ตอนที่ 3 ความลับ (2)
แม้ว่าที่นี่จะไม่ค่อยสะดุดตาในแวบแรก แต่ที่ใต้หินก้อนหนึ่งมีกล่องอยู่ใบหนึ่ง ถึงแม้จะมีคนมาถึงถ้ำแห่งนี้ ก็เกรงว่าคนผู้นั้นจะคิดไม่ถึงว่าในถ้ำแบบนี้จะมีบันทึกเช่นนี้อยู่ด้วย
ระหว่างที่ซย่าเสี่ยวฉานครุ่นคิด ก็ย้ายหินก้อนนั้นออกไปอย่างคล่องแคล่ว ที่ด้านล่างมีกล่องใบหนึ่งถูกวางอยู่นิ่งๆ ตามที่คิดไว้
มือทั้งสองของซย่าเสี่ยวฉานเปิดกล่องออกอย่างสั่นเทาเล็กน้อย บันทึกที่นางอาลัยอาวรณ์มาตลอดซึ่งถูกเผาวอดไปแล้ว บัดนี้ปรากฏต่อหน้านางแล้ว
ซย่าเสี่ยวฉานหยิบตำราเล่มนั้นขึ้นมาด้วยสองมืออย่างระมัดระวัง พลิกเปิดทีละหน้าอย่างช้าๆ เนื้อหาไม่ต่างจากตำราที่นางอ่านเมื่อชาติที่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ความรู้สึกยามที่นางได้อ่านมันในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปจากครานั้นอย่างสิ้นเชิง
ตำราเล่มนี้ไม่เพียงบันทึกชีวประวัติของอดีตจักรพรรดินีเหยาฮ่องเต้ แต่ยังบันทึกวิถีชีวิตในโลกอนาคตเอาไว้มากมาย อย่างเช่นในโลกอนาคต บุรุษแต่งภรรยาได้แค่หนึ่ง ชายหญิงเท่าเทียม สตรีก็สามารถเป็ใหญ่ในบ้านได้อะไรทำนองนั้น
แน่นอนว่าเนื่องด้วยรัชสมัยนี้มีการปฏิรูปของเหยาฮ่องเต้ แม้สิ่งที่ผูกมัดสตรีไม่ได้หนักหนามากนัก ทว่าในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้ บุรุษยังมีอำนาจมาก โลกแห่งนี้จึงยังถือบุรุษเป็ใหญ่อยู่เช่นเดิม ในขณะที่โลกของสตรีเป็เพียงการพึ่งพาอีกฝ่ายเพื่อความอยู่รอด
ครั้งนี้ ซย่าเสี่ยวฉานไม่ได้สนใจวิธีหาเงินหรือการหากำไรด้วยขนมซึ่งระบุไว้ในบันทึกเล่มนั้น แต่นางกลับค่อยๆ ซึมซับคำพูดของเหยาฮ่องเต้อย่างละเอียด ดื่มด่ำซาบซึ้งในความคิดของนาง
ในอดีตชาติ เมื่อเห็นคำพูดลวงหลอกเ่าั้ ซย่าเสี่ยวฉานไม่กล้าอ่านมากนัก แต่ครานี้ นางรู้แล้วว่าคุณค่าที่แท้จริงของบันทึกเล่มนี้มิได้อยู่ที่สิ่งอื่นใด หากแต่เป็แิของเหยาฮ่องเต้
ขณะที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซย่าเสี่ยวฉานก็อ่านตำราเล่มนี้ไปครึ่งเล่มแล้ว ยิ่งอ่าน หัวใจก็ยิ่งเต้นแรง และในเวลานี้ดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นสูงแล้ว
ซย่าเสี่ยวฉานรู้ดีว่าหากกลับบ้านไปตอนนี้ คงไม่เหลือข้าวให้กินแล้วเป็แน่ นางครุ่นคิด หมายจะวางบันทึกไว้ที่เดิม และไปยังยอดเขาข้างๆ เพื่อขุดมันเทศป่ามากินสักสองหัว ถึงอย่างไรนางก็ไม่สามารถอ่านบันทึกให้จบได้ภายในวันเดียว ถึงอ่านจบแล้วก็ยากจะบรรลุ อาหารต้องค่อยๆ กิน หนทางก็ต้องค่อยๆ เดิน ในภพนี้ หากสุขภาพย่ำแย่ ความมุมานะทั้งหมดของนางจะมีประโยชน์อันใดเล่า
ขณะที่ซย่าเสี่ยวฉานกำลังวางบันทึกให้เข้าที่ จู่ๆ นางก็ได้ยินเสียง ‘ติ๋ง ติ๋ง’ ของฝนที่ตกลงมา
ซย่าเสี่ยวฉานกำลังรู้สึกกระหายอยู่พอดี จึงมองไปทางเสียงนั้นในทันที พบว่าที่ผนังด้านซ้ายของถ้ำปรากฏรอยเว้าก้นลึกเล็กๆ และในนั้นก็มีของเหลวสีขาวนวลนอนนิ่งอยู่
ของเหลวสีขาวนี้มีขนาดประมาณผลอิง[1] เกาะตัวและไม่แตกซ่าน เพียงแค่ดมก็ได้กลิ่นประหลาด
ตอนนี้ซย่าเสี่ยวฉานมีความคิดบางอย่าง ในตอนแรก เหตุใดเหยาฮ่องเต้จึงมาที่ถ้ำเช่นนี้กัน
เมื่อมองของเหลวสีขาวนวลนั้น ซย่าเสี่ยวฉานก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาทันใด!
ยิ่งซย่าเสี่ยวฉานเข้าไปใกล้ กลิ่นประหลาดก็ยิ่งทำให้ท้องของนางเกิดเสียง ‘ครืดคราด’
กลิ่นหอมนี้ช่างหอมหวนเหลือเกิน ซย่าเสี่ยวฉานมองของเหลวสีขาวนวลนั้นและกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ทว่าแม้ในใจจะมีการคาดคะเน แต่นางก็ยังไม่กล้าตัดสินใจสิ่งใดง่ายๆ เพื่อยับยั้งความเย้ายวนใจของกลิ่นหอมนี้ นางจึงถอยหลังออกมาตามสัญชาตญาณ
เชิงอรรถ
^ ผลอิง คือ ผลเชอร์รี