14
มุ่งหน้าสู่อู่โจว
อู๋ฮวนต้องพักอยู่จุดพักม้าเป็เวลาสามวัน เพื่อรอให้เซินสี่นำคนไปซื้อยาถอนพิษร้อยชนิดมาเตรียมไว้ เมื่อคนทั้งหมดกลับมาถึง อู๋ฮวนก็สั่งให้ออกเดินทางต่อไปทันที เช้าวันนี้ได้รับสารจากนกพิราบที่ส่งมาจากจวนอู๋อ๋องว่าอาการอู๋อ๋องทรุดหนัก ทั้งที่ก่อนออกเดินทางมาเมืองหลวง อาการอู๋อ๋องดีขึ้นมากแล้ว
อู๋ฮวนเชื่อว่าต้องมีคนร้ายแฝงตัวอยู่ในจวนอู๋อ๋อง และคนผู้นั้นเป็สาเหตุของอาการป่วยของอู๋อ๋องอู๋เจี๋ย เขาจึงไม่รอช้าสั่งขบวนเดินทางทั้งวันทั้งคืนมุ่งหน้าสู่อู่โจว การเดินทางหนนี้ต้องเดินทางผ่านเมืองผิงหยวน โจวเจียง และกวนผิง การเดินทางข้ามรอยต่อของสามเมืองนี้ถือว่าไม่ลำบากมากเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็ที่ราบ
เดินทางอีกหนึ่งเดือนกับอีกสิบสามวัน ก็มาถึงอู่โจว ชาวเมืองเห็นเซินซี่ขี่ม้านำขบวน ก็รู้ทันทีว่าจวิ้นอ๋องเดินทางกลับมาแล้ว พวกเขาออกมาต้อนรับั้แ่หน้าประตูเมือง จางหลินถงอดตกตะลึงไม่ได้
เมืองอู่โจวเป็เมืองไม่ใหญ่มากมีชาวบ้านอาศัยอยู่สองร้อยหลังคาเรือน เพราะที่นี่นอกจากหนาวมากและยังอยู่ติดชายแดนหัวเมืองทางเหนือถูกชนเผ่ารุกรานอยู่บ่อยครั้ง ผู้คนล้มตายและหวาดกลัวพากันย้ายหนี จึงเหลือคนอยู่ไม่มาก พวกเขาสัญญาว่าจะยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างอู๋อ๋องและจวิ้นอ๋องจนกว่าชีวิตจะหาไม่
สถานการณ์ของเมืองอู่โจวไม่สู้ดี เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างรู้ดี หากไม่มีจวิ้นอ๋องอู๋ฮวน เกรงว่าป่านนี้อู่โจวคงตกเป็ของชนเผ่าที่อาศัยอยู่รอบๆไปนานแล้ว
“ที่นี่คืออู่โจวบ้านของข้า”เขาหันไปกล่าวกับจางหลินถง พลางวางมือลูบผมนาง
จางหลินถงยื่นมือเปิดผ้าม่าน ดูบรรยากาศภายนอก พอเห็นผู้คนที่เดินไปเดินมาในเมือง นางก็ยิ้มออกมา
“ที่นี่อากาศดีมาก”นางกล่าวพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“และเหมาะแก่การพักรักษาตัวของเ้าด้วย”
“เช่นนั้นต่อไปนี้ ข้าสามารถออกมาเดินเล่นกับพี่ฮวนได้ใช่หรือไม่”หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น อู๋ฮวนหุบยิ้มใบหน้าสดชื่นพลันหม่นหมอง ในแววตามีความซับซ้อนจนจางหลินถงไม่อาจเข้าใจ“พี่ฮวน พี่เป็อะไรไป”
“อาหลิน ถึงแม้อู่โจวจะไม่มีคนรู้เื่ของเ้า แต่ในจวนจวิ้นอ๋องมีหูตาของราชสำนักมากมาย หากพวกเขาคิดสงสัยผู้ใด ไม่ยากที่พวกเขาจะสืบที่มาของเ้า หากเื่นี้แพร่งพรายต่อให้ข้ากลายเทพเซียนก็ไม่อาจช่วยเ้าได้ทัน ตอนแรกข้ารับปากจะพาเ้ามาในฐานะคนสำคัญของข้า แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนกะทันหัน อาหลินต่อไปข้าคงไม่อาจแสดงออกต่อเ้าเหมือนเช่นที่ผ่านมาได้”
“เป็เพราะข้าไม่อยากแต่งเข้าสกุลอู๋หรือ พี่ถึงห่างเหินกับข้า”แค่คิดหัวใจจางหลินถงก็เ็ป
ก่อนหน้านั้นตอนที่เจิ้งจื่ออี้ทิ้งขว้างนาง ไม่สนใจดูแลนาง นางเพียงแค่น้อยใจ ทว่าในใจกลับไม่รู้สึกใดๆมากไปกว่าความน้อยเนื้อต่ำใจ อย่างมากนางแค่โกรธที่ถูกกระทำอย่างไม่ให้เกียตริ แต่เมื่อคำเหล่านี้ออกมาจากปากของเขา มันกลับกลายเป็ใบมีดที่กรีดใจนางจนเ็ปไปหมด
“อาหลินไม่ใช่แบบนั้น เดิมทีข้าคิดจะบอกผู้คนว่าเ้าเป็คู่หมั้นของข้าด้วยซ้ำไป แต่ในจวนจวิ้นอ๋องมีความเปลี่ยนแปลง การให้เ้าอยู่ข้างกายข้า เ้าอาจไม่ปลอดภัย ดังนั้นระยะนี้เ้าอยู่ในฐานะน้องสาวของต้าเจิงไปก่อน รอจนข้าจัดการเื่พวกนั้นหมดแล้ว ข้าจะพาเ้าไปพบบิดาข้า และพาเ้ากลับหน่วยพยัคฆ์ขาวพบบรรพบุรุษของเ้า ถึงตอนนั้นเ้าอย่าได้ปฏิเสธข้าอีกเป็อันขาด”
เขาอธิบายมาตั้งมากมายในที่สุดจางหลินถงก็เข้าใจ นางอมยิ้มปนเศร้า“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะไม่ทำให้พี่ฮวนลำบากใจเด็ดขาด”
“อาหลิน ข้ามีของจะมอบให้เ้า”
“อะไรหรือเ้าคะ”
จางหลินถงใจเต้นแรงมากเมื่อเขาบอกว่ามีบางสิ่งจะมอบให้นาง จนเมื่อเขาหยิบกำไลข้อเท้าทองชิ้นนั้นออกมา จางหลินถงจึงได้ยิ้มกว้าง ของสิ่งนี้เขาบอกว่าเป็ของสำคัญมาก ครั้งนั้นนางโยนทิ้งราวกับของไร้ค่าและได้เห็นเขาโกรธมาก นางคิดว่ามาตลอดว่านางจะไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว ในเมื่อเขามอบของชิ้นนี้ให้นางแสดงว่าเขาให้อภัยนางแล้ว
“อาหลินระหว่างที่เ้ารอข้าจัดการปัญหาที่นี่ เ้าจำเป็เชื่อฟังข้าและต้องอดทนให้มาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้เ้ารู้ไว้ว่าในใจข้ามีเพียงเ้า”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
อู๋ฮวนยกเท้าของนางขึ้นมาวางพาดบนตักของเขาและถอดถุงเท้าออกก่อนจะค่อยๆสวมกำไลข้อเท้าทองที่มีกระพรวนเสียงใส่กังวานให้นางเบาๆจากนั้นก็สวมถุงเท้ารองเท้าให้นางอย่างเป็ระเบียบ
“เ้าต้องใส่มันไว้ตลอด ห้ามถอดออกเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ”จางหลินถงพยักหน้ารับ
อู๋ฮวนใช้่เวลาระหว่างเดินทางกลับจวนจวิ้นอ๋อง พูดคุยกับนาง พอรถม้าหยุดหน้าประตูจวน เขาคว้านางมากอดแแ่ ในใจจางหลินถงหนักอึ้งไปหมด เขาทำราวกับว่าหลังจากนี้จะไม่มาเจอนางอีกพอนางจะเปิดปากถาม เขาก็ผละจากและสั่งเซินสี่ว่า
“พานางไปขึ้นรถม้าอีกคัน ต่อไปนางจะอยู่ในจวนจวิ้นอ๋องในฐานะน้องสาวของต้าเจิง”
เขาเลือกต้าเจิงเพราะเหตุผลที่ง่ายมาก ต้าเจิงมาจากหน่วยพยัคฆ์ขาวและเป็คนของนาง เขาเชื่อว่าต้าเจิงจะให้ความเคารพต่อนางในฐานะพี่ชายใกล้ชิดได้ แม้ในใจอู๋ฮวนเกลียดการส่งนางไปอยู่ในมือชายอื่น แต่เวลานี้ต้าเจิงคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว และยังมีชูหลิงที่คอยปรนนิบัติใกล้ชิด แค่คิดว่ามีชูหลิงอยู่ด้วยเขาก็เบาใจขึ้นอีกเล็กน้อย
“ขอรับ”
หลังออกคำสั่งอู๋ฮวนหันไปมองหน้าจางหลินถง ภายในใจของเขารู้สึกอึดอัดจนแทบะเิ เขาอยากเก็บนางไว้ใกล้ตัว แต่การปกป้องนางเป็เื่ที่ยากมากจริงๆ หลังจากได้รับรายงานสถานการณ์ล่าสุด ทำให้เข้าใจแล้วว่า เหตุใดเจิ้งจื่ออี้จึงไม่สามารถปกป้องนางอย่างที่ใจ้าได้
การอยู่ในจวนจวิ้นอ๋องไม่ต่างจากอยู่ในวังหลวง ที่นี่มีคนแฝงตัวเข้ามามากมาย ไม่รู้ว่ามีฝ่ายใดบ้าง ดังนั้นการลดฐานะของจางหลินถงและจัดวางนางให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญย่อมปลอดภัยมากที่สุด
ตอนนี้เขาหลงรักนางอย่างจริงใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อาจดึงนางเข้ามาสู่คลื่นลมที่กำลังก่อตัวได้ มันช่างเ็ปยิ่งนัก เขาคิดว่าหลังจากนี้เขาต้องเร่งลงมือจัดการปัญหาภายในจวนอย่างเร่งด่วน หากจบเื่ได้เร็ว เขาจะสามารถพานางกลับไปส่งถึงหน่วยพยัคฆ์ขาวได้รวดเร็วเช่นกัน
จางหลินถงย้ายไปนั่งรวมกับชูหลิง เพราะนางมีฐานะเป็น้องสาวต้าเจิงที่ได้รับเมตตาจากจวิ้นอ๋อง ให้ติดตามมาพักรักษาตัวในจวน คงไม่เหมาะ หากมีคนพบเห็นว่านางนั่งรถม้าคันเดียวกันกับอู๋ฮวน ในใจนางรู้สึกหนักอึ้งพิกล
เวลานั้นเซินสี่ได้แต่สงสารนางอยู่ลึกๆ เขาอยู่กับอู๋ฮวนมานาน เขาเข้าใจความหวังดีของเ้านายที่สุด เซินสี่จึงเอ่ยออกไปคำหนึ่งว่า“แม่นางอาหลินรักษาตัวให้ดี ต้าเจิงเ้าต้องกำชับน้องสาวเ้า หากไม่จำเป็อย่าเดินเพ่นพ่าน จวนจวิ้นอ๋องมีกฎระเบียบผู้ใดไม่เชื่อจะถูกลงโทษด้วยกฎทหาร”
กล่าวจบเขาถอยกลับไปรายงานที่รถม้าคันข้างหน้า แล้วขึ้นม้านำขบวนเคลื่อนเข้าสู่จวนจวิ้นอ๋อง มือจางหลินถงเย็นชืดไปหมด ในที่สุดนางก็กลายเป็น้องสาวของต้าเจิง...
“อาหลินวางใจเถิด ข้าติดตามท่านอ๋องมานาน ย่อมรู้ว่าทุกอย่างที่จวิ้นอ๋องทำดีต่อเ้าที่สุดแล้ว”เพราะได้รับบทให้เป็พี่ชาย ต้าเจิงจึงต้องเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานกับนาง
“คุณหนู”ชูหลิงเศร้าใจเช่นกัน
“ชูหลิง หลังจากนี้ต้องเรียกนางว่าคุณหนูเสมอ นางเป็น้องสาวข้าเป็สตรีที่ยังไม่ออกเรือน เ้าต้องดูแลนางให้ดีอย่าได้ทำให้จวิ้นอ๋องเป็กังวลใจ”
“เ้าค่ะ”
ชูหลิงรับคำ นางสงสารจางหลินถงมาก นางไม่เคยติดตามคนผู้นั้นย่อมไม่อาจคาดเดาความคิดของเขาได้ และก็ไม่เห็นด้วยที่อู๋ฮวนทำเช่นนี้กับจางหลินถง ค่ำคืนนั้นหากไม่ใช่เพราะจางหลินถง เกรงว่าวันนี้จวิ้นอ๋องคงกลับมาไม่ถึงจวนด้วยซ้ำ พอคิดถึงเื่นี้ชูหลิงก็เริ่มเกลียดชังอู๋ฮวน เซินสี่และพวกผู้คุ้มกันขึ้นมาแล้ว
รถม้าของเ้านายเคลื่อนเข้าจวนที่ถูกสร้างขึ้นอย่างใหญ่โต ประดับโคมไฟสวยงาม ในขณะที่รถม้าของจางหลินถงถูกพามายังเรือนรับรองหลังเล็กที่อยู่ห่างไกลจากจวนจวิ้นอ๋องมาก เมื่อนางถูกวางตัวให้อยู่ในฐานะน้องสาวของต้าเจิง จึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับอู๋ฮวนอีก
จางหลินถงหยุดมองป้ายชื่อเรือนพลางอ่าน เรือนตานถิง นางทอดสายตามองเข้าไปข้างในตัวเรือนหลังเล็กมาก ข้าวของเครื่องใช้มีไม่มาก แค่พอใช้สอย หญิงสาวได้แต่ยอมรับ นางอยู่เพื่อรอเขาทำธุระเสร็จสิ้นเท่านั้น ไม่ได้อยู่ตลอดไปเสียหน่อย ไม่รู้จะเศร้าใจไปเพื่ออันใดกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงหันไปยิ้มให้ชูหลิง และชวนกันเดินเข้าไปในเรือนพร้อมกับต้าเจิง
*****************************************************