คุณหนูนางร้ายของท่านแม่ทัพ

    ข่าวลับ

     

    ค่ำคืนที่เมืองหลวงถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา ลมเย็นจากทิศเหนือพัดกลิ่นดอกเหมยปลิวไหวไปทั่วตรอกซอยชายหนุ่มร่างบางในชุดผ้าแพรสีครามก้าวเข้าไปในตรอกหนึ่งของเมือง ไม่มีใครรู้เลยว่าเบื้องหลังใบหน้าหล่อคมที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้หมวกผ้าคือ “เฉินฟางซิน” ฮูหยินแม่ทัพชิว หอม่านเมฆา หอคณิกาอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ที่แท้แล้วหาใช่สถานที่หาความสำราญของบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็น “สถานที่ข่าวกรอง” ที่เฉินฟางซินตั้งขึ้นในนามของหอคณิกา หญิงงามที่นี่ล้วนผ่านการฝึกฝน ทั้งพูดหวาน ยิ้มเก่ง และฟังเก็บความลับได้ดียิ่งกว่าผู้ชายครึ่งเมือง เมื่อเฉินฟางซินก้าวเข้าไปในหอ แม่เฉา รีบโค้งคำนับ

    “นายท่านฟาง ท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้มีเรื่องใหญ่ทีเดียว”

    “พูดมา”

    เฉินฟางซินเสียงเรียบ ดวงตาคมใต้แสงตะเกียงเป็นประกาย

    “มีคนมาลับ ๆ ติดต่อหอเราให้หาสตรีไปปรนนิบัติบุรุษแปลกหน้า ข้าดูท่าทางแล้วเหมือนจะเป็นบุรุษจากชายแดนเหนือ…แต่เมื่อข้าตรวจสอบลึกลงไปแล้วเขาไม่ได้เป็นคนของแม่ทัพชิวแน่นอนเจ้าค่ะ”

    เฉินฟางซินขมวดคิ้วทันที

    “หากไม่ใช่คนของเขา…แปลว่ามีใครบางคนจะใช้ข้ออ้างนี้ลอบเข้ามางั้นหรือ”

    แม่เฉาพยักหน้า

    “พวกเขาอ้างชื่อแม่ทัพอีกเมืองหนึ่ง ข้าสืบได้ว่าเกี่ยวกับตระกูลขุนนางบางคน ดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวผิดปกติหลายวันแล้วเจ้าค่ะ”

    ฟางซินนิ่งคิดไม่นานก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น

    “เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายออกไป ข้าจะกลับไปแจ้งทางจวนและเตรียมการทันที”

     

    เฉินฟางซินมิได้กลับจวนแม่ทัพชิว แต่นางกลับตรงไปยังเรือนใหญ่ของตระกูลเฉิน แสงตะเกียงในห้องตำราของเฉินซีฮันยังไม่ดับ

    “เถียนเถียน” ผู้เป็นบิดาพอเห็นบุตรสาวมาดึกดื่นจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

    “เจ้ามาดึกเช่นนี้ มีเรื่องหรือเถียนเถียน”

    เฉินฟางซินถอดหมวกผ้าออก ดวงตาวาววับด้วยความจริงจัง

    “ท่านพ่อ ข้าได้ข่าวว่าอาจมีคนคิดก่อการในชายแดนเหนือ พวกนั้นจะหาข้ออ้างเข้าค่ายทหารเพื่อวางยาและปล่อยข่าวเท็จ”

    เฉินซีฮันชะงัก ก่อนจะวางพู่กันลงทันที

    “แน่ใจหรือ”

    “ข้าได้ยินด้วยหูของตนเองและตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่ามีความเคลื่อนไหวจริง ดูเหมือนตอนนี้พวกมันกำลังรออะไรสักอย่าง”

    “รองั้นหรือ”

    “เจ้าค่ะ…หากลูกคาดเดาไม่ผิด…คงต้องมีคนในคอยช่วยไว้ ตอนนี้ข่าวนี้คงถึงหูอาอิงแล้ว ข้าคิดว่าอีกไม่กี่วันเขาคงจะเดินทางกลับแดนเหนืออย่างแน่นอน”

    “แต่ตอนนี้แดนเหนือก็มีชิวอ๋องดูแลอยู่”

    “หากให้ชิวอ๋องออกมารบ ข้าเกรงว่าไส้ศึกที่แฝงตัวอยู่อาจก่อเรื่องได้กลับจวนไปข้าคงต้องคุยรายละเอียดกับอาอิงในเรื่องนี้”

    เฉินซีฮันพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

    “เข้าใจแล้ว พ่อจะส่งคนของเราสืบต่ออย่างเงียบ ๆ เรื่องสายในเมืองหลวงและจะกราบทูลฝ่าบาทให้ทรงทราบในเรื่องนี้”

    เฉินฟางซินหันไปทางพี่ชายคนโต เฉินไฉ่หง ผู้ที่เป็นหัวหน้าผู้ดูแลคลังสินค้าและอาวุธของตระกูล

    “พี่ใหญ่ ข้าคงต้องขอให้พี่และพี่สะใภ้ช่วยเตรียมเกราะและอาวุธให้พร้อม…ส่งออกจากคลังในนามการค้าข้าวสารแต่ในหีบให้ซ่อนอาวุธไว้แทนส่งตรงไปยังค่ายของแม่ทัพชิว”

    เฉินไฉ่หงขมวดคิ้ว

    “เจ้าคิดจะส่งของลับให้กองทัพทำเช่นนั้นหากถูกจับได้จะอันตรายยิ่งนัก”

    “หากเราไม่ทำเมื่อศัตรูเริ่มเคลื่อนไหว กองทัพจะขาดยุทโธปกรณ์ พี่อยากเห็นผู้คนตกอยู่ในวงล้อมของคนเลวเหล่านั้นหรือ”

    เพียงเท่านั้นเฉินไฉ่หงก็ถอนหายใจยาว โม่อวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างได้เข้ามาจับมือชายหนุ่มเบา ๆ

    “เรื่องนี้ให้ข้าจัดการให้เอง”

    โม่อวี้เอ่ยขณะสบตาสามี ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะหันไปหาเฉินฟางซิน

    “เข้าใจแล้ว ข้าจะทำให้เรียบร้อยโดยไม่มีใครรู้”

    ฟางซินหันไปทางน้องชายคนเล็ก เฉินจื่อเซี่ย เด็กหนุ่มผู้รับผิดชอบคลังเสบียงและเส้นทางขนส่งสินค้า

    “เจ้าเตรียมเสบียงอาหารและยาสมุนไพรไว้ลับ ๆ ส่งออกในชื่อสินค้าของหอผ้า อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาดเพราะตอนนี้เรายังไว้ใจใครไม่ได้”

    เฉินจื่อเซี่ยพยักหน้า

    “ข้าจะให้คนจัดการคืนนี้เลยพี่หญิง ข้าจะใช้เส้นทางลับผ่านช่องเขาตะวันตก”

    จางหยุนผิงที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือจับไหล่บุตรสาวเบา ๆ หลังจากเดินเข้ามาฟังอยู่สักพัก

    “เจ้าลูกคนนี้…เพิ่งแต่งเข้าจวนแม่ทัพได้ไม่นานก็ต้องมายุ่งเรื่องรบเสียแล้ว อย่างน้อยก็เอานี่ไปเถิด”

    นางหันไปสั่งสาวใช้ให้นำหีบเล็กมา ภายในเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ผ้าสะอาด ยาแผลสด และเครื่องมือแพทย์พื้นบ้าน

    “นี่เป็นของที่แม่เตรียมไว้เผื่อเจ้ากับเขา…แม้จะช่วยได้ไม่มากแต่ก็ยังดีกว่ามือเปล่า”

    ฟางซินรับไว้ทั้งน้ำตา เอ่ยเสียงแผ่ว

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านแม่”

    เฉินซีฮันลุกขึ้น เอ่ยเสียงหนักแน่น

    “ครอบครัวเฉินจะยืนเคียงข้างกองทัพแม่ทัพชิว ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ จะไม่มีใครแตะต้องบุตรเขยข้าได้แม้เพียงปลายเล็บ”

    แสงจันทร์ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เฉินฟางซินมองครอบครัวของตนที่ต่างช่วยเหลือโดยไม่ลังเล ในแววตานางมีทั้งความอบอุ่น ภูมิใจ และความมุ่งมั่นแต่ทุกคนกลับไม่ทันสังเกตแววตาที่หญิงสาวผู้เป็นที่รักของทุกคนซุกซ่อนเอาไว้

    “ข้าจำได้ไม่ชัดนักว่าเจ้า….ตายเมื่อใดและตายอย่างไร….แต่ข้าจะปกป้องเจ้าเท่าที่ข้าจะทำได้”

    เฉินฟางซินเอ่ยกับตนเองขณะควบม้ากลับจวนแม่ทัพด้วยจิตใจที่ร้อนรน ชาติก่อนนางพลาดที่ไม่เคยสนใจรอบตัวนอกจากเรื่องของฝูเหวินห้าว ทุกสิ่งทุกอย่างนางทำเพื่อชายชั่วนั้นแต่สิ่งที่นางได้รับกลับกลายเป็นการทรยศหักหลัง…ครั้งนี้นางเลือกแล้ว…นางจะไม่แก้แค้นคนเลวพวกนางแต่นางจะปกป้องคนที่นางรักแทน

     

    คล้ายกับเรื่องคุณหนูนางร้ายของท่านแม่ทัพ ที่คุณอ่าน