ตอนแรกนิลก็ดีใจอยู่หรอกที่พิมพ์อาสาติวให้พวกเขาทะเลเริ่มอารมณ์ดีขึ้น ไม่เครียดจนตึงเหมือนแต่ก่อน แต่ว่าทุกครั้งที่เขาเห็นทะเลกับพิมพ์หยอกล้อเล่นกันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็คนนอก ยิ่งตอนที่พวกเขาพูดเื่สมัยตอนมัธยมต้นที่นิลไม่ได้รู้อะไรด้วยเลย แม้ทั้งทะเลและพิมพ์ก็พยายามชักชวนเขาเข้าสู่วงสนทนา แต่เขาจะคุยเื่ที่ตัวเองไม่เข้าใจได้ยังไงกัน
“พี่สนิทกับเลจังเลยนะครับ” นิลว่า
“ก็รู้จักกันมานานแล้วนี่” พิมพ์ตอบ “ทะเลเป็เด็กน่ารัก คนอยากสนิทด้วยก็ไม่แปลกหรอก นิลเองก็ยังสนิทกับเลเลยไม่ใช่เหรอ”
“นั่นน่ะสิครับ” นิลว่า เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปได้ กับนานี่นั้นไม่เหมือนกัน นานี่ตั้งใจใช้ความสนิทสนมทำร้ายทะเล แต่เท่าๆที่เขาดู พิมพ์หวังดีกับทะเลจริงๆ ถึงยังไงเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี เขาไม่ชอบให้ทะเลไปสนิทกับใครทั้งนั้น ถ้าเป็ไปได้เขาอยากจับทะเลปั้นเป็ก้อนแล้วกลืนลงท้องเสียเลย
นิลสั่นหัวไล่ความคิดไร้สาระแบบนั้นออกไปจากสมอง เขาไม่น่าดูซีรีส์วายเยอะไปเลย เราจะปั้นคนแล้วกลืนลงท้องได้ยังไงกันเล่า
“ข้อนี้ตอบอะไร นิล” เสียงของพิมพ์ปลุกนิลให้หลุดจากภวังค์
“อะไรนะครับ” นิลถาม “ผมไม่ได้ฟัง”
“ใจลอยคิดถึงแฟนเหรอ” ทะเลแซว
“ก็อยากให้เป็อยู่” นิลถือโอกาสหยอด
“คุณแอบชอบใครเข้าเหรอ ผมไม่เห็นจะรู้เื่เลย” ทะเลว่า
“พี่ยังรู้เลย” พิมพ์ว่าพลางยิ้ม
นิลจ้องตาทะเลเขม็ง จนอีกฝ่ายก้มหลบ ใบหน้าแดงซ่าน นิลใช้มือเชยคางทะเลให้สายตาของเด็กหนุ่มอยู่ในระดับเดียวกันกับสายตาของเขา
“นายไม่รู้จริงๆเหรอ” นิลถามอย่างจริงจัง
“ผม..” ทะเลเริ่ม
นิลถอนหายใจก่อนจะปล่อยคางของอีกฝ่าย ไม่ได้ เขาใจไม่กล้าพอที่จะบอกทะเลตอนนี้ เขาไม่อยากจะเสียทะเลไป
“เรามาติวกันต่อดีกว่า” พิมพ์พูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศความเงียบที่น่าอึดอัด
นิลไม่เข้าใจเลยว่าทำไม่นี้ทะเลแทบไม่มีเวลาให้เขาเลย ปกติแม้ว่าทะเลจะทำงานพิเศษที่ร้านของพี่เพชร แต่ก็ทำเฉพาะเย็นวันศุกร์กับวันเสาร์เท่านั้น เพราะเมื่อเปิดเทอมแล้วทะเลไม่อยากทำงานวันที่วันรุ่งขึ้นต้องไปเรียนหนังสือ ทะเลเคยง่วงจนหลับเพราะทำงานหนักเกินไป แถมยังโดนถ่ายรูปไปประจานอีก พอขึ้นเทอมใหม่เขาเลยตั้งใจจะทำงานเฉพาะวันที่วันรุ่งขึ้นไม่ต้องไปเรียนเท่านั้น จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เื่นี้ทะเลบอกนิลเองแท้ แต่ทำไมทุกวันนี้ทะเลกลับหันมาทำงานหนักเหมือนเดิม ไม่ใช่เฉพาะตอนเย็นเท่านั้น ่เช้าเสาร์อาทิตย์ก็ยังไปช่วยอาแปะตักโจ๊กอีก ทะเลไม่คิดจะพักบ้างหรือไงนะ จนวันหนึ่งนิลก็ตัดสินใจคุยกับอีกฝ่ายตรงๆ
“เล คุยกันก่อนได้ไหม” นิลพูด เขามาดักรอทะเลที่หน้าประตูคอนโดั้แ่เช้ามืด
“เดี๋ยวก่อนได้ไหมครับ” ทะเลว่า “ผมต้องรีบไปช่วยอาแปะ”
“ทำไมนายต้องทำงานขนาดนี้ด้วย” นิลพูดตรงประเด็น “นายมีเื่ต้องใช้เงินเหรอ”
“ไม่ครับ” ทะเลตอบ “ผมแค่สนุกน่ะครับ ไปแล้วนะครับ” พูดจบทะเลก็เดินออกไป
ถึงทะเลจะยืนยันว่าตัวเองไม่จำเป็ต้องใช้เงิน แต่นิลไม่เชื่อ ไม่มีทางที่คนเราจะทำงานหนักขนาดนี้ ถ้าไม่จำเป็ต้องใช้เงิน เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ ถ้าเพียงแค่ทะเลออกปากคำเดียว เขาก็พร้อมจะให้ทุกอย่างแก่ทะเลแล้วแท้ๆ แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีวันบอกหรอก เห็นทีเขาต้องสืบเอาเองเสียแล้ว
นิลตัดสินใจมาแอบดูทะเลไปที่ร้านขายโจ๊ก โชคดีที่ตอนเช้าคนมาสั่งโจ๊กเยอะเหมือนกัน นิลจึงกลืนไปกับฝูงชนได้ ทะเลช่วยอาแปะตักโจ๊กใส่ถุงอย่างขยันขันแข็ง
“มีลื้อมาช่วยนี่เบาแรงขึ้นเยอะเลย อาเล” อาแปะชม “ลื้อนี่ขยันจริงๆ”
“มีเื่ต้องใช้เงินน่ะ แปะ” ทะเลว่า
จริงอย่างที่นิลคิดไว้ไม่มีผิด ทะเลมีเื่ต้องใช้เงินจริงๆด้วย แต่เื่อะไรกันนะ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น นิลรีบหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดู ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดเสียงไว้ เขาไม่โง่พอที่จะเสี่ยงให้มือถือดังตอนกำลังสืบคดีอยู่หรอก
ทะเลหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา สีหน้าของทะเลเปลี่ยนไปทันทีอย่างเห็นได้ชัด
“สวัสดีครับ” ทะเลพูด “ตอนนี้ยังไม่มีจริงๆครับ ครับ ครับ เดี๋ยวจะพยายามหามาให้ครับ” หลังจากนั้นเสียงของทะเลแ่ลงจนนิลจับใจความไม่ได้
ทะเลเอามือถือออกจากหู สีหน้ากลุ้มใจ
“ใครโทรมาเหรอ อาเล” อาแปะถาม
“เ้า..” ทะเลกำลังจะตอบ แต่ลูกค้าที่รออยู่นานโวยวายขึ้นมาก่อน
“เดี๋ยวค่อยคุยกันได้ไหม ตักโจ๊กให้ฉันก่อน”
ทะเลหันไปขอโทษลูกค้าก่อนจะรีบตักโจ๊กให้
ตอนนี้นิลได้ข้อมูลพอจะวิเคราะห์ได้แล้ว ทะเลต้องไปติดหนี้อะไรสักอย่างแน่ ๆ คนที่โทรมาคงเป็เ้าหนี้นั่นเอง แต่ทะเลติดหนี้เท่าไหร่นะ นิลยินดีจะใช้คืนให้ทั้งหมดเลย ดีกว่าที่ให้ทะเลไปยุ่งกับคนพวกนี้ เขาเคยดูข่าวเกี่ยวกับแก๊งทวงหนี้นอกระบบ พวกนี้โหดจะตาย ไม่น่าล่ะ ทะเลถึงตอนทำงานหนักขนาดนี้ นิลสัญญากับตัวเองว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ทะเลไปไหนตามลำพังอีกแล้ว ถ้าแก๊งทวงหนี้จะมาอุ้มทะเลก็ต้องผ่านด่านนิลไปให้ได้ก่อนหรือว่าเขาควรจะบอกพ่อให้จ้างบอดี้การ์ดดีนะ มันจะเวอร์เกินไปไหม
สัญญาที่จะไม่ปล่อยให้ทะเลไปไหนตามลำพังนั้นทำได้ยากกว่าที่คิด ทะเลไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่นัก บ่อยครั้งที่เขาชอบหลบไปตามลำพัง วันนี้ก็เช่นกัน ทั้ง ๆที่คุยกันแล้วว่าจะให้นิลไปส่งที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแท้ๆ ทะเลก็แอบหนีไปอีกจนได้
นิลเดินออกจากโรงเรียนตรงไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวอย่างรีบร้อน แต่หูของเขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้เสียก่อน เขาจำเสียงนั้นได้ดี เสียงของทะเล นิลรีบสาวเท้าไปยังต้นเสียง นิลมาถึงที่โรงเก็บเครื่องมือร้างแห่งหนึ่ง บรรยากาศไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย มีเศษดินกระจัดกระจายเต็มไปหมด เขาเห็นทะเลกำลังนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น ผู้ชายไว้หนวดไว้เคราคนหนึ่งยืนคร่อมเขาอยู่ สีหน้าถมึงทึง
“หยุดร้องได้แล้ว ถ้าไม่อยาก…”
นิลลงมือทันทีเพื่อไม่ให้คนคนนั้นตั้งตัว เขาชกชายคนนั้นเต็มแรง
“อะไรวะ” ชายคนนั้นสบถ
“อย่ามายุ่งกับเพื่อนกู” นิละโสุดเสียง
ทะเลดึงแขนเสื้อนิล แต่เขาสะบัดออก
ผู้ชายคนนั้นทำท่าเหมือนจะพูดอะไร แต่แล้วก็สั่นหัวแล้วเดินออกไป ปากพึมพำไม่หยุด
“เป็ไงบ้าง” นิลรีบถามเพื่อนอย่างเป็ห่วง
ทะเลส่ายหน้า สีหน้ายังคงสับสน คงใกับเื่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่น้อย
“นิลต่อยเขาทำไม” ทะเลถาม
“แค่ต่อยมันยังน้อยไป” นิลขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขาอยากกระทืบอีกฝ่ายให้จมดินด้วยซ้ำ กล้าดียังไงมาทำให้ทะเลต้องเสียน้ำตา
“แต่เขาเป็..” ทะเลเริ่ม
“ฉันรู้ว่ามันเป็ใคร” นิลตัดบท
“คุณรู้แล้วเหรอ” ทะเลว่า
“ใช่” นิลว่า “กลับบ้านกันเถอะ”
“แต่ผมต้องไปทำงาน”
“หยุดสักวันก็แล้วกัน” นิลว่า ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้เพื่อน “สภาพแบบนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอก”
ทะเลพยักหน้า เขาหยิบมือถือขึ้นมาโทรลางาน
“ไปกัน” นิลชวน ทั้งสองเดินกลับคอนโดด้วยกัน
นิลลอบมองหน้าทะเลไปตลอดทาง โชคดีจริงๆที่เขามาทัน ใครจะไปรู้ว่าหมอนั่นจะทำอะไรทะเลบ้าง เขาจะต้องดูแลทะเลให้ดีกว่านี้ เขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายทะเลเป็อันขาด