แพทเทิร์นที่ 1 : เริ่มภาพร่าง ด้วยดินสอเปราะ
Park - Hyejin Part :
่ดึก
ณ งานอาฟเตอร์ปาร์ตี้
“ขอเสียงให้กับคัง-แจบอม รุ่นพี่ของพวกเราที่ประสบความสำเร็จกับแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ด้วยครับ!”
“สุดยอดเลยพี่แจบอม!” “งานวันนี้เริ่ดมากค่า!” “ปีหน้าขอแบบนี้อีกน้า!” “นายแบบหล่อมาก!” ผู้คนต่างพูดแสดงความยินดีพร้อมกับส่งเสียงให้กับพี่แจบอม รุ่นพี่ในสาขา ด้วยเหตุผลที่ในปีนี้เขาได้ทำโปรเจคจบด้วยการทำแฟชั่นโชว์ที่ได้ผลตอบรับดีมาก ๆ
“แกมายืนหงอยอยู่อะไรตรงนี้คนเดียวเนี่ย ไม่ไปสนุกด้วยกันตรงนั้นล่ะ” เยนา เพื่อนของฉันเดินเข้ามาแซวฉันที่ยืนอยู่ห่าง ๆ
“ไม่อยากเข้าไปอะ อารมณ์ฉันอยู่ใน่ที่ไม่อยากเข้าไปยินดีอะไรกับใคร”
“แกเลิกคิดมากได้แล้วหน่า พี่เขาไม่เลือกเราเข้าไปช่วยงานก็ไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่”
“แกคิดว่ามันง่ายมากนักหรอ!!” ฉันหันไปขึ้นเสียงใส่เยนา จนยัยนั่นหน้าเหวอไป
“งานแบบนี้มันก็ต้องเลือกคนที่ผลประโยชน์อยู่แล้วไหมอะแก”
“ฉันไม่อะไรหรอกนะ ถ้ามีคนที่เก่ง ๆ แย่งตำแหน่งฉันไปได้อะ แต่อีตานั่น…มันก็แค่เอาผู้ชายมาล่อพี่แจบอมเท่านั้นแหละ”
*เพลัง!!
สิ้นสุดที่ฉันพูดจบ ฉันก็วางแก้วไวน์ในมือลงด้วยความโมโห แล้วเดินออกมาจากงาน ถ้าไม่ใช่แก กับแฟนของแก อีกดาวเด่นในคืนนี้ต้องเป็ฉันแน่!! ต่อไปนี้แกได้เจอดีกับฉันแน่…ฮันอีอัน
Han - Yi-an Part :
“อีอัน พี่ต้องขอบคุณเราจริง ๆ อีกครั้งนึงนะ ที่มาช่วยงานปีนี้ของพี่อะ”
“ไม่เป็อะไรหรอกครับ เอาจริง ๆ งานของรุ่นพี่ก็ดีอยู่แล้วล่ะ ผมแค่ช่วยนิดหน่อยเอง” ผมตอบกลับรุ่นพี่คัง หลังจากที่ผมโดนดึงเข้ามาในวงปาร์ตี้ ซึ่งผมก็แอบทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
“จะไม่เป็อะไรได้ไงล่ะ ก็นอกจากเื่เสื้อผ้า ก็เื่นายแบบอีกนั่นแหละที่น้องช่วยพี่ นั่นไง พูดถึงก็มาพอดีเลย ขอเสียงให้คุณอูมินฮยอก นายแบบของเราในคืนนี้หน่อยครับ!!!” รุ่นพี่คังพูดขอบคุณผมอีกครั้ง ก่อนจะหันไปแนะนำมินฮยอกให้ทุกคนได้รู้จัก ซึ่งเขาก็ยิ้มตอบรับและทักทายทุกคนที่ส่งเสียงทักทายเขา ซึ่งเมื่อเห็นภาพแบบนั้นแล้ว ผมจึงค่อย ๆ เดินออกมานั่งที่โซฟา
“ทำหน้าให้มันเอนจอยหน่อยได้ไหมอะ หน้าตาดูเบื่อโลกมากนะ” ทันทีที่นั่งลง ดามี เพื่อนสาวคนสนิทของผมก็เอ่ยถามทันที คงเพราะจะด้วยหน้าตาที่ไม่ได้รู้สึกคล้อยไปกับงานแสดงออกมาอย่างชัดเจน
“ไม่ชอบอะไรที่มันคนเยอะแบบนี้เลยแหะ”
“ฝืนหน่อยสิ ทำงานแบบนี้มันก็ต้องเจอคน เจอสังคมเป็ธรรมดาอยู่แล้วไหม”
“เยอะไปก็ไม่ดีไหมล่ะ ถ้าเทียบกับจูโฮ…ตานั่นดูรำคาญน้อยกว่าเยอะเลย”
“เห้ย! อยู่ดี ๆ มาว่าผมได้ยังไงเนี่ย ผมนั่งกินข้าวอยู่เฉย ๆ แล้วนะครับกัปตัน” จูโฮ เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มของผมรีบแย้งขึ้นมาทันควัน หลังจากที่ผมเอ่ยถึงเขา
“ก็มันจริงนี่ แล้วนี่กินไปกี่จานแล้วนายอะ ไม่คิดจะดื่มบ้างรึไง” ผมเอ่ยถามเขาอีกครั้ง
“ไม่อะครับกัปตัน พอดีเป็พวกเอนจอยกับของกินมากกว่า แต่แฟนกัปตันดูท่าจะเอนจอยกับผู้คนผิดจากกัปตันอีกนะ ดูสิครับ…ยิ้มร่าเชียว”
“นั่นสิ…จะว่าไป ฉันเองก็ในะ ตอนที่รู้ว่านายกับอูมินฮยอกเป็แฟนกันอะ ไปคบกันมาตอนไหนนิ” ดามีพูดต่อหลังจากสิ้นประโยคของจูโฮ พร้อมกับหันมาถามผมด้วยสีหน้าสงสัย
“หน้าหนาวที่แล้วน่ะ หกเดือนได้แล้วมั้ง”
“หกเดือน อย่าบอกนะ…ตอนที่แกไปเที่ยวทะเลครั้งนั้นอะ เพื่อนเรานี่ร้ายนะเนี่ยจูโฮ”
“ร้ายตรงไหน ก็จีบกันปกติ แต่ดูเหมือนเขาจะชอบผู้คนมากกว่าฉันซะอีกนะ” ผมพูดพลางเอาแก้วไวน์ชี้ไปทางเขาก่อนจะยกดื่ม
“น้อยใจว่างั้น มีอะไรก็พูดกันตรง ๆ สิ เก็บไว้ก็อึดอัดเปล่า ๆ”
“คุณอีดามีครับ ถ้ากัปตันเป็คนพูดง่ายขนาดนั้น เขาคงไม่มานั่งคิดมากอะไรแบบนี้หรอก”
“ไม่ไปสนุกกันหรอ มานั่งคุยอะไรกันอยู่เนี่ยทั้งสามคน” มินฮยอกเดินเข้ามาทักพวกผมสามคน หลังจากที่เขากลับมาจากเจอทุกคนที่กลางงาน
“งานของพวกรุ่นพี่ พวกหนูไม่อยากไปกวนหรอกค่ะ”
“อ๋อ…เราคืออีดามี ส่วนนายคือจองจูโฮ…ใช่ไหม? ยินดีที่ได้รู้จักนะ พี่ชื่ออูมินฮยอกนะครับ” มินฮยอกหันไปถามทั้งสองคน และกล่าวแนะนำตัวเอง
“พี่ไม่ต้องแนะนำตัวเองหรอกครับ ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้จักพี่กันทั้งนั้นน่ะ คอลเลคชั่นชุดว่ายน้ำที่เพิ่งปล่อย กระแสดีขนาดจะตาย”
“นายไปหาดูมาจากไหนเนี่ย ฉันยังไม่เห็นรู้เลย พี่ครับ…ไปถ่ายมาตอนไหนอะ” ผมรีบถามมินฮยอกหลังจากที่จูโฮฝอยอยู่ยาว
“ก็…เดือนกว่า ๆ แล้วอะ พี่ไม่อยากบอกเราด้วย กลัวเราไม่ให้ไปถ่าย แต่กระแสก็ดีนะ…ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย” มินฮยอกมีสีหน้าไม่ดีนักหลังจากที่ถูกพูดถึงงานชิ้นนั้น
“ถ้างั้นก็ดีครับ”
“ว่าแต่คืนนี้พี่มินฮยอกมีที่นอนรึยังหรอคะ??” ดามีถามด้วยสีหน้าแอบลุ้น ซึ่งผมกับมินฮยอกก็หันมามองหน้ากัน ก่อนจะต่างฝ่ายต่างยกแก้วของตัวเอง
หน้าคอนโดของอีอัน
“จะไม่ให้ขึ้นไปนอนด้วยจริง ๆ หรอ พรุ่งนี้พี่มีงานั้แ่เช้าเลยนะ” มินฮยอกบอกกับผมด้วยสายตาที่เว้าวอน
“ตอนนี้ยังไม่เที่ยงคืนเลยครับ กลับไปนอนที่ห้องก็น่าจะทันนะ แถมสตูที่พี่ต้องไปถ่ายงานวันพรุ่งนี้ก็ไกลจากห้องผมเยอะเลย กลับห้องตัวเองน่ะ…ถูกแล้วครับ” ผมพูดโดยใช้เหตุผลอธิบาย เพื่อ้าให้มินฮยอกเลิกตื้อ
“พรุ่งนี้พี่ตื่นเช้าเอาก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องให้กลับเลย”
“คุณมินฮยอกครับ ผมพูดชัดเจนแล้วนะ” ผมตอบกลับด้วยโทนเสียงนิ่ง ๆ
“อีอัน…เราคบกันมาจะครึ่งปีแล้วนะ! ทำไมเรายังนอนด้วยกันไม่ได้อีกล่ะ นี่มันก็นานมากแล้วนะ สำหรับคนที่เป็แฟนกันอะ”
“ผมขอเวลาอีกหน่อยนะ”
“นี่มันหกเดือนแล้วนะ ร้อยแปดสิบวัน คุณฮันอีอันรู้จักสิ่งนี้ไหมครับ…ยาวนานอะ”
“ผมรู้ว่าพี่รู้สึกยังไงนะ แต่ผมก็ว่ามันยังเร็วไปอะ”
“อีอัน…เรามีอะไรปิดบังพี่รึเปล่าอะ หรือว่าเรามีใครอยู่กันแน่!?” มินฮยอกพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจ ในสิ่งที่เขา้าจะสื่อออกมา
“ไว้ถึงเวลา…ผมจะบอกทุกอย่างเองนะ” ผมพูดบอกเขาบอกกับที่เรามองตาด้วยกันอยู่สักพัก
“*ถอนหายใจ โอเค…พี่เข้าใจแล้วล่ะ งั้นพี่กลับก่อนนะละกัน” เขาทำหน้าหงอยหลังจากที่พูดบอก
“ครับ ถ้าถึงแล้วบอกด้วยล่ะ” ผมโบกมือลาหลังจากที่มินฮยอกได้ขึ้นรถแท็กซี่ไป
*เสียงปิดประตูรถ
“คุณหนูน่าจะเรียกให้ผมมาจัดการนะครับ เขาจะได้ไม่อยู่ขวางแบบนี้”
“เก็บแรงไว้ทำเื่สำคัญเถอะครับพ่อบ้านจิน ผมก็รีบไล่ให้เขากลับไปอยู่นี่ไง ใแทบตายตอนเห็นรถของที่บ้านมาจอด” ผมหันไปตอบพ่อบ้านจินที่เดินเข้ามาหาผมที่หน้าคอนโด ซึ่งเขาก็คือคนที่คอยเป็คนส่งข่าวระหว่างผมกับที่บ้าน
“คุณท่านไม่พอใจมากนะครับ ที่คุณหนูเปลี่ยนเบอร์ติดต่อ”
“ก็โดนแทร็คกิ้งขนาดนั้น ใครจะไปทนไหวล่ะครับ เล่นซะคนใช้ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เลยนะ” ผมพูดพลางยืนกอดอกด้วยความไม่พอใจ
“คุณหนูก็แจ้งมาทางผมก็ได้นี่ครับ นี่ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเบอร์เฉย ๆ นะครับ แต่เปลี่ยนไปใช่ค่ายของคู่แข่ง มันเหมือนกับการตบหน้าคุณท่านเลยนะครับ” พ่อบ้านจินอธิบายด้วยท่าทางใหญ่โต ตานี่ควรจะไปแสดงละครเวทีแทนที่จะมาเป็พ่อบ้านนะ น่าจะรุ่งไม่น้อย -_-
“ไว้ค่อยคุยละกัน วันนี้ผมเหนื่อยมากแล้ว มีเื่นี้จะมาคุยแค่นี้ใช่ไหมครับ”
“เื่ต่อไปนี้อาจจะทำให้คุณหนูช็อคกว่านี้ก็ได้ครับ”
“เื่ที่แม่เลี้ยงผมท้องน่ะหรอครับ?”
“คุณหนูทราบเื่แล้วหรอครับ”
“ที่นี่คือประเทศเกาหลีไต้นะครับ ประเทศที่อินเตอร์เน็ตเร็วกว่าเวรกรรมซะอีก”
“พรุ่งนี้วันเกิดคุณท่านนะครับ หวังว่าคุณหนูจะ…”
“ซื้อของขวัญไว้แล้วล่ะครับ พรุ่งนี้ซักหกโมงเย็นไปรับผมที่หน้ามหาวิทยาลัยละกัน” ผมพูดพร้อมกับเดินหันหลังตรงกลับขึ้นห้องทันที
“พี่มินฮยอก ถึงห้องรึยังครับ” ทันทีที่เข้ามาในห้อง ผมก็รีบส่งข้อความหาพี่เขา แต่ก็เหมือนว่าจะยังไม่มีการตอบกลับอะไร
*เสียงข้อความเข้า
“กรุ๊ป : สามสหายคล้ายจะเป็ลม
อีดามี : อีอันถึงห้องแล้วรึยังอะ
ฮันอีอัน : ถึงแล้วล่ะ เพิ่งถึงเมื่อกี้เลย
จองจูโฮ : ฉันเองก็ถึงแล้วนะ
อีดามี : วันพรุ่งนี้อาจารย์ควอนเรียกไปคุยเื่สปริงค์แฟชั่นโชว์นะ สนใจรึเปล่า?
จอนจูโฮ : ต้องสนใจอยู่แล้วสิ กัปตันอยากทำจะตาย
ฮันอีอัน : มันไม่ใช่งานที่พวกคนที่เรียนวิชาของอาจารย์เขาหรอ เทอมหน้าฉันก็ว่าลงวิชาของเขาเพราะอยากทำแฟชั่นโชว์นะ
จองจูโฮ : ฮัลโหล…ผมอยู่ในแชทนี้นะ มีใครสนใจผมไหมอะ
อีดามี : พรุ่งนี้แวะไปฟังหน่อยละกัน ว่าแต่…แกไม่ได้ไปปาร์ตี้ต่อกับพี่มินฮยอกหรอ?
ฮันอีอัน : ปาร์ตี้อะไร
จอนจูโฮ : ขออนุญาตแนบครับ
(คลิปวิดีโอ)
จอนจูโฮ : เห็นยังครับ ว่าผมมีประโยชน์
อีดามี : แกจะบ้าหรอจูโฮ ส่งคลิปไปแบบนั้นได้ไง โอ้ย!! ฉันจะบ้ากับแก
จอนจูโฮ : อีอันเงียบไม่ตอบเลยแหะ โหล ๆ มีอยู่ไหมครับ?
อีดามี : พรุ่งนี้แกเจอฉันยำเละแน่!!”
*เสียงปาร์ตี้ในคลิป
“สนุกใหญ่เลยแหะ สงสัยคงโดนปิดกั้นอีกแล้วแน่เลย” ผมพูดบ่นออกมาโดยไม่รู้ตัว หลังจากที่ได้เห็นคลิปที่จูโฮส่งมาให้ดู ซึ่งมันก็คือคลิปของมินฮยอกที่กำลังปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ของเขาอยู่ในผับแห่งหนึ่งอย่างสนุกสนาน
ผมชินแล้วล่ะครับ คนอย่างมินฮยอกน่ะ สนใจคนรอบข้างมากกว่าคนใกล้ตัวอย่างผมเป็ประจำ และนั่นก็คงเป็อีกหนึ่งเหตุผลที่ผมยังไม่อยากจะนอนกับเขา
ผมค่อย ๆ เอนตัวลงบนเตียง นั่งคิดอะไรเรื่อย ไม่ต้องรู้หรอกครับว่าคิดอะไร แค่คนเขียนเขาอยากเปลี่ยนพาร์ทตัวละคร
Kim - Suengho Part :
ร้าน Sunny Mart
*เสียงออดร้าน
“(หอบ) สวัสดีครับเถ้าแก่ ขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมตื่นสายไปหน่อย”
“มาแล้วหรอซึงโฮ ไม่เป็อะไรหรอก แต่วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ ฉันจัดของไปได้แค่บางส่วนเอง วันนี้ลูกค้าเข้าเยอะมากเลย” เถ้าแก่กล่าวทักผม ขณะที่ตัวเองกำลังจัดการกับของที่มาส่งกองพะเนิน
“ไม่เป็อะไรหรอกครับ กลับก่อนเถอะครับเถ้าแก่ เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง”
“เห้อ…คนหนุ่มสาวนี่มันดีจริง ๆ เนอะ ดูอย่างฉันสิ ยืนก้มยืนก้มไม่ถึงสามรอบก็หน้ามืดซะแล้ว”
“เพราะแบบนี้ไงครับ เถ้าแก่ถึงต้องรีบกลับ มาครับ!!” ผมรีบใส่เสื้อร้าน ก่อนจะเดินเข้ามาจัดการของที่วางไว้
“สัมภาษณ์งานเป็ยังไงบ้างล่ะ มีหวังไหม?”
“ไม่เลยครับ กลายเป็ตัวสำรองอีกแล้วอะ ผมว่าจะพอแล้วล่ะ”
“แค่สามครั้งเอง ครั้งที่สี่มันก็คงได้แหละซึงโฮ”
“ครั้งที่สี่ ครั้งที่ห้า ผมก็คงยังเป็ตัวสำรองเหมือนเดิมแหละ เชื่อผมสิ”
“แค่นี้ก็ท้อซะแล้วหรอ เอาหน่า…ฉันว่านายทำได้ดีกว่านี้แน่นอน”
“ก็มีแต่เถ้าแก่อีกคนเนี่ยแหละครับที่เป็แรงใจให้ผมอะ”
“งั้นฉันไปก่อนละกันนะ ยืนมาทั้งวัน ปวดขาจะแย่”
“สวัสดีครับเถ้าแก่” ผมลุกยืนแล้วโค้งส่งเถ้าแก่หลังจากที่เขาเดินออกไป และหลังจากที่ผมจัดของอยู่สักพักนั้น
“คิดเงินให้ด้วยครับ”
“อ๋อ…ได้ครับ” ผมรีบเดินไปที่เคาท์เตอร์ทันทีหลังจากที่ลูกค้าเรียก
“เอาอันนี้ด้วยครับ” ลูกค้าคนนั้นพูดพร้อมกับหยิบเอาลูกอมดับกลิ่นปาก กับไฟแช็คขึ้นมาวางที่เคาน์เตอร์ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ แถมสิ่งที่อยู่ในตะกร้าของเขามันเบียร์กระป๋องประมาณหกถึงเจ็ดประป๋อง อย่าบอกนะ…ว่านี่มันคือการทำงานของต่อมสายสืบของผมน่ะ
“เอ่อ…ขอตรวจบัตรด้วยได้ไหมครับ”
“เห้อ…ผมยี่สิบสองแล้วนะครับ ยังต้องตรวจอีกหรอ” ลูกค้าคนนั้นบ่นด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจเท่าไหร่พลางถอนหายใจออกมา แต่เขาก็ยื่นบัตรมาให้ผม
“ฮัน..อี..อัน อายุยี่สิบสองปีจริงด้วยแหะ” ผมพูดอ่านชื่อของลูกค้าก่อนจะส่งบัตรกลับไปด้วยความเขิน เพราะดันคิดไปไกล
“จะดูอายุ แล้วทำไมต้องอ่านชื่อด้วยล่ะครับ -_- ”
“ขอโทษด้วยครับ”
“ไม่เป็อะไรหรอกครับ แค่เข้าผับยังโดนขอตรวจเลย แต่ปกติตอนดึกจะเป็เถ้าแก่เ้าของร้านนี่ครับ แล้วคุณ…พนักงานใหม่หรอ” ลูกค้าพูดบ่นพร้อมทำหน้าเซ็ง ๆ ขณะที่ผมกำลังคิดเงิน
“่นี้เถ้าแก่อยู่บ้านคนเดียวน่ะ เลยกลัวจะไม่มีใครเฝ้าบ้านตอนดึก และอีกอย่าง…ผมก็ทำมาได้ปีกว่าละครับ”
“ออ…ครับ”
“ว่าแต่…ไม่ซื้อบุหรี่ด้วยหรอครับ เวลาดื่มมันจะลื่นคอหรอ”
“ผมจะซื้อไปจุดเทียนหอม พอดีหาไม้ขีดไม่เจอ” เขาตอบคำถามของผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ชอบดมกลิ่นหอม ๆ ตอนดื่มหรอครับ”
“เปล่าอะ แค่ชอบไฟสลัว ๆ”
“ก็เปิดไฟสิครับ โคมไฟก็ได้นี่”
“ถ้าเปิดแล้วมันสลัว ผมจะซื้อเทียนหอมมาทำไมอะ -0-”
“นั่นสินะครับ แล้ว…ทำไมไม่นั่งกินตรงนั้นล่ะครับ ม้านั่งหน้าร้านอันนั้นอะ คือไฟมันเสียพอดี ก็…สลัว ๆ ดีนะครับ” ผมพูดพร้อมกับชี้ไปยังหน้าร้าน แต่เขากลับทำคิ้วขมวดใส่ผม ซึ่งเมื่อผมจะเอาของออกจากตะกร้าเพื่อคิดเงินต่อ
“เดี๋ยวครับ…ไม่ใส่ถุงหรอก เดี๋ยวผมถือตะกร้าไปกินตรงนั้นละกัน กินเสร็จเดี๋ยวผมเอามาคืนให้”
“ก็ได้ครับ ทั้งหมดสองหมื่นหกพันวอนครับ” ผมพูดขานราคาพร้อมกับรับบัตรมา แต่ผมก็เกือบจะร้องกรี๊ดออกมา เพราะบัตรที่ผมถือมันคือแบล็๋คการ์ด
ซึ่งหลังจากที่ลูกค้าคนนั้นเดินออกไปยังข้างนอกร้าน เขาก็ได้ไปนั่งดื่มตรงโต๊ะที่ไฟเสียจริง ๆ พิลึกคนมากเลยแหะ
และในขณะที่ผมกำลังจัดของในร้าน ผมก็มองไปทางลูกค้าคนนั้นเป็พัก ๆ เพื่อที่จะได้รู้ว่าเขานั้นไม่ได้เมา และทำข้าวของเสียหาย จนมาถึง่ที่ผมต้องทำความสะอาดหน้าร้าน
“คุณ…คุณครับ มานอนตรงนี้ได้ยังไงอะ กลับไปนอนที่บ้านเถอะครับ” ผมเดินเข้ามาทักเขาที่นอนฟุบอยู่บนโต๊ะ
“มี..อะไร” เขาตื่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงัวเงีย ก่อนจะมองหน้าผมด้วยสายตาปรือๆ
“กลับบ้านได้แล้วครับ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้วด้วย”
“นาย…เคยเกลียดชีวิตตัวเองไหม?” จู่ ๆ เขาก็ถามผมด้วยน้ำเสียงมึนเมา แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเศร้าที่ออกมาอย่างชัดเจน
“ไม่นะ ผมแค่เกลียดที่ตัวเองไม่ได้เื่มากกว่า หางานดี ๆ ไม่ได้ แล้วก็ยังทำให้ครอบครัวสุขสบายไม่ได้”
“ทำให้ครอบครัวมีความสุขงั้นหรอ ของนายอีกไม่คงทำได้…เพราะคนเรายังไงก็ต้องได้อะไรดี ๆ ในชีวิตบ้าง”
“แล้วคุณไม่มีความสุขกับครอบครัวรึไงอะ”
“คุณอาจจะไม่เคยรู้สึกนะ แต่สำหรับผม…มันไม่เคยมีความสุขเลย หลังจากที่มันแตกออก” เขาพูดตอบผมพร้อมกับยกเบียร์ที่เหลือมาดื่มต่อ แต่ผมก็เลือกที่จะหยุดมันไว้ แล้วเอามาไว้ที่ตัวเอง
“พอได้ล่ะ คุณเมามากแล้ว กลับไปนอนต่อเถอะ ผมว่าเดี๋ยวอะไร ๆ ก็ดีขึ้นเอง” ผมพยายามพูดห้ามอีอัน ซึ่งการกระทำนีี้มันก็ทำให้เขาหันมามองที่ผม
“*ถอนหายใจ หน้าตานายนี่…ดูเก๋ดีนะ”
“หืม…อะไรนะครับ” ผมใเล็กน้อยกับคำพูดของเขา ทันใดนั้นเขาก็เอื้อมมือมาใกล้ ๆ กับหน้าของผม และเริ่มเปิดปากพูด
“ฉันจะบอกว่านายหล่อดี…ฉันชอบนะ” ซึ่งเมื่อพูดจบ เขาก็ดึงกระป๋องเบียร์ในมือผมไปดื่มดื้อ ๆ ก่อนจะลุกแล้วเดินเซออกไป ซึ่งผมก็ได้แต่ทำตัวไม่ถูก