญ
“พวกท่านเรียกว่าเทพเ้ากวนอูงั้นสินะแต่สำหรับข้าคนคนนั้นก็แค่ผู้ชายตัวใหญ่ที่มีใบหน้าแดงก่ำแต่จะว่าไปก็เป็คนที่ประมาทไม่ได้เสียทีเดียว”กุยแกพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ค่อยมั่นใจเป็ครั้งแรก
“พวกเราจะเอายังไงต่อ กิลหมีดุก็ยุบไปแล้วพวกเราเองก็ไม่จำเป็ต้องหลบซ่อนแล้วล่ะ” ดาร์คเอ่ยถามคนในกลุ่ม
“ข้าขอเสนอให้พวกท่านรีบออกไปเก็บเลเวลโดยไวอย่างน้อยใน่นี้กิลมังผงาดก็ไม่น่าจะส่งใครมาตามหาพวกท่านที่นี่ส่วนกิลหมีดุถึงจะตัดขาดจากกิลัผงาดแล้วแต่หัวหน้ายังคงเป็โคล่าแต่ข้าคิดว่าพวกท่านไม่ต้องกังวลเพราะโคล่าน่าจะยุบกิลทิ้งตามที่ป้ายประกาศนี้บอกอย่างแน่นอน”กุยแก ให้คำแนะนำกับคนในกลุ่มด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“ฉันเห็นด้วย เพราะตัวฉันเองก็้าเก็บเลเวลอย่างเร่งด่วน” ดาร์คกล่าว
หลังจากที่ทั้งกลุ่มตกลงกันเรียบร้อยว่าจะเก็บเลเวลต่างก็พากันออกไปเก็บเลเวลรอบเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวส่วนกุยแกได้ขอตัวไปทำธุระอะไรบางอย่าง
…..
ในมุมมืดข้างอาคารเกิดใหม่ของเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว
บุรุษที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็รูปร่างสูงใหญ่ กำลังยืนผิงกำแพงอยู่ในซอกของอาคารนั้น ขณะนี้ใบหน้าของเขาที่ดูน่ากลัวกับกำลังมีน้ำตาไหลอาบสองแก้มสีหน้าอันเ็ปที่บ่งบอกว่าสูญเสียสิ่งสำคัญไปนั้นเมื่อมองดูก็ชวนให้รู้สึกหดหู่ตามไปด้วย
‘เราทำอะไรลงไป มันไม่น่าจะเป็แบบนี้ ไม่น่าจะเป็แบบนี้!’ เขาบ่นพึมพำซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับคนเสียสติ
หลังจากที่เขาสะอื้นร้องไห้พร้อมกับบ่นพึมพำไปมาอยู่สักพักเขาก็เริ่มได้สติกลับมาเพียงแต่ว่าเป็สติที่กลับมาครั้งนี้อาจพาไปสู่หนทางที่ยากลำบากและแย่ยิ่งกว่าเก่า
‘เราจะต้องแก้แค้น ต้องแก้แค้นไอ้พวกบ้านั่น แก้แค้นไอมอนจีกับปรางจีแล้วก็ต้องแก้แค้นกิลมังผงาด เราขอสาบาน!’
โคล่าได้เอ่ยสาบานพร้อมกับเดินจากไป เขาจากไปพร้อมกับ NPC ในตำนานของสามก๊กคนหนึ่งที่ในประวัติศาสตร์นั้นมีชีวิตอยู่ยืนยาวจนเกือบหมดยุคสามก๊ก แต่ทว่าชีวิตใหม่ที่เขาได้รับในครั้งนี้กลับสั้นนักเพราะในเวลานี้ ‘เบ้งตัด’ ได้จากเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจว และจากเกม LC ไปแล้ว โดยที่ไม่มีโอกาสหวนกลับมาอีกไม่ว่าจะเป็เมืองแห่งนี้หรือโลกแห่งนี้.....