เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งดาวเคราะห์จาย่า สิ่งปลูกสร้าง สิ่งมีชิวิตบนดวงดาว อารายธรรมต่างๆบนดวงดาว ล้วนถูกทำลายจนหมดสิ้นไปในชั่วพริบตา กลุ่มเปลวเพลิง กลุ่มควันปกคลุมดวงดาวจาย่าจนดาวฤกษ์ที่ร้อนแรงไม่อาจส่องแสงลงไปยังพื้นพิภพของดวงดาวได้เลย
"ก..แก..ไอ้เวรตะไลเอ๊ยยยยย!!!"
เสียงะโอย่างบ้าคลั่งดังขึ้นมาพร้อมการปะทุของกลุ่มก้อนพลังงานอันมหาศาล พัดเอากลุ่มควันและเปลวเพลิงที่ปกคลุมบริเวณเมืองหลวงแตกออกเป็วงกว้าง จนปรากฏให้เห็นโดมแสงสีม่วงขนาดใหญ่ที่คลุมชายผิวสีเขียวและเหล่าหน่วยซิกม่าเอาไว้ด้านใน พื้นที่ที่ถูกโดมแสงสีม่วงคลุมเอาไว้ไม่ได้รับความเสียหายจากการทำลายแม้แต่น้อย
"แกคิดจริงๆรึของแค่นี้มันจะทำอะไรข้าได้"
ชายผิวสีเขียวกัดฟันกล่าวออกมาด้วยความโกรธพร้อมกับหันมองไปรอบๆตัวของเขา ใบหน้าแสดงถึงความโมโหเป็อย่างมาก
"โธ่โว้ย..ดวงดาวนี้คงอาศัยไม่ได้แล้วกว่าจะฟื้นสภาพคงใช่เวลานับหมื่นๆปีแน่..ไอ้เวรลอร์ด"
ชายผิวสีเขียวกล่าวออกมาอย่างดุดันพร้อมกับสลายโดมสีม่วงที่ครอบพวกเขาเอาไว้ ไม่นานเขาก็ลอยตัวขึ้นบนอากาศ พร้อมกับหน่วยซิกม่าที่เขาแย่งการควบคุมมาจากลอร์ดแห่งจาย่า เขาลอยตัวมาได้สักพักยานบินขนาดใหญ่ก็บินลงมาใกล้เขา ชายผิวสีเขียวพร้อมหน่วยซิกม่าเข้าไปในยานบินนั้น
"นายท่านพวกเราจับพวกที่กำลังจะหลบหนีได้เป็จำนวนมากขอรับแต่มียานลำหนึ่งหนีรอดไปได้"
ทันทีที่ชายผิวสีเขียวเข้ามาในตัวยาน เหล่าสมุนที่รอต้อนรับก็กล่าวรายงานต่อเขาทันที
"จับพวกมันไปทรมานให้หมดอย่าให้พวกมันได้ตายอย่างสบาย พวกมันต้องรับผิดชอบต่อความโกรธของข้าแทนนายเหนือหัวของพวกมัน"
เสียงเฉียบขาดของชายผิวสีเขียวเอ่ยออกมาโดยไร้ถึงความปราณีใดๆในน้ำเสียงนั้น เหล่าสมุนรีบออกไปทำตามคำสั่งของเขาทันที ในที่คุ้มขังไม่ว่าจะเป็เด็ก คนชรา สตรีต่างไม่ได้รับความเมตตาแม้แต่คนเดียวพวกสลัดอวกาศทรมารพวกเข้าด้วยวิธีการต่างๆมากมายแค่ละวิธีล้วนแต่โหดร้ายทั้งสิ้น เมื่อคนที่ใกล้สิ้นใจพวกมันก็จะพาไปรักษาจนหายดีแล้วก็นำกลับมาทรมารใหม่อีกครั้ง แม้แต่การจะฆ่าตัวตายพวกเขาก็ยังไม่อาจที่จะทำได้
ภายในห้องบังคับการของยานบินชายผิวสีเขียวนั่งบนเก้าอี้กลางห้องในมือถือแผ่นทองเหลืองเอาไว้ เขามองสำรวจแผ่นนั้นอยู่นาน
"พวกเ้าพบวิธีแปลภาษาพวกนี้ได้รึยัง?"
ชายผิวสีเขียวหันไปถามสมุนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
"ยังไม่พบวิธีเลยขอรับคงต้องไปขอความช่วยเหลือจากพวกเรเทน่าชะแล้วละขอรับ"
สมุนตอบกลับเขาในทันที
"เหอะ..ไม่อยากพบพวกมันเลยไอ้พวกตัวหน้าเืพวกนั้น"
หลังจากที่ชายผิวสีกล่าวออกมาเขาก็สั่งให้รีบออกเดินทางทันที สิ้นคำสั่งของเขายานบินที่อยู่บนอวกาศก็หายวับไปทันที
……………………………
อีกฟากหนึ่งของจักรวาลยานบินลำหนึ่งอยู่ๆก็โผล่ออกมาจากที่ไม่มีอะไรอยู่เลย พร้อมกับมีไฟลุกใหม้ด้านท้ายยาน
"ไม่ไหวแล้วหนึ่งในเครื่องยนต์หลักเสียหายมากเกินไป!!"
"รีบดับไฟก่อนเร็วเข้า!!"
"แย่แล้วอากาศกำลังรั่วไหล"
"แรงดันกำลังเพิ่มขึ้นแล้ว!"
เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นทั่วยานบิน หลังจากที่พวกเขาจัมพ์ผ่านอวกาศมานับยี่สิบสามสิบครั้งอย่างไร้จุดหมายเครื่องยนต์ก็เกิดความเสียหายอย่างมาก ม่านป้องกันตัวยานเองก็เสียหายอย่างหนัก หลังจากที่เหตุการณ์วุ่นวายนี้ดำเนินไปพักใหญ่ จนในที่สุดคนจากดาวจาย่าก็สามารถควบคุมสถาณการณ์ได้ พวกเขาต้องทิ้งเครื่องยนต์ไปหนึ่งตัวทำให้ไม่สามารถใช้การจัมพ์วาปได้อีก
"พวกเราอยู่ที่ไหนเนี้ย!?!?"
เมื่อเหตุการณ์กลับมาสงบอีกครั้งภายในห้องบังคับการณ์ก็เริ่มถามไถ่ถึงสถานที่ทันที
"ไม่รู้เหมือนกันไม่มีในแผนที่จักรวาลเลย"
เสียงตอบกลับของคนสำรวจเส้นทางที่อยู่ด้านหนึ่งของห้องบังคับตอบกลับมา
"อะไรนะไม่มีในแผนที่เป็ไปได้ยังไงกันพวกเราโผล่มาที่ไหนกันเนี่ย!?!?"
เสียงกล่าวออกมาอย่างใของผู้คนในห้องบังคับการณ์ดังขึ้นมันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของคนสำรวจแผ่นที่
"นั้นดูนั้นมีดาวสีแดงอยู่ข้างหน้า!!"
คนหนึ่งที่มองออกไปด้านนอกเห็นดาวดวงหนึ่งที่มีสีแดงอยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเท่าไหร่นัก เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยินดีอย่างมาก
"เดี๋ยวอย่าเพิ่งเข้าไปใกล้ ส่งหุ่นสอดแนมเข้าไปสำรวจก่อนดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อน"
ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็กัปตันของยานเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจังขณะมองไปยังดาวสีแดงดวงนั้น ทุกคนในที่นั้นเห็นด้วยทันทีพวกเขาจึงส่งหุ่นที่มีขนาดเล็กจำนวนมากออกไปสำรวจดาวดวงนั้นทันที หลังจากพวกเขาสำรวจอยู่สองวันก็พบว่าที่ดาวมีแต่ฝุ่น ไม่มีอากาศและสิ่งมีชีวิตไม่สามารถที่จะอยู่อาศัยได้ แต่พวกเขาพบของบางอย่างที่ดูเหมือนเครื่องจักรหน้าตาประหลาดอยู่ด้านหนึ่งของดวงดาว พวกเอาจึงใช้หุ่นขนาดเล็กจิ๋วลอบเข้าไปสำรวจดู ก็พบว่ามันเป็ยานยนต์สำรวจดวงดาวเช่นกัน เมื่อพวกเขารู้ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างมากพวกเขาจึงแอบดึงข้อมูลของยานยนต์นั้นออกมาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เมื่อได้ข้อมูลมาพวกเขาจึงรู้ว่าดาวดวงนี้ชื่อว่าดาวอังคารและยานยนต์สำรวจหน้าตาแปลกนี้มีชื่อว่า Mar Rover ส่งมาจากดาวโลกดาวดวงหนึ่งในระบบสุริยะเพื่อสำรวจดาวดวงนี้ที่อาศัยในระบบเดียวกันนั้นเอง
"เยี่ยม!!ใช้งานได้จริงๆด้วยแหะเครื่องมือของพวกเรเทน่าที่พวกเราตัดใจชื้อมาในราคาที่แพงบรรลัยเมื่อครั้งอดีต"
กัปตันของยานชาวจาย่าตื่นเต้นดีใจที่เครื่องมือที่เขานำติดมาด้วยสามารถแปลข้อความที่เขาไม่รู้จักได้
"โลกงั้นเหรอพวกเราไปดูกันเถอะที่นั้นคงบอกได้ว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกันของห้วงจักวาล"
กัปตันเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี
"การจะไปที่นั้นคงใช้เวลาพอสมควรเครื่องยนต์ของเราตอนนี้เหลือเพียงสองตัวใช้จัมพ์วาปไม่ได้อีกแล้วละ"
คนที่บังคับยานกล่าวออกมา
"อืมคงใช้เวลาพอสมควรจริงๆอย่างมากสุดคงสองถึงสามเดือนถ้าใช้ความเร็วเต็มที่ของเครื่องยนต์ทั้งสองตัวนี้"
กัปตันเหม่อมองออกไปด้านนอกอวกาศเอ่ยออกมา
"เอาละเริ่มออกสำรวจสถานที่ชื่อว่าระบบสุริยะนี้กันเถอะ"
สิ้นคำกัปตันเอ่ยออกมายานก็ออกบินเป็เส้นแสงสีขาวออกไปทันที