ทั้งสองคนพูดคุยถามไถ่เื่ราวเหลือเพียงอีเดนกับณัฐธัญที่ยืนอยู่ด้วยกัน
“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะเดินทางมากับนางพญาราชสีห์ไม่งั้นผมคงไม่คิดค่าบริการลากรถ” อีเดนพูดขึ้น
“ไม่เป็ไรหรอกเื่ที่พวกนายช่วยพวกเราไว้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง ว่าแต่นางพญาราชสีห์คืออะไรน่ะ..?”ณัฐธัญสงสัยเกี่ยวกับฉายาของลีโอนี
“ออสมัยก่อนได้ยินคนเล่าลือกันว่า ราชสีห์มีกรงเล็บสี่เขี้ยวหนึ่งเป็อาวุธห้าประการส่วนเธอมีความแข็งแกร่ง ดุดัน งดงาม เย้ายวน และเฉลียวฉลาดเป็อาวุธห้าประการเช่นกันก็เลยเอาไปเปรียบเทียบกัน” อีเดนอธิบาย
ณัฐธัญพยักหน้านึกย้อนดูเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ชื่นชมว่าเข้าใจเปรียบเทียบดี เธอก็เหมาะกับฉายานี้จริงๆ เดี๋ยวสิ... ถ้าอย่างนั้นไม่ใช่ว่าเขาจะกลายเป็ผู้พิชิตนางพญาราชสีห์เหรอ..?!
พอความคิดผุดขึ้นก็เผลอแสยะยิ้มออกมา
“ยิ้มน่าเกลียดอะไรของนาย”
ลีโอนีคุยกับอีธานเสร็จแล้วตอนนี้ยืนอยู่เบื้องหน้าณัฐธัญ พอเห็นรอยยิ้มประหลาดพิกลของเขา ก็รู้สึกขนลุกขนพอง
ณัฐธัญรู้สึกตัวกลับมากระแอมแก้เขิน “อะแฮ่ม เปล่า แค่คิดอะไรเพลิน ๆ”
อีธานเดินมากล่าวว่า“ฉันต้องขอบคุณนายอีกครั้งที่ช่วยอาเจ๊กับองค์หญิงไว้ นายไม่้าช่างซ่อมจริง ๆเหรอ อยากได้รถคันใหม่ไหม พวกเราอาจจะหามาให้ได้ ถึงจะไม่เหมือนของนายก็เถอะ”
“ไม่เป็ไรครับผมขอรับแต่น้ำใจแล้วกัน” ณัฐธัญกล่าวปฏิเสธ
“อืม...งั้นมากินข้าวที่ฐานฉันไหม ฉันเป็เ้ามือเอง อาเจ๊ที่นั่นก็มีคนรู้จักเก่าอยู่หลายคนนะ” อีธานเชื้อเชิญอีกครั้ง
ณัฐธัญรู้สึกว่าหากปฏิเสธอีกอาจจะดูไม่ดีจึงตอบรับคำเชิญ แล้วบอกว่าถ้าว่างเมื่อไรเดี๋ยวจะไปหา
เมื่อตกลงกันแล้วอีกฝ่ายก็แยกย้ายไปทำธุระของตน เหลือเพียงณัฐธัญกับลีโอนีที่ยืนอยู่ข้างนอก
ณัฐธัญมีข้อสงสัยประการหนึ่งถามว่า “นี่ เป็ถึงทหารหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ โดนจับเป็ทาสได้ยังไง”
ลีโอนีพอนึกแล้วก็เจ็บแค้นใจกัดฟันกล่าวว่า “หมัดมันจะไปสู้ปืนได้ยังไงล่ะ แถมฉันต้องปกป้องคนถึงสองคน”
ณัฐธัญพยักหน้าราวกับเข้าใจระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังจะขึ้นรถไปเตรียมตัว จู่ ๆ ก็เห็นเงาร่างหนึ่งเดินมาหา
“ยังไม่ถึงสามวันเลยเปลี่ยนใจแล้วเหรอ” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มแย้ม
เทเรซ่ายังคงมีสีหน้าซังกะตายกล่าวว่า “ฉันจะให้โอกาสคุณ คุ้มกันฉันไปหาตัวอย่างข้างนอกเขตปลอดภัยหน่อย”
“แล้วไม่ไปจ้างกลุ่มอินทรีสายฟ้าล่ะ”ณัฐธัญสงสัย เพราะที่นี่คือฐานของอินทรีสายฟ้า ไปจ้างพวกเขาอาจง่ายกว่า
เธอส่ายหน้า“อินทรีสายฟ้ามีคิวของแต่ละวันอยู่ เพราะต้องคำนวณน้ำมันในการเดินทาง จึงมีตารางชัดเจนถ้าวันนี้ออกไปแล้ว หากไม่ได้ของอะไรติดมือมาก็จะกลับ และออกไปอีกทีวันพรุ่งนี้”
“เธอก็ไปพรุ่งนี้สิ”ลีโอนีกล่าวแทรก
“พรุ่งนี้คงไม่ทันแล้ว...”เทเรซ่าพึมพำ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “คุณอยากซื้อตัวฉันไม่ใช่เหรอ ฉันจะได้รู้ว่าคุณมีศักยภาพอะไรบ้างถ้าคุณไม่รับ งั้นก็ไม่ต้องพิจารณาถึงสามวันแล้ว”
แน่นอนว่าณัฐธัญยินดีอยู่แล้วเพียงแต่เขาสงสัยว่าทำไมเธอถึงยื่นข้อเสนอนี้ พอเขาถาม เทเรซ่าก็เล่าให้ฟังประมาณว่าหากเธอไม่ได้ผลลัพธ์วิจัยในสองวัน เธอจะถูกส่งไปปรนนิบัติผู้นำเขตปลอดภัยโซนแปด
“แต่นี่จะสี่โมงแล้วนะ”ณัฐธัญดูเวลาบนโทรศัพท์
“ถ้าคุณไม่มีปัญญาเราก็หมดธุระกันแล้ว”
“ได้แต่ขอค่ามัดจำ”
“จะเอาเป็อะไรล่ะอาหารกระป๋อง น้ำมัน หรือว่าะุ..?”
ณัฐธัญยิ้มกรุ้มกริ่ม“เดี๋ยวระหว่างทางก็รู้เอง ขึ้นรถมาสิ”
เทเรซ่าแสดงสีหน้างุนงงแต่ลีโอนีเข้าใจได้ทันที เธออยากจะแงะสมองเขาดูจริง ๆ ว่ามีอะไรอยู่บ้าง
พอขึ้นมาบนรถเทเรซ่ามองไปรอบ ๆ ราวกับตรวจสอบ เป็รถบ้านธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานที่ควรมีแต่เห็นว่าหลังคาบุบลงมาจนเกือบถึงศีรษะ ส่วนท้ายรถที่เป็ครัวโดนเหล็กบีบอัดจนไม่มีพื้นที่ให้อยู่
แล้วเธอก็เห็นสาวสวยสองคนนั่งอยู่บนโซฟาอลิเซียกล่าวทักทาย แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็เ้าหญิง ส่วนมาน็องแค่ก้มศีรษะทักทายไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เพราะลีโอนีเล่าเื่ของเธอให้พวกอลิเซียฟังแล้ว เธอจึงไม่ต้องแนะนำตัว
บนกลิ่นไม่มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์หรือกลิ่นอับอะไรเลยจะมีก็มีแต่กลิ่นจากตัวเธอเอง เธอคาดเดาไม่ผิดว่าเขามีน้ำมหาศาล ถึงขนาดใช้อาบน้ำซักผ้าได้แต่มองแล้วมองอีกก็ไม่เห็นว่ามีถังน้ำเสริมตรงไหน แน่นอนว่าเธอไม่เชื่อว่าแทงก์น้ำห้าสิบลิตรที่ติดตั้งบนรถบ้านจะเพียงพอ
“อย่าบอกนะว่านายจะออกไปทั้งอย่างนี้ไม่มีรถสำรองเหรอ ไปยืมกลุ่มอินทรีสายฟ้าเอาก็ได้มั้ง” เทเรซ่าสงสัย รถอยู่ในสภาพนี้แล้วยังจะไปอีกเหรอไม่สิ จะขับออกจากเมืองได้หรือเปล่าเถอะ
ณัฐธัญยิ้มแย้มไม่พูดอะไร เขามุดมานั่งข้างหน้า และบอกให้เธอมานั่งข้างหน้าด้วย แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือลีโอนีก็มุดมานั่งข้างหน้าด้วยเช่นกัน แถมยังนั่งเบียดตรงกลางระหว่างเขากับเทเรซ่า
“ทำไมฉันก็มาคุ้มกันให้ไง ไม่ดีเหรอ” ลีเอานีนั่งกอดอก
“เปล่าฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ปกติเธอต้องนั่งริมประตูไม่ใช่เหรอ เวลายิงปืนหรืออะไรจะได้สะดวก”
ลีโอนีเหลือบมองเขายิ้มเยาะพลางกล่าวว่า “ก็เผื่อใครบางคนโดนะุเฉียดหูจนตัวแข็งทื่อ ฉันเลยต้องเผื่อว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอย”
ณัฐธัญเบ้ปากตอนนี้รถกันะุทั้งคัน ยังจะกลัวอะไรอีก แต่เขาไม่พูดอะไร เดี๋ยวจะได้เห็นดีกัน
เขาซ่อมรถก่อนในเมื่อเทเรซ่าอยากเห็นศักยภาพของเขา อย่างนั้นเขาก็จัดให้
แสงสีฟ้าเรืองรองไปทั่วรถเทเรซ่าใ มองไปรอบ ๆ แล้วก็ตะลึงตาค้างเพราะไม่ว่ารอยขีดข่วน รอยบุบ หรือรอยเบี้ยว ทุกอย่างกลับกลายเป็ปกติ ราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับรถคันนี้
“นี่...นี่มัน” เธอหันขวับมามองณัฐธัญทันที สีหน้าราวกับไม่เชื่อสายตา
ณัฐธัญยิ้มมุมปากยักคิ้วให้สองที แต่ไม่ได้อธิบายอะไร พร้อมกับขับรถออกไป เมื่อออกมาถึงทางเข้าฐานของกลุ่มอินทรีสายฟ้าก็บอกคนเฝ้าทางเข้าให้ฝากบอกอีเดนว่าเดี๋ยวเขากลับมา หลายคนในฐานของกลุ่มอินทรีสายฟ้าที่เห็นถึงกับงุนงงก่อนหน้านี้ถ้าจำไม่ผิดเข้ามาในสภาพยับเยิน ทำไมออกไปสภาพใหม่เอี่ยมแล้ว..?
ขณะที่กำลังออกไปเมฆครึ้มที่อุตส่าห์ตั้งเค้ามาั้แ่เช้า ในที่สุดก็ทิ้งหยาดฝนลงมา ระหว่างทางได้เห็นผู้คนมากมายแห่นำภาชนะมารองรับน้ำไม่ว่าจะเป็ไห ถัง กะละมัง หรือโอ่ง บางคนก็ถึงขนาดถอดเสื้อผ้าหรือกระทั่งถุงเท้าออกมาตากฝนแล้วบีบรีดน้ำใส่ปากของตน
ณัฐธัญเห็นแล้วรู้สึกสลดใจครุ่นคิดว่าหากตนเองไม่มีระบบ ก็คงต้องทำแบบนี้เหมือนกัน
“แล้วเราต้องไปไหน”ณัฐธัญถามเทเรซ่า เขาไม่รู้เส้นทาง ลิโอนีก็เช่นกัน เพราะที่นี่คือเขตประเทศปาลาเซแล้ว
“เราจะออกทางทิศตะวันตกไปสิบกิโลแล้วเลี้ยวขวาขึ้นไปทางเหนือ หาซอมบี้พิเศษแถวนั้น”
“ทำไมเราไม่ออกจากเมืองทางทิศเหนือเลยล่ะจะอ้อมทำไม” ลีโอนีสงสัย
“เส้นทางทิศเหนือมีศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคุมอยู่แล้วเข้าออกได้เฉพาะคนภายใน”
“ศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคืออะไรกันแน่แล้วเขตปลอดภัยคืออะไร ใช่รัฐบาลหรือเปล่า ไม่ใช่ว่ารัฐบาลล่มไปแล้วเหรอแล้วทำไมบางเมืองถึงได้เป็เขตปลอดภัย บางเมืองถึงไม่ได้เป็..?” ณัฐธัญติดใจเื่นี้มานานแล้วจึงตัดสินใจถาม
“ใช่รัฐบาลล่มไปแล้ว ส่วนเขตปลอดภัยคือพื้นที่ปลอดซอมบี้ เกิดจากการต่อสู้ดิ้นรนของกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ร่วมมือกันกวาดล้างซอมบี้จนหมดทั้งเมืองสร้างรั้วและฐานเพื่อประกาศเขตปลอดภัย ส่วนผู้นำแต่ละเขตก็แค่คนที่มีกองกำลังแข็งแกร่งและทรัพยากรมากกว่าชาวบ้านเท่านั้นเมื่อเมืองมั่นคงปลอดภัยดีแล้ว ผู้นำแต่ละเขตจะติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันผ่านทางวิทยุคลื่นพิเศษโดยจะมีการเข้ารหัสและเปลี่ยนรหัสทุกสิบสองชั่วโมง เพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตแต่อันที่จริงก็แค่ตั้งชื่อให้ดูดี เพราะส่วนใหญ่อยากดึงดูดให้คนมาเมืองของตนมากขึ้นหวังเพิ่มอำนาจและความแข็งแกร่งในวันที่โลกฟื้นคืนกลับมา ถึงจะมีผู้นำเขตที่คิดช่วยเหลือผู้คนจริงๆ ก็แค่ส่วนน้อย จะบอกว่าเขตปลอดภัยคือรัฐที่ปกครองตนเองก็ย่อมได้” เทเรซ่าตอบกลับเสียงราบเรียบ
“อย่างนั้นโครงการวิจัยพลังพิเศษก็คือ...”
เรเทซ่าไม่รอให้ลีโอนีกล่าวจบประโยคพูดต่อจากเธอ “เพิ่มอำนาจความแข็งแกร่งของตนเอง เพราะอย่างที่บอก มันคือเมืองที่กลุ่มผู้รอดชีวิตหลายกลุ่มร่วมกันสร้างขึ้นมาหนึ่งเขตจึงมีหลายฝั่งหลายฝ่าย อย่างโซนแปดเราก็มีสี่ฝ่าย กลุ่มอินทรีสายฟ้าที่พวกคุณรู้จักกลุ่มของผู้นำเขตปลอดภัย กลุ่มแมงป่องดำ และกลุ่มโรล์ฟ”
“โรล์ฟ...”ลีโอนีพึมพำ แววตาสะท้อนรังสีฆ่าฟันออกมาทันที
“พอบอกข้อมูลของกลุ่มโรล์ฟได้ไหม”ณัฐธัญถาม เขาเพิ่งไปมีเื่ขัดแย้งกับโรล์ฟมา จึงอยากรู้ข้อมูลของอีกฝ่าย ดั่งตำราพิชัยาว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
เทเรซ่าไม่รู้เื่ของณัฐธัญกับโรล์ฟจึงสงสัยว่าจะเอาข้อมูลของโรล์ฟไปทำอะไร แต่ก็ยังอธิบายอย่างอดทน “กลุ่มโรล์ฟนับว่าเป็กลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในเขตเพราะคุมทางเข้าทิศใต้ ซึ่งไม่มีเส้นทางไปไหนนอกจากทะเลทราย แต่กลับมีอำนาจในเมืองเข้มแข็งค่อนข้างใกล้ชิดกับผู้นำเขต ไม่รู้ว่าสนิทกันได้อย่างไร”
“หึก็ค้าทาสยังไงล่ะ” ลีโอนีแค่นเสียงเ็า
เทเรซ่าขมวดคิ้ว“ค้าทาส..? ต่อให้โลกจะสิ้นหวังขนาดไหน ก็ไม่น่ามีกลุ่มที่ยอมรับการค้าทาสได้นะ แถมจะไปขายให้ใครที่ไหน”
“คงแอบค้าเพราะทิศใต้มีแต่ทะเลทราย ดังนั้นพื้นที่ทะเลทรายทั้งหมดจึงเปรียบเสมือนถนนของมัน มันจะไปทิศตะวันออกหรือตะวันตกก็ได้คอยดักจับตัวคนที่จะลี้ภัยเข้าสู่เขตปลอดภัยโซนแปดผ่านถนนสายหลักตัดหน้ากลุ่มอื่นๆ แล้วแอบขายให้ผู้นำเขต และเนื่องเพราะกลุ่มโรล์ฟอ่อนแอที่สุดหากผู้นำเขตต้องร่วมมือกับกลุ่มไหนก็ต้องเป็กลุ่มของโรล์ฟ และโรล์ฟต้องตกลงอยู่แล้วผู้นำเขตพยายามเสริมสร้างกองกำลังให้แข็งแกร่ง ส่วนโรล์ฟก็พยายามไต่เต้าให้แซงอีกสองกลุ่มเมื่อมีเป้าหมายเดียวกัน จึงไม่ยากที่จะร่วมมือกัน แต่ถึงจะดูใกล้ชิดกัน สุดท้ายอีกฝ่ายต่างก็แค่หลอกใช้อีกฝ่ายเท่านั้น”ณัฐธัญพูดสิ่งที่ตนเองคาดเดาออกมา
ทั้งเทเรซ่าและลีโอนีมองเขาด้วยความประหลาดใจหมอนี่มันฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ..?
“นายวิเคราะห์เก่งเหมือนกันนะเนี่ย”ลีโอนีอดกล่าวชื่นชมไม่ได้
ณัฐธัญยิ้มอย่างกระหยิ่มใจแน่นอนสิ ก็ฉันมาจากประเทศที่ประชาชนต้องมีความรู้ทางการเมืองถึงจะอยู่รอดนี่นา
......
ตึกสูงสี่ชั้นเด่นสง่าติดถนนทางทิศใต้ ด้านล่างตึกมีรถจิ๊บทหารและรถบรรทุกจอดเรียงรายมากมาย
“รีบเอาผ้าใบมากางรับน้ำบนกระบะรถเร็ว..! อะไรใส่น้ำได้เอาออกมารองให้หมด..!”
ชายสูงกำยำร่างเหมือนหมีะโขึ้นตามด้วยเสียงผู้คนโวยวายที่ดังแข่งกับเสียงฝน ผู้คนวิ่งกันขวักไขว่ หยิบคว้าอะไรได้ก็หยิบบางคนถึงกับถอดเสื้อมารองรับน้ำ แล้วบิดรีดน้ำใส่ปาก
หลังจากนั้นไม่นานมีชายคนหนึ่งวิ่งมากระซิบกระซาบกับชายร่างหมี เพราะความสูงต่างกันทำให้เขาต้องก้มตัวลงมารับฟัง
เมื่อฟังจนจบชายร่างหมีก็เดินมาหาชายผิวขาวผ่องที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ใต้ตึก กล่าวว่า “หัวหน้า เราเจอรถบ้านนั่นแล้ว”
ชายผิวขาวผ่องก็คือโรล์ฟนั่นเองส่วนชายร่างหมีก็คือกุนแบร์ โรล์ฟถามด้วยน้ำเสียงเ็า “อยู่ไหน”
กุนแบร์ลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ดูเหมือนจะอยู่ในเขตของกลุ่มอินทรีสายฟ้า คนของเราเข้าไปไม่ได้ทำได้เพียงสังเกตการณ์อยู่ข้างนอก”
“บ้าเอ๊ยก็ว่ามันปากดีมาจากไหน ที่แท้ก็มีพวกอีแร้งคุ้มกะลาหัว” โรล์ฟขบกัดฟันก่อนจะกล่าวอีกว่า “ให้คนของเราสังเกตการณ์ต่อไป ถ้ามีการเคลื่อนไหวอะไรแจ้งทันที”
กุนแบร์เงียบสักพักก่อนจะกล่าวว่า “เอ่อ... อีกฝ่ายออกจากฐานของอินทรีสายฟ้าแล้วครับดูเหมือนจะมุ่งหน้าออกเมืองไปทางประตูตะวันตก”
โรล์ฟเืขึ้นหน้าะโลั่น “แล้วทำไมแกไม่พูดรวดเดียวให้จบั้แ่แรกวะ พูดให้จบประโยคเดียวมันจะตายหรือไง..!” เขาเว้น่หายใจพักหนึ่ง ก่อนจะพึมพำ “พวกมันออกไปตอนฝนตกเนี่ยนะไม่เก็บน้ำหรือไง..? หรือว่าพวกมันคิดจะออกจากเมืองไปเลย..?”
“ให้ตามไปไหมครับ”กุนแบร์ถาม
“จะตามไปทำแมวอะไรตอนนี้ต้องเกณฑ์คนทั้งหมดมาเก็บน้ำ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรฝนจะตกอีกรอบ สั่งให้คนไปสังเกตที่หน้าทางเข้าทิศตะวันตกตะวันออก เหนือ ใต้ให้หมด” โรล์ฟสั่งการ
กุนแบร์ถามย้ำให้แน่ใจว่า“ทิศเหนือด้วยหรือครับ..?”
โรล์ฟหรี่ตาสายตามองไปยังตึกสี่ชั้นที่อยู่ทางทิศเหนือ ั์ตาประกายเย็นเยียบ “เออ โดมาเรียนมันไว้ใจไม่ได้มันก็ใช้ประโยชน์ฉัน ฉันก็ใช้ประโยชน์มัน ถ้ามันรู้ว่าองค์หญิงแห่งลิกเนียอยู่บนรถบ้านคันนั้นมันเป็ฝ่ายวิ่งแจ้นเข้าหาด้วยตัวเองแน่”
กุนแบร์เกาศีรษะถามด้วยความงุนงง “โลกเป็แบบนี้แล้ว ทำไมถึงอยากได้ตัวองค์หญิงอยู่อีกถึงขนาดยอมจ่ายด้วยอาหารกระป๋องตั้งสามร้อยกระป๋อง ทั้งที่ตอนนี้ทั้งโลกแทบจะรุมสาปส่งลิกเนียอยู่แล้ว”
“ทั้งโลกคิดแบบนั้นแต่กลุ่มอีแร้งสายฟ้ามันไม่ได้คิดแบบนั้น” โรล์ฟยิ้มอย่างมีเลศนัย แต่กุนแบร์ก็ยังไม่เข้าใจ
......
ฝนสาดเทลงมาเสียงเม็ดฝนตกกระทบรถจนดังอื้ออึง อากาศข้างนอกเย็นลง อุณหภูมิข้างนอกลดฮวบเหลือ 12 องศา แต่ในรถยังอุณหภูมิอยู่ที่ 24 องศาปกติ
“อย่าว่าแต่ซอมบี้เลยถนนก็แทบไม่เห็น รอฝนหยุดดีไหม” ณัฐธัญกวาดตามอง เห็นเพียงซอมบี้ไม่กี่ตัวยังไม่เห็นตัว ‘พิเศษ’ ที่เทเรซ่ากล่าวถึง
“จะว่าไปซอมบี้พิเศษที่เธอพูดถึงมีหน้าตาเป็ยังไง” ลีโอนีถามขึ้นมา
“มันก็เหมือนซอมบี้ทั่วไปแต่แข็งแกร่งกว่ามาก จุดเด่นที่เห็นชัดคือเส้นเืตรงคอกับหน้าผากที่มีสีน้ำเงิน”
ณัฐธัญและลีโอนีตาโตขึ้นมาทันทีลีโอนีร้องว่า “ไอ้ตัวนั้นนี่เอง..!”
ณัฐธัญก็จำได้ดีซอมบี้ตัวแรกที่เขาเจอตอนที่เพิ่งออกจากป่าแล้วขับขึ้นถนนลาดยางไม่นึกว่าจะเป็ซอมบี้พิเศษ แต่ก็สมเหตุสมผลดี เพราะพละกำลังของมันถึงขนาดทุบฝากระโปรงรถจนแทบฉีกแถมยังหยุดรถได้อีก
“แล้วซอมบี้ทั่วไปไม่ได้เหรอ”
ลีโอนีถามเทเรซ่าก็อธิบายเหตุผลว่า
“ผลึกนิวโรคริสต์ของซอมบี้ทั่วไปยังไม่โตเปรียบเสมือนยังเป็เมล็ดพันธุ์ นำเข้าร่างกายก็โดนย่อยสลายหมด แทบไม่มีประโยชน์ แต่ของซอมบี้พิเศษจะเหมือนกับยอดต้นอ่อนส่วนผลึกที่โตเต็มที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้าจะมีก็คงอยู่กับตะขาบนั่น”
พูดถึงตะขาบณัฐธัญก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมา ไอ้ตัวนั้นมันเกินไปจริง ๆ เหล็กกล้าหนาหนึ่งนิ้วยังเอาไม่อยู่ พอคิดแล้วณัฐธัญก็รีบเลื่อนนิ้วที่จอ อัปเกรดเหล็กให้หนาขึ้นเป็สองนิ้วและอัปเกรดระบบรองรับน้ำหนักให้ถึงสามสิบตันเพื่อรองรับน้ำหนักของเหล็กที่เสริมเข้ามา หมดไปอีก 1,700 แต้ม
บริเวณรอบนอกรถเรืองแสงสีฟ้าลีโอนีรู้ว่าณัฐธัญคงทำอะไรบางอย่างกับตัวรถ ส่วนเทเรซ่างุนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้เหลือแต้มเพียง60 แต้ม เห็นแล้วก็รู้สึกอนาถใจ มือซ้ายของเขาวางบนหน้าขาของลีโอนีทันทีลูบไล้ไปมาอย่างหน้าไม่อาย ตอนนี้เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แต้มความสุขโดยเร็วที่สุดเพราะหากเจอตัวที่โหดยิ่งกว่าตะขาบ จะเป็หายนะของจริง
ลีโอนีรู้สึกถึงแรงััที่ต้นขาเหล่มองณัฐธัญพลางกระซิบว่า “นายทำอะไร มีคนอื่นอยู่ด้วยนะ”
แต่เทเรซ่ากลับพูดด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาว่า“ไม่เป็ไร ฉันไม่ถือ สำหรับฉันมันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ที่เกี้ยวพาราสีกัน”
ลีโอนีได้ยินก็หน้าแดงก่ำแต่ณัฐธัญไม่สนใจ สำหรับเขาแล้ว อีกเดี๋ยวเทเรซ่าก็ต้องเสร็จเขาเหมือนกัน รวมทั้งอลิเซียที่อยู่ด้านหลังด้วยส่วนมาน็องถือว่าก้าวขาข้ามเส้นมาครึ่งก้าวแล้ว
แน่นอนว่าลีโอนีรู้ว่าณัฐธัญทำไปเพื่ออะไรถึงในใจบางส่วนจะมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็เพียงเครื่องมือผลิตแต้มให้เขา แต่บางส่วนก็เข้าใจอย่างที่ณัฐธัญเคยพูด แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย แต่โลกที่สิ้นหวังนี้จะบังคับให้เธอต้องใจง่าย