บทที่ 12 สถานะแฟน
รถจอดสนิทที่หน้าตึกใหญ่ พนักงานคนหนึ่งรออยู่ก่อนแล้วก็รีบมาต้อนรับทำที ทำเอาปลายฝนขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจนัก
“ที่จริงไม่ต้องมารอผมที่นี่ก็ได้นะครับ มันเสียเวลาทำงาน” เขาพูดออกไปอย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก
“ไม่ต้องกังวลครับคุณชาย วันนี้ผมไม่ได้มีหน้าที่อะไรมากอยู่แล้ว” พนักงานคนนั้นตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ปลายฝนคิดเล็กน้อยแต่ก็ยอมรับในที่สุด
“ผมเคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไปถ้าผมจะมาก็ไม่ต้องมารอก็ได้ครับ เดี๋ยวผมตรงไปหาประชาสัมพันธ์ก็ได้” เนื่องจากผู้ชายตรงหน้าของเขานี้มีตำแหน่งเป็ผู้ช่วยเลขาสาวหน้าห้อง ดังนั้นถ้าให้เขามาก็ดูจะทำให้เสียการเสียงานเสียเปล่าๆ
เมื่อเห็นความเป็กังวลของน้องชายประธานที่ผู้คนร่ำลือกันเมื่อวานว่าทำให้พวกเขารอดจากขุมนรกได้ ผู้ช่วยเลขาก็อดที่จะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้
หัวใจดวงน้อยๆของผู้ช่วยเลขาเต้นตึกตัก นึกในใจว่าอยากจะมีภรรยาที่ใส่ใจตนเองเช่นนี้มาตลอด ใครจะคิดว่าวันนี้จะได้เจอคนงามในความฝันแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขานึกถึงเื่นี้อย่างมีความสุข ภาพของมัจจุราชอย่างท่านประธานก็โผล่ขึ้นมาในห้วงความคิดเสียก่อน
หน้าของผู้ช่วยเลขาหนุ่มนั้นซีดเผือด เหมือนกับว่าเขาเพิ่งคิดอะไรขึ้นมาได้ ถ้าคนๆนี้สามารถทำให้เหล่าผู้จัดการรอดจากความตายมาได้ นี่ย่อมเป็คนสำคัญของท่านประธานอย่างแน่นอน แล้วตอนนี้เขาก็มีความคิดที่จะแย่งเอาของรักของหวงของท่านประธานมาหรอ?
ให้ตายเถอะ! ไม่รู้ว่าเขามีความคิดแบบนี้ได้อย่างไร สำหรับความคิดโง่ๆนั่นก็เท่ากับการเอาคอขึ้นเขียงเลยนะ ต่อให้เขากินดีหมีเพิ่มความกล้าอีกสัก 20 ชิ้น เขาก็ไม่กล้าที่จะคิดมันซ้ำอย่างแน่นอน
“คะ คุณชายเชิญทางนี้ครับ” เขาไล่ความคิดโง่เง่าของตนเองแล้วผายมือเชื้อเชิญคนอายุน้อยอย่างสุภาพ
ปลายฝนเดินตามอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย ตลอดทางแม้ว่าคนจะเลี่ยงเขากันหมด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครแอบมองเขาเลย เมื่อวันก่อนที่มาบริษัท พี่ชายเดินมาด้วยจึงไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง ทว่าวันนี้ไม่มีประธานจอมโหดอยู่ด้วย ความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนจึงเพิ่มขึ้น
“คนนั้นคือน้องชายท่านประธานจริงๆหรอ”
“ทำไมน่ารักขนาดนี้”
“แต่ดูหน้าตาไม่เหมือนกันเลยนะ”
“น้องชายที่เป็น้องชาย หรือน้องชายที่เป็ที่รักกันแน่นะ”
“อย่าพูดไป เดี๋ยวก็ได้โดนดีหรอก”
“เมื่อวานผู้จัดการบอกว่าคุณชายคนนี้ทำให้ท่านประธานไม่เอาชีวิตพวกเขาเลยนะ”
“งั้นต้องเป็คนสำคัญมากแน่ๆเลย ถ้าประจบประธานไม่ได้ ก็ประจบคุณชายท่านนี้แล้วกัน”
เหล่าพนักงานออฟฟิตต่างก็พูดกันอยู่ข้างหลัง แม้ว่าต่อหน้าจะก้มหน้าซ่อนสายตา แต่เมื่อทิ้งระยะห่างก็พูดกันอย่างสนุกปาก สมัยก่อนเขานั้นต้องพยายามจับความรู้สึกของเหล่าผู้กำกับหรือบางครั้งก็เหล่าแฟนคลับ ขัดเกลาทักษะการฟังรวมถึงการอ่านปากดีกว่าอย่างอื่นแล้ว ดังนั้นเขาย่อมได้ยินเสียงเล็กเสียงน้อยนี้
ปลายฝนทำหน้านิ่งไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดเ่าั้ เขาเพียงเดินตามผู้ช่วยเลขาไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เสน่ห์ที่ล้นเหลือของตนเองทำงานไป
ผู้ช่วยเลขาพาเขามาที่ห้องรับรอง ซึ่งในห้องนั้นมีขนมหวานอยู่เต็มไปหมดอยู่แล้ว เขามองพวกมันอย่างสนใจก่อนจะพุ่งตรงไปนั่งที่โซฟานุ่มอย่างว่าง่าย
“ขอบคุณมากครับ คุณไปทำงานเถอะ” ปลายฝนบอกอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม เขามีความสุขที่ได้เห็นขนมมากมายเหล่านี้ เป็อีกครั้งที่เขาอยากจะกินอะไรก็ได้กิน ถ้าไม่ได้เป็ดารา จะมีพุงเล็กน้อยก็ไม่ได้นับเป็ปัญหาอะไร ใช่ไหม?
“เอ่อ ครับ ถ้ามีอะไรก็เรียกใช้ได้นะครับ” คนมองอยู่ชะงักค้างไปกับรอยยิ้มนั่น ดีที่ภาพของคนเป็นายยังหลอกหลอนตนเองอยู่ไม่หาย ดังนั้นเขาจึงยังมีสติอยู่เต็มเปี่ยม คนตัวสูงเดินออกไปอย่างลุกลี้ลุกลน ทำให้ปลายฝนได้แต่ยิ้มตามหลังไป
ขณะที่กำลังหยิบขนมหวานตรงหน้ามากินอย่างเพลิดเพลินใจ โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นเสียก่อน
ดวงตาเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะนึกขึ้นได้ เพราะวันนี้เป็วันแห่งความรัก ดังนั้นอีกฝ่ายน่าจะมีภารกิจอะไรให้เขาทำแน่ๆ ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะบอกให้เขาคบกับคีย์ต่อไปเพื่อที่จะได้ไม่ให้คนอื่นคิดว่าเขานั้นยั่วยวนพี่ชาย วันนี้ก็คงอยากจะย้ำความคิดนั้นใส่เขาแน่ๆ
“สวัสดี” เขากรอกเสียงใส่โทรศัพท์อย่างไม่ได้ใส่ใจนัก แก้มของเขายังมีขนมเค้กติดอยู่ด้วยซ้ำ
“ปลายฝน?”
“อื้อ เราเอง” เขาตอบกลับไปด้วยเสียงที่น่ารัก นึกภาพออกเลยว่าคนปลายสายจะทำหน้าอย่างไรเมื่อได้ยินเสียงที่สดใสของเขาแบบนี้
“สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะปลายฝน ว่าแต่ตอนนี้ปลายฝนอยู่ที่ไหนหรอ วันแห่งความรักทั้งทีไม่ไปเดทกับคีย์ล่ะ” อิมพูดขึ้น แสร้งทำเป็ถามความคิดเห็น ทั้งที่จริงๆแล้วก็แค่อยากจะให้เขาควงคีย์ ส่วนตัวเองจะได้เอาแต่เวลาไปชวนหนุ่มคนอื่นนั่นแหละ
“เอ่อ ที่จริงแล้วเราไม่กล้าหรอก ก็คีย์เขาบอกเลิกปลายฝนเอง ดังนั้นจะให้เราไปตามตื้ออีก กลัวแต่ว่าคีย์จะรำคาญน่ะสิ ที่ผ่านมาก็ทำให้เขารำคาญไปเยอะแล้วด้วย” ปลายฝนพูดขึ้นมา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หากอิมเป็เพื่อนที่ดีย่อมมองเห็นว่าการที่เขาพาตัวเองออกมาได้นั้นคือเื่ดีแล้ว เพียงแต่อิมไม่ใช่คนเช่นนั้นไงล่ะ
“คีย์ก็พูดไปอย่างนั้นแหละปลายฝน วันก่อนเขาก็ยังพูดกับเราว่าเดี๋ยวนี้ปลายฝนเปลี่ยนไปนะ”
“เราเปลี่ยนไป?”
“ใช่ เพราะปลายฝนดูเหมือนจะไม่รักคีย์แล้วหรือเปล่า? ถ้าคีย์รู้เขาคงจะเสียใจนะ”
“เขาจะเสียใจหรอ? ที่จริงเขาน่าจะดีใจไม่ใช่หรอ เขารักอิมนี่ ถ้าเลิกกับเราไป คีย์ก็น่าจะ...”
“ปลายฝน!! ทำไมพูดออกมาแบบนั้น นี่คิดจะทำตัวเป็คนดีแล้วยกแฟนให้เพื่อนหรอ? ตลกหรือเปล่าเนี่ย” จู่ๆอิมก็ส่งเสียงแว้ดๆขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา หากอยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย เขาจะต้องแสร้งทำเป็ใ แต่ตอนนี้เขาอยู่คนเดียว ดังนั้นถ้าเขาจะหัวเราะสะใจที่แกล้งให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดหวั่นก็เป็เื่ที่ทำได้อยู่
เขารู้ว่าทำไมอิมถึงได้ใ นั่นก็เพราะว่าเ้าตัวกำลังเล่นบทนั้นใส่เขาอยู่อย่างไรล่ะ บทที่ว่าจะเป็นางเอก เป็คนดี ยกคนที่ตนเองรักให้เป็แฟนกับเพื่อนน่ะ...หึ พอเห็นเขาคิดจะเล่นบทเดียวกัน เธอก็เลยใมากอย่างไรล่ะ
ก็นะ บทดีๆแบบนี้ ใครอยากจะยกให้คนอื่นกันง่ายๆล่ะ จริงไหม?
“เปล่านะ เราไม่ได้ยกใครให้ใคร เราไม่ได้มีสิทธิขนาดนั้นหรอก อิมก็รู้....ที่ผ่านมาคีย์ไม่ได้รักเราเลยจริงๆ ดังนั้นต่อให้อิมไม่ได้เป็แฟนกับคีย์ เราก็ยังควรจะต้องเลิกกับเขาอยู่ดี ปล่อยให้เขาไปเจอคนที่เขารัก คนที่เขาอยู่ด้วยแล้วมีความสุขดีกว่า”
“แล้วถ้าคนๆนั้นคือปลายฝนล่ะ” อิมเอ่ยถามออกมา น้ำเสียงของเธอเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย
“หมายความว่ายังไง?”
“งั้นก็ฟังจากคีย์เลยแล้วกัน” ได้ยินแบบนั้น ปลายฝนก็เลิกคิ้วเล็กน้อย ที่จริงแล้วสองคนนั้นอยู่ด้วยกันหรอกหรอเนี่ย? กลายเป็ว่าพวกเขานั้นร่วมมือกันแล้ว?
เขาไม่เคยจำได้ว่าเมื่อก่อนทั้งสองคนจะร่วมมือกัน ปกติแล้วคีย์ก็มักจะตามจีบอิมอยู่หรอก แต่อิมก็จะเล่นละครของเธอคนเดียว เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ต้องมาร่วมรับความผิด ทุกคนในโรงเรียนจึงได้มองว่าปลายฝนเป็เพียงตัวร้ายที่ทำให้อิมกับคีย์ไม่ได้คบกัน แล้วบางส่วนก็มองว่าคีย์ในเมื่อตัดสินใจคบกับปลายฝนแล้วก็ควรหยุดตามตื้ออิมเสียที ดังนั้นไม่ว่าจะมุมไหนๆก็มีคนผิดแค่เขากับคีย์ ส่วนอิมนั้นอยู่รอดปลอดภัย ลอยตัวเหนือปัญหาทั้งปวง
เพราะ้าให้ตัวเองกลายเป็นางฟ้าที่แสนดี ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร อิมจึงได้วางแผนเล่นละครอยู่คนเดียว ใครจะคิดว่าพอเขาอยากจะจบเื่ของคีย์ขึ้นมาจริงๆ แม่นางฟ้าแสนดีถึงกับต้องยื่นมือเข้ามาเกี่ยวด้วยเสียอย่างนั้น
หลังจากที่มีเสียงเคลื่อนที่ของโทรศัพท์เล็กน้อย เขาเดาว่ามันน่าจะถูกส่งไปที่มือของใครอีกคน ดังนั้นจึงได้รออยู่เงียบๆ
“สวัสดี” เสียงทุ้มนุ่มลึกของคนที่เขาเคยบอกว่าชอบมากๆดังขึ้นมา ปลายฝนเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบ
“คะ คีย์หรอ” เด็กน้อยส่งเสียงที่หวั่นไหวของตนเองกลับไป
“เรา...มาเจอกันหน่อยไหม” คีย์ถามขึ้นมา น้ำเสียงของเขาค่อนข้างจริงจังน่าดูเลย
“เอ่อ ขอโทษนะ วันนี้เราไม่ว่างน่ะ”
“ไม่ว่างในวันวาเลนไทน์น่ะหรอ?” คีย์ตอบกลับมา ปลายฝนรับรู้ได้เลยว่าในน้ำเสียงนั้นมีความไม่พอใจอยู่ด้วย
“อะ อื้ม ขอโทษนะ”
“ถ้าอย่างนั้นวันจันทร์ก็คงว่างสินะ” คีย์แค่นเสียงออกมา ราวกับ้าบอกว่าถ้าวันจันทร์เขายังบอกว่ามีธุระและไม่ว่างอีก จะต้องเจอดีแน่ๆอย่างไรอย่างนั้น
“งั้น .... คีย์จะคุยอะไรล่ะ พูดมาเลยก็ได้นะ” ปลายฝนถามกลับไป
คนตัวเล็กเอนกายพิงโซฟาด้วยท่าทางสุดสบายอารมณ์ แต่น้ำเสียงของเขานั้นดูเหมือนกับกำลังเศร้าและเต็มไปด้วยอารมณ์สั่นไหว หากใครมาเห็นเข้าจะต้องไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าจะมีคนที่พูดเหมือนคนกำลังจะตาย แต่สีหน้ากลับมีความสุขได้หน้าตาเฉยเช่นนี้น่ะ
“ทำไมล่ะ ไม่อยากเจอหน้า “แฟน” แล้วหรอ”
“..................” ได้ยินคนเน้นฐานะของตนเองเช่นนี้ ปลายฝนก็อยากจะหัวเราะออกมา
เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยเป็เด็กมาก่อน รู้ดีว่าตอนที่วัยรุ่นคนหนึ่งเสียคนวิ่งไล่ตามตนเองไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเสียหน้าหรอก ดังนั้นปลายฝนเข้าใจว่าตอนนี้คีย์น่าจะยังรู้สึกอยากจะเอาชนะเขาอยู่ คนก็เริ่มกรุ่นโกรธแล้วด้วย
ปลายฝนไม่เคยเชื่อเลยว่าคีย์นั้นชอบเขาจริงๆ แม้กระทั่งอิมที่อีกฝ่ายพร่ำบอกว่ารักกันหนักหนา ท้ายที่สุดเ้าตัวก็มีแฟนใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ในความคิดของเขา ตอนนี้มันเหมือนกับอาการหวงของเล่นน่ะ ประมาณว่ามันเคยเป็ของเล่นของฉัน แล้วอยู่ๆมันจะหายไปเองได้อย่างไร มันจะมีโอกาสหายไปได้แค่อย่างเดียวเท่านั้น ก็คือตอนที่เขาเบื่อแล้ว!
“ทำไมเงียบไปล่ะ” คีย์แค่นเสียงพูดออกมา หากเป็ปลายฝนเมื่อก่อนจะต้องร้อนรนแล้วรีบไปหาเขาแน่ๆ ต่อให้ต้องทะเลาะกับพี่ชาย แต่เขาก็ไม่อยากเสียคนรักของตนเองไป ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ตอนนี้แล้ว ปลายฝนยังเงียบไปอีกชั่วอึดใจก่อนจะพูดออกมา
“คีย์ เราเลิกกันไปแล้วนะ ตอนนี้เราอยากได้เวลาทำใจ หลังจากนี้เรามีแผนว่าจะตั้งใจเรียนและไม่สนใจเื่อื่นอีก เราจะไม่ทำตัวเป็ภาระให้คีย์กับอิมอีกแล้ว และเราก็อยากให้คีย์กับอิมมีความสุขมากๆนะ เรายังเป็เพื่อนกันได้นี่ ใช่ไหม?”
“เพื่อน? ไม่ตลกไปหน่อยหรอปลายฝน ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเป็นายเองที่อยากจะยึดสถานะแฟนของตัวเองเอาไว้หรอ จู่ๆวันนี้ก็อยากจะบอกว่ามันควรจบแล้วก็ต้องจบตามใจนายเลยงั้นหรอ ทำไมเป็คนเอาแต่ใจแบบนี้ ไม่ใช่ว่าต้องคิดถึงคนอื่นให้มากหน่อยหรือไง นายทำแบบนี้แล้วอิมจะบอกกับคนอื่นว่ายังไง? นายเลิกกับฉันเพราะ้าหลีกทางให้อิม แล้วก็ให้อิมกลายเป็คนที่แย่งแฟนเพื่อนมางั้นหรอ” คีย์เอ่ยถามออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ปลายฝนยังได้ยินเสียงสะอื้นของคนข้างๆด้วย
แหม่ ถ้าเป็ไปได้ เขาก็อยากจะเห็นละครฉากนี้ด้วยตาจริงๆ ผู้หญิงใสซื่อที่เป็เหมือนกระต่ายน้อยโดนรังแกเนี่ย
คิดไปก็ค่อนข้างเสียดายเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังต้องเอาใจปีศาจตัวใหญ่ที่วันนี้น่าจะตั้งใจรอเซอร์ไพรส์ที่ไม่ได้เซอร์ไพรส์จริงๆของเขา และอาจจะอารมณ์เสียอย่างมากหากว่าเขายังออกไปพบกับคีย์ทั้งอย่างนี้ มันคงจะทำให้พี่ชายจอมโหดของเขานั้นผิดหวังน่าดู
โอกาสที่ได้มาใหม่นี้ไม่คาดหวังว่าจะเอาไปทิ้งเล่นๆแบบนี้หรอกนะ
“หมายความว่ายังไง การที่เราเลิกกันแล้วเกี่ยวอะไรกับอิมงั้นหรอ? งั้นนายก็บอกคนอื่นไปก็ได้ว่าเป็ฉันเองที่อยากจะเลิก เอ่อ เอาเหตุผลอะไรดีล่ะ พวกนายจะได้สบายใจ” ปลายฝนแสร้งทำเป็คิดหนัก แต่คำพูดของเขามันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็การจิกกัดทั้งสองคน
คำพูดนี้ทำให้อิมได้แต่มองโทรศัพท์ด้วยความเกลียดชัง ปลายฝนพูดแบบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเธอเห็นแก่ตัว ไม่อยากให้คนอื่นมาทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่เป็ปลายฝนที่ยอมทำให้ชื่อเสียงตัวเองมัวหมองโดยไม่สนใจอะไร ถ้าเป็ไปตามนี้ บทคนดีก็จะตกเป็ของปลายฝนไม่ใช่หรือไง?
แต่ยังไม่ทันที่อิมจะได้หาคำพูดเปลี่ยนดำเป็ขาว คีย์ที่หน้าบึ้งตึงอยู่แล้วก็พูดออกมา
“จะเหตุผลอะไรมันก็ไม่สำคัญ สิ่งที่นายต้องทำก็คือนายต้องเป็แฟนกับฉันต่อไป”
“ทำไม” ปลายฝนเอียงคอขณะที่ถาม เขาหยิบเค้กอีกชิ้นมากินอย่างมีความสุข เหมือนกับว่ากำลังเล่นเกมต่อคำอยู่อย่างไรอย่างนั้น ไม่ได้มีความรู้สึกแฝงเข้าไปด้วยเหมือนน้ำเสียงเลย
“เพราะนายได้ทำให้ฉันเริ่มจะรักนายขึ้นมาจริงๆแล้ว” คีย์พูดขึ้นมา
ประโยคนี้ประโยคเดียวทำให้คนสองคนอึ้งงันไป อิมแทบจะผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความใ เธอกักเก็บและข่มความรู้สึกเกลียดชังที่มีต่อปลายฝน และแสร้งร้องไห้ให้หนักขึ้น ส่วนปลายฝนเองที่อึ้งเพราะไม่คิดว่าคีย์จะเล่นแง่นี้กับเขา จำได้ว่าเมื่อก่อน ผู้ชายคนนี้ต่อให้เขาทำดีขนาดไหนก็ไม่เคยบอกว่ารักตนเองเลย เอาแต่พูดว่าเกลียดอย่างนั้นอย่างนี้ตลอดเวลา แล้วตอนนี้เพื่อที่จะเอาชนะ ถึงกับยอมพูดมันออกมาเลยหรอ?
น่าขันสิ้นดี!
…………………………..