“ท่านแม่ข้าต้องไปแล้ว” เฉียวเฟิงโค้งกายนอบน้อบต่อผู้เป็มารดา
“ดีแล้วจงไปเถอะ และจงตั้งใจเรียนฟังคำที่ท่านอาจารย์สอนให้มากๆ ละเฉียวเฟิงลูกแม่”
ตอนนี้เฉียวเฟิงอายุประมาณ 8 ขวบเศษแล้ว ในโลกแห่งนี้ผู้คนให้ความสำคัญกับวิชายุทธ์ และแถบทุกแห่งหนและมุมเมืองต่างๆ ก็มีสำนักศึกษาศาสตร์วิชายุทธ์
แต่ถึงแบบนั้นความรู้ที่ได้ก็มีจำกัดเพียงระดับพื้นฐานและเบื้องต้นเท่านั้น วิชาแม้ระดับต่ำก็เป็สมบัติประจำตระกูลได้ วิชาระดับกลางมีแต่อยู่ในยอดสำนักชั้นสูง ส่วนวิชาระดับสูงนั้นไม่ต้องพูดถึง ทั่วทั้งอาณาจักรแห่งนี้มีตำราไม่สมบูรณ์ครึ่งเล่ม ซึ่งถูกโดยราชสำนัก ส่วนอีกครึ่งเล่มไม่ใช่เฉียวเฟิงไม่รู้ว่าอยู่ที่ใดเพียงแต่ตอนนี้แค่ยังไม่มั่นใจเท่านั้นเอง ว่าโลกแห่งเกมที่ตัวเองเคยเล่นจะตรงกับเหตุการณ์จริงของโลกใบนี้ทั้งหมดหรือไม่
อาทิตย์แรงแดดจ้าเฉียวเฟิงน้อยในวัย 8 ย่าง 9 ขวบไม่ได้เข้าหมู่บ้านเพื่อเรียนวิชาแต่เขากลับ…
ณ เขตหมู่บ้าน ที่หนาแน่นด้วยการสัญจรของผู้คน ในร้านโอสถแห่งหนึ่ง
“เถ้าแก่ของมาแล้ว” เฉียวเฟิงในร่างเด็กน้อยที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลพูดคุยกับเ้าของร้านอย่างฉะฉานแสดงให้เห็นว่าตัวเขานั้นไม่ได้ทำเช่นนี้ครั้งแรกแน่ๆ
“ผีน้อย เหมือนเดิมใช้ไหม”
“แน่นอนเถ้าแก่ อาจารย์ข้าทำตามที่ท่านสั่งสกัดยาเพิ่มรับคำสั่งซื้อของท่านแล้ว”
เ้าของได้ยินเฉียวเฟิงเช่นนั้นใบหน้าก็แสดงออกอย่างมีความสุข อดไม่ได้ที่จะยิ้มและหัวเราะ
“หุหุ ขอบใจเ้ามากผีน้อย ั้แ่รู้จักเ้า ข้าก็รวยวันรวยคืน นี้เงินของเ้าจงรับไป”
“ขอบคุณเถ้าแก่”
“และนี้คำสั่งซื้อเพิ่มเติมอีกแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่แค่ที่หัวเมืองแล้วนะ แม้แต่คนในเมืองหลวงก็สนใจตัว ‘โอสถก่อปราณสามชั้น’ นี้ของอาจารย์เ้านัก เ้าคิดว่าอาจารย์เ้าจะผลิตไหวหรือไหม”
“ในระยะสั้นนี้อาจจะไม่ได้เถ้าแก่”
เถ้าแก่ตอนนี้ทำหน้าผิดหวังราวกับรู้ว่ากำลังจะไม่ได้เงินก้อนใหญ่ สองปีแล้วที่เ้าของร้านรู้จักกับไอ้เด็กหน้าผีที่ร่างกายเต็มไปด้วยผ้าพันแผลคนนี้ มันช่างน่าประหลาดใจนัก เพราะเด็กผีคนนี้นอกจากเอาโอสถหายากมาขายแก่ร้านยาของมันหลายครั้ง โอสถแต่ละอย่างที่เด็กผีเอามาขายก็มีแต่ของราคาสูง แต่ที่ขายดีที่สุดจนทำให้อาชีพของเถ้าแก่ร้านขายโอสถธรรมดา เปลี่ยนจากคนธรรมดาสู่ว่าที่เศรษฐีแห่งเมืองกงเล็บัแห่งนี้ นั่นก็คือ ‘โอสถก่อปราณสามชั้น’ ของเด็กหน้าผีที่ทำเอาดังเื่ชื่อไปทั่วทุกหัวเมืองใกล้เคียง ที่ช่วยเร่งรัดระดับการฝึกฝนและทะลวงกระแสปราณได้ดีอย่างหน้าใจหาย นอกจากนั้นผลค้างเคียงเล็กๆ ยังช่วยให้ความฟิตปั๋งแก่ัร้ายของบุรุษเพศอย่างถึงที่สุด สตรีทานโอสถนี้แม้ไม่ช่วยเื่บนเตียง แต่นอกจากการฝึกปราณ ก็ทำให้พวกนางผิวพรรณเปล่งปลั่งกว่าที่เคยใบหน้ามีเืฝาดแต่พอดี ดูเป็สตรีงามล้ำผิวกายสุขภาพดี ทำเอาเป็ที่ติดอกติดใจแก่บรรดาขุนนางและเศรษฐีทั่วอาณาจักรทั้งชายหญิง หาซื้อตัวโอสถนี้กันไม่หยุด จากปากต่อปาก จนตอนนี้กลับเป็ของเื่ชื่อ ขายดีจนขาดตลาด จากที่เมื่อก่อนยา 1 เม็ดราคา 10 เศษก้อนเงิน ตอนนี้พุ่งสูงเป็ 5 ก้อนเงินแล้ว แต่ถึงแบบนั้นความ้าก็ไม่มีตกมีแต่สูงขึ้นสูงขึ้น
***หมายเหตุ***
-[ 100 เศษก้อนเงิน เท่ากับ 1 ก้อนเงิน ]-
-[ 100 ก้อนเงิน เท่ากับ 1 ก้อนทอง ]-
“แต่ท่านอย่าเสียใจไปเลยเถ้าแก่แค่ตัวยาสัปดาห์ละ 1000 เม็ดที่ท่านอาจารย์ข้าทำ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าท่านก็นับเป็เศรษฐีคนหนึ่งของเมืองนี้แล้วไม่ใช่รึ”
“ฮาฮา ผีน้อยเ้าพูดก็ถูก” เถ้าแก่หัวเราะอย่างพอใจ เพราะมันเป็ความจริงทุกอย่าง
“ตอนนี้ข้าขอตัวก่อนอาทิตย์หน้าข้าจะมาใหม่เถ้าแก่”
“โชคดี โชคดีผีน้อยและฝากขอบคุณอาจารย์เ้าด้วยนะ”
เฉียวเฟิงรีบเดินออกจากร้าน ก่อนเดินเลี้ยวเข้าซอกซอย ก่อนจะใช้เคล็ดวิชาตัวเบาหายลับไป…
“หึ เ้าแก่ เ้าเริ่มจะโลภมากแล้วนะ ริอ่านจะส่งคนสะกดรอยตามข้ารึ ยังเร็วไปร้อยปี ฮาฮาฮา”
นับั้แ่เฉียวเฟิงถูกส่งมาโลกนี้ทุกอย่างถูกกำหนดและวางแผนเตรียมการไว้อย่างดี หากปรารถนาจะทำความหวังของจ้าวหมื่นมารให้สำเร็จเพียงแค่ฝึกยุทธ์และรอให้วันเวลา ผ่านไปตามโชคชะตาหรือใช้ชีวิตอย่างสามัญแบบจ้าวหมื่นมารความสำเร็จใดๆ คงไม่มี
นอกจากความสำคัญเื่วรยุทธ์ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันในโลกนี้และไม่ว่าในโลกไหนๆ ที่ต้องมีนั้นก็คือ “อำนาจ” และก็ “เงินตรา”
หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งทางข้างหน้าของเฉียวเฟิงคงเต็มไปด้วยขวากหนาม เฉียวเฟิงรู้เื่นี้ดี ตอนนี้เฉียวเฟิงมีเงินเก็บมากกว่า 1400 ทองแล้ว ถ้าหากประเมินเทียบกับคุณค่าในชีวิตก่อนของเขาแล้ว 1 ทองจะมีมูลค่าประมาณเงิน 10000 เหรียญในชีวิตที่แล้วของเขาซึ่งคนทั่วไปทำงานอย่างน้อยๆ 2 เดือนจึงจะหาเงินเท่ากับ 1 ก้อนทองในชีวิตนี้ได้ และด้วยปริมาณทองที่มีตอนนี้เท่ากับว่าตัวเขามีเงินราว 14 ล้านเหรียญในชีวิตที่แล้ว ซึ่งนับว่าเป็คนร่ำรวยคนหนึ่งหาบ้านดีๆ ซื้อรถแพงได้อย่างสบายๆ
***หมายเหตุ 1 เหรียญ ในโลกเก่าของเฉียวเฟิงมีค่าประมาณ 4.5-5 บาทในเงินไทย ดังนั้นเงินที่เฉียวเฟิงมีถ้าตีเป็เงินไทยอยู่ที่ประมาณ 630-700 ล้านบาท
‘แต่ความมั่งคั่งจากการขาย ‘โอสถก่อปราณสามชั้น’ อย่างเดียวมีจำกัด เราจำเป็ต้องเปิดสายการผลิตอื่นๆ อีก เงินแค่ไม่กี่พันก้อนทองเล็กๆ แบบนี้ไม่อาจทำให้การใหญ่ใดๆ สำเร็จได้ แต่ก็ต้องขอบคุณจ้าวหมื่นมาร เพราะนอกจากวิชายุทธ์แล้วยังมีสูตรปรุงโอสถต่างๆ ให้ศึกษามากมายถึงจะจำกัดแค่ระดับต่ำก็เถอะ แต่สำหรับโลกนี้ก็นับว่าเป็ของหายากแล้ว ช่วยลดเวลาหาทรัพย์ของข้าไปได้มากจริงๆ’
เฉียวเฟิงซึ่งเคยเป็นักธุรกิจขบคิดเื่การค้าอย่างมีความสุข จากนั้นก็โยนถุงเงินขึ้นมาโยนเล่นอย่างสบายใจ
***หมายเหตุ ระดับการปรุงยาของโลกนี้ก็ถูกแบ่งแบบเดียวกับวิชายุทธ์มีระดับพื้นฐาน ต่ำ กลาง สูง เช่นเดียวกัน พื้นฐานเป็ยารักษาทั่วไปตามอาการ ยาระดับต่ำจะมีผลกับผู้ฝึกยุทธั้แ่ระดับต่ำสุด ไปจนถึงระดับนักรบ ถ้าผู้มีระดับสูงกว่าใช้ยาที่ปรุงที่มีระดับต่ำกว่าระดับฝึกฝนของตัวเอง จะให้ผลในระดับต่ำจนถึงไม่รู้สึกถึงผลลัพธ์ใดๆ เลย
โอสถระดับกลางและสูงถือเป็ของหายาก โดยเฉพาะโอสถระดับสูงว่ากันว่าหากขั้นนักรบได้กินโอสถระดับสูงเพียง 1 เม็ดหากเส้นชีพจรไม่ะเิตายเสียก่อนจากระดับนักรบขั้น 1 สามารถยกระดับเป็จอมคนขั้น 2-3 ได้ทันที เรียกได้ว่ากินยาโอสถเม็ดเดียวก็สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ทันที แต่มันก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงบางอย่างเช่นกัน
กลับมาที่หมู่บ้านสวนไผ่ เฉียวเฟิงนับว่าเดินทางไกลไม่น้อย ระยะทางระหว่างหมู่บ้านและหัวเมือง แม้จะถือว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็เขตหนึ่งของเมืองกงเล็บั แต่การเดินไปมาระหว่างหมู่บ้านกับตัวเมืองหนึ่งรอบ ก็ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วยาม (1 ชั่วยามเท่ากับ 2 ชั่วโมง) นับว่าไม่น้อยเลย โชคดีเฉียวเฟิงน้อยของเรากำลังปราณกล้าแข็งแล้ว และด้วยวิชาตัวเบาระดับต่ำที่จ้าวหมื่นมารทิ้งไว้ให้มากมาย ก็ทำให้ใช้เวลาเพียงธูปหนึ่งดอกในการเดินทางระหว่างเมือง พุ่งกระโจนไปกลับทุ่งป่าได้อย่างรวดเร็ว
.
.
.