ตอนที่ 12 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (30)
“2333 ที่ที่ใกล้ที่สุดที่มีคนอยู่ไกลแค่ไหน” พวกเขาต้องหาที่พักก่อน ทำความสะอาดแผลอี้เหยียนเจ๋อให้เรียบร้อย แล้วก็กินของที่มีโภชนาการ
2333 เปิดแผนที่ดู แม้เป็นหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดก็ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการเดินทาง
หมู่บ้านก็ดี เหอหรงคิดว่าแถวนี้ยังมีกบฏอยู่ อี้เหยียนเจ๋อต้องเป็นเป้าหมายสำคัญในการตามล่าแน่นอน ในตัวอำเภอก็อันตรายไปหน่อย
ยามประคองอี้เหยียนเจ๋อลุกขึ้นช่างยากลำบาก แต่หลังแบกขึ้นหลังแล้วกลับรู้สึกสบายขึ้นบ้าง
เหอหรงเก็บท่อนไม้ท่อนหนาใหญ่ท่อนหนึ่งมาแล้วใช้ผ้าห่อให้เป็นไม้เท้า เดินโซซัดโซเซไปทางหมู่บ้าน
ก่อนออกเดินยังไม่ลืมกลบรอยเลือดโดยรอบ ม้ากลับเดินตามมาเองอย่างรู้ความ
เหอหรงแบกอี้เหยียนเจ๋อมุ่งไปข้างหน้าตุปัดตุเป๋ เพิ่งผ่านการเร่งเดินทางแสนหฤโหดมา เรี่ยวแรงของเขาก็ใกล้หมดเต็มที สายตาเหอหรงพร่าเลือนเล็กน้อย เท้าซวนเซจนเกือบพาอี้เหยียนเจ๋อล้มไปด้วยกัน
อี้เหยียนเจ๋อไม่รู้ว่าตื่นเพราะกินยาเข้าไปหรือเพราะถูกแบกเอนไปเอนมางึมงำขึ้นว่า “อู๋โยว...ท่านไม่ควรมา”
เหอหรงก่นด่าอย่างหัวเสีย “หากเจ้ามีประโยชน์บ้างข้าจะต้องมาลำบากรอบนี้หรือ หากข้ายังไม่มาก็คงต้องเก็บศพให้เจ้าแล้ว! นอนอยู่นิ่งๆ ให้ข้าประหยัดแรงหน่อย”
กระบอกตาของอี้เหยียนเจ๋อร้อนเล็กน้อย งึมงำบอก “แต่ท่านมา ข้าดีใจยิ่ง”
เป็นอีกครั้งที่อีกฝ่ายบึ่งมาไกลเพื่อยื่นมือให้เขา
“เช่นนั้นก็จงมีชีวิตอยู่ให้ดีเสีย”
เดินอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่า ทางข้างหน้าปรากฏกองกำลังขนาดเล็กหน่วยหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดทหารเมืองหวั่นเฉิง
“นั่นใคร เข้ามาให้ตรวจทางนี้!”
ฝ่ามือชื้นเหงื่อของเหอหรงบีบเข้าหากันแน่น สีหน้าเรียบนิ่ง “พี่ทหาร พี่ชายข้าป่วย ข้าจะพาเขากลับบ้านขอรับ”
ผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยถามอย่างระแวง “ป่วยแล้วไยไม่ไปให้หมอดูเล่า ทำไมยิ่งเดินยิ่งออกมาไกล”
นายทหารข้างหลังโพล่งท้วง “หัวหน้า คนที่เขาแบกอยู่สวมชุดผ้าต่วนขอรับ! เพียงแต่แช่น้ำจนสกปรกแล้ว”
หัวหน้าผู้นั้นร้องอย่างยินดี “จับเขาไว้!”
เหอหรงรู้ว่าคงหลบไม่พ้นแล้ว อีกฝ่ายเป็นกองกำลังหมู่หนึ่งมีทั้งสิ้นสิบเอ็ดคน หากสภาพร่างกายเขาดีหน่อย แม้จะอยู่ในร่างนี้ของจี้อู๋โยวเขาก็ไม่กลัว
แต่ตอนนี้เรี่ยวแรงเขาใกล้หมดแล้ว ทั้งยังมีอี้เหยียนเจ๋อที่บาดเจ็บสาหัสอีกคนหนึ่ง จะหนีหรือจะสู้
“ท่านปล่อยข้า...หนีไป...” อี้เหยียนเจ๋อดิ้นรนอย่างอ่อนแรง
เหอหรงฟังแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก แววตาเหี้ยมโหดปานหมาป่าดุร้ายตัวหนึ่ง “เจ้ารู้จักนายพรานหรือไม่ ข้าเป็นนายพรานที่เก่งที่สุดละ”
เหอหรงวางอี้เหยียนเจ๋อลงข้างๆ ดึงแส้นิ่มที่เอวออกมา มือหนึ่งกำแส้นิ่ม มือหนึ่งบิดปลอกแส้เอามีดสั้นด้ามหนึ่งออกมา ยืนอยู่ตรงหน้าอี้เหยียนเจ๋อไม่ถอยแม้เพียงก้าว
อี้เหยียนเจ๋อเหม่อลอย คล้ายย้อนกลับไปยังวันงานเทศกาลโคมไฟอีกครั้ง ในตอนนั้นเหอหรงก็ยืนอยู่หน้าเขาโดยไม่ลังเลอย่างนี้ และเขาก็ยังคงไร้ประโยชน์ได้แต่ถูกเหอหรงปกป้องไว้เช่นเดิม