ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 100 ทำอาหารในครอบครัว

    เมื่อไม่มียาระงับไว้ใช้ปกปิดความเป็นโอเมก้า เฉินอันหลานจึงขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน เขาเอาแต่นั่งเจาะฐานข้อมูลของการซื้อขายใต้ดินเป็นจำนวนมาก อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนยาระงับในตลาดมืดแล้วติดต่อผู้ซื้อ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอว่าใครมียาระงับอยู่ในครอบครองเลย ถึงแม้ว่าเฉินอันหลานจะยอมซื้อในราคาที่แพงลิบลิ่วก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครสามารถจัดหาของมาให้เขาได้แม้แต่คนเดียว ทุกคนแค่ตอบรับว่าจะช่วยหาให้ ถ้าได้ของจะติดต่อกลับไปเท่านั้น


    เฉินอันหลานเสียเวลาไปหนึ่งวันเต็ม แต่กลับไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นเลย โอเมก้าหนุ่มไม่ทนอีกต่อไป เขาถอดหูฟังออกแล้วโยนไปบนโต๊ะด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เมื่อจิตใจสงบลงบ้างแล้ว จึงเดินถือแก้วไปรินน้ำที่ห้องรับแขก


    ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก—’


    จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น


    “มีอะไร?”


    “คุณชายสามครับ เมื่อสักครู่มีพัสดุมาส่ง ผมเลยหยิบขึ้นมาให้คุณชายครับ”


    “ใครส่งมา?”


    “เป็นบริษัทขนส่งครับ”


    มือที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มหยุดชะงักลงทันที เขาบอกให้เหลยจินนำพัสดุไปวางไว้หน้าห้อง หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายลงบรรไดไปชั้นล่างแล้ว เฉินอันหลานก็วางแก้วจากนั้นก็เดินไปเปิดประตู ก่อนจะพบกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กวางอยู่หน้าประตูห้อง ด้านบนกล่องมีการติดบาร์โค้ดบ่งบอกพัสดุจัดส่งไว้อย่างเรียบร้อย ทั้งยังเขียนชื่อผู้รับเป็นชื่อของเฉินอันหลานชัดเจนด้วย


    เฉินอันหลานมองสำรวจกล่องพัสดุนั้นอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดสังเกต เขาจึงตัดสินใจนำมันเข้าห้อง หลังจากที่ปิดประตูแล้ว โอเมก้าหนุ่มก็เดินถือพัสดุนั้นเข้ามาในห้องรับแขกแล้วกดสวิตช์ใต้โต๊ะกระจก แทบจะในชั่วพริบตา โต๊ะกระจกที่ใช้วางของก็ส่องแสงสว่างจ้าราวกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ก่อนที่ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่ติดตั้งอยู่ภายในจะเริ่มทำงานทันที


    เฉินอันหลานวางพัสดุนั้นลงบนโต๊ะกระจก แล้วหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมาดื่มไปพลางมองพิจารณาพัสดุที่วางอยู่บนโต๊ะไปพลาง ไม่นาน ลำแสงสีฟ้า ส่องผ่านด้านนอกกล่องพัสดุนั้นเพื่อสแกน ตามด้วยการสแกนของที่อยู่ข้างใน จากนั้นภาพที่คล้ายกับโฮโลแกรมก็ฉายขึ้นมาบนโต๊ะกระจก


    ของที่ถูกห่อไว้อย่างดีข้างในนั้นคือโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง


    ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือที่เหมือนกับโทรศัพท์มือถือที่เฉินอันหลานใช้ให้ เหลยจินไปเอามาให้ก่อนหน้านั้นไม่มีผิด


    เฉินอันหลานจัดการเปลี่ยนโปรแกรมที่ติดตั้งบนโต๊ะกระจก แล้วออกคำสั่งให้ทำการสแกนโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นก่อนจะพบว่าซอฟต์แวร์และโปรแกรมที่ ติดตั้งอยู่ภายในโทรศัพท์มือถือปริศนาเหมือนกับของเดิมของเฉินอันหลานทุกประการ โทรศัพท์ที่เฉินอันหลานสั่งให้เหลยจินเอามาให้นี้เป็นเครื่องที่เขาสั่งให้ผู้ผลิตปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามความต้องการของเขาโดยตรง ซึ่งระบบที่ติดตั้งอยู่ในนี้ก็มีเพียงเฉินอันหลานและวิศวะกรผู้ปรับแต่งโทรศัพท์สองคนเท่านั้นที่รู้ แม้แต่เหลยจินก็ไม่รู้เรื่องนี้——


    ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองก็นึกไม่ออกว่าตัวเองเคยติดต่อไปหาผู้ผลิตโทรศัพท์ให้ส่งเครื่องที่เหมือนกันเป๊ะแบบนี้มาตั้งแต่ตอนไหน


    ‘คนที่ส่งของชิ้นนี้มาเป็นใครกันแน่?’


    โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ไม่ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์สะกดรอยตาม ไม่มีอุปกรณ์ดักฟัง นอกจากฟังก์ชันที่สมบูรณ์แล้ว ก็ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์อื่น ๆ ที่น่าสงสัย แต่อย่างใด เฉินอันหลานจ้องมองหน้าจอที่คล้ายโฮโลแกรมอยู่หลายวินาทีก่อนจะตัดสินใจเปิดกล่องพัสดุเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ข้างในออกมา จากนั้นก็ทำการเปิดเครื่อง หลังจากที่ลองเล่นดูแล้วก็พบว่าทุกอย่างปกติ เพียงแต่ว่า——


    มีเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยถูกบันทึกเอาไว้ในสมุดโทรศัพท์ที่สมควรจะว่างเปล่าอยู่เบอร์หนึ่ง


    เฉินอันหลานจ้องมองเบอร์โทรศัพท์นั้นพร้อมกับครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็กดโทรออกหมายเลขนั้น ไม่กี่วินาทีปลายสายก็กดรับ เฉินอันหลานขมวดคิ้วขณะนำโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู


    (คิดถึงฉันเหรอ?)


    วินาทีที่ได้ยินเสียงของผู้ชายที่อยู่ปลายสาย เฉินอันหลานก็ตัดสายทิ้งในทันที เขานำโทรศัพท์ยัดกลับเข้าไปในกล่อง และเตรียมเรียกเหลยจินให้ขึ้นมาเอากล่องพัสดุนี้ไปคืนให้กับบ้านตรงข้าม ทว่านาทีต่อมาเขาก็ต้องหยุดการกระทำนั้น เมื่อจู่ ๆ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอย่างฉับพลัน


    เสียงครวญครางบนเตียงอื้ออ้าดังขึ้นตามมา เสียงแสนเร่าร้อนที่น่าอายทำให้สีหน้าของเฉินอันหลานมืดครึ้มลง


    คนที่ติดตั้งเสียงนี้ไม่มีทางเป็นคนอื่นแน่นอน มีแต่คนชั่วนั่นเท่านั้น!


    เสียงเรียกเข้าที่ทำให้หน้าแดงก่ำยังคงดังต่อไปเรื่อย ๆ


    เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปยังโทรศัพท์มือถือ เขาจ้องชนิดที่ว่าถ้าดวงตาของเขามีเลเซอร์ก็คงยิงหน้าจอนั้นจนระเบิดแตกกระจุยไปแล้ว หลังจากกำหมัดแน่นพร้อมพยายามข่มอารมณ์จนเบาลงได้ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกล่องขึ้นมากดรับ  ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดออกมา เฉินอันหลานก็สบถด่าปลายสายกลับไปเสียก่อน


    “ทำไมผู้นำของตระกูลเอสเตถึงไร้ยางอายได้ถึงขนาดนี้ ส่งของเดิมคืนคนอื่นแต่กลับบันทึกเสียงทุเรศ ๆ นี่เก็บไว้ แถมยังเจตนาตั้งมันให้ได้ยินอีก นายมีเจตนาอะไรกันแน่?!”


    (พูดจบยัง?)


    “นายไม่อายแต่ฉันอาย กรุณาอย่าทำตัวต่ำช้า ทำเรื่องน่าไม่อายแบบนี้อีก นายน้อยโอดิน!”


    (เมื่อคืนนายก็อ้อนวอนขอให้ฉันทำเรื่อง ‘น่าไม่อาย’ ทั้งคืนนี่)


    “หุบปาก!”


    (อายจนโกรธเลยเหรอ?)


    เฉินอันหลานกัดฟันด้วยความเกลียดชัง


    (ฉันแค่รู้สึกว่ามันเพราะดี แต่ถ้านายไม่ชอบท่อนนี้ล่ะก็ ฉันส่งท่อนอื่นให้นายฟังก็ได้นะ)


    “ลานเซลอต!”


    (ทำไมไม่เรียกนายน้อยโอดินเหมือนเดิมแล้วล่ะ?)


    เฉินอันหลานกัดฟันกรอด หลังจากพยายามกดข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ในใจอยู่พักใหญ่ เขาก็ถามถึงเจตนารมณ์ของอีกฝ่ายเสียงชัดถ้อยชัดคำ


    “นายคิดจะทำอะไร?”


    (นายต้องมากินมื้อค่ำกับฉัน)


    “…”


    (ฉันหิวแล้ว) ผู้ชายที่อยู่ปลายสายลอยหน้าลอยตาพูดขึ้น แล้วออกคำสั่ง (มาทำอาหารให้ฉันเดี๋ยวนี้!)


    เฉินอันหลานโกรธจนเกือบจะปาโทรศัพท์มือถือทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น


    (อีกสิบนาทีฉันต้องเจอนาย)


    “ต่อให้นายตาย ฉันก็ไม่ไป”


    (ถ้าเสียงนี่ถูกส่งไปถึงเฉินเจิ้นถิงล่ะ?)


    เฉินอันหลานบีบโทรศัพท์ไว้แน่น หลังจากเงียบไปราวสิบห้านาที เขาก็กัดฟันแล้วพูดขึ้น


    “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”


    เมื่อได้ฟังคำตอบที่ต้องการแล้ว คนปลายสายก็วางสายไปในทันที


    ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’


    “ไสหัวออกไป!”


    “คะ คุณชายสามครับ ผมเอง ตู้ชวน”


    ‘ตู้ชวน?’


    เฉินอันหลานพยายามที่จะสะกดอารมณ์เดือดดาลไว้ในใจ จากนั้นก็เตรียมเอ่ยปากเพื่อเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามา แต่ก็นึกขึ้นได้ในทันทีว่าตอนนี้ตัวเขาอยู่ในสถานะ โอเมก้าและไม่สะดวกที่จะพบใครทั้งนั้น เขาจึงร้องถามคนที่มาหาจากในห้องแทน


    “มีอะไร?”


    “คุณชายสามครับ ผมตั้งใจจะมาบอกคุณชายว่า พี่บาวดี้กลับมาแล้วครับ”


    เมื่อเฉินอันหลานได้ยินก็ตกใจไม่น้อย ตอนที่พูดเรื่องบาวดี้ก่อนหน้านี้ในโรงจอดรถ ลานเซลอตยังขู่อยู่เลยว่าจะตัดขาบาวดี้ทิ้ง แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ปล่อยเขาเสียล่ะ?


    เมื่อครุ่นคิดอยู่สักพัก เฉินอันหลานก็ถามกลับไป


    “บาวดี้เป็นยังไงบ้าง?”


    “พี่บาวดี้อยู่โรงพยาบาลครับ คุณหมอตรวจร่างกายให้เขาแล้ว แต่ไม่มีปัญหาอะไรครับ อันที่จริงเขาถูกใครบางคนตัดนิ้วไปนิ้วนึง แต่ก็ต่อกลับมาตามเดิมแล้ว คุณหมอบอกว่ารักษาตัวไปอีกสักพักก็น่าจะกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิมครับ”


    ‘ตัดไปแค่นิ้วเดียวเหรอ?


    และยังต่อกลับตามเดิม...’


    ยิ่งนานวันเฉินอันหลานก็ยิ่งไม่เข้าใจความคิดและการกระทำของลานเซลอตมากขึ้น


    “คุณชายสามครับ พี่บาวดี้ให้ผมมาแจ้งข่าวกับคุณชาย คุณชายไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”


    “ฉันรู้แล้ว ไว้ฉันว่างฉันจะไปเยี่ยมเขาก็แล้วกัน นายกลับไปก่อนเถอะ”


    “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”


    เมื่อเสียงฝีเท้าของตู้ชวนดังห่างออกไปแล้วเฉินอันหลานก็ก้มหน้าลงมองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือตัวเอง หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักเขาก็ตัดสินใจเดินไปที่ระเบียงแล้วก็กระโดดลงมาจากชั้นสอง และใช้โอกาสตอนที่ลูกน้องที่เฝ้าหน้าประตูรั้วหันไปคุยกันจนไม่ทันสังเกตเห็น กระโดดเกาะกำแพงแล้วปีนข้าม หายลับออกไปด้านนอกทันที


    เฉินอันหลานเดินเข้ามาข้างในบ้านฝั่งตรงข้ามจากทางประตูหลัง ไม่มีใครอยู่ข้างในแม้แต่คนเดียว ทว่าภายในกลับถูกตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ของทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ดูไปแล้วก็คล้ายกับสไตล์ในแบบของลานเซลอตมากทีเดียว


    “มาแล้วเหรอ?”


    ทันใดนั้น เสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาเหนือศีรษะของเขา


    เฉินอันหลานเงยหน้าขึ้นมอง และก็พบกับลานเซลอตที่กำลังยืนจับราวบันไดมองมาทางเขาจากชั้นสอง ดวงตาสีดำคู่นั้นยังคงลึกซึ้งจนทำให้เดาไม่ได้ว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่


    เฉินอันหลานกวาดตามองไปทางลานเซลอตแวบหนึ่งก่อนพูดขึ้น


    “ฉันขอเตือนนายไว้ก่อนนะ ฉันทำอาหารไม่เป็น”


    “เป็นหรือไม่เป็น เดี๋ยวก็รู้” ลานเซลอตพูด


    “นายก็อย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน” เฉินอันหลานถกแขนเสื้อขึ้น “ในครัวมีวัตถุดิบไหม?”


    “ไม่รู้”


    “...ไม่รู้แล้วนายเรียกฉันมาทำไม?”


    “หมิงจวงใช้ครัวอยู่คนเดียว”


    เฉินอันหลานไม่อยากจะสนทนาไร้สาระกับผู้ชายคนนี้อีก หลังจากพับแขนเสื้อลงเขาก็เดินตรงไปยังห้องครัวทันที ลานเซลอตเดินเอามือไขว้หลังลงมาถึงบันได ขั้นสุดท้าย จากนั้นก็หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินตามเข้าไป


    หลังจากสิบห้านาทีผ่านไป


    ลานเซลอตก็ได้เห็นแผ่นมันฝรั่งที่ถูกหั่นด้วยความหนาที่พอดี และถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบอยู่บนเขียง มันฝรั่งที่ถูกหั่นเป็นแว่นนั้นยังคงเรียงตัวเป็นรูปทรงหัวมันฝรั่งได้ดังเดิมไม่สะเปะสะปะ ไม่เพียงแต่มันฝรั่งเท่านั้น วัตถุดิบอื่น ๆ ก็ถูกหั่นเตรียมไว้ และจัดวางบนจานเตรียมอย่างดี เมื่อดูจากฝีมือการหั่นนี้ ถือว่าดีกว่าพ่อครัวที่อยู่ในโรงแรมเสียอีก แต่วิธีการทำอาหารของเฉินอันหลานนั้น?....


    ‘มันช่างง่ายจนเกือบจะลวก ๆ


    และไม่มีความเป็นศิลปะเลยสักนิด’


    ลานเซลอตกวาดตามองวัตถุดิบที่หั่นเตรียมไว้อย่างดีบนเคาน์เตอร์ถูก เฉินอันหลานเทพวกมันลงในหม้อส่ง ๆ โดยไม่พูดไม่จา จากนั้นก็เติมน้ำ เปิดเตาและเริ่มต้ม คน ๆ สองสามครั้ง สาดเครื่องปรุงขยุกขยิก แล้วก็คนไปคนมาเร็ว ๆ อีกสองสามที มันช่างเทียบไม่ได้กับขั้นตอนการหั่นผักก่อนหน้าเลยแม้แต่น้อย


    ถ้าบอกว่าการหั่นผักคือการเริ่มเกม เกมหลังจากนั้นก็คือการปาระเบิดบึ้มในชั่วพริบตาเดียว


    ลานเซลอตขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ปรายตามองเฉินอันหลานที่กำลังยืนกอดอกมองซุปผักรวมในหม้อนั้น


    เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาของอีกฝ่ายกำลังจ้องเขม็งมาทางตน เฉินอันหลานก็หันกลับไปมอง และเห็นว่าฝ่ายนั้นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย


    “ฉันบอกนายแล้วนะว่าฉันทำอาหารไม่เป็น นายไม่เชื่อเอง”


    “นายเคยเรียนโรงเรียนตำรวจมานี่นา”


    “ใช่ โรงเรียนตำรวจไม่ใช่ทหาร โรงเรียนตำรวจไม่จำเป็นต้องสอนเรื่องพวกนี้”


    “ทักษะมีดก็ไม่เลวนี่”


    “ขอบคุณสำหรับคำชม ฉันสนใจพวกอุปกรณ์ของมีคมอยู่แล้ว”


    ลานเซลอตเหลือบมองเฉินอันหลานครั้งหนึ่ง พร้อมกับก็ยื่นมือออกมาเพื่อ พับแขนเสื้อ ก่อนจะนำซุปผักรวมที่กำลังต้มอยู่บนเตาลงมาพักไว้ จากนั้นก็หยิบกระทะที่แขวนอยู่บนผนังครัวลงมา ควานหามีดปลายแหลมจากในลิ้นชักเก็บอุปกรณ์แล้วโชว์ฝีมือการทำอาหารอันช่ำชองของตัวเอง


    เฉินอันหลานเลิกคิ้วสูง แล้วถอยหลังไปเพื่อรอดู


    วัตถุดิบที่หมิงจวงเตรียมเอาไว้ตั้งแต่เช้ามืดถูกเฉินอันหลานใช้ทิ้งใช้คว้างไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่สเต๊กเนื้อหนึ่งชิ้นและแฮมอีกหนึ่งห่อที่อยู่ในถาด ซึ่งดูอย่างไรก็ไม่เพียงพอสำหรับสองคน ลานเซลอตจึงทำได้แค่ตักข้าวที่เฉินอันหลานเตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อต้ม จากนั้นก็ใช้มีดหั่นเนื้อเป็นแผ่น ๆ อย่างรวดเร็วและพิถีพิถัน หลังจากนั้นก็ทำการหั่นเป็นลูกเต๋าอย่างตั้งอกตั้งใจ เสร็จแล้วใส่ไว้ในถ้วยก่อนจะยื่นไปให้คนที่รอชมอยู่


    “ทำอะไร?”


    “ล้าง”


    เฉินอันหลานรับเนื้อมา จากนั้นก็เอาไปล้างทำความสะอาดบนซิงล้างจานด้านข้าง


    ลานเซลอตใช้วิธีการเดียวกันหั่นแฮมให้กลายเป็นลูกเต๋า แล้วใส่ลงไปในหม้อต้ม เมื่อเฉินอันหลานล้างเนื้อเสร็จ ก็หมุนตัวเตรียมหันกลับมาหาคนออกคำสั่ง แต่ในนาทีนั้นคนทำอาหารไม่เป็นก็มองเห็นน้ำมันที่กำลังเดือดพล่าน แตกเปรี๊ยะ ๆ และกระเด็นออกมาจากกระทะ นั่นสร้างความตกใจให้กับเขาไม่น้อย ผิดกับลานเซลอตที่ไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวสักนิด จนดูเหมือนเชฟผู้ช่ำชองและมากประสบการณ์อย่างไรอย่างนั้น ลานเซลอตนำแฮมลงทอด หลังจากที่ทอดจนเหลืองพอดีแล้วก็เทใส่จานสะอาด จัดวางอย่างเรียบร้อย


    เฉินอันหลานยืนมองอยู่ห่าง ๆ เลิกคิ้วขึ้นสูงโดยไม่พูดอะไร


    เนื้อลูกเต๋าถูกเทลงไปต้มพร้อมกับโจ๊ก ผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีกลิ่นก็เริ่มหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งครัว เวลานี้ลานเซลอตได้เทแฮมที่ทอดแล้วใส่จานพักไว้ รอให้โจ๊กในหม้อสุก จากนั้นก็นำถ้วยที่จัดเรียงแฮมเอาไว้แล้วออกมาสองถ้วย ทำไมยิ่งดูยิ่งเหมือนกับอาหารที่พ่อครัวฝีมือดีทำออกมาเลยล่ะ ทั้งสี กลิ่น ส่วนรสชาติ นั้น ——


    ...ดูจากลักษณะแล้วก็น่าจะไม่ได้ย่ำแย่เลยสักนิดเช่นกัน


    เฉินอันหลานมองดูอาหารมื้อค่ำที่ลานเซลอตทำด้วยคิ้วที่ขมวดน้อย ๆ


     


     


     


    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828