ฮูหยินใหญ่หันไปจ้องลูกสาวอย่างไม่พอใจ “แค่บ่าวคนเดียวเ้าถึงกับกล้าดุน้องสาว เ้ารีบขอโทษนางเสีย หากหว่านเอ๋อให้อภัย ข้าก็จะไม่ลงโทษเ้า”
อนุหลินกับซูชิงหว่านมองซูหยุนหรานด้วยความสะใจ เพราะคิดว่าอีกไม่นานซูหยุนหรานคงถูกฮูหยินใหญ่ตบตีเช่นเคย ซึ่งเื่นี้เป็เื่ที่พวกนางเห็นอยู่ทุกวัน
ส่วนซูหยุนหรานก็จ้องมองมารดาด้วยสายตาเฉยเมย “ท่านแม่เ้าคะ ยังไม่ต้องพูดถึงเื่ว่าใครถูกใครผิด แต่ท่านลืมอะไรไปหรือไม่ ข้าเป็บุตรสาวแท้ๆ ของท่าน หรือจะเรียกให้ถูกก็คือข้าเป็บุตรสาวของฮูหยินเอก แต่ซูชิงหว่านเป็เพียงบุตรของอนุ การจะให้ข้าลดตัวลงไปขอโทษนางเป็สิ่งที่บุตรของฮูหยินเอกควรทำหรือเ้าคะ”
“บุตรอนุอะไรกัน! คุณหนูใหญ่...หว่านเอ๋อคือน้องสาวของเ้า เ้าไม่มีสิทธิ์มาดูถูกนาง” อนุหลินะโขึ้นอย่างไม่พอใจ เพราะคำพูดของซูหยุนหราน นอกจากจะต่อว่าบุตรสาวของตนว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คำพูดนั้นยังตั้งใจพูดกระทบถึงสถานะของนางด้วย
“นางเกิดทีหลังย่อมต้องเรียกข้าว่าพี่สาว” ซูหยุนหรานส่งยิ้มเย็นให้อนุหลิน “แต่ข้าจะนับว่านางเป็น้องสาวหรือไม่ก็เป็เื่ของข้า อีกทั้ง...นางเป็ลูกสาวของเ้าซึ่งเป็เพียงอนุชั้นล่าง[1] หากไม่เรียกนางว่าบุตรสาวของอนุแล้วจะให้ข้าเรียกนางว่าอะไร!”
“เ้า!” อนุหลินถึงกับเถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่ซูหยุนหรานพูดคือความจริงทุกประการ นางเป็เพียงทาสที่ถูกเลี้ยงดูในจวนไว้คอยรับใช้นายท่าน แต่ที่นายท่านโปรดปรานนางมากกว่าคนอื่นและยังเลี้ยงดูนางเป็อย่างดีก็เพราะนางเป็สตรีคนแรกที่สอนให้นายท่านได้รู้จักกับความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้ง และนางกับนายท่านยังเป็คนแรกของกันและกันอีกด้วย แม้นายท่านจะคืนสัญญาทาสให้แล้ว แต่ด้วยสถานะต่ำต้อยที่ติดตัวมาั้แ่กำเนิด ผู้คนก็ยังมองว่านางเป็เพียงอนุภรรยาชั้นล่างอยู่ดี
“พี่หญิง! ท่านกล้าพูดจาทำร้ายจิตใจท่านแม่ของข้าหรือเ้าคะ ดีเลย...ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ” ซูชิงหว่านพูดขึ้นอย่างโมโห
“ข้าพูดจาทำร้ายจิตใจอนุหลินหรือ? เปล่าเลย” ซูหยุนหรานยังส่งยิ้มเ็าให้สองแม่ลูก “ข้าแค่พูดความจริง”
“พอแล้ว!” ฮูหยินใหญ่รีบะโขึ้น หากเื่นี้รู้ไปถึงหูสามี คนที่จะถูกสามีคงโทษคงไม่ได้มีแค่ลูกสาว แต่นางก็ต้องถูกลงโทษด้วย “ตกลงว่าเ้าจะขอโทษหว่านเอ๋อดีๆ หรือจะให้ข้าลงโทษเ้าก่อน แม้อนุหลินกับหว่านเอ๋อจะทำอะไรเ้าไม่ได้ แต่ข้าที่เป็แม่ย่อมมีสิทธิ์สั่งสอนเ้า”
“ข้าขอโทษนางก็ได้เ้าค่ะ” ซูหยุนหรานมองมารดาแล้วยิ้มเพราะนางคิดอะไรดีๆ ออกแล้ว “ข้าจะไปคุกเข่าขอโทษนางที่หน้าประตูจวนตอนนี้เลย ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาจะได้ช่วยเป็พยานว่าข้าที่เป็บุตรสาวของภรรยาเอกต้องคุกเข่าขอโทษให้กับลูกของอนุ”
ซูหยุนหรานพูดจบก็เดินนำเซียงเซียงออกไปที่ประตูจวนทันที ฮูหยินใหญ่ อนุหลิน และซูชิงหว่านไม่มีเวลาแม้แต่จะทัดทาน ทั้งสามคนได้แต่รีบตามซูหยุนหรานออกไป
ซูหยุนหรานสั่งให้คนเปิดประตูจวนเต็มบาน จากนั้นนางก็ออกไปคุกเข่าโดยที่นางหันหน้าออกนอกจวน
“ข้าคุณหนูใหญ่ซูหยุนหรานเป็บุตรสาวที่เกิดจากนายท่านซูจิ้นจงและฮูหยินใหญ่ลั่วเจินเจิน ข้าขอโทษคุณหนูรองซูชิงหว่านผู้เกิดจากอนุ” ซูหยุนหรานเริ่มบีบน้ำตาพร้อมพูดต่อ “การที่ข้าตกลงไปในสระน้ำไม่ได้เป็แผนการที่ข้าจะเข้าใกล้เสียนอ๋องเหมือนที่คุณหนูรองกล่าวอ้าง แต่วันนั้นข้าถูกสั่งให้อดข้าวั้แ่เช้า อีกทั้งข้ายังต้องเดินเท้าเพื่อไปร่วมงานเลี้ยง โดยรถม้าของจวนเรามีเพียงท่านแม่ อนุหลิน และคุณหนูรองเท่านั้นที่มีสิทธิ์นั่ง ข้าที่ไม่ได้กินอะไรเลยและยังต้องเดินทางไกล หากจะเป็ลมจนตกสระน้ำไปมันเป็เื่แปลกหรือ แต่การที่คุณหนูรองเอาแต่พูดว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็เพราะข้าจงใจก็ดูจะใส่ร้ายข้าเกินไป เมื่อสาวใช้คนสนิทออกมาแก้ต่างและปกป้องข้า คุณหนูรองกลับจะลงโทษสาวใช้คนสนิทของข้า แต่ไม่รู้ว่าคนของคุณหนูรองตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ฝ่ามือนั้นกลับสะบัดมาโดนหน้าข้าเต็มๆ”
ซุหยุนหรานเอียงแก้มที่ยังปรากฏรอยฝ่ามือให้ชาวบ้านที่มามุงดูเื่สนุกได้เห็นกันชัดๆ เมื่อเห็นว่ามีคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของซูชิงหว่าน ซูหยุนหรานจึงพูดต่อ
“เดิมคิดว่าสาวใช้คนนั้นคงไม่ตั้งใจ ข้าจึงไม่คิดจะเอาเื่และไม่เคยคิดจะลงโทษนางตามกฎของบ้าน ทำได้แค่ตำหนิและอบรมนางไปไม่กี่คำ แต่คุณหนูรองกลับบอกว่าข้าทำไม่ถูกและยัง้าให้ข้าขอโทษเพราะนางรู้สึกเสียใจแทนสาวใช้ที่ถูกข้าตำหนิ” ซูหยุนหรานร้องไห้หนักกว่าเดิม “เพราะเื่นี้ทำให้ข้าที่เป็ถึงคุณหนูใหญ่ต้องมาคุกเข่าขอโทษคุณหนูรองถึงหน้าจวนทั้งที่ข้าไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ท่านแม่...ข้าทำเช่นนี้พอใจท่านแล้วหรือยังเ้าคะ อนุหลิน คุณหนูรองซูชิงหว่าน พวกเ้าพอใจแล้วหรือยัง”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งพวกเขายังรู้สึกสงสารคุณหนูใหญ่ที่ถูกแม่แท้ๆ รวมถึงอนุและบุตรของอนุรังแก
“ซูหยุนหราน เ้าอย่ามาใส่ร้ายข้า!” ซูชิงหว่านะโขึ้น
“แล้วที่บอกว่าข้าแกล้งตกน้ำเพราะอยากเข้าใกล้เสียนอ๋อง ไม่ใช่เ้าหรือที่เป็คนพูด” ซูหยุนหรานถามกลับ
“ข้า...” ซูชิงหว่านพูดไม่ออก เพราะนางพูดประโยคนั้นจริง
“แล้วที่สาวใช้ของเ้าตบหน้าข้า เื่นี้ข้าก็ใส่ร้ายเ้าหรือ” ซูหยุนหรานเอียงแก้มของตัวเองให้ชาวบ้านดูอีกครั้ง
“นาง...นางไม่ได้ตั้งใจ” ซูชิงหว่านตอบเสียงเบา
“นี่ขนาดไม่ตั้งใจรอยฝ่ามือยังชัดขนาดนี้ แล้วถ้าตั้งใจเล่า...” ซูหยุนหรานร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“ซูหยุนหราน! เ้าจะก่อเื่ไปถึงเมื่อไหร่ ยังไม่รีบกลับเข้าจวนอีก” ฮูหยินใหญ่บอกลูกสาวด้วยความโมโห
ซูหยุนเงยหน้าขึ้นมองมารดา แววตาของนางเต็มไปด้วยความไม่เป็ธรรมและความน้อยใจ “ท่านแม่...เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้นเ้าคะ เพราะรู้ว่าท่านพ่อรักอนุหลินกับคุณหนูรองมากกว่าท่าน ท่านอยากเอาใจพวกนางเพื่อทำให้ท่านพ่อพอใจ ท่านจึงสั่งให้ข้ามาคุกเข่าขอโทษนาง ที่ข้าทำก็เป็ความ้าของท่านไม่ใช่หรือเ้าคะ”
‘คุณหนูใหญ่ช่างน่าสงสาร ต้องมาคุกเข่าขอโทษลูกอนุอยู่หน้าจวน เช่นนี้ไม่เท่ากับอยากทำให้นางอับอายหรือ’
‘ฮูหยินใหญ่ก็เหลือเกิน อยากเอาใจสามีจนยอมตามใจให้อนุกับบุตรของอนุรังแกบุตรสาว พวกเ้าว่านางยังสติดีอยู่หรือเปล่า’
‘ได้ยินมาว่าอนุหลินก็ไม่ธรรมดา นางเคยเป็ทาสมาก่อน แต่นางเก่งเื่อย่างว่าจนได้ขึ้นมาเป็อนุ หึ...ฮูหยินใหญ่สู้นางไม่ได้ นางจึงเอาเื่นี้มาข่มฮูหยินใหญ่กระมัง’
‘เพื่อปกป้องตำแหน่งฮูหยินและอยากเอาใจสามีถึงกับไม่สนใจหน้าตาลูกสาว ข้านึกไม่ออกจริงๆ ว่าตอนที่เราไม่เห็น คุณหนูใหญ่จะถูกคนบ้านนี้ปฏิบัติด้วยอย่างไร’
‘นั่นสิ แม้แต่สาวใช้ยังกล้าตบหน้าเ้านาย หากเป็จวนอื่นสาวใช้คนนั้นคงถูกโบยจนตายหรือไม่คงถูกขายไปแล้ว แต่นี่นางถูกคุณหนูใหญ่ตำหนิไม่กี่คำ คุณหนูใหญ่กลับต้องเป็ฝ่ายมาคุกเข่าขอโทษเพียงเพราะคุณหนูรองเสียใจที่คนของตนเองถูกตำหนิ คุณหนูรองลูกอนุผู้นี้ช่างเหิมเกริมและไม่รู้กฎระเบียบจริงๆ’
“พาคุณหนูใหญ่กลับเข้าจวนเดี๋ยวนี้!” ฮูหยินใหญ่ะโสั่ง
“ท่านแม่ กลับเข้าไปข้างในแล้วข้ายังต้องไปรับโทษอะไรอีกหรือไม่เ้าคะ” ซูหยุนหรานถาม จากนั้นนางก็หันไปมองอนุหลินกับซูชิงหว่าน “อนุหลิน คุณหนูรอง ข้าคุกเข่าขอโทษพวกเ้าแล้ว ต่อไปพวกเ้าอยากให้ข้าทำอะไรอีกหรือไม่ หรือจะให้ข้าโขกศีรษะให้พวกเ้าตอนนี้เลย”
อนุหลินรีบเข้าไปประคองเมื่อเห็นว่าซูหยุนหรานกำลังจะโขกศีรษะให้ตนจริงๆ ตำแหน่งอนุที่ไม่มีสถานะใดในบ้าน แล้วนางจะกล้าให้คุณหนูใหญ่ของจวนโขกศีรษะให้ตนได้อย่างไร “คุณหนูใหญ่พูดอะไรเช่นนั้น ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้บอกให้ท่านมาคุกเข่าเสียหน่อย แต่ท่านกลับคิดเองเออเอง วันหลังข้าจะเอาตำรามาให้ท่านได้อ่านเสริมความรู้บ้าง อย่ามัวไปขลุกอยู่กับสาวใช้ไม่มีความรู้ ท่านจะได้ไม่เข้าใจผิดและทำเื่น่าอายเช่นนี้อีก”
ชาวบ้านเงียบเสียงและหันมามองซูหยุนหราน ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ซูก็ไม่ค่อยดีจริงๆ นางเกิดมาในตระกูลแพทย์แต่ไม่รู้จักกระทั่งสมุนไพรง่ายๆ อีกทั้งเมื่อไปสอบคัดเลือกที่สำนักศึกษาหญิง ผลการสอบยังอยู่รั้งท้าย หรือว่าคุณหนูใหญ่จะเข้าใจผิดแล้วสร้างเื่ใหญ่ขึ้นมาเอง ก็อย่างว่าจะมีแม่ที่ไหนที่ทำกับลูกสาวตัวเองเช่นนี้
อนุหลินยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของชาวบ้านที่สะท้อนกลับไปหาซูหยุนหราน แต่รอยยิ้มก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อซูหยุนหรานพูดขึ้น
“ข้าฝึกคัดอักษรั้แ่สามขวบ ห้าขวบข้าก็ท่องคัมภีร์ได้สามเล่มแล้ว” ซูหยุนหรานมองไปที่ซูชิงหว่านแล้วยิ้ม “หากจะพูดถึงว่าทำไมตอนที่ข้าสอบเข้าสำนักศึกษาหญิงแล้วข้ามีคะแนนรั้งท้าย คงต้องถามคุณหนูรองแล้วว่าเพราะอะไรถึงเป็เช่นนั้น”
“ท่าน...ท่านพูดอะไร ข้า...ข้าไม่เข้าใจ” ซูชิงหว่านหน้าซีด ท่านพ่อกับฮูหยินใหญ่เคยติดสินบนเ้าหน้าที่คุมสอบเพื่อให้ช่วยเปลี่ยนกระดาษคำตอบของนางกับของพี่สาว นางไม่คิดว่าพี่สาวจะรู้เื่นี้
“พวกเ้ามายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” ซูจิ้นจงลงจากรถม้า เมื่อเห็นผู้คนยืนมุงอยู่หน้าจวนมากมายก็เริ่มสงสัย และเมื่อหันไปเห็นลูกสาวคนโต “เ้าก่อเื่อะไรอีก! ครั้งก่อนยังทำขายหน้าไม่พอหรือ”
ซูหยุนหรานมองบิดาแล้วรีบอธิบาย “ข้าถูกสาวใช้ของน้องรองตบหน้า ท่านแม่จึงสั่งให้ข้ามาคุกเข่าขอโทษน้องรองที่หน้าจวนเพราะน้องรองเสียใจที่สาวใช้ของนางถูกข้าตำหนิไปไม่กี่คำ ยังมีอนุหลินที่ตามมาดูเื่สนุกและยังบอกว่าข้าโง่ไม่มีการศึกษา วันๆ ขลุกอยู่แต่กับสาวใช้ไร้ประโยชน์ ท่านพ่อเ้าคะ...เื่ทั้งหมดเป็เพราะข้า ข้าจะรีบคุกเข่าโขกศีรษะเพื่อขอโทษน้องรองเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ”
ซูจิ้นจงมองลูกสาวคนโตอย่างแปลกใจ ปกติแล้วลูกสาวคนโตแสนจะขี้ขลาด นางไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขาด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้นางกลับจ้องหน้าและพูดยาวกับเขาจนแทบไม่หายใจ แต่ความแปลกใจถูกกลบด้วยความโกรธ อยู่ในบ้านไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าอนุและลูกสาวคนรองรังแกนางอย่างไร ยังมีฮูหยินใหญ่ที่รังแกลูกสาวของตนเองเพียงเพราะอยากเอาใจเขา แต่นั่นก็เป็เื่ในบ้านที่ไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น แต่เวลานี้อยู่นอกบ้าน แล้วทำไมสตรีโง่เขลาเหล่านี้ถึงไม่รู้จักคิด
“หรานเอ๋อ มีอะไรเราเข้าไปคุยกันในบ้านดีหรือไม่” ซูจิ้นจงบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงใจดี
“ท่านพ่อ” ซูหยุนหรานมองบิดาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “เข้าไปในบ้านแล้วข้าจะถูกตีหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่แน่นอน จะไม่มีใครตีเ้า” ซูจิ้นจงบอก
“แล้วข้าจะถูกพาไปขังในห้องเก็บฟืนหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่...เ้าจะไม่ถูกขัง” ซูจิ้นจงยังพยายามควบคุมเสียง
“หมายความว่าข้าเข้าออกจวนอย่างอิสระเหมือนน้องรองได้แล้วหรือใช่ไม่เ้าคะ แล้ว...แล้วข้ายังต้องทำความสะอาดจวน ซักผ้า กวาดเศษใบไม้เพื่อแลกเป็ค่าใช้จ่ายเดือนละยี่สิบอีแปะอยู่หรือไม่ รวมถึงข้าต้องไปขอแบ่งอาหารเหลือที่พวกท่านทานเสร็จแล้วจากโรงครัวมากินอยู่หรือไม่เ้าคะ”
ซูจิ้นจงถูกลูกสาวคนโตททำให้ขายหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี เขากัดฟันพูดเสียงเข้ม “ต่อไปจะไม่มีใครตีหรือทำร้ายเ้า อาหารของเ้าจะทำสดใหม่และมีคนยกไปให้ครบทั้งสามมื้อ ข้าจะจัดสาวใช้ให้เ้าเพิ่มอีกสี่คน และข้ายังจะมอบเงินรายเดือนให้เ้าอีกเดือนละยี่สิบตำลึง ทีนี้เ้าจะกลับเข้าจวนได้หรือยัง”
“ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานย่อกายอย่างมีมารยาท ‘ต่อไปนี้หากพวกเ้าจะเล่นงานข้าก็ต้องคิดให้ดี เพราะความอับอายในวันนี้มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น’
____________________
[1] อนุภรรยาชั้นล่างหรืออนุภรรยาชั้นต่ำ หมายถึง สตรีที่มีสถานะทางสังคมต่ำที่สุดในบรรดาอนุภรรยาของจักรพรรดิหรือขุนนาง มักเป็สตรีที่มาจากชนชั้นล่าง เช่น อดีตสาวใช้ ทาส หรือนางคณิกาที่ถูกซื้อมา ไม่มีตระกูลสูงส่ง ทำให้มีอำนาจและอิทธิพลน้อยกว่าอนุภรรยาระดับสูงที่มาจากตระกูลขุนนาง (ที่มา : ข้อมูลจาก Google AI)