เด็กเพิ่งสี่ขวบ ก็สามารถแยกแยะได้แล้วว่าประโยคนี้มีความหมายว่าอะไร แต่เ้าของร่างนี้ก็เคยทำแบบที่สวีชื่อว่าจริง ๆ ไม่มีอะไรจะไปโต้แย้งได้เลยว่าไม่ได้ทำ
“ในปีนั้นข้าไม่รู้ความ พ่อมาตายแม่ก็ไม่สนใจไยดี ข้าจึงทำเื่แย่ ๆ เช่นนั้น แต่ตอนนี้ข้ารู้ความแล้ว เสือร้ายไม่กินลูกตัวเองฉันใด ข้าก็ไม่มีทางทำร้ายลูกตัวเองฉันนั้น ลูกที่ข้าเป็คนให้กำเนิด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้าจะไม่เอาเขาไปขายอีก”
“เ้าว่ายังไงนะ!”
สวีชื่อโกรธจนแทบบ้า อะไรคือ’ พ่อตายแม่ไม่สนใจไยดี’ นี่กำลังตำหนิติเตียนเธออยู่หรือไง? กล้าดียังไงมาตำหนิเธอ การที่สวีชื่อเบ่งอินังไร้ประโยชน์แบบหนิงเยี่ยนออกมา นี่ก็ถือเป็บุญคุณอันใหญ่หลวงแล้ว เลี้ยงเสียข้าวสุก อินังไร้ประโยชน์! โชคดีที่ไม่ได้ฟังคำไอ้ผีตายโหงนั่นว่าให้เลี้ยงนังนี่ดี ๆ ถ้าเกิดยอมฟังแล้วเลี้ยงนังนี่ดี ๆ ตอนนี้คงจะโกรธจนอกแตกตาย
สวีชื่อไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักวินาทีเดียว แต่ถ้ากลับบ้านตระกูลหนิงไป ต้องไปเลี้ยงหมู ตัดฟืน ทำอาหาร ซักผ้า.... ตอนนี้ร่างกายของเธอก็ยังไม่ดีนัก บางครั้งเวียนหัว ทำงานหนักไม่ไหว สายตาของสวีชื่อทอดมองไปยังตู้โทรม ๆ ที่อยู่มุมห้อง ในตู้มีถุงเงินอยู่ ่ 2-3 วันมานี้นังหนิงเยี่ยนก็เอาเงินออกมาจากตู้นี้
หนิงเยี่ยนไม่ได้สนใจสวีชื่อเลยแม้แต่น้อย เธออุ้มเ้าหนูหนิงโหย่วหยูแล้วเดินออกไป มองเ้าเด็กน้อยในอ้อมกอดที่แววตาเคร่งเครียดเกินวัย ยิ่งทำให้หนิงเยี่ยนรู้สึกหนักอึ้ง
“กลัวเหรอ?”
“ไม่กลัว”
เ้าหนูน้อยส่ายหัว แล้วพูดกับเธอว่า
“ท่านไม่ใช่แม่แบบนั้นแล้ว แม่ที่จะเอาข้าไปขาย”
“…….”
หนิงเยี่ยนใ จนเกือบปล่อยเ้าหนูน้อยตกลงไปจากตัว
“ท่านจะไม่เอาข้าไปขายแล้ว”
มองเ้าหนูตรงหน้าที่กำลังเต็มไปด้วยความว้าวุ่นและแววตาที่ไม่สบายใจ ทำให้หนิงเยี่ยนถึงกับถอนหายใจออกมา
“เ้าเป็ลูกชายของข้า”
“.......”
เ้าหนูน้อยไม่พูดอะไรต่อ
สองแม่ลูกนั่งอยู่ที่หินริมแม่น้ำบนูเา มองเหล่าปลาที่กำลังแหวกว่ายในสายน้ำ กลิ่นหอม ๆ ของเนื้อย่างก็ลอยมาแตะจมูก บางทีเ้าหนูก็ท่องประโยคในคัมภีร์หลุนอวี่ออกมา
“กินได้แล้ว”
หนิงเยี่ยนบอกลูกชาย
เ้าหนูน้อยะโลงมาจากหิน เดินไปหยุดที่ข้างกองไฟ ก่อนพลบค่ำในฤดูร้อนก็ร้อนอยู่แล้ว แต่ยังมีคนโง่แบบเขามานั่งอยู่ข้างกองไฟ
หนิงเยี่ยนเอาไก่ย่างที่เสียบคราดเหล็กออกมาจากไฟอย่างคล่องแคล่ว ไก่ย่างถึงจะเกรียมจนไหม้ไปหน่อย แต่ทั้งสองก็ยังรู้สึกมีความสุข เพราะชีวิตของสองแม่ลูกนั้นได้กินอิ่มนอนอุ่น ชีวิตกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ
หนิงเยี่ยนฉีกน่องไก่ส่งให้เ้าหนูน้อยแล้วเธอจึงเริ่มกัดไก่ย่างจืด ๆ ในมือ
เพราะมีเครื่องปรุงไม่พอ นี่เป็เหตุผลหลักที่ทำให้ไก่ป่าตัวนี้ถึงแม้จะเนื้อแน่น ย่างออกมาแบบพอดี แต่ก็ไม่สามารถทำให้หนิงเยี่ยนที่มาจากโลกในอนาคตพึงพอใจได้ หนิงเยี่ยนไม่รู้ว่าในยุคนี้มีพริกหรือยัง
ตอนนี้เธออัตคัดขัดสน การจะไปตามหาพริกในป่าทางตะวันออกหรือป่าทางใต้มันเป็ไปไม่ได้ อีกทั้งยังเพิ่งสร้างบ้าน เพิ่งซื้อเครื่องเรือนชุดใหม่ เงินไหลออกจากมือเหมือนเทน้ำ
แต่หนิงเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะมองเข้าในส่วนลึกของูเา ถ้าส่งสวีชื่อกลับไปแล้ว เธอจะต้องขึ้นไปบนูเาสักครั้ง อย่างน้อยที่สุดต้องได้ค่าเล่าเรียนให้เ้าหนูน้อยโหย่วหยู
ไก่ถูกสองแม่ลูกกินหมดแบบไม่รู้ตัว ใบบัวที่เธอนำมาพับเป็หม้อเพื่อต้มน้ำก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี น้ำในหม้อนั้นร้อนผ่าว สองแม่ลูกรอให้น้ำเย็นลง จากนั้นจึงแบ่งกันดื่ม ทั้งสองอิ่มจนพุงป่อง
หนิงโหย่วหยูเองไม่เข้าใจว่าทำไมต้องดื่มน้ำร้อน แต่แม่บอกว่าในน้ำมีหลายอย่างที่ตามองไม่เห็น ต้องต้มให้น้ำเดือดฆ่าพวกนั้นให้ตายแล้วค่อยดื่ม ไม่อย่างนั้นเ้าแมลงพวกนั้นจะลงไปในท้อง พอเ้าแมลงเดินไปเดินมาก็จะปวดท้อง
แต่....ถ้าต้มน้ำจนเดือดแล้วกินลงไป ก็แสดงว่าเรากินศพแมลงลงท้องน่ะสิ.......
พอถามไปคำนึง ก็สังเกตว่าหน้าแม่เริ่มไม่พอใจ หนิงโหย่วหยูจึงสงบปากสงบคำ
“ปะ กลับบ้านกัน”
“อื้อ!”
หนิงโหย่วหยูลากคราดเหล็กไปซ่อนไว้ในพงหญ้าแล้วจึงค่อยเดินลงจากเขา
2-3 วันที่ผ่านมา ขึ้นไปกินปลาย่าง ไก่ย่างหรือแม้กระทั่งกระต่ายย่างบนเขาก็ใช้คราดเหล็กอันนี้ ทุกวันต้องแบกไปแบกมา คนก็ถามได้ทุกวัน จนหนิงเยี่ยนรำคาญเลยเอามันไว้บนเขาซะเลย
พอกลับถึงบ้าน ท้องฟ้ากำลังมืดลง บ้านฟางของเธอรกยุ่งเหยิงไปหมด สวีชื่อก็ไม่อยู่แล้ว แต่ถุงเงินของเธอออกมาอยู่ข้างนอก พอเปิดออกดูก็พบว่าในถุงว่างเปล่า หนิงเยี่ยนจึงเอาเ้าหนูน้อยไปฝากไว้ที่บ้านป้าหวง คว้าเอาขวานในบ้าน จากนั้นจึงพุ่งตรงไปยังบ้านตระกูลหนิงทันที
เงินในถุงมีเงินอยู่ 3 ตำลึงกว่าหนิงเยี่ยนตั้งใจวางมันไว้ข้างนอก
เธอไม่ได้อยากปรนนิบัติพัดวีให้สวีชื่อหรอกนะ แล้วสวีชื่อยังมาขโมยเงินของเธอหนีไป เื่นี้ไม่จบแน่ อย่างนั้นเธอขอใช้โอกาสนี้คุยกับบ้านตระกูลหนิงให้รู้เื่
ประตูบ้านตระกูลหนิงยังปิดอยู่
ฟ้ายังไม่มืดสนิทก็ปิดประตูแล้ว ผวาเื่ที่ขโมยเงินมาหรือไง
หนิงเยี่ยนเคาะประตู แต่ไม่มีใครเปิดให้ เธอส่ายหัว ไอ้คนบ้านนี้มันความจำเสื่อมหรือไง ลืมแล้วเหรอว่าเธอถีบประตูเข้าไปได้
หนิงเยี่ยนถอยหลังออกมาสองก้าว จากนั้นจึงเหยียดเท้าออกเต็มแรง
“ปั้ง!”
ประตูสีดำบิดเบี้ยวตกลงมา ฝุ่นคละคลุ้งไปหมด จากนั้นเสียงลมหายใจ ฟืด ฟาด ก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของเธอ หนิงเยี่ยนเดินเข้าไปในลานบ้านทั้ง ๆ ที่ฝุ่นฟุ้งเข้าตา ทันใดนั้นหมาตัวใหญ่สูงเท่าครึ่งตัวคนก็พุ่งออกมาต่อหน้าหนิงเยี่ยน มันอ้าปากกว้างพร้อมที่จะกัดเธอ
หนิงเยี่ยนสายตาดีจึงมองเห็นเนื้อเละ ๆ ในปากของหมาตัวนั้น คงโหดน่าดู
.......
ปล่อยหมามางั้นเหรอ? หนิงเยี่ยนมองไปยังเ้าหมาดุร้ายที่กำลังจะฝังคมเขี้ยวลงบนขาเธอ หนิงเยี่ยนจึงยกขวานในมือทุบลงบนหัวเ้าหมาสีน้ำตาลตัวนั้น
“เอ๋งงงงงง.......”
เ้าหมาถอยหลังหนีทันที เสียงร้องของมันเปลี่ยนไป มันส่งเสียงแหลม ๆ ร้องออกมาอย่างเ็ปและทรมาน หากหมาที่ขี้ขลาดมาได้ยินเข้าคงจะนอนไม่หลับเพราะหวาดกลัว
มันเซล้มลงไปกับดิน ทั้งเืทั้งสมองไหลออกมา
หนิงเยี่ยนหายใจอย่างโล่งอก โชคยังดีที่พอข้ามภพมาเธอไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ยังคงออกกำลังกายตามความเคยชิน ไม่อย่างงั้นแขนขาของเธอคงจะเคลื่อนไหวได้ช้ามาก ถ้าแบบนั้นเธอคงจะกลายเป็อาหารหมาตัวนี้ไปแล้ว
“กรี๊ดดดดด นังนี่มันจะฆ่าคน”
หนิงหว่านที่เดิมทีจะออกมาดูมหรสพ เห็นแววตาที่ดุร้ายของหนิงเยี่ยนจึงรีบะโลงจากเก้าอี้ ส่งเสียงร้องวิ่งขึ้นไปห้องชั้นบน สำหรับหนิงหว่านแล้วการหนีไปหลบหลังยายแก่ต้าหลี่ชื่อเป็ที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ในยุคสมัยนี้ไม่มีสิ่งบันเทิงใด ๆ เสียงร้องโหยหวนของหมา ตามด้วยเสียงเอะอะโวยวายของหนิงหว่านจึงทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ และครอบครัวอื่นที่ใช้สกุลหนิงเหมือนกัน ต้องเปิดประตูออกมาดูเพราะความสนใจ
พอเห็นว่าที่พื้นมีหมานอนตายอยู่ คนเหล่านี้ไม่เพียงแค่ตื่นกลัวแต่ยังตื่นเต้นอีกด้วย
หมาตายแบบนี้ ก็มีเนื้อหมากินน่ะซี
แต่หมาตัวนี้เป็ของใคร คนไม่สนใจหรอก แล้วก็หวังว่าคนบ้านตระกูลหนิงจะไม่สนใจเหมือนกัน เพราะถ้าสนใจขึ้นมา พวกเขาก็ไม่มีเนื้อกินน่ะสิ แบบนี้ไม่ดีหรอก
“เ้าทำอะไร ขนาดโจรยังไม่ทำเช่นนี้ มาพังประตูบ้านข้า ฆ่าหมาของข้า ข้าจะไปแจ้งความ”
ั้แ่ถูกหนิงเยี่ยนคุกคาม ยายแก่ต้าหลีชื่อก็เริ่มร้องหาความยุติธรรม เธอเชื่อว่าท่านศาลผู้ยุติธรรมจะไม่ปล่อยให้อินังอกตัญญูนี่รอดชีวิตแน่ พูดพลางเอากล้องยาสูบในมือไปเคาะกับผนังแล้วส่งเสียงร้องเอะอะ
หนิงเยี่ยนกลอกตา ยายแก่นี่ตลกหรือไง? ศาลท่านไม่ได้รับฟังความอย่างเดียว ท่านรับเงินด้วย ไม่มีเงินก็ไม่ได้แจ้งความหรอก!
..................