ตอนที่ 1 เทพเซียนที่แข็งแกร่งที่สุด
ในโลกลำดับที่สาม
ผาล้างเทพหนึ่งในสถานที่อันตรายที่สุดในดินแดนเทวะ ใต้หน้าผาล้างเทพราวกับหุบเหวลึกไร้ก้นบึ้งเมื่อลองมองจากข้างล่างขึ้นไปข้างบนกลับมิสามารถเชยชมกระทั่งนภาฟ้าได้ ใต้หุบเหวคงไว้เพียงความมืดมิดนิรันดร์กาล หากท่านบรรลุถึงขั้นราชันจักรพรรดิ ดวงตาของท่านจะสามารถมองเห็นได้ในความมืด จนถึงตอนนั้นท่านจะพบว่าใต้หน้าผาแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายคละคลุ้งทั่วอาณาบริเวณ เศษซากละเอียดของกระดูกที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วผืนดิน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเป็ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งพอสมควร ถึงเวลาจะผ่านไปนานหลายสิบหลายร้อยปี กระดูกเ่าั้ยังคงสภาพได้สมบูรณ์ภายใต้แรงกดดันสูงล้ำของหน้าผาล้างเทพ
ณ บริเวณใต้ผาล้างเทพปรากฏคนผู้หนึ่งกำลังนั่งท่าขัดสมาธิอยู่ข้างในถ้ำ ใบหน้าคมเข้มราวกับคนอายุยี่สิบยี่สิบเอ็ดปี เผ้าผมสีดำยาวสลวย ั์ตาดำขลับคมงาม คิ้วคมเข้มให้ความรู้สึกทรงพลังอย่างมาก ผิวพรรณขาวผ่องราวหิมะ ร่างกายที่ราวกับสลักเสลามาจากหยกงามกำลังเปลือยกายท่อนบน ภายใต้ความลงตัวของทุกอย่างนั้นร่างกายของเขากลับผอมแห้งอย่างถึงที่สุดราวกับหนังหุ้มกระดูก
กาลเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว สิบปี ร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี จนกระทั่งล้านปี บุรุษผู้นั้นยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในถ้ำไม่ขยับเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งลมหายใจยังเบาบางอย่างยิ่งยวด ต่อให้ผู้ฝึกตนอันบรรลุเป็เซียนมาตรวจสอบเขา เกรงว่าคงวินิจฉัยว่าคนผู้นี้ตายไปแล้ว ทันใดนั้นเองที่หางคิ้วของบุรุษรูปงามกระตุกเล็กน้อย
เพียงการกระพริบตาคราวเดียว ร่างกายที่เคยผอมแห้งของเขากลับเผยมัดกล้ามคมชัดสวยงามทุกส่วน ใบหน้าที่ราวกับคนขาดน้ำไร้โลหิตปรากฏความมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมาก่อนลุกขึ้นเดินออกไปอย่างเชื่องช้า ในการลงเท้าธรรมดาของเขานั้น หากมีเซียนสักคนมายืนดูมันคงเห็นเพียงเงาหายวิบวับไปมาประดุจภูติผี
“หนึ่งล้านล้านปีสำหรับการบำเพ็ญสู่จุดสูงสุดของเซียน ข้าััได้เลยว่าอยู่ห่างจากแดนนิพพานเพียงก้าวเดียวเท่านั้น” เขาเอ่ยปากพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่งซึ่งแผ่เสน่ห์ร้ายกาจ ถึงใบหน้าของเขาจะดูเหมือนคนอายุ 20ปี ทว่าอายุจริงกลับเป็บรรพบุรุษของเหล่าเซียนได้เลย
ในอนันตจักรวาลมีกฎเหล็กอยู่ไม่กี่ข้อ หนึ่งในกฎเหล็กนั้นก็คือผู้ที่แข็งแกร่งเกินโลกตนเองจะทานรับไหวสมควรถูกย้ายไปโลกลำดับถัดไป นี่คือเหตุผลที่เขาจะไม่บำเพ็ญตนต่อมิเช่นนั้นอาจแข็งแกร่งจนโลกลำดับที่สามทนไม่ได้อีกต่อไป
อทิเช่น หากตัวตนในโลกลำดับที่สามไปเยือนโลกลำดับที่หนึ่ง เพียงพวกเขาหายใจโลกก็ะเิได้แล้ว โลกธาตุจึงจำกัดพลังและบังคับส่งพวกเขาที่แข็งแกร่งเกินไปขึ้นสู่โลกที่สามารถรับพลังพวกเขาได้
บุรุษรูปงามผู้นี้มีนามว่า “จวินอวี่” เขาเป็คนปลีกตัวออกจากโลกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ั้แ่อายุยี่สิบปีเขาก็เดินทางทั่วทั้งโลกเพื่อแสวงหาความแข็งแกร่งที่แท้จริงและกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะเดินทางนั้นเองเขาพลาดท่าให้กับศัตรูที่เก่งกาจจนตกลงสู่ผาล้างเทพแห่งนี้ เมื่อจวินอวี่กวาดสายตาออกไปข้างนอกถ้ำ ทันใดนั้นเองที่มีบางอย่างตกลงมาจากฟากฟ้า
บึ้ม
เรือนร่างมหึมากระทบใต้ผาล้างเทพอย่างรุนแรง แรงสั่นะเืมากพอที่จะทำให้ก้อนหินด้านใต้ผาลอยสูงขึ้นไปเกือบห้าสิบเมตร จวินอวี่มองสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าอย่างไร้อารมณ์ มันมีหัวสามหัวลักษณะคล้ายั ร่างกายบึกบึนสูงใหญ่โอฬารน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด ผิวและเกล็ดสีดำแดง ปีกของมันที่ตกกระทบลงมากำลังหุบเข้าสยายออกด้วยความเ็ป เหนือสิ่งอื่นใด มันมีขนาดมหึมาอย่างมาก เส้นผ่านศูนย์กลางของร่างกายมีมากกว่าสิบกิโลเมตร ขนาดของมันสูงกว่าสามสิบกิโลเมตร ั์ตาสีแดงกลมโตขนาดใหญ่สบตาเข้ากับจวินอวี่เข้า
“เ้าคือเทพปีศาจโกลาหล” จวินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงธรรมดา ขนาดเขาเร้นกายออกจากโลกภายนอกมานานนม เขายังรู้จักกับอสูรกายเบื้องหน้า มันคือตัวตนที่ทำให้เหล่าเซียนยังหวาดกลัว กรงเล็บของมันสามารถสังหารเซียนขั้นเก้าได้ในการตวัดเพียงครั้งเดียว เทพเซียนทั่วทั้งโลกจำต้องผนึกกำลังกันเพื่อโค่นล้มมันรวมถึงการร่วมมือกับเทพัขาวและเทพัดำ ถึงกระนั้น การร่วมมือกับเทพเซียนทั้งหลายเพื่อผสานการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด ทว่ากลับสร้างาแสาหัสให้แก่มันได้เท่านั้น จนพวกเขาต้องออกอุบายล่อมันไปที่ผาล้างเทพ และใช้ท่าผสานการโจมตีที่รุนแรงที่สุดเพื่อผลักมันลงไปซึ่งดูเหมือนพวกเขาจะทำสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เทพปีศาจโกลาหลถูกผลักตกจากหน้าผาล้างเทพ มันเกิดขึ้นเมื่อสิบล้านปีที่แล้ว…
เพียงสามลมหายใจ ร่างของเทพปีศาจโกลาหลราวกับกำลังหดเล็กลงเรื่อยๆ ภายใต้แรงดึงดูดมหาศาลของผาล้างเทพ ร่างของเทพปีศาจโกลาหลค่อยๆทรุดลงจนกระทั่งทุกส่วนของร่างกายัักับพื้นดิน แม้เทพปีศาจโกลาหลจะออกแรงต่อต้านสุดชีวิต แต่การขัดขืนของมันราวกับลูกไก่ในกำมือ เพียงสิบลมหายใจเริ่มปรากฏหยาดโลหิตหลั่งไหลออกจากทุกส่วนของร่างกายมัน จวบจนกระทั่ง…
แผละ
ร่างของเทพปีศาจโกลาหลแหลกละเอียดเละในชั่วพริบตา จวินอวี่สาวเท้าเดินไปทางซากศพของเทพปีศาจโกลาหลปราดมองทุกส่วนของมันที่ค่อยๆ แหลกเหลวไปบนพื้นดิน ชายหนุ่มแหงนศีรษะมองขึ้นไปบนยอดหน้าผาที่ราวกับเส้นขอบฟ้า
“ก่อนจะไปท้าทายตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในอนันตจักรวาล ข้า้าพวกพ้อง” จวินอวี่เผยรอยยิ้มบาง
…..
ขณะนี้เองที่บริเวณใกล้หน้าผาล้างเทพปรากฏกลุ่มคนจำนวนมากกำลังรายล้อมบุคคลผู้หนึ่ง พวกที่ล้อมรุมมีจำนวนเก้าคนซึ่งใบหน้าราวกับคนวัยกลางคนถึงแปดคนและมีหนึ่งคนที่เป็ชายชราต่างล้วนเป็บุรุษเพศทั้งสิ้น ในขณะที่ฝ่ายที่ถูกรุมนั้นกลับเป็สตรีเพศ
นางมีผมสีเงินแพลตนั่ม ใบหน้าคมสวยงดงามเกินจะสรรหาคำใดมาบรรยายได้ กระทั่งจินตนาการของผู้คนยังมิอาจเทียบเท่า แววตาสีแดงสดประดุจโลหิต คิ้วงามสีเงินโก่งโค้งดุจพระจันทร์เสี้ยว ผิวขาวราวหิมะ ขนตางอนงามสีเงินกระเพื่อมไหวเล็กน้อย หน้าอกกลมอวบอิ่มได้รูป ปากแดงอมชมพูเผยอออกพลางกล่าว “ข้าทำตามคำสั่งของพวกท่านไปหมดแล้ว เหตุใดพวกท่านยังจะฆ่าข้าอีก”
“ในประวัติศาสตร์ของดินแดนเทวะ ไม่เคยมีัโลหิตตนไหนมีชีวิตได้เกินหนึ่งเดือน ทว่า นอกจากเ้าจะมีชีวิตได้เกินหนึ่งเดือนแล้ว เ้ากลับดำรงอยู่มาจนอายุได้ถึงสิบเจ็ดปี” ชายชราเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงขึงขังอย่างยิ่ง เขากระแอมเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ “มันน่าแปลกเกินไปหรือไม่? และด้วยวัยเพียงสิบเจ็ดปี เ้ากลับบรรลุถึงราชันจักรพรรดิขั้นที่สาม ทั้งที่ัตนอื่นสมควรอยู่ราชันยุทธ ไม่ว่ามันจะมีพร์แค่ไหนก็ตาม”
นางกัดริมฝีปากแน่นก่อนกล่าวออกไปอย่างร้อนรน “ข้าก็แค่มีพร์ที่สูงและขยันมั่นเพียรก็เท่านั้น!”
จู่ๆ ชายวัยกลางคนข้างกายผู้ชราก็เอ่ยขึ้น “นี่เ้าคิดว่าพวกข้าไม่รู้งั้นหรือ ครอบครัวของเ้าบอกทุกอย่างมาหมดแล้ว ัโลหิตสามารถดูดซับพลังพิเศษเผ่าพันธุ์อื่นได้ผ่านการดื่มเื”
ทันใดนั้นเองที่แววตาของนางหดรีดเล็กลงอย่างถึงที่สุด “พวกท่าน---ทำอะไรกับครอบครัวของข้า…”
“ก็ฆ่าน่ะสิ โดยเฉพาะไอ้เด็กนั่นนะ เสียงโวกเวกโวยวายมาก ข้าก็เลยฉับ! ฮ่าฮ่าฮ่า” ชายวัยกลางคนกล่าวพลางหัวร่ออย่างสะใจ เขานึกถึงภาพที่พวกมันกำลังหนีตายสุดชีวิต ฉากที่ทรมานพวกมัน ฉากที่ให้ความหวังพวกมันแล้วทำลายทิ้งในทันที ช่างเพลิดเพลินจิตเสียนี่กระไร
“น้องสองคนของข้าอายุแค่สามขวบเองนะ…” นางมีครอบครัวอยู่ห้าคนต่างล้วนเป็ัโลหิตทั้งสิ้น นางพึ่งจะมีน้องสาวฝาแฝดเพิ่มขึ้นมาสองคน โชคร้ายนักที่ขณะนางกำลังเดินเล่นในหุบเขาักลับพบเข้ากับพวกมันทั้งเก้าคนเข้า นางถูกจับและถูกใช้งานเรื่อยมาซึ่งโดนขู่ว่าถ้าไม่ทำงานจะฆ่าครอบครัวของเ้า
“พะ…พวกท่านเป็ถึงเทพเซียนเชียวนะ เซียนขั้นสามแปดคนและเซียนขั้นแปดหนึ่งคน พวกท่านจะโกหกข้าได้ยังไงล่ะ…พวกท่านต้องล้อข้าเล่นแน่ๆ” น้ำเสียงของนางเริ่มสั่นเครืออย่างยิ่งยวด ใบหน้าที่สดใสกลับกลายเป็ซีดขาวดุจกระดาษ
“ยังไงพวกเ้าก็เป็ั ข้าสังหารทารกัไปก็ไม่ได้รู้สึกละอายแต่อย่างใด ต่อให้ฆ่าไข่ของพวกเ้าข้าก็ไม่รู้สึกอะไร เ้ารู้หรือไม่…ต่อให้พวกข้าล้างบางมนุษย์ด้วยกันเองยังไม่รู้สึกเช่นไรเลย อีกอย่าง ัโลหิตผู้โง่เขลา ใครสอนเ้าว่าเทพเซียนโกหกไม่ได้?” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแสยะ
“ถ้าเ้าไม่เชื่ออยากเห็นหัวน้องสาวเ้าหรือไม่ ข้าพามาด้วยพอดี”
ทันใดนั้นเองที่ชายชราเอ่ยขึ้นในทันที “ฆ่านางซะ”
หญิงสาวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ั์ตาที่เคยมีชีวิตชีวาของนางคล้ายถูกสูบพลังชีวิตไปราวกับปลาตาย นางราวกับิญญาหลุดออกจากร่างไป ร่างกายที่เคยสั่นทึมกลับคืนสู่ความสงบปกติ เหลือเพียงแต่ความสิ้นหวังลึกล้ำก่อนจะตาย
ชายวัยกลางคนผู้บ้าเือาสาจะเป็คนปลิดชีพนางเอง เขาชอบให้เืัมาอาบชโลมอยู่บนผิวกายตน “ไม่ต้องกลัว เ้าจะไม่ทรมาน” มันกล่าวเช่นนั้น ทว่า ความคิดของมันกลับคิดว่าจะเริ่มทรมานนางยังไงดี มันชอบที่จะได้ยินเสียงโอดครวญของหญิงสาวมากที่สุดแล้ว “ลำดับแรกต้องทำให้ตาบอด เปลือยกายมันและเล่นกับร่างกายมัน ฮี่ๆ” มันคิดในใจจนอดหุบยิ้มไว้ไม่ได้
“น่าเสียดายที่หลังฆ่าจะต้องโยนลงหน้าผาล้างเทพ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นขณะยิ้มแย้มปริ เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้นางซึ่งห่างออกไปเพียงสาม่ก้าวเท่านั้น แท้จริงแล้ว รูปลักษณ์ของนางช่างงดงามหาใดเปรียบ กระทั่งสตรีที่บรรลุเป็เซียนจะได้รับผิวกายที่เนียนผ่องละเอียดเกินบรรยายมายังมิอาจทัดเทียม นี่ถ้านางบรรลุขั้นเซียนจะงดงามเพียงใด… น่าเสียดายที่ต้องฆ่าทิ้งก่อน…
มันเคลื่อนฝ่ามือวาดผ่านดวงตาของนางในแนวนอนให้มืดบอด นี่คือการรีดเค้นพลังของเซียนขั้นสาม ภายใต้การโจมตีนี้หญิงสาวมิอาจมองเห็นได้กระทั่งภาพติดตา ชั่วพริบตาเดียว ฝ่ามือของมันก็อยู่ห่างจากดวงตาของนางเพียงหนึ่งมิล แทบจะในทันทีที่การโจมตีนั้นหยุดลง สายตาของมันสั่นไหวขณะมองไปที่ข้างหลังของัโลหิตที่จำแลงกายเป็คน
ชายชราและชายวัยกลางคนอีกเจ็ดคนที่ยืนมองมันด้วยใบหน้าฉงน ทำไมยังไม่ลงมือ? ทันใดนั้นเองที่พวกเขาพลันเข้าใจได้อย่างกระจ่างแจ้ง สายตาของเทพเซียนทั้งหลายจับจ้องไปทางข้างหลังของหญิงสาวอย่างตกตะลึงลาน
มีบุรุษรูปงามเหนือคณากำลังลอยละล่องอยู่เหนือหน้าผาล้างเทพ