ยมทูตก๊องแก๊ง
ตอน รสนิยมของรุ่นพี่
รุ่งเช้าวันใหม่หลังภารกิจสุดโหด จีวอนในสภาพเด็กหญิงแปดขวบหน้าตาน่ารักสดใสเช่นเคย ลากโกนัมจุนที่ยังคงมีสีหน้าอิดโรยและดวงตาคล้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่เต็มอิ่มมานั่งอยู่ที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่ง ทั้งคู่อยู่ในชุดเสื้อผ้าแบบมนุษย์เช่นเดิม จีวอนสั่งไอศกรีมรสสายรุ้งถ้วยโต ส่วนนัมจุนได้แค่กาแฟดำขมปี๋มาแก้วหนึ่ง
"กินไอศกรีมตอนเช้าเนี่ยนะ พี่จีวอน?" นัมจุนถาม มองไอศกรีมสีสันฉูดฉาดในมือรุ่นพี่สลับกับกาแฟของตัวเอง
"ของมันต้องโด๊ป เมื่อคืนใช้พลังงานไปเยอะ" จีวอนตอบพลางตักไอศกรีมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
"แล้วอีกอย่างเรียกชื่อฉันเฉยๆก็ได้ เดี๋ยวคนจะว่าฉันแก่แดด"
"โอเค ๆ ได้ๆ"
"การนั่งมองมนุษย์เดินไปเดินมาตอนเช้าๆ มันก็เพลินดีออก เหมือนดูละครชีวิตน่ะ"
ทั้งสองนั่งมองผู้คนสัญจรผ่านไปมาหน้าร้าน บ้างก็รีบร้อนไปทำงาน บ้างก็เดินทอดน่องชมวิว นัมจุนนึกถึงชีวิตก่อนตายของตัวเอง เขาก็เคยเป็หนึ่งในคนเ่าั้
"จีวอน" นัมจุนเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน
"ว่า"
"ฉันสงสัยอย่างหนึ่ง ในเมื่อเราเป็ยมทูต แถมมีของวิเศษอย่างดาบพิพากษา ทำไมเราไม่ใช้มันจัดการคนเลวไปเลยล่ะ จะได้ง่ายกว่าการแข่งรถบ้าๆ เมื่อคืนเราเกือบตายนะ"
จีวอนกลืนไอศกรีมคำสุดท้ายลงคอ "นั่นก็เพราะโลกมนุษย์มันซับซ้อนน่ะสิ ไอหนู"
เธอใช้ช้อนชี้ไปรอบๆ "เห็นไหมล่ะ กล้องวงจรปิดมันเยอะแยะไปหมด ไหนจะหูตาผู้คนอีก สอดรู้สอดเห็นยังกับตาสับปะรด ขืนเราไปฟันใครตายโชว์โต้งๆ เื่มันก็แดงสิ ยมโลกจะวุ่นวายเปล่าๆ วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้การตายของพวกมันดูเป็อุบัติเหตุ หรือเหตุสุดวิสัย คนจะได้ไม่สงสัย"
ขณะที่จีวอนกำลังอธิบาย ทันใดนั้นเอง! เสียง "เอ๋ง!" ดังขึ้น พร้อมกับเสียงเบรกของรถยนต์ดังลั่นหน้าร้าน ลูกหมาขนปุยสีขาวตัวเล็กที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ริมถนน ถูกรถคันหนึ่งชนเข้าอย่างจัง ร่างของมันกระเด็นไปนอนแน่นิ่งอยู่ข้างทาง
เฮ้ย! นัมจุนอุทานด้วยความใ เขารีบลุกพรวดจะเข้าไปดู
วินาทีต่อมา ิญญาของลูกหมาน้อยก็ลอยออกมาจากร่างที่ไร้ลมหายใจ มันเป็ดวงแสงสีขาวนวลพุ่งเข้ามาก่อนจะแปรสภาพเป็รูปร่างเป็ลูกหมาขนปุยน่ารักเหมือนเดิม ดวงตากลมแป๋วของมันมองมาที่นัมจุน ก่อนจะวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาเลียที่ขากางเกงของเขาอย่างคุ้นเคย
"อ้าว! เ้าหมาน้อย" นัมจุนย่อตัวลงลูบหัวิญญาลูกหมาเบาๆ ความรู้สึกสงสารจับใจ
"น่าสงสารจัง ยังเด็กอยู่เลย" จีวอนพูดขึ้น เธอมองิญญาลูกหมาด้วยแววตาอ่อนโยนผิดกับเมื่อคืนลิบลับ "เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถือเป็โอกาสสอนงานเ้าไปในตัวเลยแล้วกัน ไอหนู"
"สอนงานอะไร" นัมจุนถาม
"พาเ้าหมาน้อยนี่ไปส่ง์ไงล่ะ" จีวอนยิ้ม
"ยมทูตไม่ได้มีหน้าที่แค่จับคนชั่วลงนรกนะ การนำทางดวงิญญาบริสุทธิ์สู่สุคติก็เป็งานของเราเหมือนกัน"
"์! ฉันจะได้ไป์เหรอ?" นัมจุนตาโตด้วยความตื่นเต้น
"ใช่แล้ว แต่ก่อนอื่น กอดเ้าหมานี่ไว้แนบอกนะ" จีวอนสั่ง นัมจุนทำตามอย่างว่าง่าย เขากอดิญญาลูกหมาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเบาหวิวลไว้ในอ้อมแขน
จีวอนจูงชายเสื้อนัมจุนให้เดินตามเธอเข้าไปในซอยแคบๆ ข้างร้านไอศกรีม เมื่อลับตาคนแล้ว เธอก็เริ่มร่ายมนตร์บางอย่างเป็ภาษาโบราณที่นัมจุนฟังไม่ออก ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองและเ้าหมาน้อยในอ้อมกอดเบาหวิวขึ้นจนแทบจะลอยได้
"นี่คือมนตร์กำบังกาย ทำให้มนุษย์มองไม่เห็นเรา" จีวอนอธิบาย "จับให้แน่นนะ เตรียมตัวให้พร้อม เราจะเหาะกันแล้ว!"
สิ้นคำพูดของจีวอน ร่างของทั้งสองก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว! นัมจุนหลับตาปี๋ด้วยความใและหวาดเสียว เขากอดลูกหมาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม ลมปะทะใบหน้าอย่างแรงจนรู้สึกตึงเปรี๊ยะไปหมด พวกเขาทะลุผ่านก้อนเมฆหนาทึบ ทะยานผ่านหมู่ดาวระยิบระยับที่ดูเหมือนจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัมจุนก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง อ้าปากค้างกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า มันไม่ใช่ท้องฟ้าสีครามหรืออวกาศอันมืดมิด แต่เป็ดินแดนอันงดงามสว่างไสวด้วยแสงสีทองอ่อนละมุน มีทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา สวนดอกไม้นานาพรรณส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล มีเสียงดนตรีทิพย์บรรเลงแว่วมาแต่ไกล
"นี่ นี่คือ์เหรอพี่" นัมจุนถามเสียงสั่น เขาเพิ่งตระหนักว่า์ไม่ได้อยู่บนฟากฟ้าอย่างที่เคยจินตนาการไว้ แต่มันคืออีกภพภูมิหนึ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปจากโลกมนุษย์ เป็มิติที่ซ้อนทับกันอยู่
"ใช่แล้วล่ะ ยินดีต้อนรับสู่แดนสุขาวดี" จีวอนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองพาิญญาลูกหมาน้อยมาหยุดอยู่หน้าเทวดาองค์หนึ่งซึ่งมีรัศมีกายสว่างไสว สวมอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้าน เทวดาองค์นั้นยิ้มอย่างใจดีเมื่อเห็นลูกหมาในอ้อมแขนของนัมจุน
"มาส่งน้องหมาหรือท่านยมทูต" เทวดากล่าวทักทายจีวอนอย่างคุ้นเคย
"เ้าค่ะ ฝากดูแลมันด้วยนะคะ" จีวอนตอบ
เทวดาพยักหน้ารับ ก่อนจะผายมือไปยังสวน์อันกว้างใหญ่ไพศาล "ไปวิ่งเล่นให้สนุกเถอะนะ เ้าหมาน้อย"
ิญญาลูกหมาน้อยะโออกจากอ้อมแขนของนัมจุน มันเห่าอย่างร่าเริงหนึ่งครั้งก่อนจะวิ่งเล่นอย่างมีความสุขหายลับไปในพุ่มดอกไม้ในสวน์ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากส่งิญญาหมาน้อยเรียบร้อยแล้ว ขณะที่นัมจุนยังคงตะลึงกับความงดงามของ์อยู่นั้นเอง จีวอนก็เหลือบไปเห็นนางฟ้าแสนสวยนางหนึ่งกำลังเดินชมดอกไม้อยู่ไม่ไกล นางฟ้าตนนั้นมีปีกสีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวสลวยสีทองเป็ประกาย สวมชุดสีฟ้าอ่อนระยิบระยับ
"อุ๊ย! คนสวย!" จีวอนทำตาเป็ประกาย เด็กหญิงรุ่นพี่ของเขารีบเด็ดดอกไม้์ที่บานสะพรั่งอยู่ใกล้ๆ ดอกหนึ่ง แล้ววิ่งต้อยๆเอามันไปยื่นให้นางฟ้าสาวสวยคนนั้นทันที
"ท่านนางฟ้าคนงามจ๋า ดอกไม้นี้สำหรับท่าน" จีวอนพยายามทำเสียงหล่อ แต่ด้วยความเป็เด็กแปดขวบ มันจึงออกมาน่าเอ็นดูมากกว่า
นางฟ้าตนนั้นหันมายิ้มให้จีวอนอย่างเอ็นดู "ขอบใจจ้ะ ยมทูตน้อย" เธอก้มลงรับดอกไม้ แต่ไม่ได้แสดงท่าทีสนใจจีวอนในเชิงชู้สาวแต่อย่างใด ลูบหัวจีวอนเบาๆแล้วก็เดินจากไปอย่างนุ่มนวล
จีวอนยืนมองตามตาละห้อย ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย "นึกว่าจะหอมแก้ม ลูบหัวเหมือนหมาเลย"
นัมจุนที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่ไหว "ฮ่า! ๆ ๆ ๆ จีวอน นี่เธอ จีบนางฟ้าเหรอ?" เขาหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง น้ำตาเล็ด
จีวอนหันมาค้อนใส่เขาหนึ่งวง "หัวเราะอะไรยะ! ความรักมันไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัยในทางิญญาเฟ้ย!"
"แต่ แต่นางฟ้าเขาไม่สนใจเธอเลยนะ ฮ่าๆๆ" นัมจุนยังคงหัวเราะไม่หยุด
"ชิ! ไม่สนก็ไม่สน สวยกว่านี้ก็เคยจีบมาแล้ว" จีวอนเชิดหน้า สะบัดผมเปียทั้งสองข้างอย่างไม่ง้อ
นัมจุนเพิ่งจะประจักษ์แก่ใจในวันนี้เองว่า รุ่นพี่ยมทูตเด็กหญิงแปดขวบที่โเี้ตอนสังหารคนเลว และอ่อนโยนตอนพาิญญาหมาขึ้น์นั้น แท้จริงแล้วชอบผู้หญิง