
สิบวันผ่านไปอลันยังคงแวะไปเยี่ยมเพื่อนทุกครั้งที่ว่างเพราะเขายังมีแพลนจะทำงานด้วยกันอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เป็บริษัทในเครือของอัครวิชช์ซึ่งทำเกี่ยวกับพวกสายไฟวันนี้เลิกงานเร็วเขาแวะซื้อของฝากไปให้นายอุทิศและนางแสงระวี
“คุณแม่บอกอร่อยเลยฝากให้ซื้อมาให้ลองทานดูครับ”
“คุณพจนี่ทานขนมเก่งนะคะรู้หมดร้านไหนดีร้านไหนอร่อย”นางแสงระวียิ้มพร้อมรับของฝากจากอลันก่อนจะหันไปหาดวงใจที่ยืนคอยรับใช้อยู่ริมห้อง
“ใส่จานเลยไหมคะคุณผู้หญิง”ดวงใจเหมือนจะรู้ว่าเ้านายกำลัง้าชิมขนม
“ใส่มาเลยฉันจะชิม”
“ได้ค่ะแล้วคุณอัครละคะยกไปให้ไหม”
“ลูกชายฉันไม่กินของหวานหรอกเธอไปจัดใส่จานยกมาให้ฉันนี่ล่ะ”
“ค่ะคุณผู้หญิง”
“งั้นผมไปดูอัครก่อนนะครับว่าจะคุยเื่โปรเจกต์กันครับ”
“ไปสิลูก”นางแสงระวียิ้มด้วยความเอ็นดูเพื่อนลูกชาย
วันนี้อัครวิชช์แกะผ้าพันแผลและสายน้ำเกลือออกจนหมดเหลือแค่รอยช้ำและแดงตามแขนขาที่ยังไม่แห้งสนิทชายหนุ่มผู้มาเยือนก้าวเข้ามาในห้องแล้วตรงไปที่เตียงนอน
“ขอบใจมากว่ะเดี๋ยวอีกสักพักเนติคงมาถึงมันบอกงานยุ่งมากวันนี้เย็นๆว่างเลยจะแวะมา” อัครวิชช์เองก็พอรู้ว่าเนตินั้นฐานะไม่ได้ร่ำรวยเท่าเขากับอลันเลยและบ่อยครั้งหากอลันอยู่ด้วยเนติมักจะเลี่ยงขอตัวบ่อยๆ
“มันยังคงคิดมากเหมือนเดิมคุณแม่เคยพูดว่ามันสมัยเราเรียนปีหนึ่ง”อลันรู้นิสัยนางพจมานดีว่าค่อนข้างเข้มงวดกับลูกๆแค่ไหน
“ตอนนั้นมันแค่ลูกแม่ค้าตลาดนัดตอนนี้มันเป็ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อต่างประเทศในบริษัทใหญ่โตแล้วเงินเป็แสนมันยังคิดว่าด้อยกว่าพวกเราอยู่อีกมันมีทั้งบ้านเดี่ยวราคาหลายล้าน ไหนจะรถอีกติดอย่างเดียวมันชอบเที่ยว” อัครวิชช์รู้ดีว่าเขาเป็คนชวนเนติทุกครั้งและเพื่อนก็ไม่เคยปล่อยให้เขาไปคนเดียวนอกเสียจากว่าคืนนั้นอัครวิชช์มีสาวติดสอยห้อยตามไปด้วย
“ฉันเจอมันจะขอโทษอีกครั้งแทนคุณแม่”อลันอยากคุยกับเนติแบบเปิดอกอีกสักครั้งแต่ก็ไม่มีโอกาสเลยวันนี้เขาต้องเปิดอกคุยกันให้รู้เื่
ดวงใจเดินมาหาเ้านายในห้องนอนแล้วบอกเื่แขกมาขอพบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะวันนี้ดวงใจต้อนรับแขกของอัครวิชช์ที่เป็ชายหนุ่มหน้าตาดีถึงสองคนแต่ถ้าหากเป็ลูซี่แล้วดวงใจมักไม่ค่อยชอบใจนัก
“คุณอัครคะเพื่อนมาค่ะชื่อคุณเนติให้เข้ามาเลยไหมคะ”ดวงใจพูดจาไพเราะน่าฟังจนทำให้หญิงสาวดูน่ารักไปอีกแบบ
“ให้มาได้เลยแล้วเอาของว่างมาให้เพื่อนฉันด้วย”
“ได้ค่ะ”ดวงใจรีบไปจัดการตามคำสั่งเพราะ้าเอาอกเอาใจเ้านายรูปหล่ออยู่แล้ว
‘วาสนาจะได้ผัวรวยๆหล่อๆกับเขาไหมหนออีใจโอมเพี้ยงได้สักทีเถอะอีใจจะถวายหัวหมูสามหัวเลยสาธุ’
เนติเดินเข้ามาด้วยชุดทำงานเขาถอดแค่เสื้อสูทออกแล้วแขวนไว้ที่รถชายหนุ่มมองมายันอลันพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยก่อนจะทักขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่เจอนานนะ”
“อือเหมือนกันแกร่ำรวยแล้วนี่” อลันพยายามชื่นชมเขา
“อย่าพูดเลยพวกแกมันลูกคนรวยคนที่ดิ้นรนแบบฉันเทียบไม่ติดหรอก”
“เนติแกยังเหมือนเดิมน้อยใจตลอดเวลาเดี๋ยวฉันขอคุยด้วยสิที่ด้านนอกระเบียงห้องหรือด้านล่างก็ได้”
“ไปด้านล่างก็ได้อลันลมเย็นๆ พอดีฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย” อัครวิชช์รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลยอยากอาบน้ำก่อนไปร่วมวงรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ
“ก็ได้อัครเดี๋ยวมานะเว้ย”อลันยิ้มแล้วเดินนำหน้าเนติลงไปด้านล่างหามุมเหมาะเพื่อปรับความเข้าใจกับเพื่อน
“มีอะไร”เนติเริ่มกังวลใจเพราะไม่รู้ว่าอลันจะคุยเื่อะไรกันแน่
“ฉันขอโทษแทนคุณแม่อีกครั้งนะแกอย่าถือสาแม่ฉันเลย”
“เื่ดูถูกว่าฉันจนเหรอ”เนติจำได้แม่นว่านางพจมานดูถูกเขามากจนแทบไม่อยากคบอลันเป็เพื่อน
“ใช่แม่ฉันเขาเข้มงวดเื่เพื่อน แกคงไม่โกรธแล้วใช่ไหมเนติ” เขาพูดจบก็แตะที่ไหล่ของเพื่อนชาย
“เปล่านี่ฉันแค่ยอมรับความจริง ทุกวันฉันก็ยังคงจนในสายตาพวกแกอยู่แล้ว”
“ไอ้บ้าเลิกคิดมากถ้าเป็เพื่อนกันจนรวยมันสำคัญเหรอ”
“อือฉันก็จะพยายามรวยให้เท่าพวกแก” เนติไม่ได้พูดเล่นเพราะสิ่งที่เขา้ามากที่สุดในชีวิตคือการมีฐานะเท่าเทียมกับเพื่อนทั้งสองคน
“เอาใจช่วยเสียดายน้องสาวฉันไม่ได้มาด้วยเอาไว้นัดมารู้จักกันเอาไว้ดีไหม”
“น้องสาวเหรอเออใช่สิเคยเห็นสองสามครั้งตอนที่มากับคุณแม่แก”
“นั่นล่ะเอาเป็ว่าอีกห้าวันฉันหยุดเดี๋ยวมาเยี่ยมอัครแล้วจะพาน้องสาวมาด้วยแกต้องมานะ”
“ได้สิ”เนติยิ้มแล้วก็เดินไปหาอัครวิชช์บนห้องส่วนอลันนั้นแวะไปหานางแสงระวีที่ห้องรับแขก
“อร่อยไหมครับ”อลันยิ้มเมื่อเห็นนางแสงระวีกำลังชิมขนมในจาน
“อร่อยลูก เอ่อ…แม่อยากถามเื่น้องสาวอลัน ยัยหนูมีแฟนหรือยังลูก” นางแสงระวีรู้สึกถูกชะตากับไพลินั้แ่แรกเห็น
“เท่าที่รู้ไม่มีครับเพราะคุณแม่เข้มงวดเื่นี้มากขนาดผมยังไม่คิดจะคบหากับใครเลย”
“คุณพจนี่เอาเื่จริงๆนะ”นางแสงระวียิ้มระรื่นเพราะพอรู้จักนิสัยนางพจมานอยู่บ้าง
“ผมไปคุยกับสองคนนั่นต่อนะครับเดี๋ยวจะนัดกันมาหาอัครอีกผมกะจะพายัยลินมาด้วย”
“วันไหนลูกเดี๋ยวให้คนใช้เตรียมอาหารไว้ให้พวกปิ้งย่างดีไหมลูก”
“ก็ได้ครับเอาไว้ได้วันนัดเดี๋ยวผมโทรมาบอกคุณแม่ก็ได้ครับ”
“ดีลูก”นางแสงระวีพยายามนึกหาทางให้ลูกชายกับไพลินได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกันเผื่อทั้งสองชอบพอกันขึ้นมาบ้าง
วันนัดรวมตัวกันเพื่อแนะนำให้ไพลินรู้จักกับเพื่อนชายทั้งสองคนอย่างเป็ทางการก็มาถึงส่วนไพลินนั้นแค่พี่ชายบอกเื่ที่จะตัองไปบ้านผู้ชายเฮงซวยคนนั้นอีกครั้งก็หาข้ออ้างสารพัดเพื่อจะได้ไม่ต้องไปที่นั่น
“คุณแม่ขา ลินไม่อยากไปลินเบื่อพวกผู้ชายค่ะ”ไพลินออดอ้อนนางพจมานแล้วก็กอดรอบเอวเอาไว้แน่น
“น้องไม่อยากไปก็ไม่ต้องบังคับนะลูก”
“คุณแม่ครับก็ไปเยี่ยมปกติแค่เจอเพื่อนอีกคนด้วย”
“ไปเถอะลูกอนาคตเผื่อได้ร่วมงานกันปรองดองไว้ดีที่สุด”นายไกรสรหันไปดุลูกสาวด้วยสายตา
“ลินว่าจะอ่านหนังสือค่ะ”ไพลินรีบหาข้ออ้างมาใหม่
“เอาไว้อ่านตอนกลับมาพี่ให้ค่าขนมค่าเสียเวลาไปด้วยกันด้วยนะ”
“ไม่อยากได้ค่ะพี่อลัน”
“ไปเถอะลูกพ่อกับแม่ไม่ได้ไปหนูก็ถือว่าเป็ตัวแทนพ่อแม่ไง”คราวนี้นางพจมานเห็นด้วยกับสามีเพราะทั้งคู่ไม่สะดวกไปเยี่ยมอัครวิชช์เนื่องจากเวลาไม่เอื้ออำนวยเพราะมีโปรแกรมที่วางไว้ล่วงหน้าเื่การทำบุญที่วัดต่างจังหวัดและไปบริจาคข้าวของให้เด็กยากไร้ด้วย
ทางด้านของลูซี่กำลังเลือกชุดเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินที่มีลายฉลุบริเวณหน้าอกพอให้เห็นร่องอกแต่ก็ไม่ได้ดูโป๊จนเกินไปเพราะเกรงว่านางแสงระวีจะไม่ชอบหากตนแต่งตัวโป๊ดวงตาคู่เข้มถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางราคาแพงยิ่งทำให้ลูซี่ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นซึ่งนั่นคือเป้าหมายของหญิงสาวในการโปรยเสน่ห์มัดใจอัครวิชช์ให้หนีไปไหนไม่พ้นการเจอเพื่อนของอัครวิชช์ในเย็นวันนี้หญิงสาวรู้สึกได้ว่ามันน่าจะพิเศษกว่าทุกๆวันเลยจัดเต็มเื่ชุดและเครื่องประดับพร้อมกับตั้งใจจะไปให้ถึงบ้านของอัครวิชช์หลังทุกคนเพราะ้าดึงความสนใจจากทุกคนนั่นเองวิธีนี้หญิงสาวใช้ั้แ่ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเวลามีงานสำคัญที่คณะซึ่งก็ได้ผลเพราะทุกสายตาย่อมจับจ้องมายังตน
“ยั่วให้ขาดใจตายไปเลยรวยขนาดนั้นปล่อยไปก็โง่ล่ะพวกนางแบบคนอื่นยิ่งจ้องจะงาบคุณอัครอยู่ด้วย”หญิงสาวพึมพำแล้วยิ้มกับภาพในกระจกตรงหน้า
อลันพาไพลินไปทักทายนายอุทิศและนางแสงระวีก่อนจะพากันไปหาอัครวิชช์้าบ้านไพลินจับชายกระโปรงยกขึ้นเล็กน้อยและก็แอบหงุดหงิดที่โดนบังคับให้ใส่ชุดนี้ด้วยเหตุผลที่ว่ามันน่ารักและคนที่เลือกให้ก็คืออลัน
“พี่อลันชุดเดรสมันเดินไม่ถนัดค่ะลินบอกว่าจะใส่ยีนพี่ก็ไม่ยอม”
“แบบนี้น่ารักดีแขนกุดสีฟ้าด้วยเหมาะกับน้องสาวพี่”
“เชยค่ะ” ไพลินตอบสวนกลับจนพี่ชายยิ้มให้เพราะเขารู้ดีว่าปกติหากไพลินเลือกชุดต้องออกแนวเซ็กซี่แต่วันนี้เขาอยากให้เพื่อนชายสองคนมองเห็นไพลินในมุมเด็กวัยรุ่นและเป็แค่น้องสาวของเขาก็พอ
“มากันแล้วเหรอ”อัครวิชช์นั่งบนเก้าอี้ตัวโปรดแล้วหันมาทักทายก่อนจะจ้องหน้าหญิงสาวในชุดเดรสแขนกุดสีฟ้าที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา
“มาแล้วอ้าวยัยลินมานี่สวัสดีพี่อัครสิ” ไพลินที่กำลังเบือนหน้าหนีเ้าของห้องเพราะไม่้าสบตาเขานั่นเอง
“ค่ะ”ไพลินยกมือไหว้แล้วก้มหน้าเล็กน้อยไม่ทันไรเนติก็เดินมาที่ห้องพอดี
“ฉันมาช้าอีกตามเคย”เนติพูดพลางมองหน้าไพลินแล้วยิ้มหน้าบาน
“นี่พี่เนติ ส่วนนี่ลินน้องสาวฉันเอง”อลันแนะนำอย่างเป็ทางการ
“สวัสดีค่ะ”ไพลินยกมือไหว้แล้วก็รีบหลบสายตาเนติ
“น่ารักมากจำไม่ได้เลยเมื่อตอนเด็กผอมซีดมากโตมาสวยยังกะนางนนท์ละคร”
“พี่ดูหน้าหน่อยสิครับ” อัครวิชช์พยายามมองหน้าน้องสาวเพื่อนเพื่อคลายความสงสัยเขาพยายามนึกให้ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนก่อนจะทำสีหน้าใเมื่อภาพหญิงสาวขี้เมาที่นอนกับเขาคืนนั้นลอยมา