เมื่อตระกูลเฉินทั้งตระกูลมารวมตัวกันแล้วก็มีคนหลายร้อยคน แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นถึงความผิดปกติใด ๆ พวกเขาล้วนถูกบรรยากาศอันน่ายินดีบังตาจนสิ้น ต่างก็คิดว่าตนเองจะมีอำนาจในมือ มีชื่อเสียงเลื่องลือในชั่วข้ามคืน!
ทว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวที่เป็ผู้วางแผนมาั้แ่ต้นล่ะ?
เวลานี้นางสวมกระโปรงยาวสีน้ำเงินอ่อน กำลังนั่งแทะไก่ย่างอยู่ในร้านน้ำชามุมถนนอย่างไม่รีบร้อน ข้างกายมีบุรุษชุดดำที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้นั่งอยู่ด้วย หากไม่ใช่ม่อเสวียนิที่จากไปเพราะเฉินเหมียวเหมี่ยวทำให้โมโหแล้ว จะเป็ใครไปได้อีก?
ม่อเสวียนิ… ว้าว น่องไก่นี่ช่างหอมหวนยิ่งนัก และเฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังกินอย่างมีความสุข
เขามองริมฝีปากที่ฉ่ำไปด้วยน้ำมันของเฉินเหมียวเหมี่ยวแล้ว มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหลุบตาลงรินชาให้นาง
“ระวังจะติดคอ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเรอออกมา ก่อนจะทอดถอนใจ “อาหารของมนุษย์ธรรมดานี่อร่อยกว่าจริง ๆ รสชาติที่ผู้บำเพ็ญเพียรกินกันล้วนแปลกประหลาด จริงสิ เ้าจะไปเมื่อไรงั้นหรือ?”
ม่อเสวียนิขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางจ้องมองสตรีที่ใจกล้าปั่นหัวคนทั่วทั้งตงโจวที่นั่งตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ
ใช่แล้ว ทั่วทั้งดินแดนตงโจว
เฉินเหมียวเหมี่ยวแน่ใจว่าเฉินเหวินเป็นักต้มตุ๋น โอสถส่วนใหญ่ที่อยู่ในมือของเขาล้วนเป็ของที่เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวทิ้งเอาไว้ ดังนั้นนางจึงได้วางแผนใช้สุดยอดสมบัติเวทอย่างชุดคลุมัขาว ช่วยให้เขาปลอมเป็ผู้แข็งแกร่งที่ลึกลับ ด้วยการส่งเสริมของนาง ทำให้เฉินเหวินกลายเป็นักหลอมโอสถที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้า
ผู้บำเพ็ญเพียรและมหาอำนาจทั่วทั้งตงโจว เมื่อได้ยินข่าวต่างก็มาเยือนที่นี่ สำนักต่าง ๆ รวมถึงราชวงศ์ต่างก็ให้ความสนใจ ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวและตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิงจึงได้ดิบได้ดีร่วมกัน
การที่เฉินเหมียวเหมี่ยวช่วยให้พวกเขาเป็ที่รู้จัก ให้พวกเขากลายเป็ผู้สูงส่ง เพลิดเพลินกับการที่ผู้คนให้ความเคารพ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ใช่เพราะซาบซึ้งในน้ำใจของพวกเขา แต่ทำเพื่อให้บรรดาคนที่เนรคุณเหล่านี้ตายอย่างไร้ดินกลบหน้าต่างหากล่ะ!
เมื่อความจริงถูกเปิดเผย หากเฉินเหวินยังอยู่ดี ชื่อเสียงของตระกูลเฉินยังไม่ได้ด่างพร้อย ก็นับว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวแพ้แล้ว
“เหตุใดถึงมองข้าเช่นนั้น?” เฉินเหมียวเหมี่ยวเลิกคิ้วขึ้นพร้อมยิ้มบาง ๆ ทว่าแววตากลับมีประกายเ็าพาดผ่าน “คิดว่าข้าทำเช่นนี้โหดร้ายเกินไปอย่างนั้นหรือ?”
คนตระกูลเฉินได้รับการคุ้มครองจากบิดาของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยว ทำให้จากตระกูลเล็ก ๆ กลายเป็ตระกูลใหญ่โตของเมืองฟ่านเฉิงได้ ทว่าหลังจากที่บิดาของเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวหายตัวไป พวกเขาไม่เพียงไม่สำนึกบุญคุณดูแลเสี่ยวเหมียวเหมี่ยวให้ดี แต่ยังละโมบอยากได้สมบัติที่บิดาของนางทิ้งเอาไว้ จากนั้นค่อย ๆ บีบนางให้จนตรอก...
ตระกูลที่เติบโตมาด้วยการสูบเืสูบเนื้อผู้อื่นเช่นนี้ ย่อมไม่มีใครเป็ผู้บริสุทธิ์อยู่แล้ว
นางเคยให้สัญญาไปแล้วว่า ความทรมานทั้งหมดที่เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวได้รับ นางจะค่อย ๆ เอาคืนทีละนิด เืย่อมต้องชดใช้ด้วยเื นางจะไม่ปล่อยให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!
จะบอกว่านางโหดร้ายก็ดี ป่าเถื่อนก็ช่าง นางไม่สนใจอยู่แล้ว
ม่อเสวียนิส่ายหน้าไปมา “เปล่า เพียงแค่คิดว่าเ้ามุทะลุเกินไป เ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าเ้าที่เป็คนเริ่ม...” ยังเด็กและอ่อนแอเพียงนี้ “จะรับความโกรธแค้นของพวกเขาได้จริง ๆ น่ะหรือ?”
ชุดคลุมัขาวที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนสีเดิมก็ไม่พอใจอยู่แล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นมันจึง… “???”
‘ช้าก่อน นายท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ดูถูกความสามารถของมันอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ว่ามันอยากคุยโวโอ้อวดนะ แต่ทั้งตระกูลเฉินไม่มีใครที่สู้มันได้แม้แต่คนเดียว!’
ชุดคลุมัขาวยิ่งพูดก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีก จึงโมโหจนตัวเสื้อกระเพื่อมขึ้นลง กระทั่งถูกม่อเสวียนิตวัดสายตาใส่มันจึงได้สลดลง
เฉินเหมียวเหมี่ยวััได้ถึงความน้อยใจของชุดคลุมัขาว จึงลูบมันเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก็ยังมีชุดขาวน้อยอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ คนตระกูลเฉินก็แค่ลูกกระจอก ข้าไม่เป็อะไรหรอก”
ม่อเสวียนิ “เ้ารู้ดีว่าข้าหมายถึงใคร”
ม่อเสวียนิไม่ได้หมายถึงตระกูลเฉินแห่งเมืองฟ่านเฉิง และยิ่งไม่ได้หมายถึงตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวด้วย แต่เขาหมายถึงเหล่าผู้แข็งแกร่งของตงโจว ที่เดินทางมาไกลหลายพันลี้ต่างหาก
มองแค่ผิวเผินอาจดูเหมือนว่าเฉินเหวินที่เป็นักต้มตุ๋นหลอกลวงพวกเขา แต่หากสืบสาวราวเื่ให้ดีแล้ว ก็จะรู้ว่าผู้าุโชุดขาวต่างหากที่เป็คนชักใยอยู่เื้ั
ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ใครบ้างที่ไม่ใช่พวกทะนงตน หากพวกเขารู้ว่าตนเองถูกเด็กผู้หญิงอายุยังไม่ถึงยี่สิบคนหนึ่งหลอกเข้า เกรงว่าหากไม่ได้สังหารนางเพื่อระบายความแค้น คงไม่มีทางยอมง่าย ๆ เป็แน่
เฉินเหมียวเหมี่ยวกะพริบตาปริบ ๆ ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยการหยอกล้อ “อ้อ ที่แท้ท่านก็เป็ห่วงความปลอดภัยของข้านี่เอง ดังนั้นท่านก็เลยมาคอยอยู่ข้างกายเพื่อคุ้มครองข้าใช่หรือไม่ ท่านพูดมาตามตรงก็ได้นี่นา ข้าไม่ได้เป็คนที่จิตใจด้านชาเช่นนั้น ต้องซาบซึ้งใจมากอยู่แล้ว ใช่หรือไม่ ท่านม่อ ผู้พบกันด้วยความบังเอิญ?”
ดวงตาของหญิงสาวกระจ่างใส สามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจของเขาได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างไม่อาจหลบซ่อนได้ เพราะคนที่บอกว่าพวกเขาเพียงพบกันโดยบังเอิญซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือตัวเขาเอง
เดิมเขาควรสะบัดแขนเสื้อและจากไปเสีย ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มที่สดใสของนาง ความโมโหที่ปะทุขึ้นพลันมลายหายไปอย่างน่าอัศจรรย์
รอยยิ้มที่เจิดจ้าเช่นนี้ ไม่ควรแปดเปื้อนไปด้วยความทุกข์ใจและความเศร้าโศก นางควรได้ทำในสิ่งที่ตัวเอง้า...แม้จะทำตามอำเภอใจตัวเองเกินไปบ้างก็ตาม
“เอาละ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว” เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ใช่คนที่ไม่รู้คุณคน นางกล้ำกลืนความปวดใจ ฉีกปีกไก่ที่ตัวเองชอบกินที่สุดออกมาวางลงในชามของเขา “อะ นี่เป็ของขวัญแทนคำขอบคุณ ขอบคุณที่เ้าเป็ห่วง แต่ข้าไม่มีทางสู้ในศึกที่ข้าไม่มั่นใจ ท่านม่อวางใจเถอะ นี่ก็เย็นมากแล้ว ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน เชิญตามสบายนะ”
เอ่ยจบ เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ทิ้งเศษเงินก้อนหนึ่งไว้เป็ค่าอาหาร ก่อนจะหายไปในฝูงชน
ม่อเสวียนิมองปีกไก่มันเยิ้มชิ้นนั้น ก่อนจะตกอยู่ในความเงียบ “...”
หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็นำปีกไก่ชิ้นนั้นมาห่อเอาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เก็บเข้าไปในช่องเก็บของโดยไม่รู้ตัว
……
วันที่สิบเดือนแปด
ในที่สุดวันวิวาห์ที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง
แม้ตระกูลเฉินจะเป็ตระกูลที่รุ่งเรืองขึ้นมาในภายหลัง ทว่าตระกูลเซิ่งกลับเป็ตระกูลที่ยืนหยัดอยู่มานานหลายปีแล้ว ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนตระกูลเซิ่ง รวมถึงเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่มาเพราะชื่นชมในชื่อเสียงดูแคลนได้ เฉินหยวนเรียกได้ว่าแทบจะเอาสมบัติทั้งหมดของตระกูลออกมา เพื่อเตรียมพิธีแต่งงานในครั้งนี้ให้หรูหราที่สุดเลยทีเดียว
ลานบ้านตระกูลเฉินประดับด้วยผ้าไหมคุณภาพเยี่ยม สุราและอาหารในงานเลี้ยงล้วนเป็ของหายากที่เปี่ยมด้วยไอิญญา แม้แต่ค่ายกลป้องกันจวนก็มีการเปิดใช้อีกครั้ง จวนตระกูลเฉินที่หรูหราและสง่างามพลันปกคลุมไปด้วยหมอกเซียนในทันใด ทำให้กลายเป็จวนที่งดงามอย่างมาก
เฉินเหมียวเหมี่ยวยืนอยู่จุดสูงสุดของจวนตระกูลเฉิน มองภาพที่ราวกับแดน์ พร้อมกับรอยยิ้มหยันในใจ ต่อให้ตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิงจะร่ำรวยแค่ไหน ก็ไม่มีทางมีหินิญญาและเงินใช้จ่ายมากมายเช่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทั้งหมดนี้เป็ของที่เอามาโดยใช้ชื่อตระกูลเฉินไปอ้าง และยังไม่ได้จ่ายเงินอย่างแน่นอน
เหล่าพ่อค้าย่อมยินดีที่จะให้ตระกูลเฉินนำของมาใช้ก่อนอยู่แล้ว เพราะใครบ้างที่ไม่รู้ว่าตระกูลเฉินมีผู้าุโชุดขาวที่ลึกลับหนุนหลังอยู่ ทั้งยังมีนักหลอมโอสถระดับห้าอย่างเฉินเหวินอยู่ด้วย ภายภาคหน้าต้องผงาดอย่างแน่นอน!
เวลานี้การอำนวยความสะดวกให้กับตระกูลเฉินเพื่อสร้างมิตรภาพ ย่อมถือเป็เื่ที่ดีอยู่แล้ว
ติดค้างเช่นนี้ก็ยิ่งดี!
ขณะที่เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงร้อนรนเสียงหนึ่งดังขึ้น และเอ่ยอย่างระมัดระวังถ้อยคำ
“เอ่อ...ผู้าุโขอรับ องค์ชายสามเสด็จมาถึงแล้ว แม่ทัพเนี่ย ผู้นำน้อยตระกูลิ รวมถึงเหล่าผู้าุโของนิกายดาวเหนือ นิกายวั่นฟ่า นิกายเทียนหยาน นิกายเทียนจี นิกายอวี่โซว่ ก็ล้วนมาถึงแล้วเช่นกันขอรับ ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลาแล้ว เชิญท่านไปร่วมงานได้แล้วขอรับ”
“อืม ข้ารู้แล้ว” เฉินเหมียวเหมี่ยวยิ้มน้อย ๆ ออกมา “นำทางไปเถอะ”