ใน่บ่าย เปรมบดินทร์เดินไปส่งจอมที่เรือนพ่อครูปลั่งและฝากฝังไว้กับพ่อกล้า กำชับว่าให้ต่อบทแต่เพียงท่อนเดียวเท่านั้น เพราะกลัวจะชักช้าเนิ่นนานจนเ้าจอมกลับเรือนไปเตรียมข้าวเตรียมของไม่ทัน ส่วนเปรมบดินทร์เองก็กลับเรือนมาช่วยเตรียมของให้คุณแม่และคุณพ่อที่จะไปราชการเสียหลายวันเช่นเดียวกัน
“พ่อเปรม น้องละลูก โน่นคุณยายจันทร์ท่านคงเดินมาตามโน่นแล้ว”
เปรมบดินทร์ผละมือจากการช่วยหยิบข้าวของจำเปนให้คุณพ่อเงยหน้าไปมองทางกระไดเรือนตามที่คุณแม่ร้องบอก ก็เห็นคุณยายจันทร์ขึ้นกระไดเรือนมาพอดิบพอดี
“ไหว้ขอรับคุณแม่/ไหว้ค่ะคุณแม่ /ไหว้ขอรับคุณยาย”
ผู้เปนเ้าของเรือนทั้งสองยกมือไหว้พร้อมบุตรชาย คุณยายจันทร์รับไหว้ทั้งสามด้วยรอยยิ้ม
“ไหว้พระเถิด ๆ”
“คุณยายนั่งก่อนขอรับ”
“ขอบใจนะพ่อเปรม”
“แล้วนี่เ้าจอมยังไม่กลับจากเรือนพ่อครูปลั่งอีกหรือ”
คุณยายจันทร์สอดส่ายสายตามองหาหลานชายคนเล็กของตน
“ยัง ขอรับคุณยาย”
เปนเปรมบดินทร์ที่ตอบรับคำของคุณยายแล้วยังคอยส่งขันน้ำดื่มให้
“อ้าว แล้วเก็บข้าวข้าวของจะไปไหนกันละแม่ปราง”
“ไปราชการกับคุณปลื้มค่ะ คราวนี้ไปหลายวันหน่อย ปรางใคร่จะรบกวนฝากพ่อเปรมไว้ให้คุณแม่ดูแลสักพักได้หรือไม่คะ”
“แล้วกันแม่ปราง แม่เองก็ว่าจะพาพ่อจอมกลับไปส่งที่แปลงนามแล้วจึ่งแวะไปเยี่ยมเยียนลูกชายคนโตกับหลาน ๆ เสียหน่อย”
“งั้นพ่อเปรมจะทำอย่างไรดี”
“คุณแม่ขอรับ ลูกอายุจะย่างสิบเก้าแล้วนะขอรับ ลูกอยู่เรือนเพียงลำพังได้”
เปรมบดินทร์ส่งยิ้มให้มารดาที่ไม่ว่าจะเติบโตเช่นไรก็ยังไม่ละทิ้งภาพความเปนเด็กน้อยของเขาออกไปเสีย
“เฮ้อ ว่าก็ว่าเถอะนะ หากแม่ปรางยังอยู่เรือนบางทีแม่เสียเองนี่แหละที่จะฝากพ่อจอมไว้ให้ดูแล แม่ยังไม่อยากให้พ่อจอมเขากลับไปอยู่ฝั่งโน้น เห็นอยู่ที่นี่มีเพื่อน ได้ร่ำเรียนดนตรีไทย แล้วก็เรียนอ่านเขียนกับพ่อเปรม แม่ก็วางใจได้บ้าง ไม่เหมือนตอนอยู่กับพ่อแม่ของเขา”
คุณยายจันทร์รำพึงรำพันขึ้น โดยที่คุณหลวงบุลกิตหรือคุณปลื้มของแม่ปรางนั้นได้เลี่ยงไปจัดตำราในห้องหนังสือปล่อยให้คุณยายได้นั่งสนทนาพาทีกับภรรยาและบุตรชาย
“ไม่วางใจอย่างไรหรือคะคุณแม่ เอ่อ ปรางถามได้ไหมคะ”
“แม่ปรางกับพ่อเปรมพอจะว่างสักประเดี๋ยวหรือไม่ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยหนา แม่เองก็อึดอัดหนักอกหนักใจเหลือล้น”
“หากมีกระไรให้พวกเราพอจะช่วยได้ พวกเรายินดีช่วยนะคะคุณแม่”
“เื่พ่อจอมน่ะซี”
“เื่ของน้องเหรอครับคุณยาย”
“ใช่ซี อันที่จริงพ่อจอมน่ะเขาไม่ได้เปนลูกชายคนเล็กของแม่แขเขาหรอกหนา แม่แขมีพ่อโปเพียงคนเดียว ส่วนพ่อจอมน่ะซี อาภัพยิ่งนัก...”
เปรมบดินทร์นิ่งฟังคุณยายจันทร์เล่าไม่คิดขัด ใจประหวัดไปถึงน้องน้อยว่าป่านนี้จะกำลังเดินกลับมาที่เรือนหรือยัง
“ก็พ่อของพ่อจอมน่ะซี เปนพระยาเทครัว ได้ทั้งพี่ได้ทั้งน้อง ซึ่งแม่ไม่ว่ากระไรหรอก แต่พ่อช้อย ลูกชายคนโตของแม่ไม่ใคร่จะพอใจนัก ด้วย้าให้แม่เดือนของเ้าจอมตกแต่งกับเพื่อนสนิทของเขา กลายเปนว่าทั้งน้องสาวคนโตและคนเล็กไปได้ผู้ชายคนเดียวกัน แล้วเคราะห์ซ้ำกรรมซัด แม่ของพ่อจอมก็มาสิ้นใจในวันที่คลอดพ่อจอมพอดี หลานชายคนนี้จึ่งยิ่งไม่เปนที่ต้อนรับสำหรับญาติ ๆ ฝั่งแม่ แต่ทำไงได้ อย่างไรก็เปนหลานยายเหมือนกัน เพราะงั้น ถึงจะได้รับการเลี้ยงดูมาก็เพียงแต่ตามมีตามเกิดเท่านั้น ไม่ใคร่จะรักใคร่ห่วงใยอะไรมากหรอก”
“ด้วยเหตุนี้คุณยายจึ่งได้รับมาดูแล่ปิดภาคเรียนเช่นนี้ใช่ไหมขอรับ”
“เช่นนั้นแหละพ่อเปรม วันปกติที่ไม่ปิดภาคยังพอไปเรียนไม่เจอหน้าเจอตากับแม่พ่อโปเขาบ้าง แต่ถ้าปิดภาคเรียนทีจะให้อยู่ขวางหูขวางตาลูกสาวคนโตก็ใช่ที่ พาลจะรังเกียจกันเสียเปล่า ๆ พ่อจอมเขายิ่งโต ยิ่งเหมือนแม่ เวรกรรมกระไรก็ไม่รู้”
“เช่นนั้นให้น้องอยู่ต่อที่นี่เถิดขอรับ ประเดี๋ยว่นี้หลานดูแลให้เองนะขอรับ”
เปรมบดินทร์ขันอาสา ซึ่งเขาสบตากับคุณแม่ปรางของตนแล้ว และเห็นว่าแม่พยักหน้าอนุญาตจึ่งเอ่ยขอกับคุณยาย ด้วยมีเ้าเด็กอยู่แล้วเปรมบดินทร์พอได้คลายความเบื่อหน่ายแลเงียบเหงาไปบ้าง
“แน่ใจหรือพ่อเปรม พ่อจอมเขาซนเอาเื่อยู่นา”
“ขอรับคุณยาย น้องแค่ซน น้องไม่ได้ดื้อกระไรมากนัก”
ฝ่ายยายจันทร์นึกตรองเพียงครู่ ก็เห็นพ้องต้องกันกับบุตรชายของแม่ปราง จึ่งพยักหน้ารับคำ คลายความกังวลลงไปได้มากโข
“งั้นยายฝากน้องไว้กับพ่อเปรมด้วยหนา หากดื้อก็จัดการตามพ่อเปรมเห็นว่าสมควรเถิด ส่วนนี่อัฐ ให้พ่อเปรมไว้ใช้ดูแลน้อง”
“ขอบพระคุณขอรับคุณยาย หลานจะดูแลน้องเปนอย่างดีขอรับ” เปรมบดินทร์ไหว้แล้วรับถุงอัฐที่หนักโขจากคุณยาย แลปริ่มใจว่าอย่างน้อยเ้าจอมก็ยังมีคนที่รักแลห่วงใจอย่างคุณยายจันทร์ มิได้อาภัพผู้คนที่รักใคร่ไปเสียหมด
“ถือว่าทำบุญนะพ่อเปรม”
“ขอรับ”
สนทนาพาทีกันอีกเพียงนิด ทั้งหมดก็ได้ยินเสียงวิ่งตึงตังมาทางเรือน เปรมบดินทร์เห็นร่างเล็กไว ๆ ก็ให้มุ่นหัวคิ้วฉับ เพราะสั่งห้ามไปหลายครั้งหลายหนเื่การวิ่ง
“ยังไม่ทันกระไรเลย พ่อเปรมของแม่ก็มุ่นหัวคิ้วเพราะน้องเสียแล้ว”
คุณแม่ปรางเอ่ยเย้าลูกชายของตนเข้าเสียหนหนึ่ง
“โถ่ คุณแม่ขอรับ”
โอดครวญใส่ผู้เปนแม่ที่ชอบเหย้าหยอกตน
“ไหวแน่หรือพ่อเปรม”
คุณยายจันทร์เอ่ยถามบ้าง ไม่แน่ใจนักว่าบุตรชายของแม่ปรางจะรับมือกับหลานชายจอมซนของตนไหว
“ไหวขอรับ”
“อย่าดุให้มากซีพี่เปรม แม่ไม่เห็นว่าน้องจะดื้อตรงไหน อีกอย่างน้องยังเล็กเพียงนั้น เชื่อฟังพ่อเปรมถึงเพียงนี้ก็นับว่าเปนเด็กรู้ความแล้วหนา”
ดูเอาเถิด คุณแม่ท่านน่ะชอบเข้าข้างเ้าจอมแสบเสียยิ่งกว่าลูกตัวเองอีก
แม้ว่าเมื่อครู่จะวิ่งตึงตังเพียงไรแต่พอถึงหน้ากระไดเรือนก็ตักน้ำล้างเท้าจนสะอาดสะอาดแล้วเดินราวกับย่องเบาขึ้นกระไรเรือนด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมเปนที่หน้าเอ็นดูในสายตาผู้ใหญ่ยิ่งนัก
“วางท่าทีเช่นนี้ เห็นทีพ่อเปรมคงดุไม่ลงอีกตามเคย”
คุณแม่ยังไม่วายเอ่ยเย้าจนเสียงหัวเราะของคุณยายจันทร์และแม่ปรางดัง ส่วนเปรมบดินทร์ก็ได้เพียงแค่พรูลมหายใจ เพราะเอ่ยแก้ตัวกระไรไม่ได้เนื่องจากเปนจริงดังคุณแม่ว่า แล้วพอเ้าจอมเดินพ้นกระไดเรือนก็ประนมมือไหว้ค้อมตัวอย่างน่ารัก ไหว้ผู้ใหญ่บนเรือนไม่เว้นแม้แต่คุณหลวงบุลกิตที่จัดตำรับตำราเรียบร้อยแล้ว
“งั้นเย็นนี้คุณแม่กับจอมรับประทานมื้อเย็นกันที่นี่สักมื้อดีไหมคะ”
“เช่นนั้นก็ตามใจแม่ปรางเถิดหนา จะให้แม่ช่วยกระไรในครัวบ้างล่ะ”
“งั้นเชิญคุณแม่ในครัวเถิดค่ะ พ่อเปรมฝากดูแลน้องด้วยหนา”
“ขอรับคุณแม่”
นั่นกระไร ไม่ทันขาดจากความคิด คุณแม่เห็นเขาเปนหลานคุณยายจันทร์แล้วเห็นเ้าจอมแสบนี่เปนลูกคุณแม่ไปเสียแล้วหรือ
“จอม”
“ข...ขอรับ”
เด็กชายจอมประหม่ายามเมื่อคุณหลวงบุลกิต คุณพ่อของพี่เปรมเอ่ยเรียก ด้วยท่าทางเปนข้าราชการภูมิฐาน ทำให้จอมรู้สึกเกรงกลัว
“เปนกระไรหือ กลัวฉันหรืออย่างไร”
คุณหลวงบุลกิตไถ่ถาม ส่วนเปรมบดินทร์ก็รั้งตัวน้องมานั่งข้าง ๆ จนตนมองคุณพ่อสนทนาพาทีกับเ้าจอมแสบ
“ม..ไม่ได้กลัวขอรับ”
ตอบรับแต่ไม่ก้มหน้างุดด้วยรู้ดีว่ากำลังสนทนากับผู้ใหญ่ เห็นเช่นนั้นคุณปลื้มจึ่งยกยิ้มเอ็นดู
“มาใกล้ ๆ ฉันนี่ ฉันมีของจะให้”
คุณหลวงบุลกิตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ขัดเงาพร้อมโต๊ะคั่นกับกระดานไม้ที่พวกเขานั่งอยู่กวักมือเรียกให้จอมเดินไปหา
“ขอรับ”
เดินไปยืนอยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่คุณพ่อของพี่เปรมจะหยิบห่อผ้าห่อหนึ่งให้
“ขอบพระคุณขอรับ”
น้องยกมือไหว้ก่อนจะรับของจากผู้ใหญ่ด้วยสองมือ กิริยามารยาทบ่งบอกถึงการอบรมที่ดี คุณพ่อยิ้มน้อย ๆ แล้วเอ่ยบอก
“แกะดูซีว่าชอบมากน้อยอย่างไร”
ห่อผ้าสีแดงทอลายสวยมีเชือกมัดปากถุงไว้แ่า เ้าจอมค่อย ๆ แกะปกเชือกอย่างเชื่องช้า มือร่นผ้าลงจึ่งพบว่าเปนไม้ตีระนาด ๑ คู่ ลักษณะเป็ไม้นวมไม่ใช่ไม้แข็ง เนื้อไม้สวยขึ้นเงาวับเพราะทำมาจากไม้เนื้อดี
“ขอบพระคุณขอรับ ชอบมากเลยขอรับ”
เปรมบดินทร์มองค้อนขวับคุณพ่อเสียหนหนึ่ง ด้วยรู้ดีว่าเขาเองก็จะซื้อไม้ตีระนาดให้น้อง แต่คุณพ่อท่านรึก็อุตส่าห์ให้ชิงตัดหน้าเขาไปเสียก่อน
ไม่เปนกระไร เช่นนั้นค่อยซื้อแบบไม้แข็งให้ก็ยังทัน
“ถ้าชอบก็จงรักษาไว้ให้ดีเสียล่ะ แล้วก็ตั้งใจเล่าเรียน”
“ขอรับ จอมจะตั้งใจเรียนกับพี่กล้าและพ่อครูปลั่งขอรับ”
เอ่ยอย่างมุ่งมั่นตั้งใจพร้อมกอดห่อผ้าและไม้ตีระนาดแนบอก แม้จะยังไม่ได้ใช้ตอนนี้เพราะต้องฝึกตีฆ้องให้คล่องเสียก่อน แต่เ้าจอมสัญญากับตนเองไว้ว่าจะต้องฝึกปรือจนเล่นระนาดเอกให้จงได้
“สวยไหมขอรับพี่เปรม”
ได้ทีเ้าเด็กก็เดินมาอวดของที่ได้รับมากับเขาเสียยกใหญ่ เปรมบดินทร์ตอบรับคำน้องแล้วเอ่ยบอกเื่ราวที่ทางผู้ใหญ่พูดคุยกันเมื่อครู่เพื่อให้น้องได้รับรู้ไว้
“ประเดี๋ยวกลับเรือนไปแล้วเก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อย วันพรุ่งย้ายมาอยู่ที่เรือนเล็กของพี่ชั่วครู่จนกว่าคุณยายจะกลับมาจากบางรัก เข้าใจหรือไม่”
“อ้าว แล้วน้องไม่ต้องกลับไปแปลงนามแล้วหรือขอรับ”
“แล้วอยากกลับไปหรือไม่ หากไม่อยากคุณยายจันทร์อนุญาตให้มาอยู่กับพี่ชั่วครู่จนกว่าคุณยายจันทร์จะกลับเรือน”
เ้าจอมนิ่งคิด แล้วใช้เพลาเพียงไม่นานเลย เพราะเดิมทีการกลับไปอยู่เรือนใหญ่ที่แปลงนามนั้นเงียบเหงาเหลือเกิน ญาติข้างฝั่งบิดามีมากก็จริง แต่มีลำดับชั้นวุ่นวายจนเขาแทบจะไม่ได้วิ่งเล่นกับญาติ ๆ ที่เปนเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
“อยู่ที่นี่ขอรับ จอมยังอยากต่อเพลงกับพี่กล้าให้จบ”
“เช่นนั้นกลับไปแล้วอย่าลืมเตรียมเสื้อผ้า”
“ขอรับ”
พอเ้าจอมรับคำเรียบร้อย ก็ถูกผู้ใหญ่ในเรือนร้องเรียกให้ไปทานข้าวเย็น และแน่นอนว่าเด็กที่เล่นซนมาทั้งวันเช่นเ้าจอมก็ท้องร้องโครกคราม ลุกยืนเตรียมตัวไวเสียจนเปรมบดินทร์กับคุณพ่อยิ้มขำ
“หิวละซี”
“หิวซีขอรับ วันนี้ต่อเพลงกับพี่กล้าแทบจะจบเพลงเลยนะขอรับ”
“เก่งแล้วงั้นซี”
“ยังหรอกขอรับ ยังต้องฝึกอีกมากนะขอรับ”
เพียงเท่านั้นเปรมบดินทร์ก็ยกมือขึ้นลูบผมของน้องด้วยรอยยิ้ม น้องถ่อมตนอยู่มาก นั่นเปนข้อดีที่จะทำให้น้องได้เรียนรู้อีกมาก เปรมบดินทร์ดีใจที่น้องคิดเช่นนั้น
“เช่นนั้นก็ดี หากเก่งกว่านี้จะพาตีระนาด”
“พี่เปรมจะสอนหรือขอรับ”
“เปล่า ก็ต้องเปนพ่อกล้าสอนนะซี”
“โถ่...”
สิ้นคำก็เกิดเป็เสียงหัวเราะด้วยความเอื้อเอ็นดูเกิดขึ้น
..................................
Talk: เอาน้องจอมกับพี่เปรมมาส่งแล้วค่าาา ไม่แน่ใจว่าพรุ่งนี้จะมาอัปได้ไหมนะคะเพราะต้องเดินทางกลับ กทม.ค่ะ ยังไงก็ขอกำลังใจให้คนละ เม้นต์สองเม้นต์นะคะ หรือไปวิ่งเล่นหน้าเรือนพี่เปรมได้ที่ #นิรันดร์กาลจารใจ ค่า
.....................................................................
ไม้แข็ง ไม้นวม เป็ชื่อเรียกไม้ตีระนาด ซึ่ง ไม้ตีระนาด นั้นมีอยู่ ๒ แบบ คือ ๑. แบบไม้แข็ง ๒. แบบไม้นวม
ไม้ตีระนาดแบบไม้แข็ง ซึ่งลักษณะของ ไม้ตีระนาดแบบไม้แข็ง นั้นมีลักษณะของไม้จะพันเช่นเดียวกันกับไม้นวม เพียงแต่จะชุบด้วย “รัก” เป็ระยะ และที่ชั้นนอกสุด แล้วจึงพันอีกครั้งด้วยผ้าดิบบาง ๆ เป็อันเสร็จ ทำให้ได้หัวไม้ที่แข็งและสังเกตได้ง่าย ๆ ที่สีของหัวไม้ซึ่งจะดำสนิท ซึ่งจะให้เสียงที่ฟังแล้วรู้สึกถึงความมีอำนาจ และแข็งแกร่ง
ไม้ตีระนาดแบบไม้นวม มีลักษณะส่วนหัวของไม้จะใช้ผ้าพันให้เป็นวมก่อนจากนั้นจะใช้เส้นได้พันทับอีกที ไม้ตีระนาดชนิดนี้นิยมใช้เล่นบรรเลงในวงมโหรี, วงปี่พาทย์ไม้นวม
ที่มา: . Eggman Accordion. ไม้นวม VS ไม้แข็ง Daisy+Aster Medley ระนาดเอก [Video] . 2020 April 14 [cited 2023 May 2] . Available fro> https://www.youtube.com/watch? v=eAP6pPNESGg