อารมณ์ดีๆ ตลอดหลายวันของเธอพังทลายลงจากการเจอไอ่แมงดานั่น เมื่อกลับถึงคอนโดย่านใจกลางเมืองเก่า อ้ายฉิงทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซต์หลังกว้าง
หลังจากกลับมาอีกครั้งจากโอกาสครั้งที่ 2 ของเธอ เธอต้องนอนระลึกนึกย้อนไปไกลถึงต้นเหตุ ที่ไอ่แมงดานั่นหาว่าเธอโกรธมัน …..เอ เธอโกรธมันเื่อะไรนะ ชีวิตที่แล้วของเธอ …. เธอโกรธและเกลียดมันเป็ร้อยๆ เื่เลย
“อ่อ นึกออกแล้ว…….” เธอจำได้ว่า วันหนึ่งที่เธอไปเดินห้างสรรพสินค้าตามปกติ เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาเดินห้างวันนี้ด้วยซ้ำ แค่แวะมาซื้อของนิดหน่อยกับเหล่าพี่ๆ บอดี้การ์ดเหมือนอย่างเคย พอเจอรองเท้าแบรนด์หรูรุ่นลิมิเต็ดคู่ใหม่ที่เขาเคยบอกว่าอยากได้ เธอเลยเลือกบอกให้พนักงานของห้างหยิบไว้ เธอเลือกของให้เขาอย่างเพลิดเพลิน จังหวะนั้น เธอก็เหลียวหันไปเห็นเขา...
ตงหยาง เขาเดินเคียงข้างผู้หญิงอีกคน เธอคนนั้น มีใบหน้าคุ้นเคย สวมเดรสสีพาสเทล ผมลอนอ่อนประบ่า ใบหน้าแต่งจางๆ แต่สดใสอย่างน่ามอง มือของเขาถือถุงจากแบรนด์โปรดของเธอ — แต่ตอนนี้ มันไม่ใช่ของเธออีกแล้ว
เขาหยุดเดินแค่เสี้ยววินาทีเมื่อเห็นเธอ รอยยิ้มบนหน้าจางหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยายามแสร้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“บังเอิญจังเลยนะ” เขาทัก กลืนความตื่นตระหนกลงคอ แต่เธอแค่พยักหน้า มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว
“ผมก็แค่...มาซื้อของตามปกติ พอดีของใช้หมดพอดี แล้วบังเอิญเจอลี่เซียนเข้าพอดี เลยชวนมาเดินเป็เพื่อนกัน” เสียงเขาเบากว่าปกติ
ตาของเธอไม่ได้มองไปที่เขา — แต่จ้องไปที่มือของเขา ที่ยังจับมือผู้หญิงคนที่เป็เพื่อนรักของเธอคนนั้นไว้แน่น
ตงหยางมองตามสายตาอ้ายฉิง แล้วรีบปล่อยมือจากลี่เซียนราวกับต้องของร้อน
ไม่มีคำด่าทอ ไม่มีน้ำตา มีแค่ความเงียบที่เกิดขึ้น ตงหยางรีบอธิบายให้อ้ายฉฺิงฟัง
“มันไม่มีอะไรเลยจริงๆ เราแค่บังเอิญเจอกันในห้าง เลยมาเดินด้วยกันอย่างที่บอกนะอ้ายฉิง”
“ใช่แล้ว เราแค่บังเอิญเจอกันอ้ายฉิง เลยเดินด้วยกันเฉยๆ” ลี่เซียนรีบช่วยพูดเสริมขึ้นมาทันที ราวกับกลัวว่าเธอจะไม่เชื่อพวกเขา
“แล้วที่พวกเธอจับมือกันละ”
“พอดีคนในห้างสรรพสินค้ามันเยอะเกิน ตงหยางกลัวเราจะหลงกัน และตอนนั้นคนเบียดเสียดกันจนแน่น ตงหยางเลยพยายามดึงมือเราเท่านั้นเอง เธอเชื่อเรานะ อ้ายฉิง เราเป็เพื่อนกันมานานขนาดนี้” ลี่เซียนพยายามอธิบายพร้อมทั้งหยาดน้ำตาเม็ดใสที่ไหลลงมา มือของเธอเอื้อมมาจับมือของอ้ายฉิงไว้แน่น พร้อมทั้งเล็บที่จิกเข้าไปในเนื้อแขนบอบบางของอ้ายฉิง และออกแรงเขย่าไปด้วย
อ้ายฉิงใกับแรงที่จิกลงมาบนแขนของเธอ … เธอจึงสะบัดแขนอย่างรวดเร็วให้หลุดจากการเกาะกุมของลี่เซียน
ในจังหวะนั้นลี่เซียนล้มลงบนพื้นอย่างแรงทั้งน้ำตา เหตุการณ์ทุกอย่างหยุดชะงักลง พร้อมด้วยสายตาแห่งการตำหนิหลายคู่ มองมาที่อ้ายฉิง
ตงหยางรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างแบบบางที่ ร้องไห้จนตาแดงกล่ำขึ้นมาจากพื้นที่เย็บเฉียบของห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวร่างของลี่เซียนจะได้รับการกระทบกระเทือนที่หนักหนา
“อ้ายฉิง ทำไมเธอถึงต้องผลักเราด้วย เราก็ขอโทษ เราก็พยายามอธิบายให้เธอไปแล้ว ทำไมเธอถึงไม่เข้าใจ”
“เราขอโทษเธอจริงๆ นะ เราเป็เพื่อนกันมานาน เรารู้ว่าเธออารมณ์เสีย แต่เธอสงบสติอารมณ์ลงหน่อยเถอะ เราไม่โกรธ ไม่ถือโทษที่เธอผลักเราหรอก เธอใจเย็นนะ เราไม่อยากให้ใครต่อใครมองเธอไม่ดี”
“อ้ายฉิง ทำไมคุณเป็คนร้ายกาจอย่างนี้ ผมคิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะถึงขั้นทำร้าย ผลักลี่เซียนจนเจ็บขนาดนี้ คุณหนูฟู่อ้ายฉิง มารยาททางสังคม และการควบคุมอารมณ์ของคุณมันไปไหนหมด ผมผิดหวังในตัวของคุณจริงๆ”
อ้ายฉิงชะงักค้าง และตกตะลึงไปจากเหตุการณ์ตรงหน้า ทุกสายตารอบข้าง มองเธอด้วยสายตาคาดโทษและประนามในความผิดของเธอ
………….. แต่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เธอยังไม่ได้ทันผลักลี่เซียนเลย
คิดมาถึงตรงนี้ ตายมาชาติหนึ่ง อ้ายฉิงเพิ่งเข้าใจ นี่มันคงเป็แผนการของแม่งูเห่า ดอกบัวขาวที่เลวบริสุทธิ์ดอกนั้นชัดๆ เพื่อที่จะได้หลบออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดตรงนี้ หล่อนคงคิดแผนการนี้ขึ้นมาอย่างกระทันหัน แต่ตอนนั้น ตัวเธอมัวแต่ตกตะลึงและเสียใจ เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นเร็วมาก จนเธอยังไม่ได้ทันอธิบายอะไร หนึ่งชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นก็ประคองกันออกจากห้างสรรพสินค้าไปโรงพยาบาลกันไกลแล้ว โดยทิ้งให้เธออยู่กลางห้างสรรพสินค้าใหญ่ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมาที่เธออย่างสมน้ำหน้า
(อ้ายฉิง : ลองมาอีกครั้งซิ ……. แม่จะผลักให้กระเดนไปจริงๆ ซะเลยยยย)