ทั้งสามคนขึ้นเรือเหาะ ไปโดยมีพี่จิมมี่ เป็คนคอยบังคับเรือเหาะให้ ใช้เวลาไม่กีนาทีก็มองเห็น เทือกเขาที่มีรูปร่างคล้ายันอนหลับ มีด้านหัวมีรูปร่างคล้ายเศียรั ส่วนเทือกเขาด้านท้ายคล้ายหางั แต่ว่าถัดไปจากส่วนหัวัเป็รูปกรวยคว่ำเป็ลักษณะูเาไฟ และตรงกลางลำตัว และท้าย ก็เป็ูเาไฟเช่นกัน ที่่บนปากูเาไฟยังมีหิมะปกคลุม อยู่ แต่ก็เริ่มละลายลงทุกๆ วัน เรือเหาะมาจอดที่หน้ากองบัญชาการทหาร โดยมีลอร์ดพาควินเป็หัวหน้าทีม
มี แม่ทัพใหญ่หวังอี้ พ่อของ หวังอู่ เป็ผู้ช่วยในการปฏิบัติการครั้งนี้
เฟยหลงเมื่อมาถึง ก็ถูกพาไปพบกับ ท่านลอร์ดพาควินทันที
“ คำนับท่านลอร์ดพาควิน”
“ เ้าคือเจียงเฟยหลง?”
“ ขอรับ”
“ อืม ดี อาจารย์ฉางคง บอกว่า เ้าสามารถประดิษฐ หุ่นสำรวจ ในแมกมาได้แล้วขอข้าชมดูหน่อย”
เฟยหลงนำ หุ่นสำรวจออกมาตั้ง กลางห้อง มันมีขนาด 1 เมตร คล้ายจรวด สีเงินมีทองคำคาดประดับเอาไว้ มีอักขระเขียนเอาไว้ตรงแผ่นทองคำ ติดอยู่รอบๆ ยานสำรวจ
“ นี่คืนยานสำรวจแมกมา มันจะมีกล้องเอกซเรย์ฝังอยู่ด้านในทั้งหมอด 12 ตัว โดยรอบ ตัวยานเป็คาร์บอนด์ไฟเบอร์ ส่วนรอบนอกเคลือด้วยแผ่นสะท้อนความร้อน โบลีนัมอัลลอย วัสดุภายใน เคลือบด้วยผงแซฟไฟร์กันความร้อน ทำให้อุณหภูมิ เหลืออยู่ในยานไม่เกิน 30 องศาซี ส่วนการขับเคลื่อนใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อน มีแบตเตอรี่ลิเธียม ใช้งานได้ 10 วัน ภาพจากกล้องจะส่งออกมาทางจอเออาร์ สามมิติเครื่องนี” เฟยหลงหยิบตัวฉายสัญญาณเท่าฝ่ามือ มาวางบนโต๊ะ แล้วปล่อยภาพออกไปกลายภาพโฮโลแกรม สามมิติต่อหน้าทุก ๆ คน ทุกคนที่เข้าประชุมล้วนพยักหน้าอย่างชื่นชม
“ เป็ยังไงบ้าง ท่านอาจารย์ โฟรตอน”
“ ก็ได้มาตราฐานดี แต่ว่าต้องขอเข้าไปในแมกมา เพราะดูจากวัสดุ น่าจะใช้งานได้ดีกว่า ของพวกเรา"
" เฟยหลง เ้าส่งไปสำรวจเลย เพราะว่าตอนนี้อุณหภูมิมันเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หากเป็เช่นนี้ ไม่เกิน 1 เดือนคงได้ะเิแน่ ข้าอยากรู้สาเหตุแน่ชัดว่ามันเกิดจากอะไร”
“ ขอรับ ท่านลอร์ด”
เฟยหลง นำหุ่นอัสนีสายฟ้าออกมา แล้ว หิ้วยานสำรวจลงไปในปากปล่องูเาไฟ ทุกคนมอง ภานโฮโลแกรม ระหว่างทาง ที่ ทั้งสองเคลื่อนตัวไป
พอลงไปในปล่องูเาไฟ ก็ลงไปลึกกว่า 200 เมตรก็พบกับลาวา หุ่นทั้งสองก็ดำลงไปในลาวา จนทะลุลาวาไปอีกร้อยกว่าเมตร จนถึงหินหนืดที่เรียกว่า แมกมา ความร้อนเพิ่มขึ้นอีก สามเท่า แต่หุ่นทั้งสองก็ยังไม่เป็อะไร
“ ให้หุ่นสำรวจเดินทางไปทางสำรวจหัวัก่อน”
เฟยหลงสั่งการตามที่ท่านลอร์ดพาควินบอก ส่วนหุ่นอัสนีนั้น ศิลานักปราชญ์บอกให้ไปอีกทาง ซึ่งทางนั้นมีแก่นหินอัคคีอยู่ หลายสิบก้อน จึงให้นำกลับมาให้หมด
จากนั้นค่อยตาม ยานสำรวจไป จนไปถึงส่วนหัวั ก็พบว่า หินแปลกประหลาด
มีลักษณะคล้ายหัวคนแต่ใหญ่มาก มีดวงตาสามตา ไม่เห็นจมูก เพราะถูกหินแมกมา จมเอาไว้ แต่พลังงานคลื่นความร้อนตรงนี้มีมากที่สุด
“ นี่มันคือตัวอะไร” ลอร์ดพาควินเอ่ยถามท่านอาจารย์โฟรตอน
“ มันคล้ายมนุษย์เหมือนกัน ต้องขอตรวจสอบดูก่อน” อาจารย์โฟรตอนเปิดเข้าคอมนำเอาภาพไปสแกนลงในคอมพิวเตอร์ แล้ว มันก็เด้งขึ้นมาทันทีว่า
“ ปีศาจแมกมาหมื่นปี ว่ากันว่า ทุกๆ หมื่นปี มันจะตื่นขึ้นมา จากนั้นมันจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง รอบๆ ตัวมันจนหมด”
“ ปีศาจแมกมาหมื่นปี มันกำลังจะตื่นรึ?”
“ ใช้แล้ว คลื่นความร้อนที่มันปล่อยออกมา มีบันทึกเช่นนี้ในตำราประวัติศาสตร์ของดินแดนทวีปใต้ของเรา”
“ ไม่มีทางกำจัดมันเลยหรือ”
“ ข้าเองก็ไม่รู้ คงต้องขอความช่วยเหลือจากจ้าวดวงดาวกางเขนแล้ว”
อาจารย์โฟรตอนก็หาวิธีจัดการปีศาจแมกมาไม่ได้
“ เหลือเวลาอีกนานไหม”
“ หากว่าน้ำแข็งปากปล่องูเาไฟหมดไป แมกมาใต้ดินก็จะปะทุออกมา ปีศาจแมกมา ก็คงออกมาทำลายล้างบ้านเมืองทวีปใต้เป็แน่” อาจารย์โฟรตอนกล่าวอย่างหวาดกลัวเช่นกัน
“ เื่นี้ข้าต้องรีบแจ้ง องค์จักรพรรดิโดยด่วน เฟยหลงพวกเ้ารีบหนีไปจากที่นี่เสีย ไปบอกเพื่อนๆ และอาจารย์ของเ้าด้วย” ลอร์ดพาควินรีบกลับวังหลวงทันที
เฟยหลงก็รีบออกมาตามหา ซู่ติง กับ เจิ้นหนาน และจิมมี่ พบว่ายังรออยู่ไม่ได้ไปไหน
“ พวกเรารีบกลับกันก่อน ด้านในมีปีศาจแมกมาหมื่นปี มันกำลังจะตื่นขึ้นมา พวกเราไม่มีทางสู้มันได้แน่ ท่านอาจารย์โฟรตอนบอกว่า ยังไม่มีวิธีจัดการกับมัน ท่านลอร์ดพาควินกำลังไปรายงานจักรพรรดิแล้ว”
“ ถ้าเช่นนั้นพวกเรากลับสำนักกันก่อน”
“ ข้าเองก็ต้องไปตามพี่ใหญ่ก่อน”
เฟยหลงมองไปที่ปากปล่องูเาไฟ ยังพบว่ามีน้ำแข็งเกาะอยู่ เลยบอกว่า
“ ยังพอมีเวลา ซู่ติงกับ จิมมี่ กลับสำนักไปแจ้งอาจารย์ก่อน แล้วข้าค่อยตามไปทีหลัง” เฟยหลงปล่อยให้เ้าหุ่นสำรวจอยู่เฝ้าเอาไว้ไม่ต้องออกมา ส่วนเ้าหุ่นอัสนีให้กลับออกมาก่อน ไม่นานหุ่นอัสนีก็มาถึง
“ เ้าติดต่อไปหาพี่ใหญ่เ้าได้ไหม?”
เจิ้นหนานใช้โทรศัพท์มือถือ ติดต่อไปที่อี้เชียนไม่นานก็รับสาย
“ พี่ใหญ่ รู้ข่าวหรือยังว่าในูเาไฟมีปีศาจแมกมาั์กำลังจะตื่นขึ้น พวกเราต้องหนีกันแล้ว”
“ รู้แล้ว พี่กำลังกลับเข้าเมืองไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ เพื่ออพยพออกจากเมืองหลวงเ้าก็ตามไปบ้านกับพี่ด้วย” อี้เชียนส่งเสียงตามสายมา
เฟยหลงก็คิดว่า ถ้าเช่นนั้นเขาต้องรีบกลับไปเตือนพ่อของเขาบ้างดีกว่าน่าเสียดายที่เขาไม่เคยใช้โทรศัพท์มือถือเลย มิเช่นนั้น คงได้ติดต่อกับพ่อของเขาได้
“ศิษย์พี่ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวกลับเมืองหลวงไปหาท่านพ่อ พวกเราแยกกันตรงนี้เลย”
ในทันใดนั้นเอง บนท้องฟ้ากลับมียานอวกาศลำใหญ่สีเงิน เป็วงกลม เคลื่อนตัวมาอยู่เหนือท้องฟ้า แล้วก็ปล่อยแสงสว่างเป็วงกลมลงมา ที่พื้นดิน มีชายหนุ่มยืนอยูด้านหน้าแต่งกายชุดนักรบสีทอง ด้านหลังมีชายชุดดำอีก สิบคนเดินตามติด
ด้านข้างมีชายชราผมขาว แต่งชุดสีเทาถือไม้เท้ามีสีดำยืนเคียงข้าง
“ ท่านราชครู ท่านแน่ใจนะว่า เ้าปีศาจูเาไฟอยู่ในนี้”
“ เรียนรัชทายาท ไม่ผิดแน่นอน เข็มทิศหาสมบัติ บอกอย่างแน่ชัด อัญมณีบุษราคัม อยู่กับมันอย่างแน่นอน”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ส่งคนไปนำมันขึ้นมาเลยได้ไหม”
“ มิได้ ต้องรออีกสามวัน หากมันจำศีลอยู่พลังของอัญมณีก็จะไม่สมบูรณ์”
“ถ้าเช่นนั้น เราก็กลับไปพักผ่อนที่ยานก่อน รอเวลาให้มันตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แล้วค่อยจัดการกับมัน”
ทันใดนั้นองค์ชายเบต้าและ อี้เชี่ยนก็ออกมาจากเทือกเขาเพื่อจะไปที่เมืองหลวงทายาททวีปเหนือ เห็นอี้เชี่ยนงดงาม จึงมอง ด้วยความด้วยความสนใจ
จนองค์ชายเบต้า เดินออกมาขวางหน้าแล้วองค์รักษ์คนสนิทเลยส่งเสียงคำรามออกไปว่า
“ เ้าเป็ใครกัน กล้าบังอาจมองคู่หมั้น ขององค์ชายเบต้า ด้วยสายตาชั่วช้าเช่นนี้”
“ เฮอะ เป็แค่ไพร่ กล้าพูดเช่นนี้กับองค์รัชทายาทต้วนไห่ จากทวีปเหนือรึ?” องค์รักษ์ชุดดำเอ่ยจบ ก็สะบัดมือมาแต่ไกล ร่างขององครักษ์ขององค์ชายเบต้า ถูกกระแทกร่างกลายเป็ฝุ่นไปในทันที
“นี่มันพลังจ้าวจักรวาลระดับ 3” เสียงฝูงชนที่ตามออกมาดูเอ่ยขึ้นอย่างใ
องค์ชายเบต้า มีพลังแค่จ้าวจักรวาลระดับ 2 ถึงกับเสียอาการไปในทันที
“ ข้ามองหน้าคู่หมั้นของเ้า เพราะว่าข้าเห็นนางสวยดี หากว่าข้าคิดเอานางมาเป็นางบำเรอ เ้าจะทำอะไรข้าได้ “
องค์ชายเบต้าได้แต่กำหมัดแน่น ไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว แต่เฟยหลงกลับไม่เป็เช่นนั้น เดินออกไปยืนขวางหน้า อี้เชี่ยนที่กำลังตระหนก ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ
“ ไอ้หน้าด้าน” เฟยหลงกล่าวออกไป พร้อมกับมองหน้า องค์รัชทายาทต้วนไห่ที่ใสุดขีด ไม่คิดว่า เด็กอายุ 15 กลับเดินออกมาด่าเขาเช่นนี้ องค์รักษ์ชุดดำ ถึงกับขึ้นกำลังจะจู่โจม แต่ องค์รัชทายาทยกมือห้ามไว้
“ ไอ้หนู แกเป็ใคร มาเกี่ยวข้องอะไรกับนางด้วย แอบชอบนางอีกคนหรือ?”
รัชทายาทมองเฟยหลงด้วยความสงสัย แต่ ราชครูกลับมองเฟยหลง ด้วยดวงตามีประกายวาบ เหมือนกับว่า เจอของสำคัญบางอย่างในตัวเฟยหลง
“ ข้าคือศิษย์พี่ของนาง พวกเ้าทั้งหลายก็ล้วนแต่เกิดมาจากท้องสตรี ทุกคนเหตุใดถึงไม่รู้จักเคารพเพศแม่ของพวกเ้า พูดจาดูิ่เช่นนี้ หรือว่าพวกเ้าคลอดมาจากกระบอกไม้ไผ่”
“ ไอ้บ้านี้ จัดการมันซะ” องค์รัชทายาททนเฟยหลงด่าไม่ไหว สั่งองค์รักษ์ทันที
คนที่สังหารองค์รักษ์ไป ทำท่าจะสะบัดฝ่ามือ ใส่เฟยหลงอีกครั้ง
แต่ว่าเฟยหลงจ้องเข้าไปในตาของมัน ทันใดนั้น องครักษ์ชุดดำ ก็สะบัดมือใส่อากาศแล้วหัวร่อออกมาคนเดียว แล้วมองไปที่พื้นแล้วพูดอยู่คนเดียวว่า
“ ฮ่า ฮ่า เ้าหนูน้อยเ้าแค่กบในกะลา จะมาสู้อะไรกับข้าได้” ทุกคนต่างงงเป็ไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าองครักษ์ชุดคนนี้เป็อะไร ทำไมถึงได้กระแทกพลังใส่พื้น แล้วพูดอยู่คนเดียว เฟยหลงเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ แล้วฟาดด้วยฝ่ามือเข้าไปที่กกหู หัวทิ่มปักไปที่พื้น แล้วเฟยหลงก็เตะเข้าที่กลางลำตัว กระเด็นกลับไปไกล หลับไปไม่รู้เื่อีก เพื่อนอีกเก้าคนที่เหลือรีบประคองอย่างทุลักทุเล
“ แก…รุมฆ่ามันให้ได้” รัชทายาทต้วนไห่โมโหยิ่งนัก
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของลอร์ดพาควินส่งเสียงออกมาว่า
“ หยุดก่อน นี่มันเื่อะไรกัน”
เฟยหลงไม่พูดอะไร แล้วก็มีกองทหารหุ่นยนต์ั์ติดตั้งขีปนาวุธ มากมายนับพัน มีชายกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากเรือเหาะลำใหญ่โต แต่งชุดเครื่องทรงจักรพรรดิเดินลงมายังพื้นดิน
“ คำนับท่านจักรพรรดิเซาท์ซิตี้” ทุกคนคำนับยกเว้นคนของทวีปเหนือ
“ ข้ารัชทายาทต้วนไห่ จากทวีปเหนือ คำนับท่านจักรพรรดิ”
“ พวกเราสามทวีปไม่เคยข้องเกี่ยวกัน พวกเ้าขนกองกำลังมาเช่นนี้ มีจุดประสงค์สิ่งใด”
“ บอกตามตรง พวกเราผ่านมาเห็นมีูเาไฟใกล้จะะเิ ก็เลยลองแวะมาดูเผื่อจะมีโอกาสช่วยอะไรได้บ้าง”
“ นำยานรบมาจอดเหนือน่านฟ้า ใกล้เมืองหลวงของข้า มันเกินไม่ใช่แค่แวะมาดูแล้ว เ้ากลับไปซะ อย่าให้ข้าเห็นอีก มิเช่นนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“ ต้องขออภัยที่นำยานมาจอดเช่นนี้ แต่ถ้าพวกท่านไม่คิดให้พวกเราช่วยเหลือ พวกเราก็คงต้องขอลาก่อน”
รัชทายาท เห็นกองกำลังของ จักรพรรดิ ถึงกับต้องถอนกำลังออกไปอย่างเร็ว
“ ท่านราชครูทำยังไงดี จักรพรรดิเซาท์ซิตี้ ลงมาเองเช่นนี้ พวกเราเห็นทีจะลำบากแน่”
“ ไม่ต้องห่วง พอูเาไฟะเิพร้อมกันสามลูก จะเกิดโกลาหลใหญ่ เ้าปีศาจั์ ก็ต้องโผล่ขึ้นมาอีก เอาไว้พวกเราลงมือตอนนั้นก็ยังไม่สาย"
ราชครูเฝิงจ้านเอ่ย เสร็จทั้งสองก็บินหายไปลับตา เป็การชั่วคราว เพื่อรอเวลา
จักรพรรดินำกองกำลังมาถึง ก็มาถึงกองบัญชาการ ด้านขวามีรัชทายาทอัลฟ่ายืนประกบอยู่
“ ถวายบังคมเสด็จพ่อ”
“ ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ” อี้เชี่ยนกับเจิ้นหนาน ทำความเคารพพร้อมกัน เพราะที่ด้านหน้ามีพ่อของทั้งสอง ยืนอารักษา จักรพรรดิอยู่ด้วย
“ ตามสบายทุกคน”
“ เสด็จพ่อทำไมพวกเราไม่อพยพ กันไปก่อนล่ะ แล้วเสด็จพ่อมาแบบนี้มิเป็เื่เสี่ยงไปหรือพระเ้าค่ะ” องค์ชายเบต้า แสดงท่านทีเป็ห่วงจักรพรรดิเต็มที่
“ ไม่ต้องห่วง ข้าส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือ จากจ้าวดวงดาวกางเขนแล้ว
พวกเขากำลังจะมาถึงภายในสองวันนี้ ข้าเองอยู่แต่ในวังหลวง รู้สึกเป็กังวลเลยมาอยู่ที่นี่ดูเหตุการณ์ดีกว่า ลอร์ดพาควิน เ้าส่งข่าวประชาชนใกล้เคียงและในเมืองหลวง ให้ย้ายออกจากแนว ูเาไฟะเิกันไปก่อน ไว้สงบเมื่อไรค่อยกลับมา”
“ เื่ประกาศเตือนนั้น หม่อมฉันส่งข่าวไปแล้ว พระองค์ไม่ต้องทรงกังวล”
“ ดีแล้ว ว่าแต่เด็กสาวคนนี้ใช่ไหม ว่าที่ ชายาขององค์ชายเบต้า ท่านหัวหน้าองครักษ์สื่อ”
“ ใช่แล้ว นี่คือ อี้เชี่ยนบุตรีของหม่อมฉันเอง”
“ อืม ไม่เลว เหมาะสมกันยิ่งนัก เสร็จจากงานนี้ ก็จัดให้พวกเขารีบแต่งกันไปเลย”
“ ขอบพระทัยฝ่าายิ่งนัก”
เจิ้นหนานลอบมองพี่ใหญ่ของตนที่แสดงสีหน้านิ่งเฉยไม่พูดอะไรออกมา จึงได้แต่สงสารศิษย์พี่เฟยหลงที่มีใจให้ พี่สาวของตนเองแต่เพียงฝ่ายเดียว
เฟยหลงนั้นไม่ได้เข้าไป ในกองบัญชาการ แต่รีบเดินทางกลับบ้านเพื่อแจ้งข่าวให้พ่อของเขาทราบว่า อีกไม่นานจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น แต่ออกมาเดินทางไม่นานก็มีชายผู้หนึ่งยืนขวางหน้าเอาไว้ ในมือถือ เข็มทิศตามหาสมบัติซึ่งมันหมุนกระดิกไม่หยุด
“ ไอ้หนูจะรีบไปไหน?” เป็เสียงของราชครู เฝิงจ้านนี่เอง
“ เ้า้าอะไร?”
“ หัวใจเทพเ้า มีค่ามากเกินไปที่จะอยู่กับเ้า ยอมรับชะตากรรมเสียเถอะ มีคนที่เหมาะสมกว่าที่จะได้ใช้ หัวใจเทพเ้าดวงนี้ อย่าหาว่าข้าโหดร้าย ต้องโทษที่เ้าเกิดมาโชคร้ายเอง” ราชครูเฝิงจ้านเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ แกคิดว่าแกจะเอาหัวใจข้าไปได้รึ?”
เฟยหลงมองพลังของราชครูเฝิงจ้านไม่ออก ว่ามันมีพลังระดับใด
เลยเรียกหุ่นยนต์พิทักษ์ออกมาทั้งหมด พร้อมกับ หุ่นเ้าเหมียวน้อยอีกด้วย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดหรือว่าหุ่นกระป๋องพวกนี้ จะทำอะไร จ้าวจักรวาล ระดับที่ 10 เช่นข้าได้”
“ จ้าวจักรวาลระดับสิบ เชียวรึ?”......