หญิงสาวในวัยยี่สิบปี อร หรือ อรอุมา เป็ลูกคนสุดท้องของตระกูลสุวรรณวงษ์ เธอมีลักษณะนิสัยที่หยิ่งและทนงตัวอยู่พอสมควร ด้วยเพราะเป็ลูกสาวคนเล็กและเป็ลูกสาวคนเดียว จึงทำให้ผู้เป็พ่อเป็แม่ตามใจเธอเป็พิเศษ
“จะสายแล้วยัยอรยังไม่ลงมาทานข้าวอีกหรอลูก” เสียงของ แก้วรุ้ง หรือ แก้ว ได้เอ่ยถามลูกชายทั้งสองที่นั่งอยู่เตรียมจะทานอาหารเช้า ขณะที่ตัวเองกำลังเดินลงมาจากห้องชั้นบนเพื่อจะทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
แต่ทว่ากลับกวาดสายตาไม่เห็นยัยตัวแสบลงมาทานข้าวพร้อมกัน จึงเดาได้ไม่อยากว่าอาจจะยังไม่ตื่นอีกตามเคย แต่ถ้าเป็วันธรรมดาจะไม่มีใครว่าอะไรเลยว่าจะตื่นกี่โมง แต่วันนี้เป็วันที่มหาวิทยาลัยเปิดเป็วันแรก เพราะฉะนั้นจึงจะสายไม่ได้
“ยังไม่เห็นลงมาเลยครับคุณแม่” เสียงของ กันต์ หรือ กันต์ธี ลูกชายคนรองกล่าวตอบผู้เป็แม่ เพราะั้แ่เขาลงมาก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องสาวตัวแสบของเขาเลยเหมือนกัน
“นอนจนบ้านหายไปครึ่งหลังแล้วมั่ง”
เสียงเรียบๆ ของ ซัน หรือ ฐิติพัศ พี่ชายคนโตพูดขึ้น ขณะที่กำลังตักข้าวเข้าปากตัวเอง ซันกับอรมีนิสัยที่ไม่ค่อยจะลงลอยกันสักเท่าไหร่ คอยตีกันั้แ่เด็ก สาเหตุก็มาจากที่พ่อแม่ตามใจน้องเกินไป และอรก็เป็คนที่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจอยู่เรื่อยบวกกับความขี้คร้านของอรร่วมด้วยแล้วนี่ก็เป็อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ไม่ค่อยลงลอยกันกับซันสักเท่าไหร่นัก
แต่ถ้าหากเมื่อใดที่น้องมีทุกข์ขึ้นมาเมื่อไหร่ ซันจะเป็คนแรกที่คอยปกป้องน้องไม่ห่าง ถึงจะไม่ชอบนิสัยขี้คร้านของน้องสาวแต่ในใจลึกๆ ก็รักและเป็ห่วงน้องเสมอมา
“กันต์ขึ้นไปดูน้องหน่อยสิลูก สายแล้ว” แก้วพูดขึ้นขณะที่เลื่อนเก้าอี้เพื่อที่จะนั่งทานข้าว
“ได้ครับคุณแม่” กันต์พูดตอบกลับผู้เป็แม่ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปชั้นบนที่น้องของตนนอนอยู่
“รำบากคนอื่นเขาอยู่เรื่อย”
“แกก็เบาๆ บ้างนะตาซัน นั่นน้องสาวคนเดียวของแกนะ”
เสียงของผู้เป็แม่ปรามขึ้นขณะที่ซันพูดหาเื่ผู้เป็น้อง มันก็เป็อย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด แม่ออกโรงมาปกป้องน้องอีกตามเคยซันไม่ตอบอะไรผู้เป็แม่กลับ เพราะเขารู้ว่าพูดให้ตายยังไงก็ไม่ชนะ ใช่ซี้ใครมันจะไปดีเลิศเลอเหมือนยัยตัวแสบนั่นล่ะ
หน้าห้องของอรอุมา
ก๊อก!ๆ
“อรตื่นรึยังสายแล้วนะ คุณแม่ให้พี่มาตามลงไปกินข้าวได้แล้ว”
เสียงของกันต์ะโเรียกผู้เป็น้องสาว ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วรึยัง
“เสร็จแล้วๆ ลงไปก่อนเลยเดี๋ยวหนูตามลงไป”
เสียงหวานๆ ของหญิงสาวะโตอบกลับผู้เป็พี่ชาย ขณะที่กำลังสวมเข็มขัดใส่เอวอย่างเร่งรีบก่อนจะหันมาหยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายเชเนลใบโปรดที่ใส่ประจำมาแขวนไว้ที่ไหล่ จากนั้นเธอก็รีบเดินกึ่งวิ่งลงบันใดมา ตาสวยก็พลางดูที่นาฬิกาข้อมือไปด้วย
“สายแล้วๆ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน สายตาก็มองนาฬิกาสลับกับมองบันใดไปด้วย
“กว่าจะเสด็จลงมาได้ นึกว่าจะต้องเข็นเสลี่ยงขึ้นไปรับ” ซันยืนกอดอกพิงข้างประตูก่อนจะเอ่ยคำพูดกระแทกแดกดันผู้เป็น้องสาว และส่ายหัวไปมาอย่างระอาน้องสาวคนนี้เต็มที
“เฮียซันว่าหนูอีกแล้วนะ” อรพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โมโหพี่ชายตัวเอง ที่ชอบสรรหาคำพูดมาประชดประชันเธอได้ทุกวี่ทุกวัน
“ก็ทำตัวให้ว่าทำไมล่ะ” ซันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ก่อนที่จะทำหน้านิ่งหันหลังให้อร
“เฮียซัน!” อรขึ้นเสียงใส่พี่ชายของเธอที่ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็เหมือนจะเดือดร้อนเขาไปซะหมดทุกอย่าง ไม่เคยพูดดีกับเธอเลยสักนิด
“โอ๊ยพอได้แล้ว ทั้งเฮียทั้งน้องอรเลย ตีกันั้แ่เด็กยันโตไม่เบื่อบ้างรึไง ตอนแรกเกือบสายตอนนี้สายแล้วเนี่ยจะไปกันได้ยัง”
เสียงกันต์ที่เป็คนกลางกล่าวห้ามผู้เป็พี่ใหญ่กับน้องเล็ก เวลาที่อยู่ด้วยกันทีไหร่ต้องถึงมือเขาที่ออกโรงห้ามทัพตลอด ถ้าอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ก็ดีขึ้นมาหน่อย
ซันไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาวตัวแสบต่อ ได้แต่เดินตรงไปยังรถซุปเปอร์คาร์คันหรูเพื่อที่จะได้ไปวิทยาลัยสักที
เขาทั้งสามคนนั้นเรียนอยู่ที่เดียวกัน อรพึ่งจะเข้าปีหนึ่งไหม่ๆ หลังจากที่จบมัธยมปลายมา ส่วนกันต์นั้นอยู่ปีสองแล้ว กันต์กับอรห่างกันเพียงแค่หนึ่งปี จึงทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากกว่าพี่คนโตที่ชอบทำหน้าเหมือนกับแบกูเาไว้ทั้งลูก จึงทำให้อรไม่ค่อยกล้าคุยด้วยนอกเสียจากเขาจะมาพูดหาเื่เธอก่อน
“เฮียขับนะ” กันต์เอ่ยบอกผู้เป็พี่ที่กำลังจะเปิดประตูขึ่นไปนั่งเบาะข้างคนขับ พร้อมกับยื่นกุญแจให้
“เออๆ ขับก็ขับ” ซันเดินอ้อมหน้ารถมาเปิดประตูฝั่งคนขับ พร้อมกับอีกสองคนเปิดประตูขึ้นมาพร้อมกัน หลังจากที่เห็นว่าขึ้นรถกันครบหมดแล้วคนผู้ที่เป็พี่ใหญ่สุดก็สตาร์
ทรถรีบขับออกไปทันที เพราะตอนนี้สายมากถึงมากที่สุดแล้ว