ชายหนุ่มเดินวนเป็วงกลมพร้อมกับหมุนควงกระบี่ดำ “ วู๊ม วู๊ม “ คมกระบี่กรีดผ่าห้วงอากาศฉีกขาดออกเป็ริ้ว
“ โฮกก “ อสูรตัวหนึ่งร้องคำรามลั่นแลกระโจนเข้าหาชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มยิ้มออกแลสไลด์ใช้เข่าทั้งสองข้างเลื่อนไถลไปด้านหน้า สองมือกำด้ามกระบี่ไว้มั่นแลวาดผ่าช่องท้องที่บอบบางของมัน
“ พรวดด “ อวัยวะของมันร่วงหล่นพร้อมกับร่างใหญ่โต
เขาชันกายแลพุ่งเข้าหาอสูรอีกตัวที่อยู่ใกล้ที่ยังอยู่ในอาการตื่นตะลึง
“ พรวด “ กระบี่ดำแทงทะลวงเข้าช่องปากของมันจนมิดด้ามตามความยาวกระบี่
เขาชักกระบี่ออก “ พรวดด “ เืของมันพ่นออกทางปากตกตายตามกันติดๆ
อสูรสองตัวทะยานร่างเข้าหาสองทิศทาง ชายหนุ่มเหยียดร่างออกกึ่งกลาง แลวาดกระบี่ดำตัดขวาง่ท้องของทั้งสองอสูร
“ ดี “ ปราบเอ่ยแลเก็บร่างของมันไว้แลกวาดตามองทั่ว
เมื่อมิมีสิ่งใดแล้ว เขาทะยานร่างออกจากตึกไปยังตึกทำการภารกิจอย่างรวดเร็ว
ตามข้อมูลที่สำนักสิบสี่ส่งมา เวลานี้ทางเข้าเหลือเพียงจุดเดียวแต่อยู่ชั้นใต้ดิน
“ ต้องไปยังทางเข้ารถไฟฟ้าใต้ดิน “ เขาพึมพำ
“ ไป “ ชายหนุ่มเอ่ยแลทะยานร่างลงจากยอดตึกอย่างรวดเร็ว
“ ฟู่ว “ เจ็ทแพคชะลอร่างของชายหนุ่มไว้
เมื่อเท้าทั้งสองแตะยังพื้นชายหนุ่มวิ่งหน้าตั้งเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอย่างรวดเร็ว
“ เข้าไม่ได้ “ ปราบร้องลั่นเมื่อสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินถูกพังถล่มเสียหายอย่างหนัก
“ เ้านาย อีกสามกิโลเมตรจะมีสถานีรถไฟใต้ดินที่ทางการเคยใช้อพยพผู้คน “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพนักหน้าแลออกวิ่งอย่างรวดเร็ว
เหล่าอสูรต่างตื่นรู้เมื่อได้ยินเสียงะเิดังสนั่นทั่วอาณา พวกมันต่างส่งเสียงกรีดร้องลั่นแลวิ่งเข้าหาต้นเสียงอย่างรวดเร็ว
“ เวรเอ๊ย ทำไมมันมากมายอย่างนี้ “ ปราบร้องลั่นเมื่อมิรู้ว่าอสูรจากไหนรุมเข้ามาทุกทิศทาง
ชายหนุ่มวาดเหวี่ยงกระบี่กับมีดสั้นอย่างบ้าคลั่ง จนร่างของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเืของอสูร
เมื่อถึงคราวจวนตัวชายหนุ่มวาดมือเรียกปืนพกสั้นขนาดจุดห้าศูนย์ออกมา
“ เปรี้ยงง “ อานุภาพที่ร้ายแรงที่สุดของปืนพกอัดกระแทกเข้ากลางหน้าผากของอสูรตนหนึ่ง
“ แคร่ก “ กะโหลกของมันพลันปริแตก
“ เปรี้ยงง “ ะุอีกนัดพุ่งเข้าซ้ำจุดเดิมแลทะลวงออกหลังหัวแดดิ้นในทันใด
ชายหนุ่มยิ้มออก แลเร่งกระหน่ำยิงอสูรที่อยู่เบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง
เสียงปืนเสียงะเิดังกระหึ่มทั่วอาณา ทำเอาอสูรระดับสูงหลายตัวอดรนทนมิไหวออกจากที่หลบซ่อน
“ เ้านาย สำนักสิบสี่ส่งข่าวมาเวลานี้อสูรระดับสูงกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ให้เร่งหนี “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
เขาเก็บอาวุธปืนลงไป แลเรียกกระบี่ดำออกมา
“ ครืนน “ ดาราทั้งสี่ดวงของเขาะเิพลังปราณออก
“ เปรี้ยงง “ กระบี่สีดำวาดเหวี่ยงส่งแสงสังหารพุ่งทะยานออก
“ ตูมม “ ร่างของอสูรนับสิบปลิดปลิวล่องลอยไปไกล
“ มันยังไม่ตาย “ เขาร้องออก
ชายหนุ่มผสานเงา์พุ่งปราดออกยังช่องทางที่เปิดไว้อย่างรวดเร็ว เขาวิ่งอย่างมิคิดชีวิตเพื่อไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน
“ สามกิโล เป็สามกิโลที่ลุ้นระทึก “ สงเอ่ย
“ ใช่ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ น่าเสียดาย ไอ้หนูปราบเป็คนแรกที่มาถึงอาคารได้ “ รองผอ.เอ่ย
“ หวังว่าจะทำภารกิจสำเร็จ “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มวิ่งไปยิงไปจนะุที่เตรียมเริ่มร่อยหรอ
“ ถึงแล้ว “ เขาร้องออกแลวิ่งลงไปตามขั้นบันไดอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้ามาเขาพลันสะท้านทั่วร่างเมื่อพบเจอโครงกระดูกของอสูรมากมายที่ตกตายลงเพราะระบบป้องกัน
ชายหนุ่มเบียดร่างแทรกตัวไปตามโครงกระดูอสูร เพราะเขาไม่อยากทำลายมันอย่างน้อยมันก็เป็สิ่งกีดขวางชั้นดีเพื่อเพิ่มเวลาให้กับเขา
ชายหนุ่มหลุดออกจากกองโครงกระดูกนับพันจนเข้ามายังลานกว้างหน้าบันไดเลื่อนลงไปยังรางรถไฟ เขาตามองยังปืนกลขนาดหกลำกล้องนับสิบ แลปตอ. ที่หมดสิ้นเขี้ยวเล็บเพราะไม่มีะุ
เขาได้แต่พ่นลมหายใจออกอย่างแรงแลข้ามสิ่งกีดขวางอย่างเช่นลวดหนามแลแท่งเหล็กแหลมที่ตั้งเฉียง
ครั้นพ้นจากสิ่งกีดขวางชายหนุ่มวิ่งหน้าตั้งลงไปตามบันไดเลื่อนที่ใช้ไม่ได้อย่างรวดเร็ว เขาวิ่งลงมาจนถึงชานชลาด้านล่างแล้ววิ่งย้อนกลับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ตามรางรถไฟนั้นพบเจอหนูอสูรอยู่มากมายแต่ไม่คณนามือของเขา กระบี่สีดำวาดออกดับดิ้นหนูอสูรไปมากมาย ชายหนุ่มห้อตะบึงอย่างรวดเร็วจนมาถึงยังประตูเหล็กชนิดพิเศษที่ทนทานเป็พิเศษ เขามองยังหน้าจอปุ่มกดที่ถูกงัดแงะ
“ มันพังเสียหายหมดแล้วแล้วจะเปิดยังไง “ เขาร้องลั่น
“ เ้านายให้เป็หน้าของผม “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพักหน้า
ชายหนุ่มยกข้อมือทาบยังหน้าจอปุ่มกด “ วิ้ง “ พลันกำไลจอมยุทธเปล่งแสงสว่างวาบ
“ ครึก ครัก “
“ กึก กัก “
“ ครืดด “ ประตูเหล็กเปิดออก พร้อมกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์โชยออกมาตาม
ชายหนุ่มสวมหน้ากากป้องกันก๊าซอย่างเร็วไว แล้วเดินเข้าไปในอาคารอย่างรวดเร็ว
“ ปัง “ ประตูเหล็กพลันปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว
“ ฟู่ว “ ชายหนุ่มเป่าปากออกอย่างแรงเมื่อพบพานกับโครงกระดูกของมนุษย์มากมาย พวกเขาล้วนตกตายลงเพราะขาดอาหาร
เขากวาดตามองทั่วแลพบว่าสภาพของอาคารนั้นยังอยู่ในสภาพดี ทั้งแสงสว่างก็ยังสามารถใช้ได้
“ อัลตรอนทำไมยังมีไฟฟ้า “ เขาเอ่ยถาม
“ เ้านายเพราะมีเตาปฏิกรณ์หนึ่งเตาที่ยังทำงานอยู่ จึงมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนทั่วอาคาร “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
เขาเดินสำรวจไปทั่วแต่ละชั้นเพื่อหาอาวุธ ะุ
“ แต่ละชั้นนั้นไม่มีอะไรเหลือเลยถูกขนออกไปใช้งานหมดแล้ว “ ชายหนุ่มพึมพำ
เขามองยังเตาปฏิกรณ์สองเตาที่วางอยู่ข้างกันในชั้นที่สาม เครื่องหนึ่งยังคงทำงานแจกจ่ายกระแสไฟฟ้า อีกเครื่องหนึ่งเงียบสนิท ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆแลออกจากชั้นที่สามไปยังชั้นที่สี่
ชายหนุ่มใช้เวลาราวสองชั่วโมงในการสำรวจทั่วอาคาร แต่ก็ไม่ได้อะไร เขาได้แต่ถอนหายใจออกอย่างแรง
ชายหนุ่มกลับมาที่ชั้นสาม
“ อัลตรอนปิดระบบ “ เขาเอ่ย
“ เ้านายหากปิดระบบ ที่นี่จะไร้กระแสไฟแลระบบปิดผนึกจะล็อกตายไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“ หาอะไรไปขวางประตูด้านหลังได้รึไม่ “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ น่าจะได้ แต่สิ่งนั้นต้องแข็งแกร่งพอที่จะรองรับแรงอัดที่มหาศาล “ อัลตรอนเอ่ย
ชายหนุ่มพยักหน้า
เขาเร่งวิ่งออกหาวัสดุที่แข็งแกร่งเพื่อไปขวางประตูด้านหลังไว้
“ ไม่มีอะไรเลย “ เขาพึมพำ
“ มีดสั้น “ ปราบพึมพำ
“ ลองดู “ ชายหนุ่มเอ่ยแลวิ่งไปยังชั้นล่าง
เขาให้อัลตรอนเปิดประตูออก แลวางมีดสั้นขวางประตูไว้
“ ไป “ ชายหนุ่มกลับไปยังชั้นสาม
อัลตรอนสั่งระบบหยุดทำงาน
ชายหนุ่มเข้าไปในห้องเก็บเตาปฏิกรณ์แล้วนำเครื่องปฏิกรณ์เข้าไว้ในกำไลจอมยุทธ
“ เรียบร้อย “ ชายหนุ่มเอ่ย
เขาวิ่งออกจากชั้นที่สามแลลงไปยังชั้นแรก
เขามองยังประตูที่ยังเปิดค้างอยู่ แลมองยังมีดสั้นที่ยังคงทนแม้นจะจะถูกแรงหนีบของประตูที่แสนหนักหน่วงอัดกระแทก
“ มีดสั้นของพี่แพม ช่างหลอมได้ยอดเยี่ยมจริงๆ “ ชายหนุ่มพึมพำ