วันต่อมาเฉียนซีเว่ยลุกขึ้นมาช่วยเซี่ยอวี่เจินทำอาหารเช้าโดยนำเนื้อแพะตุ๋นมาต้มน้ำแกงใส่ขิงลงไปเพิ่มความหอมของน้ำแกง หุงข้าวนำมาทำข้าวปั้นห่อเนื้อแพะตุ๋นและทำโจ๊กเนื้อแพะตุ๋นเพื่อยกไปให้เซี่ยเซิงชวนกินในห้องส่วนตัวของเขา
ฉินฮัวเมื่อกินอาหารเช้าเสร็จจึงได้เร่งออกเดินทางไปยังวัดหลงฝูั้แ่่เช้าเพื่อไปขอฤกษ์ยามมงคลจากเ้าอาวาสวัด ่สายนางกลับมาบอกข่าวดีกับทุกคนว่างานมงคลจะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า
ท่านหมอเสิ่นมาเยือนบ้านตระกูลเซี่ยพร้อมซี่โครงแพะสามจิน เมื่อรู้ว่าบ้านตระกูลเซี่ยกำลังจะจัดงานมงคลให้เฉียนซีเว่ยจึงอาสาจะช่วยซื้อเนื้อหมูมาร่วมงานเป็จำนวน5 จิน
"ท่านหมอเสิ่นอย่าได้ลำบากท่านเลยเ้าค่ะ ข้าจะจัดงานมงคลขนาดเล็กพอเป็พิธีเท่านั้นไม่ได้คิดจะจัดงานยิ่งใหญ่อะไร" ฉินฮัวพูดขึ้นอย่างเกรงใจ
"ข้าไม่เพียงจะช่วยออกเนื้อหมูเพียงแค่5 จินเท่านั้นแล้วยังยินดีจะจ่ายค่าหัวหมูเป็ของไหว้ฟ้าดินอีกด้วย สะใภ้เซี่ยอย่าได้เกรงใจข้าเลย ที่ขาช่วยเหลืองานมงคลของตระกูลเซี่ยในครั้งนี้ เป็เพราะอยากช่วยเหลือนังหนูเฉียน สะใภ้เซี่ยคงพอรู้มาบ้างแล้วว่าบ้านของข้าที่อยู่สุขสบายทุกวันนี้ก็ได้ฝีมือช่างไม้ของเฉียนต้า พ่อของนังหนูเฉียนออกแรงช่วยสร้างบ้านของข้าขึ้นมาโดยไม่คิดเงินค่าจ้าง มิหนำซ้ำของใช้หลายอย่างเฉียนต้าก็ทำให้ข้าแล้วคิดในราคาถูกเป็พิเศษมาโดยตลอด ข้าเองมีความละอายใจที่ออกหน้าช่วยเหลือนังหนูไม่ได้ เพราะเข็ดขยาดความปากร้ายของนางหลี่ซื่อผู้นั้น เอาล่ะตกลงตามนี้ งานจะจัดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้าใช่หรือไม่ อีกสองวันข้าจะให้คนแซ่โจวนำหัวหมูและเนื้อหมูมาส่งให้ที่นี่ก็แล้วกัน แต่วันนี้นังหนูเฉียนต้องลงมือทำเนื้อแพะตุ๋นสมุนไพรให้ข้าลองกินเสียก่อน"
เฉียนซีเว่ยอมยิ้มและเอ่ยขอบคุณท่านหมอเสิ่นอีกครั้ง "ท่านหมอเสิ่นเ้าค่ะ ท่านดีต่อข้ามากท่านวางใจได้ข้าจะลงมือทำเนื้อแพะตุ๋นอย่างสุดฝีมือเลยเ้าค่ะ แต่ยามนี้ข้ามีเื่อยากจะขอปรึกษาท่านหมอเสิ่นเื่อาการป่วยของท่านลุงเซี่ยเ้าค่ะ"
"่นี้อาการของท่านเซี่ยดีขึ้นมากแล้ว ต้องพยายามให้เขาเดินออกกำลังกายบ้าง เขานั่งและนอนอุดอู้อยู่ในห้องจะทำให้โรคอื่นๆ แทรกซ้อนได้ ข้าพยายามบอกท่านเซี่ยหลายครั้งแล้ว แต่เขาก็ทำเพียงแค่รับฟังคำพูดของข้าเท่านั้น" ท่านหมอเสิ่นพูดด้วยความจนใจ
"ท่านลุงเซี่ยปวดท้องอยู่บ่อยครั้ง ข้าอยากเพิ่มมื้ออาหารเป็สามมื้อต่อวันเ้าค่ะ สองมื้อต่อวันทิ้ง่ระหว่างมื้อนานเกินไป ทำให้น้ำย่อยกัดกระเพาะ นอกจากนี้ข้าคิดจะต้มน้ำแกงให้ท่านลุงเซี่ยดื่มระหว่างมื้อเพิ่มด้วยเ้าคะ ข้าอยากปรึกษาท่านหมอเสินว่าการจัดเวลาเช่นนี้ให้ท่านลุงเซี่ยจะมีปัญหาอะไรไหมเ้าคะ"
"อืม...วิธีของเ้าถือว่าดียิ่ง นังหนูเฉียนเ้ามีพร์เื่การดูแลรักษาคนเจ็บเป็อย่างมาก" ท่านหมอเสิ่นเอ่ยปากชมเฉียนซีเว่ย หลังจากคุยกันอยู่อีกนานครู่ใหญ่ท่านหมอเสิ่นก็ขอตัวลากลับไปบ้านตระกูลเสิ่นของเขา
เมื่อส่งท่านหมอเสิ่นที่หน้าประตูบ้านเสร็จ ฉินฮัวก็ขอตัวออกนอกบ้านเพื่อไปจัดเตรียมของต่อ ส่วนเฉียนซีเว่ยก็ขอแยกตัวไปทำซี่โครงแพะตุ๋นที่เรือนครัว
หลังจากล้างซี่โครงแพะด้วยเกลือเพื่อล้างกลิ่นคาว จึงต้มน้ำนำมาลวกซี่โครงแพะด้วยน้ำเดือดจัดก่อนจะเริ่มเบาไฟเพื่อใส่น้ำตุ๋นซี่โครงแพะใส่สมุนไพรที่เหลือจากเมื่อวานลงไปทำให้กลิ่นของซี่โครงแพะตุ๋นเริ่มหอมตลบอบอวลทั่วบ้านตระกูลเซี่ย
เฉียนซีเว่ยจัดการล้างขิงแล้วลงมือทำน้ำขิงต้มน้ำตาลในเตาเล็กด้านข้าง และลงมือนวดแป้งเพื่อจะทำเป็เส้นก๋วยเตี๋ยวเอาไว้กินกับน้ำแกงซี่โครงแพะ ก่อนจะถึงยามอู่ (ประมาณ 11.00 - 12.59 น.) งานในครัวของเฉียนซีเว่ยจึงถือว่าแล้วเสร็จ
เฉียนซีเว่ยทำก๋วยเตี๋ยวน้ำใส่เนื้อแพะตุ๋นเล็กน้อยยกไปให้เซี่ยเซิงชวนกินเป็อาหารมื้อกลางวัน พร้อมกับน้ำขิงต้มน้ำตาลทรายแดงเป็ของหวานล้างคอ เฉียนซีเว่ยแอบเทยาในขวดที่เพิ่งได้มาจากการสุ่มของรางวัลในระบบใส่ลงไปในชามน้ำขิงต้มน้ำตาล ซึ่งเซี่ยเซิงชวนก็กินและดื่มอาหารที่เฉียนซีเว่ยยกมาให้จนหมด ก่อนจะขอตัวพักผ่อนเพียงลำพังต่อ เฉียนซีเว่ยจึงยกถาดอาหารเปล่าเดินกลับครัว
เสียงแหลมสูงของเซี่ยอวี่เจินดังขึ้น เฉียนซีเว่ยจึงเดินออกมาดูด้วยความสงสัย จึงได้เห็นภาพของเฉียนลู่อยู่ในสภาพเปียกชื้น เขายืนถือตะกร้าสานไม้ไผ่ใส่ปลาตัวใหญ่ที่ยังดิ้นไปมาได้ด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือ อาลู่เหตุใดเ้าจึงมาที่นี่มีเื่อะไรหรือเปล่า" เฉียนซีเว่ยเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"พี่สาวข้าได้ยินมาว่าอีกสามวันจะเป็งานแต่งของพี่สาว ข้าจึงไปจับปลาในแม่น้ำ วันนี้โชคดีจับปลาตัวใหญ่มาได้จึงรีบนำมาที่นี่เพื่อมอบเป็ของขวัญวันแต่งงานของพี่สาวขอรับ"
"เว่ยเว่ยปลาตัวใหญ่ขนาดนี้คงจะจับยากน่าดู ไม่รู้ว่าเด็กนี่ต้องลงไปแช่น้ำในแม่น้ำนานเท่าไหร่แล้วกว่าจะจับปลามาได้ เ้าจะรับปลาตัวนี้เอาไว้ไม่ได้ ปลาตัวนี้หากนำไปขายเขาคงได้หลายเงินสิบอีแปะ บ้านเซี่ยของเราไม่ได้เดือดร้อนเื่ของกิน เ้ารีบบอกให้น้องชายแซ่เฉียนของเ้านำปลากลับบ้านไปเถิด"
เฉียนซีเว่ยจึงพอจะเข้าใจสถานการณ์เมื่อครู่บ้างแล้ว แม้ว่าเจินเจินจะปากร้ายแต่นางไม่ใช่คนเอาเปรียบผู้อื่น แต่คำพูดที่นางพูดก่อนหน้านี้คงทำร้ายน้ำใจเด็กน้อยอย่างเฉียนลู่อยู่ไม่น้อย
"พี่สาวเซี่ย ข้าคงต้องขอรับปลาตัวนี้จากน้องชายของข้าเอาไว้เ้าค่ะ เพราะมันคือของขวัญที่มีค่าที่น้องชายพยายามหามาให้ข้า อาลู่เ้ารีบส่งปลามาให้พี่สาวแล้วเข้ามานั่งรอสักครู่พี่สาวทำน้ำขิงเอาไว้จะไปตักมาให้เ้าดื่มสักชาม เ้าค่อยรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดตัวใหม่จะได้ไม่จับไข้ เมื่อครู่พี่สาวแซ่เซี่ยอาจจะพูดจารุนแรงเกินไปบ้างส่วนหนึ่งเป็เพราะนางเป็ห่วงเ้า ในยามนี้น้ำในแม่น้ำยังเย็นจัดและค่อนข้างลึก เ้ายังเป็เด็กลงไปจับปลาเพียงผู้เดียวเช่นนี้อันตรายเกินไป วันหน้าเ้าอย่าได้ลงไปจับปลาในแม่น้ำเพียงลำพังอีกเป็เด็ดขาด"
"พี่สาวไม่ต้องสิ้นเปลืองหรอกขอรับ ข้ามีร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย พี่สาวข้าไม่ใช่เด็กน้อยเหมือนเมื่อก่อน เวลานี้ข้าอายุ8 ปีแล้ว ข้าว่ายน้ำเก่งมากท่านไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกขอรับ"
เซี่ยอวี่เจินจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เมื่อได้ยินเฉียนซีเว่ยพูดบอกนางทางอ้อมว่านางพูดจากับเฉียนลู่รุนแรงเกินไป "เ้าเข้ามานั่งด้านในก่อนอย่าได้ดื้อรั้น หากเ้าเจ็บป่วยเพราะไปจับปลามามอบให้พี่สาวของเ้า แล้วเ้าจะให้นางสบายใจได้อย่างไร แล้วดูชุดของเ้าสิเปียกชุ่มน้ำขนาดนี้ ไม่ได้การล่ะเ้าห้ามไปไหนข้าจำได้ว่ามีชุดเก่าของพี่ชายในยามที่เขายังเป็เด็กเก็บเอาไว้ ข้าจะไปหาชุดมาให้เ้าเปลี่ยน"
"พี่สาวเซี่ยท่านไม่ต้องลำบากหรอกขอรับ" เฉียนลู่รีบพูดด้วยความเกรงใจ เขาไม่กล้านั่งบนเก้าอี้ดังที่เฉียนซีเว่ยบอกเพราะชุดครึ่งตัวของเขาสกปรกและเปียกชื้นเขากลัวว่าจะทำให้พื้นเก้าอี้ของบ้านเซี่ยสกปรก
เฉียนซีเว่ยมองเฉียนลู่ ที่มีปากสีขาวซีดจนใกล้จะเขียวมือเท้าซีดและแห้งเหี่ยวบ่งบอกว่าเขาแช่น้ำมานานด้วยความสงสาร อีกอย่างชุดเสื้อผ้าของเฉียนลู่ตัวนี้ก็เก่าจนใกล้จะเปื่อยขาดแล้ว จึงพอจะคาดเดาความใจดี้าหาชุดเสื้อผ้าตัวใหม่มามอบให้เฉียนลู่จากเซี่ยอวี่เจินได้
"เ้าอย่าได้ดื้อรั้นรีบนั่งลงรอพี่สาวเอาปลาไปเก็บจะได้นำตะกร้าไม้ไผ่มาคืนเ้า"
"ไม่ต้องนำตะกร้ามาคืนหรอกขอรับ ท่านแม่ของข้าสานตะกร้าไม้ไผ่เยอะมาก่นี้นำไปขายก็ไม่ค่อยมีคนซื้อ หากพี่สาวไม่รังเกียจเก็บตะกร้าสานใบนี้เอาไว้ใช้เถิดขอรับ"
เฉียนซีเว่ยมองดวงตากลมโตของเฉียนลู่ เห็นเด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจึงคล้อยตามคำพูดของเด็กน้อย "ได้ เช่นนั้นพี่สาวขอบใจเ้ามากสำหรับปลาตัวใหญ่ที่เ้านำมามอบให้พร้อมทั้งตะกร้าสานใบนี้ แต่เ้าต้องรอพี่ก่อนห้ามหนีไปไหน พี่ขอนำของไปเก็บเพียงครู่จะรีบกลับมา" เมื่อมองเห็นท่าทางร้อนรนไม่กล้านั่งลงบนเก้าอี้ของเฉียนลู่จึงพูดข่มขู่เด็กน้อยเพิ่มไปอีกหนึ่งประโยค"หากเ้าไม่นั่งรอพี่สาวจะโกรธเคืองเ้าจริงๆ แล้วนะ"
"ได้ขอรับ ข้าจะรอพี่สาวอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน" คำขู่ของเฉียนซีเว่ยนั้นได้ผล เพราะเฉียนลู่รีบนั่งลงบนเก้าอี้อย่างว่าง่ายทันที
เฉียนซีเว่ยเดินกลับเข้าไปในครัวพร้อมกับปลาตัวใหญ่ นางรีบขังปลาไว้ในโอ่งดินเผาขนาดเล็กโดยเอาตะกร้าสานปิดปากโอ่งเอาไว้กันปลาะโหนี ก่อนจะตักน้ำขิงใส่ถ้วยชามยกไปให้เฉียนลู่ ใจจริงเฉียนซีเว่ยอยากจะทำก๋วยเตี๋ยวไปมอบให้เฉียนลู่กินแต่ก็กลัวว่าเซี่ยอวี่เจินจะไม่พอใจความใจกว้างเกินไปของนาง
เฉียนลู่รับน้ำขิงที่กำลังอุ่นร้อนของเฉียนซีเว่ยมาดื่มอย่างสำรวม สีปากของเฉียนลู่กลับมามีสีสันอีกครั้งทำให้เฉียนซีเว่ยรู้สึกวางใจลงได้
"ปลาในแม่น้ำมีเยอะไหม แล้วเ้าใช้วิธีจับอย่างไรจึงได้มา"
"ปลามีเยอะขอรับ แต่ข้าไม่ได้ลงไปกลางแม่น้ำเพราะท่านแม่เคยห้ามข้าเอาไว้ ท่านแม่กลัวว่าข้าจะเป็ตะคิวแล้วจมน้ำตายเหมือนท่านน้าติงจิ่วขอรับ ข้าใช้วิธียืนอยู่ริมแม่น้ำนำตะกร้าสานของท่านแม่คอยจ้องตักปลาขึ้นมา ความจริงข้าตักปลาได้ตัวใหญ่มากกว่านี้แต่ช่างน่าเสียดายที่มันะโสูงจึงหนีจากตะกร้าสานของข้าไปได้" เฉียนลู่พูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย
เฉียนซีเว่ยนึกภาพตามคำพูดของเฉียนลู่ แสดงว่าปลาในแม่น้ำชุกชุมมากพอจนเด็กน้อยคนนี้ใช้ตะกร้าตักจับปลามาได้
"เหตใดเ้าไม่ทำลอบไม้ไผ่มาวางดักจับปลาในแม่น้ำล่ะ"
"ลอบไม้ไผ่คืออะไรขอรับ" เฉียนลู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย เฉียนซีเว่ยจึงมองเฉียนลู่ด้วยดวงตาเป็ประกาย แสดงว่าคนที่นี่ไม่รู้จักลอบดักปลา เช่นนั้นนางจึงคิดจะลองให้อาสะใภ้รองตระกูลเฉียนสานลอบจับปลาดูเพื่อหารายได้เพิ่มและนำปลามาทำอาหารให้บ้านตระกูลเซี่ย เมื่อคิดว่าตนมีโอกาสทำเื่นี้ให้สำเร็จมีสูงยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจที่จะได้ช่วยเหลือบ้านรองตระกูลเฉียนและเพิ่มรายการอาหารให้บ้านตระกูลเซี่ยได้