“เป็เ้า!!”
เหยี่ยวทมิฬประหลาดใจ นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากน้องชายของเขา ผู้ซึ่งเป็จักรพรรดิยุทธ์รุ่นเยาว์หนึ่งเดียวในมณฆลสิงห์คำรน
“ทีนี้ท่านก็สามารถบอกความลับได้แล้ว”
นพเก้ากำลังเร่งรีบ เขารู้สึกว่าต่อให้อีกฝ่ายไม่เปิดเผยสิ่งใด เขาก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ หลังจากสังหารผู้ทรยศแล้ว เขายังต้องไปที่ป่ามรณะเพื่อจัดสรรทรัพยากรทั้งหมดที่ริบมาได้
เหยี่ยวทมิฬถอนหายใจ แล้วเริ่มเล่าออกมา ั้แ่เหตุการณ์ 20 ปีก่อนซึ่งทำให้นพเก้าตกตะลึง
(อะไรนะ! ค้ามนุษย์? มันจะเป็ไปได้อย่างไร?)
นพเก้ารู้สึกว่าเื่ต่างๆ จะลึกลับกว่าที่คิด เขารู้เพียงว่าในฐานะตระกูลนักรบพวกเขามีเส้นทางการเงินสองอย่างคือ เป็ตระกูลค้าขายแลกเปลี่ยนสิ่งของจากดินแดนรกร้างโดยทำหน้าที่เป็คนกลาง อีกอย่างคือเปิดหอโอสถโดยรายได้ 70% มาจากตระกูลสาขาที่สอง
“เื่มันเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ปู่ของเ้า้าบรรลุขอบเขตราชันย์ยุทธ์แต่การทะลวงทั้งสามครั้งล้วนล้มเหลว เขาจึงหันไปใช้วิธีศาสตร์มืดลึกลับด้วยวิชากลืนกินแก่นแท้สิ่งมีชีวิต เ้าเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน เขาเป็ผู้จัดหานักโทษให้ตระกูลหวงชำแหละ และตระกูลหวงจะจัดแยกชิ้นส่วนต่างๆ ส่งไปที่โรงพยาบาลในเครือที่เ้าเมืองปกครอง”
เหยี่ยวทมิฬเปิดเผยเื่ะเืใจออกมา
“มีฝ่ายใดอีกบ้างที่เป็ผู้สมรู้ร่วมคิด?”
เขาไม่คิดว่าคนใหญ่คนโตเพียงแค่สองคนจะทำเื่ใหญ่ขนาดนี้ได้
“ผู้าุโใหญ่ตระกูลสาขาลำดับที่หนึ่ง พวกเขาทุกคนล้วนเป็ผู้อยู่เื้ั”
จากการเปิดเผยดูเหมือนจะเป็ผู้าุโเสียส่วนใหญ่ โชคดีที่ครอบครัวของเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเขารู้สึกรับไม่ได้ที่มีคนภายในครอบครัวเป็อาชญากร
เมื่อระบบรับรู้ความคิดของนพเก้า มันอยากจะกระตุกมุมปากแต่มันไม่มี สิ่งที่คนเ่าั้ทำเทียบไม่ได้กับเ้านายของมันในชีวิตที่แล้ว
“เกี่ยวกับวิชากลืนกินแก่นแท้สิ่งมีชีวิต ข้าคาดว่ามันมาจากบันทึกลับเล่มนี้”
เหยี่ยวทมิฬโยนบันทึกลับให้นพเก้า เมื่อเขาเปิดดูเขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ทุกหน้าล้วนว่างเปล่า สิ่งนี้เกิดจากอักขระทำลายเนื้อหาของยันต์คาถาระดับที่ 6 ต้องรู้ก่อนว่าในโลกมนุษย์มีผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดอยู่ที่ระดับ 6 ดาวเท่านั้น ในชีวิตที่แล้วเขาเป็ปราชญ์สองสาขาคือ วิชายันต์คาถาระดับ 6 ดาว และผู้สร้างศาสตราวุธระดับ 2 ดาว
“อันที่จริงข้าก็ไม่รู้ความลับของบันทึกนี้ ข้าััได้เพียงกลิ่นอายน่าขยะแขยงจากมันก็เท่านั้น”
เหยี่ยวทมิฬมีพร์นักฆ่าแต่กำเนิดที่เขาไม่รู้ตัว ทำให้ััที่หกของเขาครอบคลุมในััเชิงลบต่างๆ
“ตลอด 20 ปี มีเพียงหวงไท่เท่านั้นที่ขึ้นไปหอตำราชั้นบนสุด”
นั่นคือสิ่งที่เขาคาดการณ์
“มีอะไรอีกหรือไม่?”
“ความจริงแล้ว ไม่มี”
เหยี่ยวทมิฬตัดสินใจไม่พูดออกมา มันอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจได้
“ท่านจะทำอย่างไรต่อไป?”
นพเก้าถาม
“ข้า้าหยุดการกระทำของหวงไท่ แต่ข้าไม่มีหลักฐาน”
เพราะสุดท้ายแล้ว พวกคนเหล่านี้ก็มีขบวนการมากเกินไป แม้แต่เ้าเมืองก็มีส่วนเกี่ยวข้อง
“หากท่าน้าความช่วยเหลือก็สามารถมาหาข้าได้ ข้าจะทำสุดความสามารถ”
ขณะที่เขากำลังพูด เขาได้แบ่งแก่นเืระดับจักรพรรดิเข้าไปในเสื้อคลุมของอีกฝ่าย ด้วยวิธีนี้เขาสามารถรับรู้ข่าวสารและติดต่อกับอีกฝ่ายเมื่อถึงเวลาจำเป็ได้
เหยี่ยวทมิฬรู้สึกประหลาดใจ แต่เขาไม่ได้ตอบกลับ
นพเก้าเพียงยักไหล่แล้วเดินจากไป เพราะอีกฝ่ายบอกเป็นัยๆ ว่าการสนทนาได้จบลงแล้ว
“ข้าต้องรีบทะลวงเข้าสู่ขอบเขตขัดเกลาศิลาให้ได้โดยเร็วที่สุด หากยังไม่เปิดจิตัั แม้แต่ยาสงบใจก็ไม่สามารถต่อต้านไว้ได้นานนัก”
นพเก้ารู้สึกได้ถึงวิกฤต ด้วยเคล็ดวิชาหัวใจทศกัณฐ์ วิถีที่หนึ่ง เพลิงแห่งความละโมบ ยิ่งสังหารมากผู้ใช้เคล็ดวิชาก็ยิ่งกระหายเื มันเป็ผลสะท้อนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
ความจริงแล้วเขาไม่้าลงมือโเี้กับหวงไค่และหวงอวี้เฟย แต่เมื่อมีอารมณ์โกรธเขาจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ มันมาจากผลสะท้อน “บันดาลโทสะ” ก่อนหน้านี้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ต้องเสียเวลาไล่ตามสองคนนี้
นพเก้าไม่เสียเวลาอีกต่อไป เขาบินออกไปด้วยความเร็วสูงสุดก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงหน้าทางเข้าป่ามรณะ
“เหตุใดถึงมีคนเยอะนัก?”
นพเก้ารู้สึกงงงวย มันมีสมบัติลับโผล่ขึ้นมาอีกแล้วหรือ แม้แต่กองกำลังรักษาความสงบก็ตั้งขบวนเต็มอัตรา
“ดูนั่น! มีคนลอยอยู่บนฟ้า”
บางคนที่ตั้งกระโจมอยู่ริมซ้ายมือพูดขึ้น
“ข้ารู้จักเขา! นั่นคือนพเก้า จักรพรรดิยุทธ์รุ่นเยาว์ ข้าจำหน้าตาของเขาได้”
คนที่เป็ผู้หญิงพูดขึ้น นางไม่มีวันลืมผู้ชายหล่อเหลาเช่นนี้ได้
“ก็เห็นอยู่ว่าข่าวมีให้ว่อนเน็ตไปทั่ว มีเพียงคนเก็บตัวเท่านั้นที่ไม่รู้จัก”
ชายที่อยู่ด้านข้างแค่นเสียงออกมา เขารู้สึกอิจฉาพวกที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด
“ข้าได้ยินมาว่าอีกฝ่ายมีอาจารย์ลึกลับคอยช่วยเหลือ ไม่งั้นอีกฝ่ายคงไม่สามารถเติบโตได้รวดเร็วเช่นนี้ ข้าอายุเพียง 37 ปีก็บรรลุขอบเขตราชันย์ยุทธ์เช่นกัน หากข้ามีทรัพยากรช่วยเหลือบ้างข้าคงไม่เป็แบบนี้”
ชายวัยกลางคนที่สะพายดาบใหญ่วิพากษ์วิจารณ์ออกมา
ผู้คนหันไปมองเขาด้วยสายตาดูถูก หากไม่มีพร์ต่อให้มีทรัพยากรล้นฟ้าก็ไม่สามารถบรรลุขอบเขตในตำนานได้ พวกเขารู้สึกว่าชายผู้นี้ขี้โม้เกินไป
“ทำความเคารพจักรพรรดิหวง!”
รองเ้าเมืองและขบวนทหารทั้งหมดประสานมือทำความเคารพบุคคลที่ลอยลงมาตรงหน้า
“มิต้องเกรงใจท่านรองเ้าเมือง เรียกข้าว่าหลานเก้าเหมือนทุกทีก็ได้”
นพเก้ายิ้มออกมาจนเห็นฟัน สำหรับเขาหากเป็คนรู้จักเขาอยากให้ปฏิบัติแบบเป็กันเองมากกว่า
“งั้นก็ได้ หลานเก้าเ้ามาทำอะไรรึ?”
เมื่ออีกฝ่ายเสนอมาเขาก็กล้ารับ เขาผู้เป็รองเ้าเมืองสามารถคุยกับผู้อื่นได้ว่าจักรพรรดิรุ่นเยาว์เป็คนสนิทของเขา
“ข้ามีของบางอย่างที่้าด้านใน”
นพเก้าพูดขึ้น
“โอ้วจริงรึ ถ้างั้นเยี่ยมไปเลย”
รองเ้าเมืองเบิกบานใจ
“อย่างที่เ้าเห็น ตอนนี้เราเกณฑ์คนมามากมาย เนื่องจากเ้าหญิงน้อยถูกลักพาตัวเข้าไปในป่า ตอนนี้ทั้งเมืองเวสสุวรรณไม่มีใครนั่งติดอยู่กับที่ พวกเขาต่างมีความ้าเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือด้านใน”
รองเ้าเมืองเปิดเผยข้อมูลบางส่วนออกมา
“อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตไม่ทราบที่มาสองตัวนั้นทำให้พวกเราไม่สามารถเข้าไปได้”
รองเ้าเมืองมองไปที่สัตว์ประหลาดสองตัว เขาประเมินว่าระดับของพวกมันต้องเป็ราชันยุทธ์ขั้นกลางเป็อย่างน้อย
เ้าสองตัวนี้ไม่ใช่ใครอื่น มันคือช้างน้อยกับเ้าลิงน้อยที่ั์แดงเดือดสร้างพวกมันขึ้นมา หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งวันพวกมันก็พัฒนามาอีกขั้นจากราชันยุทธ์ขั้นต้นเป็ราชันยุทธ์ขั้นกลาง ช่างเป็ความเร็วการฝึกปรือที่ท้าทาย์
สำหรับนพเก้าสิ่งนี้ถือเป็เื่ปกติ การแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการสังหารและกลืนกินแก่นแท้ของศัตรูมันจะไม่โกงได้อย่างไร
หืม
นพเก้าเห็นผู้หญิงแต่งงานแล้วคนหนึ่งกำลังวิ่งมาทางนี้
“ได้โปรดท่านจักรพรรดิ ช่วยลูกสาวข้าด้วย”
“ได้โปรดท่านจักรพรรดิ ช่วยลูกสาวข้าด้วย”
นางพูดออกมาทั้งน้ำตาขณะที่หยุดลงต่อหน้านพเก้า นางกำลังจะคุกเข่าด้วยซ้ำแต่รองเ้าเมืองห้ามไว้
“อย่างที่เ้าเห็นนางผู้นี้คือลูกสาวของเ้าเมือง นางรออยู่ที่นี่มาหนึ่งคืนแล้ว”
เมื่อทุกคนเห็นภาพนี้ต่างก็รู้สึกเห็นใจ พวกเขาคิดว่าเ้าหญิงน้อยไม่มีโอกาสรอดมากนัก พวกเขาไม่รู้ว่าเหตุใดป่ามรณะเวลานี้ถึงได้เกิดความวิปลาสขึ้น มีแต่สิ่งมีชีวิตสีแดงเต็มไปหมด คนเก็บสมุนไพรไม่สามารถเดินทางเข้าไปได้ หากเป็เช่นนี้ต่อไป ภายในไม่เกินหนึ่งสัปดาห์สภาวะเศรษฐกิจของทั้งมณฆลจะต้องซบเซาลงอย่างแน่นอน เพราะวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อความ้า
“ท่านน้าโปรดลุกขึ้นเถอะ ข้าสัญญาว่าจะพานางออกมาให้ได้”
นพเก้ากล้าให้สัญญา ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกนักรบโลหิตรวมถึงอสูรเพียงไล่คนออกไปเท่านั้น ผู้ที่ต่อต้านก็ทุบตีเพียงเล็กน้อยแล้วก็โยนออกไป
“ขอบคุณ ขอบคุณท่านมากๆ”
นายหญิงผู้นี้ร้องไห้หนักกว่าเดิมจนคนรับใช้ต้องพาออกไป
“เอาล่ะ ข้าจะไปแล้ว”
นพเก้าไม่้ารออีกต่อไป เขาสื่อสารทางจิตให้ั์แดงเดือดปล่อยคนบางส่วนที่จับไว้ออกไป มันจะมีบางคนที่นักรบโลหิตปล่อยไปแล้วกลับมาอีก เขารู้สึกว่าพวกนี้เป็คนโง่ที่ไม่กลัวความตาย
“ระวังตัวด้วย”
รองเ้าเมืองพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง ขนาดอสูรสองตัวที่อยู่รอบนอกยังแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่รู้ว่าลึกเข้าไปจะมีอสูรระดับจักรพรรดิยุทธ์ด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ต่อมาทำให้ทุกคนตกตะลึง เ้าราชันอสูรที่มักจะวางท่าเย่อหยิ่งมันกลับเปิดทางเดินหลักให้นพเก้าเข้าไปด้วยความนอบน้อม
“อะไรวะ! ทำไมเขาถึงสามารถเข้าไปได้?”
“บางทีพวกมันรู้ว่าไม่สามารถสู้กับชายผู้นี้ได้ พวกมันจึงปล่อยให้เขาเข้าไป”
“ช่างขี้ขลาด มันสองตัวเป็ผู้พิทักษ์ภาษาอะไร”
ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส รองเ้าเมืองได้แต่ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้คนพวกนี้กระโจนเข้าไปโดนอสูรตบตาย
“โอว ข้ารู้แล้ว เ้าสัตว์อสูรสองตัวนั้นจะต้องเป็สัตว์อัญเชิญของบุรุษผู้นั้นอย่างแน่นอน ไม่งั้นมันจะปล่อยให้เขาเข้าไปทำไม?”
ในเมื่อในโลกนี้มีคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข มันก็มักจะมีผู้ที่ชอบสร้างหายนะให้ผู้อื่นเช่นกัน
“บัดซบ!! จับกุมมันผู้นั้นเสีย กล้าดีอย่างไรถึงว่าร้ายจักรพรรดิยุทธ์”
รองเ้าเมืองถึงกับเหงื่อตก จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนก่อจลาจลเพิ่มขึ้น จำนวนคณะรักษาความสงบของเขามีเพียงสามส่วนในที่นี้เท่านั้น
“ใช่แล้ว สิ่งนี้ฟังดูมีเหตุผล พวกเราบุกเข้าไปกันเถอะ”
บางคนที่รอข้างนอกจนทนไม่ไหว้าใช้โล่มนุษย์เพื่อเข้าไปข้างใน พวกเขามั่นใจว่าสมบัติล้ำค่าจะต้องปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเหตุใดถึงปรากฏสัตว์ประหลาดลึกลับมากมายเช่นนี้ สำหรับเื่จักรพรรดิยุทธ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับสัตว์ประหลาด พวกเขาไม่เชื่อด้วยซ้ำและใช้เป็เพียงข้ออ้างเท่านั้น ต้องรู้ก่อนว่าจำเป็ต้องเป็นักอัญเชิญระดับ 5 ดาวขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถควบคุมอสูรขอบเขตราชันยุทธ์ได้ แต่ในมณฑลสิงห์คำรนไม่เคยมีปรากฏขึ้นมาก่อนแต่อย่างใด
เ้าเมืองรู้สึกว่าสถานการณ์ต่างๆ เริ่มไม่สู้ดี แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไร เขารู้สึกว่ามีเงาขนาดใหญ่ข้ามหัวเขาไป
“บัดซบ!! รีบหลบเร็ว”
“เหตุใดมันถึงออกมา ไม่ใช่ว่ามันเป็ผู้พิทักษ์หรือ?”
ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว ทำไมราชันช้างอรุณ กับราชันคิงคองกัมปนาทถึงได้บุกเข้ามาหาพวกเขา
ตู้ม!!
มีคนบางส่วนหลบหนีไม่พ้นจึงถูกทุบจนตายด้วยอสูรสองตัวนี้
“ตั้งขบวนรบ!!”
รองเ้าเมืองหยิบปืนบรรจุะุิญญาออกมา และสั่งให้ตั้งเกราะกำบัง เขาไม่คิดจะให้ความช่วยเหลือใดๆ นักผจญภัยพวกนี้มันออกมาหาที่ตายเอง
“อ๊าก! ช่วยด้วย ใครก็ได้หยุดมันที”
น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบสนองความ้าของเขา ไม่นานพื้นที่ตรงนั้นก็มีเศษซากมากมาย แต่ทั้งหมดที่มันจัดการล้วนเป็ผู้สร้างปัญหาก่อนหน้านี้
“นี่!”
ชายผู้ถือดาบใหญ่ในกระโจมด้านซ้ายรู้สึกหวาดกลัว เขารู้สึกว่าราชันอสูรสองตนนี้มันเลือกจัดการเฉพาะผู้ที่ว่าร้ายนพเก้าเท่านั้น ต้องบอกว่าเขาคิดถูก ไม่นานหลังจากนั้นราชันช้างอรุณก็พุ่งตรงมาหาเขา
“เวรเอ๊ย!!”
ทุกคนในกระโจมหลบหนีออกไปแล้วสบถออกมา ชัดเจนแล้วว่ามันเล็งเฉพาะผู้ที่ว่าร้ายนพเก้า
ชายผู้ถือดาบใหญ่ เขาชักดาบที่หนักมากกว่า 500 กิโลกรัมจากด้านหลังออกมาโดยไม่เกรงกลัว ตัวเขาเป็ถึงอัจฉริยะขอบเขตราชันยุทธ์ขั้นกลาง เขาสามารถต่อสู้กับอสูรขอบเขตเดียวกันได้อย่างสูสี และถ้าหากเป็มนุษย์เขาสามารถสังหารข้ามขั้นได้
“อย่าโทษข้า เป็เ้าเองที่อวดดี”
เขาคำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าหาราชันช้างอรุณ กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายของเขากำลังขยายออกมา ดูเหมือนเขาจะเป็ผู้ฝึกกำลังภายนอกเป็หลัก
“วิชาดาบแยกโลกา!”
เขาเหวี่ยงดาบออกไปขณะที่อยู่กลางอากาศ
เปรี้ยง!!
คมดาบที่หนักกว่า 500 กิโลกรัมกระทบกับงาช้างจนเกิดประกายไฟ พลังลมปราณจากการปะทะะเิออกกระจายไปทั่วรัศมี 100 เมตรรอบตัวเขา
“ฮ่า แข็งแกร่งใช้ได้”
บุรุษดาบใหญ่รู้สึกว่ากำลังขาดคู่ซ้อมพอดี โชคดีที่ราชันคิงคองกัมปนาทเพียงยืนดูอยู่รอบนอกเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเขาจะลำบากหากปะทะสองต่อหนึ่ง
“เอานี่ไปกิน”
เขาเหวี่ยงดาบออกไปด้วยรูปแบบต่างๆ อย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนพลังกายที่ค่อยๆ เผาผลาญจนหมดไป
ราชันช้างอรุณเพียง้าเล่นกับอีกฝ่ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถทนได้อีกต่อไป อีกฝ่ายอ่อนแอเกินไป ทันใดนั้นมันก็โคจรพลังปราณด้วยงาทั้งสี่ข้างของมันแล้วสร้างลูกบอลที่สว่างจ้าลูกหนึ่งออกมา ไม่นานลูกบอลนั่นก็เปลี่ยนกลายเป็ลำแสงยิงออกไป
“ไม่ได้การ!”
บุรุษดาบใหญ่ยกดาบขึ้นมาป้องกันด้านหน้า แต่ไม่สามารถป้องกันได้ ลำแสงเจาะทะลุทะลวงดาบและเกราะป้องกันของเขา
“ราชันยุทธ์ขั้นสูงสุด!!”
เขารวบรวมคำพูดออกมาก่อนที่จะสิ้นใจ เขาจำได้เพียงแค่ว่าครึ่งวันก่อน อสูรตนนี้อยู่เพียงขอบเขตราชันยุทธ์ขั้นกลางเท่านั้น เหตุใดระดับของมันถึงก้าวะโออกไปถึงสองขั้นได้
“เ้าโง่”
รองเ้าเมืองไม่รู้สึกเห็นใจบุคคลผู้นี้แม้แต่น้อย เขามาถึงที่นี่ั้แ่เมื่อคืนและรู้ว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ยิ่งสังหารศัตรูมันยิ่งเก่งขึ้น นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีใครสักคนกล้าเข้าไปหลังจากรู้พลังโคตรโกงของพวกมัน
นพเก้าบินไปสักพักแล้วหยุดลงตรงหน้าหอคอยขนาดใหญ่ นี่เป็คลังสมบัติที่อสูรโลหิตช่วยกันสร้างขึ้นมา อย่างไรก็ตามมันยังหยาบอยู่เนื่องจากพวกมันไม่มีความรู้ด้านสถาปัตยกรรมเหมือนมนุษย์ แต่เท่านี้ก็เพียงพอให้บรรจุสมุนไพรและวัสดุแร่ต่างๆ อย่างน้อยหนึ่งร้อยตัน
“นายท่าน ข้าทำงานตามที่ท่านมอบหมายให้เสร็จสิ้นแล้ว”
ั์แดงเดือดลอยออกมาจากหอคอย มันอยากออกไปจากป่านี้เต็มแก่แล้ว
“ได้หินมิติมาเท่าไหร่?”
นพเก้าเข้าเื่ทันที ขณะนี้เขากำลังเลือกวัสดุและสมุนไพรระดับ 6 ขึ้นไปใส่ในช่องทรัพยากร ตอนนี้เขามีช่องทรัพยากร 175 ช่อง เขาใส่มันจนเต็มจำนวนทั้งหมด สมบัติล้ำค่าระดับล่างเขาได้เคลียร์ออกไปทั้งหมดแล้ว นอกจากโอสถระดับ 1-8 แล้ว ล้วนแต่เต็มไปด้วยสมบัติระดับ 6 หรือระดับ์ขั้นสูงทั้งหมด มีสมุนไพรเซียนขั้นต้น หรือระดับ 7 มากกว่า 30 ชนิด
“เรียนนายท่าน ตอนนี้รวบรวมได้ 680 ชิ้น น้ำหนักมากกว่า 2.8 ตัน”
ั์แดงเดือดมันรู้สึกว่าโชคดีเล็กน้อย พวกเขานำสัตว์อสูรไปยึดรังของมดแดงั์แล้วเจอหินมิติเป็จำนวนมาก
“ทำได้ดีมาก”
นพเก้านำพวกวัสดุทั้งหมดใส่เข้าไปในช่องทรัพยากรทันที จากนั้นเขาค่อยหาที่ว่างนั่งขัดสมาธิ
“เอ่อ นายท่านรางวัลของข้าล่ะ?”
ั์แดงเดือดมันคิดว่ามันทำผลงานได้ค่อนข้างดีซึ่งควรจะมีรางวัลให้ใช้หรือไม่
เบอร์หนึ่งที่อยู่ด้านข้างเมื่อได้ยินก็ถึงกับมุมปากกระตุก บรรพบุรุษผู้นี้ของพวกมันนอกจากจะออกอาละวาดแล้วเื่ยิบย่อยล้วนเป็พวกมันที่จัดการเองเกือบทั้งหมด
“เ้ายึดครองป่ามรณะได้เท่าไหร่แล้ว?”
นพเก้าถามขึ้น ตอนนี้เขากำลังนึกถึงยันต์คาถาที่ใช้เป็สะพานเชื่อมมิติ
“ประมาณสามส่วนนายท่าน คือว่า มันมีปัญหาเื่อสูรระดับจักรพรรดิยุทธ์ ข้าผู้เดียวไม่สามารถจัดการได้”
มันพูดออกมาด้วยความอับอาย พวกอสูรนั่นอยู่มานานเกินไปและผูกขาดทรัพยากรทั้งหมด พวกมันบางตัวเกือบถึงขอบเขตจักรพรรดิขั้นสูงสุดด้วยซ้ำ ตอนนี้ตัวมันเองเป็เพียงจักรพรรดิยุทธ์ระดับกลางเท่านั้น หากมันเข้าไปยึดครองใน่เวลานี้ก็คงไม่พ้นถูกอสูรขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์รุมล้อมทันที
“ตอนนี้ช่างมันไปก่อน แล้วนักรบโลหิตทั้งยี่สิบตัวล่ะ?”
เมื่อพูดเช่นนี้ พวกนักรบที่ทำงานยิบย่อยต่างๆ ก็มาหาเขาอย่างรวดเร็วพร้อมคุกเข่าทันที พวกมันเป็นักรบผู้มีเกียรติไม่ใช่คนงานจิปาถะ อย่างไรก็ตามดูเหมือนบรรพบุรุษของพวกมันจะไม่สนใจเื่นี้ แล้วบังคับใช้พวกอสูรโลหิตไปเล่นสนุกด้วยกันเท่านั้น พวกมันทำได้เพียงกินแก่นแท้เืส่วนน้อยที่นำกลับมาเท่านั้น
“อืม มีราชันยุทธ์หนึ่งคนก็ถือว่าดี”
เขามองไปที่เบอร์หนึ่งอีกฝ่ายได้เปลี่ยนรูปร่างเป็มนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้ว
“เอาล่ะ ข้าจะมอบหมายงานแลกให้พวกเ้า จงนำแก่นเืหนึ่งหยดของอสูรทุกตนมาให้ข้าภายในคืนนี้”
เมื่อได้ยินคำสั่งพวกมันถึงกับสั่นสะท้าน อสูรโลหิตมีมากกว่าสองแสนตัวเพิ่มมาจากเมื่อวานเกือบเท่าตัวด้วยซ้ำ
“ยังจะรออะไรอีก รีบไปเร็วๆ เข้า!”
ั์แดงเดือดตวาดไล่พวกมัน
อย่างรวดเร็วไม่มีใครอยู่ต่อ พวกมันต้องทำงานที่มอบหมายให้สำเร็จแม้ว่าจะต้องพลีชีพจากการทำโอทีก็ตาม
“ั์แดงเดือด”
นพเก้าเรียกมันขึ้นมา เขานึกได้ว่ามีคำขอหนึ่งจากรองเ้าเมือง
“อยู่นี่ขอรับนายท่าน”
ั์แดงเดือดยิ้มแย้มจนเผยให้เห็นเขี้ยว ถึงเวลารับโบนัสของมันแล้วใช่หรือไม่
“ไปเอาตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นมา ส่วนที่เหลือแล้วแต่เวรแต่กรรม”
“รับทราบ”
ั์แดงเดือดจากไปด้วยความละเหี่ยใจ อย่างไรก็ตามมัน้าระบายอารมณ์ของมันกับพวกผู้บุกรุก ที่นายท่านของมันบอกว่าแล้วแต่เวรแต่กรรมคือฆ่าคนชั่วละเว้นคนดี ด้วยประสบการณ์จากชาติที่แล้วของมันทำให้มันสามารถมองเห็นกรรมในอดีตของสิ่งมีชีวิตได้ ดังนั้นจึงมีเพียงสามคนเท่านั้นที่มันปล่อยตัวไป ส่วนร้อยกว่าคนที่เหลือ แน่นอนว่าเป็คนชั่วช้าสารเลว มันรู้สึกว่าการกระทำของมันเต็มไปด้วยความชอบธรรม ช่วยลดขยะในโลกมนุษย์ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น
“แง ท่านปีศาจอย่ากินข้าเลย เนื้อข้าไม่อร่อยจริงๆ นะ”
เด็กผู้หญิงถูกยกขึ้นบนอากาศกำลังร้องไห้ฟูมฟายออกมา ั์แดงเดือดมันรู้สึกรำคาญเป็อย่างมาก
“นายท่าน โชคดีที่ข้าเจอตัวนางก่อนหน้านี้ ไม่เช่นนั้นนางคงกลายเป็อาหารของมดแดงั์ไปแล้ว”
อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่มันไม่ได้พูดออกมา ก่อนหน้านี้ก่อนที่นายท่านของมันจะสั่งให้จับตัวเด็กผู้นี้มา หลังจากั์แดงเดือดปล่อยตัวนางไปเพราะเห็นว่าไม่ใช่พวกชั่วช้าสารเลว นางเด็กคนนี้ก็กลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง จนนับได้ห้ารอบในหนึ่งวัน มันรู้สึกโมโหเป็อย่างมาก อย่างไรก็ตามมันไม่เคยลงมือกับผู้บริสุทธิ์ถึงมันจะเป็อสูรดุร้ายก็ตาม
“แง นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ อย่ากินข้าเลย รอข้าโตกว่านี้ข้าสามารถช่วยอุ่นเตียงให้ท่านได้”
“แค่ก”
นพเก้าสำลักออกมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือองค์หญิงน้อยแห่งเมืองเวสสุวรรณ ทำไมช่างแปลกประหลาดนัก ดังนั้นเขาจึงใช้เนตรหมื่นพิภพสอดส่องดู
“เชี่ยเอ๊ยย!!”
นพเก้าสบถออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
[ค่าสถานะของฉินอวี้หลิง]
อายุ: 14 (อายุขัย 10,000 ปี)
เขตแดน: หลอมศิลา ขั้นที่ 1 ขั้นต้น (ค่าพลังปราณ: 100 เมตร)
ทักษะการต่อสู้: มีก็เหมือนไม่มี ไม่เชี่ยวชาญสักอย่าง
เคล็ดวิชา: เ้าโลกธาตุ (วิชา์ขั้นสูง)
พร์: ยักษาทิวากาล, ปักษากลืนสมุทธ์ (2 สายเื)
พลังเทพ: ∞
โชคชะตา: บุตรแห่งโชคชะตา
รายละเอียด: นางเกิดมาพร้อมกับกายาเทพะ กายาระดับเทพเ้าซึ่งมีเพียงหนึ่งในพันล้านล้านเท่านั้น อย่างไรก็ตามจำเป็ต้องปลุกสายเืระดับตำนานทั้งสองสายเืเสียก่อน จึงสามารถปลุกพลังกายาเทพะได้ ด้วยกายานี้นางไม่สามารถถูกทำลายดวงิญญาด้วยวิธีใดๆ ได้และผู้ที่ทำร้ายนางจะถูกความอัปโชคกัดกร่อนอย่างช้าๆ จนได้รับความเกลียดชังจากเต๋า์ (นางผู้เป็ที่รักของเทพทั้งปวง นางจึงเต็มไปด้วยค่าโชคชะตามหาศาล แนะนำให้โฮสต์รีบรับนางเป็ศิษย์ทันที)
นี่มันโคตะระลูกจีเอ็ม!
นพเก้ารู้สึกว่าบุตรแห่งโชคชะตาที่พบเห็นผ่านมาล้วนแต่เป็ขยะทั้งสิ้น อายุขัยหมื่นปี ระดับพลังเทียบเท่าหนึ่งร้อยคน สายเืระดับตำนานสองสายเื แล้วนั่นอะไรอีก พลังเทพไม่มีขีดจำกัด นพเก้ารู้สึกว่าตนเองก็เป็ขยะเช่นกัน
[ติ๊ง โฮสต์คิดมากเกินไป ด้วยการส่งเสริมของระบบ ต่อให้ไม่แข็งแกร่งที่สุด ก็สามารถเป็ผู้ที่เก่งรอบด้านได้]
“ไสหัวไป!”
นพเก้าไม่้าคุยกับมันอีกต่อไป เก่งรอบด้านแล้วอย่างไร ในโลกการบ่มเพาะความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง
ระบบมันถึงกับพูดไม่ออก ดูเหมือนเ้านายของมันจะไม่รู้ว่าการเก่งรอบด้านคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเอาตัวรอดจากทุกสถานการณ์ คนที่แข็งแกร่งแต่ไม่มีสมองมันจะไปอยู่รอดได้อย่างไร
“แง”
เมื่อเห็นนพเก้าะโออกมา ฉินอวี้หลิงคิดว่าชายผู้นี้พยายามจะกำจัดนาง
“แม่สาวน้อย โปรดอย่าเข้าใจผิด ข้าเพียงไล่มันผู้นั้นออกไปก็เท่านั้น”
นพเก้าเปลี่ยนสีหน้าดุร้ายเป็คุณชายผู้สง่างามทันที จากนั้นเขาค่อยๆ เดินไปลูบหัวนางอย่างอ่อนโยน เขาไม่กล้าทำให้นางกลัวด้วยซ้ำ เพราะบางทีเขาอาจจะถูกความโชคร้ายกัดกินจนตาย
อะไร!!
ั์แดงเดือดรู้สึกงุนงง เหตุใดอยู่ดีๆ เ้านายของมันก็เตะมันออกมาจากหอคอย มันรู้สึกไม่ได้รับความเป็ธรรม
ลูกน้องอสูรที่เหลือรู้สึกพึงพอใจในภาพเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกมันสบตากับั์แดงเดือดพวกมันก็รีบกลับไปทำงานต่อทันที
“ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?”
เมื่อเห็นสายตาที่มองมาด้วยความอ่อนโยนเด็กสาวก็เลิกงอแง นางเช็ดน้ำตาและถามขึ้น
“ท่านจะไม่กินข้าใช่หรือไม่?”
แม่ของนางเคยบอกว่าอย่าเชื่อถือคนแปลกหน้าหากเขาบอกว่าไม่ทำ เขาก็จะทำ
“แน่นอน ข้าจะไม่กินเ้า”
หากทำเช่นนั้นข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร นพเก้าเพียงคิดในใจไม่ได้พูดประโยคนี้ออกมา
แง
ดูเหมือนจะไม่เป็อย่างที่คิด นพเก้ารู้สึกปวดหัว เหตุใดเ้าจึงร้องไห้อีกครั้ง
“ข้าบอกให้ใจเย็นก่อน แม่ของเ้าส่งข้ามาตามเ้ากลับออกไป”
นพเก้าไม่รู้จะปลอบนางอย่างไร
“ข้าไม่อยากกลับไป ข้าไม่อยากถูกต่อว่า”
นางจับชายกระโปรงขณะกลั้นน้ำตา
“ทำไม เกิดอะไรขึ้นรึ เ้าเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่?”
นพเก้านั่งลงกับพื้นด้านข้างเด็กสาวแล้วลูบหัวนาง
“ข้ามันเป็ขยะ ข้าไม่อยากโดนผู้คนดูถูก”
นางพูดความรู้สึกในใจออกมา
นพเก้ากลอกตา หากเ้าเป็ขยะแล้วคนทั้งโลกนับเป็อะไร
“ฟังข้านะ เ้าไม่ใช่ขยะ แล้วก็จะไม่มีวันเป็เช่นนั้นด้วย เ้าเข้ามาที่นี่ทำไม?”
เขาไม่เชื่อว่าเด็กน้อยผู้นี้จะเข้ามาในที่อันตรายเพราะเื่แค่นี้
“ข้ามาตามหาผลเพิ่มความฉลาด”
เด็กสาวพูดความลับออกมา