ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคังอิง ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนแก่หรือคนที่อยู่คนเดียวถึงชอบเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อน ที่แท้แล้วสุนัขเป็นสัตว์ที่มีจิตวิญญาณเช่นนี้ มันรู้ว่าเจ้านายเหงา ต้องการใครสักคนห่วงใย ดูเหมือนการเลี้ยงสุนัขครั้งนี้ เธอตัดสินใจได้ถูกต้อง
คังอิงเปลี่ยนมาสวมเสื้อแขนสั้น ล้างมือล้างเท้าให้สะอาด เธอเห็นต้นกุยช่ายที่พี่สะใภ้จางมอบให้เมื่อเย็นวานนี้ยังวางอยู่ในห้องครัว จู่ๆ ก็นึกอยากทำแพนเค้กกุยช่ายขึ้นมา
เธอหยิบต้นกุยช่ายมาล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อนๆ ยาวประมาณสองเซนติเมตร แล้วใส่ลงในชามใบใหญ่ จากนั้นก็ตอกไข่ไก่สองฟองใส่ลงในชามอีกใบ ใส่แป้งลงไป ผสมไข่ไก่กับแป้งด้วยน้ำจนเป็นเนื้อเหลว จากนั้นก็ใส่เกลือกับพริกไทยขาวลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ แล้วจึงใส่ต้นกุยช่ายลงในส่วนผสมแป้ง คนให้เข้ากัน
คังอิงตั้งกระทะบนเตา เติมน้ำมันลงไป พอร้อนได้ที่แล้วก็เทแป้งทั้งหมดลงในกระทะ จากนั้นก็ใช้ตะหลิวค่อยๆ เกลี่ยแป้งให้ทั่วกระทะด้วยไฟอ่อน
ไม่นานแพนเค้กกุยช่ายก็ส่งกลิ่นหอมออกมา เธอจึงพลิกกลับอีกด้าน ทอดจนอีกด้านกรอบเป็นสีเหลืองทอง จากนั้นก็ปิดเตาแล้วตักขึ้น แพนเค้กกุยช่ายแสนอร่อยก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว
ตอนนั้นเองคังอิงเพิ่งรู้ตัวว่าเธอทำแพนเค้กกุยช่ายเยอะเกินไป แพนเค้กชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ไม่เพียงแค่เธอคนเดียวกินไม่หมด ต่อให้กินสองคนก็ยังมากเกินไป
ถ้าสือเจียงหย่วนอยู่ที่นี่ก็คงจะดี เธอจะได้แบ่งให้เขากินครึ่งหนึ่ง คังอิงกำลังพึมพำอยู่ในใจ ไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงรถจี๊ปดังกระหึ่มมาจากด้านนอกลานบ้าน ไม่นานนักรถคันนั้นก็ดับเครื่องแล้วจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตู
คังอิงดีใจมาก เมื่อเห็นสือเจียงหย่วนเดินเข้ามา เธอก็เอ่ยกับเขาอย่างร่าเริง
“ฉันเพิ่งทอดแพนเค้กกุยช่ายเสร็จ คุณก็มาถึงพอดี รีบมาช่วยฉันกินมันหน่อย ต้องกินตอนที่ยังร้อนๆ ถึงจะอร่อย ถ้าปล่อยให้เย็นชืด หรือเก็บไว้กินมื้อหน้า มันน่าจะไม่อร่อยแล้วล่ะ”
สือเจียงหย่วนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกถูกใจเขาจริงๆ
เขาตื่นตอนตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็รีบตรงมาที่นี่ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาอยากจะมาขอกินข้าวเช้าฝีมือคังอิง? คิดไม่ถึงว่าเขาจะได้กินจริงๆ
สือเจียงหย่วนตอบตกลงอย่างรวดเร็ว เขาเดินไปช่วยคังอิงตักโจ๊กถั่วเขียวจากในหม้อ จากนั้นก็นำมันไปวางบนโต๊ะตัวเล็กใต้ต้นหอมหมื่นลี้กลางลานบ้าน
คังอิงหั่นแพนเค้กกุยช่ายเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมันมาวางบนโต๊ะ สือเจียงหย่วนกินโจ๊กถั่วเขียว เขารู้สึกว่าแพนเค้กกุยช่ายของคังอิงอร่อยจริงๆ จึงอดไม่ได้ที่จะกินอย่างเอร็ดอร่อย การที่เขารีบมาขอข้าวเช้ากินในวันนี้ช่างคุ้มค่าจริงๆ
“คังอิง ฝีมือการทำอาหารของคุณไม่เลวเลยนะครับ น่าจะไปเป็นแม่ครัวได้เลยนะ”
“มั่วๆ ไปน่ะ ฉันแค่ชอบทำอาหารเท่านั้นเอง อ้อ ใช่แล้ว อีกไม่นานคุณก็จะได้กินผักที่ฉันปลูกเองแล้วนะ”
“พูดเล่นหรือเปล่า? คุณยังรู้วิธีปลูกผักด้วยเหรอ?” สือเจียงหย่วนไม่เชื่อ จึงหรี่ตามองเธอ
“อย่าดูถูกคนอื่นสิ ถึงฉันไม่รู้ ฉันก็เรียนรู้ได้ไม่ใช่หรือไง? เอาไว้ฉันปลูกผักเสร็จแล้ว ฉันจะชวนคุณมากินหม่าล่าทั่ง[1]”
คังอิงพูดอย่างอารมณ์ดี ขณะที่พูด รสชาติแสนอร่อยของหม่าล่าทั่งก็พลันผุดขึ้นมาในหัว ทำให้เธอน้ำลายสอ
“หม่าล่าทั่งคืออะไรหรือครับ?”
สือเจียงหย่วนไม่รู้จักหม่าล่าทั่ง จึงมีสีหน้างุนงง
ตอนนั้นเองคังอิงก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ช่วงเวลานี้หม่าล่าทั่งยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศจีน แม้แต่เงายังไม่มี
เธอนึกสนุกขึ้นมาทันที คิดว่าถ้าหากไม่มีเงินจริงๆ เธอลองไปเปิดร้านขายหม่าล่าทั่งดู ก็น่าจะหาเลี้ยงตัวเองได้
อย่าดูถูกอาหารว่างที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้เชียว เพราะว่ากำไรมันสูงมาก แต่ก่อนลูกน้องของเธอคนหนึ่ง ครอบครัวของเขาไม่ค่อยมีเงิน ภรรยาของเขาจึงเปิดร้านขายหม่าล่าทั่งในช่วงกลางคืน เปิดแค่สี่ห้าชั่วโมงต่อคืน รายได้ต่อเดือนก็สองถึงสามหมื่นหยวน กำไรสูง ลงทุนน้อย คืนทุนเร็ว
แต่ว่าคังอิงที่คิดไปคิดมาก็แค่คิดเล่นๆ เท่านั้น ต่อให้หม่าล่าทั่งจะขายดีขนาดไหน หากไม่ทำเป็นแฟรนไชส์ เพียงแค่เธอคนเดียว ถึงจะหาเงินได้เดือนละหมื่นหยวนจริงๆ แล้วต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ กว่าที่เธอจะกลับไปสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้เหมือนชาติก่อน?
คังอิงไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับใคร เธอแค่เปรียบเทียบตัวเองกับชีวิตในชาติก่อน อย่างน้อยๆ พออายุเท่ากับชาติที่แล้ว เธอก็ควรจะมีทรัพย์สินเท่ากับชาติที่แล้ว ไม่เช่นนั้นการที่เธอได้ใช้ชีวิตสองชาติก็คงเสียเปล่า
เห็นว่าคังอิงดูเหม่อลอย สือเจียงหย่วนกำลังจะถามเธอ แต่คังอิงก็เอ่ยขึ้นเสียก่อนว่า
“หม่าล่าทั่งเป็นวิธีการกินแบบหนึ่ง เป็นอาหารจากต่างถิ่น ฉันเคยเห็นเพื่อนบ้านของฉันทำ แต่ว่าช่วงนี้อากาศร้อนมาก กินแล้วจะทำให้ร้อนใน รอจนถึงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาว ฉันค่อยทำให้คุณกินก็แล้วกัน”
เมื่อสือเจียงหย่วนได้ฟังเช่นนั้น เขาก็รู้สึกดีใจอย่างมาก คังอิงบอกว่าจะทำให้เขากินตอนฤดูหนาว ฮ่าๆๆ แบบนี้หมายความว่า เขามาขอข้าวคังอิงกินได้ทุกวันตลอดช่วงฤดูหนาวหรือเปล่านะ?
สือเจียงหย่วนรู้สึกอิ่มเอมใจมาก เขายิ่งชื่นชมฝีมือการทำอาหารของคังอิงขึ้นไปอีก เขารู้สึกว่าอาหารที่เธอทำนั้นอร่อยกว่าอาหารที่บ้านของน้ารอง แม้แต่อาหารที่แม่ของเขาทำก็ยังไม่อร่อยเท่า
แน่นอนว่าสำหรับสือเจียงหย่วน อาหารที่แม่ของเขาทำให้กิน เต็มไปด้วยความรักใคร่ จึงไม่อาจอธิบายด้วยรสชาติได้
แต่ว่าอาหารที่คังอิงทำ กลับทำให้เขารู้สึกแปลกใหม่ ถึงแม้จะใช้วัตถุดิบแบบเดียวกับคนทั่วไป แต่ไม่รู้ทำไม เธอมักจะคิดค้นวิธีปรุงอาหารแบบใหม่ๆ ออกมาเสมอ จนทำให้เขารู้สึกว่าไม่มีทางหารสชาติแบบนี้ได้จากที่ไหน
“แปลงผักของคุณอยู่ตรงไหน? พาผมไปดูหน่อยสิ” หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ สือเจียงหย่วนก็เอ่ยถามคังอิง
“ก็แปลงผักที่บ้านน้ารองของคุณนั่นแหละ แต่ก่อนมันเต็มไปด้วยวัชพืช ฉันใช้เวลาหลายวันเลยนะ กว่าจะกำจัดวัชพืชพวกนั้นแล้วก็จัดระเบียบแปลงผักใหม่ เหนื่อยสุดๆ เลยล่ะ” คังอิงตอบ
จู่ๆ สือเจียงหย่วนก็ยื่นมือออกมาจับมือของคังอิงขึ้นมาดู คังอิงที่ไม่ทันตั้งตัวจึงถูกเขาจับมือทั้งสองข้าง เธอตะลึงงันไปชั่วขณะ
ใบหน้าของสือเจียงหย่วนเต็มไปด้วยความสงสาร เมื่อเห็นว่ามีตุ่มพองน้ำที่ฝ่ามือของคังอิง เขาก็เอ่ยด้วยความโมโห
“ทำไมตอนคุณจะพรวนดินถึงไม่เรียกผม? ผมมีแรงเยอะแยะ คุณไม่เคยปลูกผักมาก่อนใช่ไหม? ดูสิ มือคุณเป็นแผลพุพองหมดแล้ว”
คังอิงยิ้มแหยๆ ท่าทางโมโหของสือเจียงหย่วนไม่ได้ทำให้เธอกลัวแต่อย่างใด กลับรู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้ว่าที่สือเจียงหย่วนโมโห เพราะเธอไม่รู้จักดูแลตัวเอง ชาติที่แล้วไม่เคยมีผู้ชายคนไหนกล้าสั่งสอนเธอแบบนี้
ความโกรธของสือเจียงหย่วนทำให้หัวใจของคังอิงรู้สึกหวั่นไหว เหมือนกับมีขนนกมาปัดผ่านปลายหัวใจ ทำให้เธอเกิดความรู้สึกที่แปลกใหม่ เธอรีบชักมือของตัวเองกลับมาจากสือเจียงหย่วนอย่างเขินอาย
“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่แผลพุพองสองสามตุ่ม ส่วนใหญ่เป็นเพราะฉันไม่เคยจับด้ามจอบมาก่อน เพราะงั้นมือฉันเลยเป็นแผล อีกสองสามวันก็คงหายแล้ว”
สือเจียงหย่วนส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่ได้ แผลพุพองแบบนี้ กว่าจะหายก็ต้องใช้เวลานาน เดี๋ยวผมจะเจาะให้เอง”
คำพูดของสือเจียงหย่วนทำให้คังอิงรู้สึกเครียดขึ้นมา เธอรีบกำมือแน่น แล้วพูดอย่างหวาดกลัวว่า “ฉันกลัวเข็มเจาะแผลพุพอง ถ้าไม่กลัวฉันคงเจาะเองไปนานแล้ว”
สือเจียงหย่วนเห็นท่าทางหวาดกลัวของคังอิง ผู้หญิงคนนี้ที่ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน แม้แต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างการปรับโครงสร้างองค์กร เธอยังกล้าเกลี้ยกล่อมผู้อำนวยการหลี่ แต่ตอนนี้เธอกลับหวาดกลัวกับการเจาะแผลพุพองเล็กๆ ทำให้เขารู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าน่ารักเหลือเกิน เขายิ้มพลางบอก
“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณหลับตาลงก็แล้วกัน ผมเจาะแผลพุพองเก่งมาก เจาะทีเดียวก็แตกแล้ว ไม่เจ็บหรอก”
คังอิงกลัวจนตัวสั่น แค่คิดว่าจะถูกเข็มแทง เธอก็รู้สึกไม่ดีแล้ว
เชิงอรรถ
[1] หม่าล่าทั่ง อาหารจีนชนิดหนึ่ง นำวัตถุดิบชนิดต่างๆ ตามต้องการ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และอื่นๆ ไปลวกในน้ำซุปหม่าล่าซึ่งมีรสเผ็ดชาและหอมกลิ่นซุป