หลังจากนายชิดรู้ว่าบุตรสาวตนโตฟื้นแล้วแน่นอน..บ้านใหญ่ก็รู้เช่นกัน ดังนั้นหญิงสาวจึงต้องแสดงออกอย่างคนที่พึ่งฟื้นทั้งท่าทางเหมือนคนไม่ค่อยแข็งแรง รวมไปถึงท่าทางแต่เก่าก่อนที่ดูเหมือนซื่อ ๆปรับแววตาให้เชื่องลงสักหน่อย คล้ายชักจูงได้ง่าย
จัดการเก็บรายละเอียดได้ไม่มีตกหล่น
ดังนั้นบิดาจึงอนุญาตเพียงให้ออกไปเดินเล่นในบริเวณบ้านได้แต่ห้ามไปไหนไกล แม้ป้าอุษาจะไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะพึ่งขายสัตว์ที่ล่าได้แล้วเอาเงินเข้ากองกลางของบ้านไป
อีกทั้งพ่ออีกนั่นแหละที่ช่วยเด็ก ๆ ทำงานบ้านก่อนออกไปล่าสัตว์ อย่างการตักน้ำใส่ตุ่มขากลับจากล่าสัตว์ก็จะหอบพืชสำหรับเลี้ยงพวกมันกลับมาด้วย
โลกนี้คล้ายปะปนจากหลากหลายชนชาติแยกแยะจากกันไม่ออกเลยทีเดียว ยิ่งกว่ามั่วซั่ว...
นั่นก็สายเืนั้นนี่ก็สายเืนี้ ผู้สร้างโลกลงมือตอนเมาหรือไงกัน นึกถึงคนอ่านบ้างเถอะ งง..
ที่นี่ไม่ได้กินสิ่งที่เรียกว่าข้าวแต่ดันกินขนมปังเป็อาหารหลัก เหตุผลของเด็กแฝดทั้งสองที่ได้นำน้ำข้าวมาให้เธอนั้นเพราะเห็นว่าสัตว์กินได้ เหตุใดคนจะกินบ้างไม่ได้และได้ลองชิมกันเองก่อนที่จะมาป้อนให้กับพี่สาวไปเรียบร้อย
และบ้านนี้ใช้ข้าวในการเลี้ยงไก่
" ... "
คิดในแง่ดีคือได้กินสิ่งที่คุ้นเคยแต่เมื่อคิดอีกแง่..อืม
..ช่างเถอะ
ส่วนอาหารอย่างขนมปังนั้นคนป่วยนอนไม่ได้สติบนเตียงกินไม่ได้จึงได้น้ำข้าวประทังชีวิตและพลอยไพลินก็เลือกมันมาตลอดั้แ่มาที่นี่จะให้กินขนมปังเป็อาหารหลักคนเอเชียอย่างเธอทำไม่ได้จริง ๆยังอยากกินไก่ย่างส้มตำโว้ยข้าวเหนียวอยู่
เื่กินของอร่อยมันปล่อยวางไปง่ายๆ ไม่ได้หรอก
มองตัวที่ช่วยให้เธอได้รับความอนุเคราะห์นั้นด้วยแววตาชื่นชม..
เอาละ..เ้าไก่ เรียกชื่อสัตว์ตรงหน้าในใจเสียงกุ๊ก ๆ ดังอยู่ในเล้าเป็ระยะ ทำให้คนที่กำลังจะให้อาหารมันถึงกับหยุดชะงัก
อืม..
ข้าวเปลือกตรงหน้าถ้าทำให้เป็ข้าวสารน่าจะหุงได้เป็หม้อ
อยากแย่งอาหารไก่จริงๆ
..สติ
กะต๊าก!!!
เพียงแง้มไม้นิดหน่อยความโกลาหลในเล้าก็บังเกิดขึ้นมาทันที
ร่างผอมบางยกแผ่นไม้สำหรับวางกั้นเป็หลังคาออกคอกสี่เหลี่ยมทำจากไม้กว้างสองเมตร ยาวสามเมตรกว่า ๆ มีแผ่นไม้กระดานหลายแผ่นปิดเรียงกัน้าทั้งหมด
หญิงสาวดึงไม้ออกหนึ่งแผ่นแล้วจึงหว่านข้าวเปลือกที่ตำแบบหยาบให้ในปริมาณที่ไก่ในเล้าอิ่มแล้วจึงเดินไปล้างมือในโอ่งเล็กด้านข้างสำหรับเป็น้ำใช้ ไม่ใช่น้ำดื่ม
แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ...
" สบายดีแล้วหรือจ้ะ "
พลอยไพลินก้มลงมองพื้นเพื่อ้าเวลาตั้งตัวแต่แอบกลอกตาให้กับหญิงสาวตรงหน้า ไอ้นิสัยรังแกคนอ่อนแอเพื่อให้ตัวเองดูเก่งเนี่ยจิ๊ เลิกได้เลิกนะ!
" ... "
ตรงหน้าคือยัยน้องที่ขยันสวมบทนอกบ้านเป็หญิงสาวอ่อนโยนมีเมตตา
แต่ในบ้านอวตารในร่างนางมารที่ทำทุกอย่างโดยไม่สนหัวใครกระทั่งเด็กเจ็ดขวบยังกล้าโขกสับใช้งาน
ยุ่งยากจริงๆ จัดการเลยก็ไม่ได้
..เนี่ย เพราะเธอเป็คนดีมากไง
เื่ที่เด็กแฝดต้มน้ำข้าวให้พี่สาวที่ป่วยอย่างเธอกินคือรู้ไปทั้งบ้านยกเว้นพ่อตัวเองแต่พอทุกคนรู้ว่าฟื้นจึงได้กลับมากินขนมปังแข็งเช่นเดิม แต่ก็ยังแอบหุงข้าว..
" ดีจังเลยนะจ้ะ " พูดเสร็จก็เดินมากุมมือ
มาไม้ไหนอี๊ก!
พลอยไพลินพูดในลำคอเบาๆ
" จ้ะ " อีพี่นี่ก็ต้องให้นางฟ้าอวตารเช่นกัน
ไม่งั้นแผนพัง!
ลำบากสุดคือต้องทำสายตาแบบคนอ่อนต่อโลกเชื้อเชิญผู้อื่นให้มารังแกเต็มที่ มาซิจ้ะ มาม๊ะ! แต่พอกำลังจะเกิดเหตุการณ์เช่นในละครอย่างตัวประกอบถูกรังแกก็มีแม่ของเ้าตัวเดินนวยนาดมาซะก่อน
ป้าสะใภ้...
ชื่ออุษา ปั้นหน้ายิ้มจนขนอ่อนในร่างเธอลุกชัน เสียงที่เคยแว๊ด ๆ มาตลอดกลับเรียกขานอย่างนิ่มนวลในรอบหลายปี จะไม่ให้รู้สู่ครั่นคร้ามได้ยังไง
" แม่พลอย " ..โอ้ววว มาแล้ว ขนลุกล๊าววว
" มีอะไรจะใช้ฉันรึจ๊ะป้าสะใภ้ "เ้าของชื่อเอ่ยตอบด้วยโทนเสียงนุ่มนวล ราวกับแม่ชีเตรียมเทศนากระนั้น
..ว่าแต่ว่านางเอกเวลาเขาทำเสียงอ่อนหวานเป็ยังไงนะ แต่เธอเป็ตัวประกอบนี่เนอะ ให้มันดูซื่อๆ ไม่มีพิษภัยต่อใครก็พอ
" มีคน้าเจอแม่พลอย ป้าจึงมาเรียกแม่พลอยไปพบผู้หลักผู้ใหญ่ที่รออยู่" เห็นสายตาเหมือนกำลังมองั้แ่หัวจนถึงด้านล่างปลายเท้าแล้วอดคิ้วกระตุกขึ้นมาไม่ได้
นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่ากำลังจะขายหลานสาวของสามีให้กับคนต่างหมู่บ้านที่เรียกให้ดูดีหน่อยคือยกให้แต่งงาน คงคิดว่า้าจะใช้งานหนัก ๆ อะนะ
ถามกลับไปด้วยสีหน้าพาซื่อ" ญาติเราที่ไหนหรือจ๊ะ "
" มาเถอะ " คว้าหมับเข้าที่แขน "อย่าถามให้มากเพราะผู้ใหญ่รออยู่ "กล่าวเสร็จก็หันหลังเดินนำแต่ลากพลอยไพลินตามไปด้วยทันที
ช่างกล้านักนะ ! ไม่เห็นหรือไงว่าคนเขาไม่อยากไปด้วยฉุดกระชากลากถูคล้ายกับกระสอบป่านก็ไม่ปาน
..พูดไม่ออกเลย
นั่นเพราะรับบทเป็คนหัวอ่อนอยู่" ... "
ส่วนบุษบาแอบยกยิ้มอยู่ด้านหลังอย่างแน่นอนไม่ต้องมีตาหลังก็รู้ได้ ไอ้เสียงหัวเราะคิกคักหลังจากเธอเดินตามป้าสะใภ้นั่นน่ะไม่รู้เหรอว่ามันเหมือนตัวร้าย?
แม่ก็มหาภัยลูกก็ร้ายกาจ ์เท่านั้นที่รู้ว่าพลอยไพลินต้องอดทนมากแค่ไหนอยากจับแม่ดอกบัวขาวยัดเข้าไปในเล้าไก่ ฮึ่มมมม
ส่วนเด็กแฝดพึ่งกลับจากการไปเก็บอาหารให้ไก่เมื่อเห็นว่าพี่สาวถูกจับไว้ในมือของใคร พวกเขาถึงกับแตกตื่นนั่นเพราะกลัวว่าจะเกิดเื่ ไม่มีทางที่ป้าสะใภ้จะทำอะไรดี ๆ อย่างแน่นอน
นอกจากใช้ให้ทำงานในแต่วันแล้วทั้งสองต่างก็คิดเื่ดีอื่นไม่ออก
ตุบตุบ
ทั้งสองจึงได้ทิ้งตะกร้ารวงข้าวไว้แถวนั้นแล้ววิ่งไปหาบิดาตนเองอย่างสุดฝีเท้า
ในทุ่งกว้างที่ชอบมีน้ำขังเป็ประจำนายชิดที่กำลังเก็บรวงข้าวรออยู่เงยหน้าขึ้นมาตามเสียงวิ่งที่ดังอยู่ไกล ๆเนื่องจากไม่้ามาเก็บบ่อย ๆ แต่ละครั้งจึงเก็บในปริมาณเยอะแล้วจึงค่อยไปล่าสัตว์บนูเา
เมื่อเห็นว่าเป็บุตรแฝดของตนเองจึงได้ะโถาม
" กลับมาทำไม? "
อีกด้านหนึ่งที่สถานการณ์เสียงต่อการโดนอุ้มเป็ที่สุดในระหว่างทางที่เดินไปพลอยไพลินแอบสอดส่ายสายตาดูบริเวณรอบบ้านด้วยท่าทีระแวดระวัง
สุดท้ายอุษาก็พามาหยุดหน้าบ้านใหญ่ห่างกันกับบ้านรองราวสองร้อยเมตรแต่ตรงหน้าที่เห็นช่างเป็บ้านที่หลังใหญ่โตดีทีเดียวต่างจากบ้านกระต๊อบนั่นลิบลับ พอมาถึงห้องโถงกลางบ้านจึงได้แต่สูดลมเข้าปอดลึก ๆเพื่อตั้งสติ
..ยินดีด้วยจ้ะ
เหตุการณ์ฉิบหายมาถึงแล้ว" ... "
การมาถึงของคนทั้งสามเป็ไปตามเนื้อเื่ที่ได้อธิบายความเป็มาของแม่พลอยเอาไว้สาเหตุที่เป็ตัวประกอบ นั่นเพราะมีฉากเล่านิด ๆ จากการเปิดโปงความจริงว่าคนเหล่านี้กำลังทำบางอย่างเสี่ยงคุก เสี่ยงตาราง แล้วเอาเหตุการณ์นี้มาบังหน้าเพื่อเอาตัวเธอไปเป็แพะรับบาปของใครบางคน
" ... "
..เนี่ยถึงได้บอกว่าเธอเป็คนดีมาก
ที่ไม่ลุกขึ้นมาจัดการสองแม่ลูกแล้วสั่งสอนบทเรียนให้กับลุงที่ไม่เอาไหนคนนั้น
วันนี้ดูเหมือนพวกเขาจะพากันมาพูดเื่แต่งงานเพื่อบังหน้าแต่ความจริงแล้ว คือการซื้อเธอไปเพื่อใช้ในแผนการตนเองบิดาที่คิดว่าลูกสาวแต่งงานกับคนที่มีเงินจะสุขสบาย แท้จริงแล้วเหตุการณ์นี้
..เป็การตัดสินใจที่ผิดที่สุดในฐานะบิดา
ถ้านายชิดยอมตกลงตามเนื้อเื่สุดท้ายแม่พลอยจะตกตายอยู่ในคุก ด้วยการถูกทำให้สิ้นชีพจากคนในนั้นอีกที
..เป็ตัวประกอบที่ไม่ง่ายเลย
จะซี้ม่องแท่งทั้งทีเื่ราวดันพัวพันคนอื่นยุ่งเหยิง
พลอยไพลินหลุบตามองต่ำในใจพยายามคิดแผนรับมือเอาไว้มากมาย
หลายสายตากำลังสำรวจคนที่นางอุษาพามา..
ร่างผอมในผ้าพันอกสีน้ำตาลเข้มกลับพันลงมาจนปิดหน้าท้อง ปลายเท้าโผล่ผ้าถุงยาวกรอมเท้าเล็กน้อยปกติผู้คนจะไม่นิยมคลุมผ้าที่ไหล่ แต่แม่พลอยคนใหม่ดันคลุมปิดราวกับหน้าหนาวเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่ายังไม่ค่อยหายดีเท่าใดนัก
อีกทั้ง...
แดดแรงมากแม่ !
ผิวคล้ำเสียจนแอบหงุดหงิดร่างกายตัวเองมาถึงเธอก็ไม่พูดไม่จา ยืนสงบเสงี่ยมประหนึ่งตอไม้
เอาสิเปิดมาเลย ฉันพร้อมมาก...
" รูปโฉมดูดีทีเดียว ว่าอย่างไรเล่าแม่พลอยวันนี้ฉันมาสู่ขอหล่อนให้ลูกชาย "
..บทแม่ก็มา
ส่วนลูกชายปลอมๆ ที่นั่งหัวโด่ข้าง ๆ นั่น นั่งยิ้มล่องลอยแบบนั้น ไม่ได้โดนตัวอะไรมาหรอกใช่มั้ย? แต่งตัวยังกับผู้ดีในเมืองทั้งหมดนั่นแหละส่วนผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า น่าจะเป็คนรับบทแม่สื่อ แหม...แสดงเก่ง
พลอยไพลินเกือบเผลอแสดงตัวตนที่แท้จริงออกไปแต่นึกได้ว่ายังต้องปกปิดตนเองอยู่ ดังนั้นจึงเพียงห่อไหล่ลงกว่าเดิมแล้วกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
" ฉันไม่ได้รู้จัก จะแต่งได้เช่นไรจ้ะ " ร่างบอบบางทำท่าสะดุ้งเมื่อป้าสะใภ้แอบถลึงตาใส่ แต่พลอยไพลินทำราวกับมองไม่เห็น จึงพูดออกไปอีกประโยค
" อีกอย่างฉัน.. มีคนรักแล้วจ้ะ "
เกิดความเงียบขึ้นทันที..