วันเวลาผ่านไป เคียวเรียนรู้เวทมนตร์จากเอลล่าอย่างตั้งใจ เขาฝึกฝนการทำสมาธิ การท่องคาถา และการควบคุมพลังเวทอย่างหนักหน่วง จนพลังเวทของเขาค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
เอลล่าสอนเคียวเกี่ยวกับธาตุต่าง ๆ และวิธีการควบคุมพลังเวท เธออธิบายถึงคุณสมบัติและพลังของแต่ละธาตุ เคียวรู้สึกสนใจธาตุแสงเป็พิเศษ เขารู้สึกว่ามันเป็ธาตุที่บริสุทธิ์และทรงพลัง
"ท่านมีพลังธาตุแสงที่แข็งแกร่ง" เอลล่ากล่าว "ข้าเชื่อว่าท่านสามารถเป็นักเวทธาตุแสงที่ยิ่งใหญ่ได้"
เคียวรู้สึกขอบคุณเอลล่ามาก เธอเป็ครูและเพื่อนที่ดี ทำให้เขาเริ่มรู้สึกผูกพันกับเธอมากขึ้นไปอีก
วันหนึ่ง เอลล่าพาเคียวไปที่ป่าโบราณ เธอ้าที่จะทดสอบพลังเวทของเคียว
"วันนี้เราจะฝึกควบคุมธาตุแสง" เอลล่ากล่าว "ลองสร้างลูกบอลแสงขนาดใหญ่ดูสิ"
เคียวทำตามคำแนะนำของเอลล่า เขารวบรวมพลังเวทในร่างกายของเขา และจินตนาการถึงลูกบอลแสงขนาดใหญ่
ลูกบอลแสงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในมือของเคียว มันสว่างจ้าและมีพลังงานสูง
"ดีมาก" เอลล่ากล่าว "ตอนนี้ลองปล่อยลูกบอลแสงไปที่ต้นไม้ต้นนั้น"
เคียวปล่อยลูกบอลแสงไปที่ต้นไม้ ลูกบอลแสงพุ่งเข้าใส่ต้นไม้ และเกิดการะเิขนาดเล็ก
ต้นไม้ได้รับความเสียหายเล็กน้อย
"ท่านทำได้ดีมาก" เอลล่ากล่าว "แต่ท่านต้องควบคุมพลังให้แม่นยำกว่านี้"
เคียวพยักหน้า เขารู้ว่าเขายังต้องฝึกฝนอีกมาก
ระหว่างที่พวกเขากำลังฝึกฝนกันอยู่นั้น พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเร่งความเร็วมาทางพวกเขา
"นั่นเสียงฝีเท้าของตัวอะไรกัน?" เคียวถาม
เสียงคำรามและฝีเท้าของมันกึกก้องดังสนั่นป่า แผ่นดินสั่นไหวราวกลับจะแยกออกจากกัน สัตว์ประหลาดปรากฏกายจากเงามืด ตัวสีขาว ดวงตาสีเหลืองอำพัน เขาของมันแหลมคมเสียงลมหายใจฟึดฟัดน่าเกรงขาม สัตว์ร้ายตัวนี้เอลล่าไม่เคยเคยเผชิญหน้ามาก่อน
“ปีศาจวัวพันปีหรือนี่” เอลล่าพูดขึ้น
“เ้าว่ายังไงนะ..เ้านี่มันตัวอะไรกัน” เคียวมองหน้าเอลล่าอย่างฉงน
“มันคือ..ปีศาจวัวพันปี ข้าคิดว่ามันจะดับสูญไปั้แ่หลายร้อยปีก่อนแล้วซะอีก”
เอลล่าร่ายเวทมนตร์ป้องกัน สร้างเกราะพลังงานสีฟ้าใสครอบตัวทั้งคู่
ปีศาจวัวไม่รอช้ารีบวิ่งพุ่งเข้าใส่เคียวและเอลล่าด้วยความเร็วราวกับพายุ มันพยายามเอาเขาที่แหลมคมของมันชนกับเกราะของเอลล่าอย่างบ้าคลั่ง เคียวเห็นท่าไม่ดีรีบรวบรวมสมาธิและกำหนดจิตให้นิ่ง ปีศาจวัวยังคงเอาเขาของมันกระแทกอยู่อย่างนั้นจนเอลล่าเริ่มจะคุมไม่อยู่
“ข้าเริ่มจะไม่ไหวแล้ว..” เอลล่าพูดพลางหอบ
"เปรี๊ยะ..เปรี๊ยะ!" เกราะของเอลล่ากำลังเกิดรอยร้าวเรื่อย ๆ
ทันใดนั้นเอลล่าที่เริ่มอ่อนแรงลงทุกทีก็เริ่มคุมไม่ไหวจึงล้มลงไปนั่งคุกเข่า และเคียวเองก็สามารถเรียกลูกบอลแสงของตนเองออกมาได้สำเร็จ เขาไม่รอช้ารีบเหวี่ยงลูกบอลแสงนั้นใส่ปีศาจวัวทันที
ปีศาจวัวร้องโหยหวนด้วยความเ็ป แสงนั้นเผาไหม้จนมันทนไม่ไหว มันจึงรีบวิ่งหนีไปทันที
เอลล่าเห็นดังนั้น จึงคลายเวทมนตร์อย่างรวดเร็ว เธอล้มพับลงไปกับพื้น เคียวเห็นดังนั้นก็รีบไปพยุงเธอขึ้นมา
"เอลล่า..เอลล่า ทำใจดีๆไว้นะ ข้าจะรีบพาเ้าไปรักษา!" เคียวะโ
หลังจากที่ปีศาจวัวหนีไปแล้ว เคียวก็รีบพาเอลล่าไปที่ถ้ำใกล้ๆทันที เมื่อเจอถ้ำ เขาก็พบว่ามันแห้งและสะอาดพอที่จะพักผ่อนได้ เคียววางเอลล่าลงบนกองพืชภายในถ้ำเบาๆ และเริ่มหาเศษไม้มาก่อกองไฟขนาดเล็ก เพื่อให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง หลังจากนั้นเคียวก็รีบละจากกองไฟนั้นแล้วรีบมาดูอาการเอลล่าทันที
"เอลล่า..เอลล่า" เคียวเรียกเธอเบาๆ
"ค..ค..เคียว" เอลล่าค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“เอลล่า..ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าจะต้องไม่เป็อะไร”
เขาโผลกอดเอลล่าด้วยความดีใจ ซึ่งทำให้เอลล่าเขินจนหน้าแดง ั้แ่อยู่เอลเดอร์เรียมายังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้สวมกอดเธอเลยยกเว้นเคียว เธออยู่ด้วยตัวคนเดียวมาตลอดเลยไม่รู้ว่าความรู้สึกที่อบอุ่นแบบนี้เป็อย่างไร..
“เอลล่าเ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน เดี๋ยวข้าจะไปหาอาหารมาให้” เคียวลุกขึ้นยืน
“ข้างนอกนั้นอันตรายมาก ท่านต้องระวังตัวให้ดีนะ” เอลล่าเอ่ยด้วยความเป็ห่วง ทั้งๆที่ตนเองยังหน้าแดงอยู่
“ไม่ต้องห่วงข้านะ เ้านั่งบำเพ็ญฟื้นฟูพลังเวทย์ไปเถอะ ข้าจะรีบกลับมานะ”
เคียวยิ้มและเดินออกจากถ้ำเข้าไปในป่า เขาใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่เขาได้เรียนรู้มา หาผลไม้และสัตว์เล็ก ๆ มาเป็อาหาร
เมื่อกลับมาที่ถ้ำ เขาก็พบว่าเอลล่ากำลังนั่งสมาธิอยู่ เธอมีสีหน้าสงบและผ่อนคลาย
"ข้าได้อาหารมาแล้ว" เคียวเอ่ย
เอลล่าลืมตาขึ้น เธอยิ้มให้เคียว
"ขอบคุณท่านมาก" เอลล่ากล่าว
ทั้งคู่กินอาหารด้วยกันอย่างเงียบ ๆ เมื่อกินเสร็จ พวกเขาก็นั่งคุยกันเื่ต่าง ๆ
"เ้าคิดว่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นมาจากไหน?" เคียวถาม
"ข้าไม่แน่ใจ" เอลล่าตอบ "แต่ข้าคิดว่ามันอาจจะมาจากดินแดนทางเหนือ"
"ดินแดนทางเหนือ?" เคียวถาม
"ใช่" เอลล่าตอบ "เป็ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและอันตราย"
เเละเอลล่าก็เริ่มอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกเอลเดอร์เรีย ดินแดนแต่ละทิศมีลักษณะเฉพาะตัว เต็มไปด้วยความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ สิ่งมีชีวิต และวัฒนธรรม
ดินแดนทางเหนือ: ดินแดนแห่งความหนาวเหน็บและสัตว์ร้าย เป็ดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดทั้งปี พื้นที่ส่วนใหญ่เป็ูเาสูงชัน ป่าสนหนาทึบ และถ้ำลึก เป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์ประหลาดที่ดุร้าย เช่น หมาป่าหิมะ ั์น้ำแข็ง ัขาว และปีศาจวัวพันปี มีชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ พวกเขามีความแข็งแกร่งและทักษะการเอาตัวรอดสูง มีตำนานเล่าขานถึงเมืองโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง เมืองที่เต็มไปด้วยสมบัติและเวทมนตร์โบราณ
ดินแดนทางใต้: ดินแดนแห่งทะเลทรายและอารยธรรมโบราณ เป็ดินแดนที่แห้งแล้งและร้อนระอุ มีทะเลทรายกว้างใหญ่และโอเอซิสที่กระจัดกระจาย เป็ที่ตั้งของอารยธรรมโบราณที่รุ่งเรืองในอดีต พวกเขามีความรู้ด้านดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเวทมนตร์ชั้นสูง มีสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศ เช่น งูทะเลทราย แมงป่องั์ และนกไฟ อีกทั้งยังมีเมืองใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ทะเลทราย เมืองที่เต็มไปด้วยปริศนาและกับดักอันตราย
ดินแดนทางตะวันออก: ดินแดนแห่งป่าฝนและสิ่งมีชีวิตลึกลับ เป็ดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยป่าฝนเขตร้อน มีแม่น้ำลำคลอง และน้ำตกที่สวยงาม เป็ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตลึกลับ เช่น สัตว์วิเศษ พืชกินคน และิญญาแห่งป่า มีชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในป่า พวกเขามีความรู้ด้านสมุนไพรและเวทมนตร์ธรรมชาติ มีวิหารโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ในป่า เป็วิหารที่เต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์และคำสาป
ดินแดนทางตะวันตก: ดินแดนแห่งที่ราบสูงและอาณาจักรแห่งอัศวิน เป็ดินแดนที่ราบสูง มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็ที่ตั้งของอาณาจักรแห่งอัศวิน พวกเขามีความกล้าหาญและเกียรติยศ พวกเขาปกป้องดินแดนจากภัยคุกคาม มีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้า เช่น ม้าป่า กริฟฟิน และเซนทอร์ มีปราสาทโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ปราสาทที่เต็มไปด้วยอัศวินผู้กล้าหาญและเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์
ดินแดนเหล่านี้มีเื่ราว ตำนาน และความลับที่รอการค้นพบ…