บทที่ 15 ของรางวัลจากปรมาจารย์ และคำเชิญดื่มชา
แต่สิ่งที่ทำให้ห้องไลฟ์สดแทบจะลุกเป็ไฟยิ่งกว่าเดิม... กำลังตามมาหลังจากนี้
เมื่อไอดีผู้ที่ส่งของรางวัลปรากฏขึ้นสู่สายตาของเหล่าชาวเน็ต ทุกคนต่างตกอยู่ในอาการตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
[ ผู้ใช้งาน 'โอวหยางสวิน' มอบซูเปอร์ร็อกเก็ต 10 ลำให้สตรีมเมอร์หลินเซียว! ]
[ ผู้ใช้งาน 'โอวหยางสวิน' มอบซูเปอร์ร็อกเก็ต 10 ลำให้สตรีมเมอร์หลินเซียว! ]
[ ผู้ใช้งาน 'โอวหยางสวิน' มอบซูเปอร์ร็อกเก็ต 10 ลำให้สตรีมเมอร์หลินเซียว! ]
โอวหยางสวินปรากฏตัวขึ้นโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดหนักซูเปอร์ร็อกเก็ตไปรวดเดียว สามสิบลำ! คิดเป็เงินจริงก็ประมาณหกหมื่นหยวน!
ในวงการเื่เล่าสยองขวัญของจีน ชื่อของ 'โอวหยางสวิน' คือระดับปรมาจารย์ที่เป็ตำนานและมีอิทธิพลสูงสุด ปัจจุบันเขาถอนตัวจากวงการและใช้ชีวิตอย่างสงบมานานแล้ว
แต่ตอนนี้ล่ะ? เพราะหลินเซียวแท้ ๆ โอวหยางสวินถึงกับยอมปรากฏตัว แถมยังมาพร้อมกับยอดเปย์มหาศาล!
[ ห๊า! ปู่โอวหยางสวิน!! ตัวจริงป่ะเนี่ย? ยอมเลย! ]
[ ตัวจริงดิ เห็นเครื่องหมายยืนยันตัวตนทางการข้างหลังไอดีนั่นไหม? ถ้าไม่ใช่ปู่โอวหยางแล้วจะเป็ใครได้อีก! ]
[ สุดยอด! เกินความคาดหมายจริง ๆ แบบนี้แสดงว่าสตรีมเมอร์คนนี้ได้รับการยอมรับจากระดับตำนานแล้วน่ะสิ! ]
[ นี่มันคือเกียรติยศสูงสุดชัด ๆ! ]
ช่องคอมเมนต์ะเิเป็จังหวะรัว ๆ ข้อความเด้งขึ้นมาใหม่เร็วยิ่งกว่าดอกเห็ดหลังฝนตก
เมื่อหลินเซียวเห็นสิ่งนี้ เขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน
"ขอบคุณสำหรับของขวัญจากปู่โอวหยางนะครับ ขอบคุณมากครับ" เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ช่วยไม่ได้จริง ๆ เพราะสถานะของโอวหยางสวินนั้นสูงส่งเกินไป ต่อให้หลินเซียวจะเป็คนรักอิสระและไม่ยึดติดกับลาภยศขนาดไหน แต่ผู้าุโที่ควรเคารพเขาก็ต้องเคารพ อีกอย่าง... อีกฝ่ายเพิ่งจะส่งซูเปอร์ร็อกเก็ตมาให้เขาถึงสามสิบลำเชียวนะ!
[ ไม่ต้องเกรงใจ หลินเซียว ฉันถูกชะตาเธอนะ ถ้ามีเวลาว่างลองออกมาจิบชากันหน่อยไหม เราคงมีเื่ให้คุยกันอีกเยอะ ]
โอวหยางสวินพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ ซึ่งถือเป็การส่งคำเชิญอย่างเป็ทางการ
หลินเซียวไม่ได้ตอบรับในทันที แต่เลือกที่จะเล่าเื่ราวต่อไป...
เมื่อซูม่านหันกลับไปมองภาพเื้ั เธอถึงกับต้องกลั้นหายใจด้วยความสยองที่แท้... บนโต๊ะไม้ผุ ๆ ตัวนั้น จู่ ๆ ก็มีตุ๊กตาโผล่มาตั้งอยู่!
รอยยิ้มบนปากของตุ๊กตาตัวนั้นดูเหมือนจะฉีกกว้างขึ้นกว่าเดิม มันดูสยองขวัญจนหาที่เปรียบไม่ได้!
เสียงหัวเราะที่ทำให้เสียวสันหลังวาบดังออกมาจากปากของตุ๊กตาเป็ระยะ มันทั้งน่าสยดสยอง สั่นประสาท และเต็มไปด้วยความตาย!
ลูกชายของลุงฝูใจนขาสั่น ของเหลวไหลออกมาจากขากางเกงของเขา “อ๊ากกกก!! ผี!! ผีหลอก!!!"
เขาหันหลังขวับแล้วออกตัววิ่งหนีออกไปข้างนอกสุดชีวิต แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตู เขาก็สะดุดล้มหน้าคะมำ หัวฟาดเข้ากับแผ่นเหล็กที่วางทิ้งไว้ ทำให้หัวครึ่งซีกของเขาถูกแผ่นเหล็กที่คมกริบเฉือนจนขาดออกจากกัน!
เศษสมองสีขาวผสมกับเืสีแดงฉานกระเด็นออกมาสาดกระจายไปทั่ว กลิ่นคาวเืที่รุนแรงเริ่มตลบอบอวลไปทั่วห้อง เืบนพื้นค่อย ๆ ไหลอาบไปที่เท้าของลุงฝู...
มันเป็ภาพเหตุการณ์ที่สยดสยองเกินคำบรรยาย
ดวงตาทั้งสองข้างของซูม่านเบิกกว้าง ลมหายใจหนักหน่วง ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนก พล็อตเื่แบบนี้เคยปรากฏในนิยายที่เธอเขียน แต่ตอนนี้เมื่อมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ!
เมื่อเห็นลูกชายตายอย่างสยดสยอง ลุงฝูก็สติแตก เขาร้องออกมาด้วยเสียงอันโหยหวน
“ไม่!!!”
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเืฝอย น้ำลายไหลยืดออกมาจากมุมปาก ดูราวกับคนเสียสติ ความยับยั้งชั่งใจเฮือกสุดท้ายได้พังทลายลงแล้ว
ลุงฝูกำมีดพร้าแน่น จ้องเขม็งไปที่ตุ๊กตาบนโต๊ะที่ยังคงหัวเราะเยาะเขาอยู่ “แกฆ่าลูกฉัน! แกฆ่าลูกฉัน!! ฉันจะฆ่าแก! ฉันจะส่งแกไปลงนรกไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกเลย!!"
พูดจบ ลุงฝูก็พุ่งเข้าใส่ตุ๊กตาตัวนั้น เขากระหน่ำฟันมีดพร้าลงบนร่างของตุ๊กตาอย่างบ้าคลั่ง และแล้ว... สิ่งที่ชวนขนหัวลุกยิ่งกว่าเดิมก็ปรากฏขึ้น เพราะบนร่างของตุ๊กตาตัวนั้น กลับมีเืสีแดงสดไหลซึมออกมา!
ใช่แล้ว มันไม่ใช่สำลี... แต่มันคือเืจริง ๆ!
จิตใจของซูม่านใกล้จะพังทลายเต็มที ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสำหรับเธอแล้วมันเหมือนกับฝันร้าย
ในขณะที่ลุงฝูกำลังฟันอย่างเมามัน จู่ ๆ มือของเขาก็พลาด มีดพร้าสะบัดกลับมาปาดเข้าที่ลำคอของตัวเองอย่างจัง เืสด ๆ พุ่งกระฉูดจากคอของลุงฝูไปติดที่กำแพง
ลุงฝูตายแล้ว ลูกชายเขาก็ตายแล้ว...
และตุ๊กตาตัวนั้น... ก็หายวับไปในอากาศทันทีที่ลุงฝูสิ้นลม
ในที่สุด ซูม่านก็รอดชีวิตมาได้ หลังจากกลับถึงบ้าน เธอตัดสินใจปฏิเสธงานเขียนชิ้นนั้น และประกาศวางปากกาเลิกเขียนนิยายไปตลอดชีวิต
ไม่กี่วันต่อมาซูม่านได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง เป็โทรศัพท์จากแม่ของเสี่ยวอวิ๋น เพื่อนของเธอ ปลายสายบอกว่าเสี่ยวอวิ๋นเสียชีวิตไปั้แ่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ร่างกายของซูม่านราวกับถูกฟ้าผ่า
เป็ไปไม่ได้! เสี่ยวอวิ๋นจะตายไปเมื่อครึ่งเดือนก่อนได้ยังไง ในเมื่อวันที่เธอและเสี่ยวอวิ๋นไปพักที่วิลล่าหลังนั้น... มันเพิ่งผ่านมาไม่ถึงสิบวันด้วยซ้ำ!!
เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเธออีกครั้ง...
"ท่านผู้ฟังทุกท่าน เื่นี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ ส่วนเสี่ยวอวิ๋นคนนั้นจริง ๆ แล้วตายเมื่อไหร่ หรือคนที่ไปกับซูม่านคือใครกันแน่ ทุกท่านลองใช้จินตนาการวิเคราะห์กันได้ตามสะดวกครับ ความคิดต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันไป สุดท้ายนี้ เื่ลี้ลับเหนือธรรมชาติ เชื่อไว้ก็ไม่เสียหลาย ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ครับ"
เื่แรกจบลงอย่างเป็ทางการ ยอดผู้ชมในไลฟ์ของหลินเซียวพุ่งทะลุห้าล้านคนไปแล้ว และชาวเน็ตจากเว็บบอร์ดเื่ลี้ลับยังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
ครั้งนี้หลินเซียวไม่หยุดพักนาน เขาเริ่มเล่าเื่ที่สองต่อทันที
"เหล่าหวัง เป็คนขับรถบรรทุกส่งของ ปีนี้เขาอายุห้าสิบกว่า ๆ ทำอาชีพนี้มาั้แ่อายุสิบกว่าปี รวม ๆ แล้วก็สามสิบปีเต็ม วันนั้นผมไปนั่งดื่มกับเขา และเขาก็เล่าเื่ประหลาดเื่หนึ่งให้ผมฟัง..."
วันนั้นเป็่พลบค่ำ เหล่าหวังกำลังจะกินข้าว แต่จู่ ๆ ก็มีโทรศัพท์จากเ้าของสินค้าบอกว่ามีของด่วนต้องไปส่งที่เมือง J ราคาที่เ้าของเสนอให้นั้นดึงดูดใจมาก
เหล่าหวังแทบไม่ต้องคิด เขาคว้าเสื้อคลุมแล้วออกจากบ้านทันทีโดยที่ข้าวยังไม่ได้แตะสักคำ แต่กว่าจะโหลดของเสร็จก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว
การเดินทางไปเมือง J มีสองทางเลือก หนึ่งคือขึ้นทางด่วน แต่ค่าทางด่วนปาเข้าไปสองร้อยกว่าหยวน สองคือวิ่งทางหลวงชนบท ถนนก็ถือว่าใช้ได้ แม้ระยะทางจะไกลกว่าหน่อย แต่ประหยัดเงินกว่าเห็น ๆ
เหล่าหวังเป็คนมัธยัสถ์อยู่แล้ว เขาเลยตัดสินใจขับรถขึ้นทางหลวงชนบท
พอขับมาได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ท้องของเหล่าหวังเริ่มร้องประท้วง ขนมปังห่อเล็ก ๆ สองชิ้นที่กินไปแทบไม่ช่วยให้อิ่มเลย เนื่องจากเขาเป็คนที่มีอาการน้ำตาลในเืต่ำอยู่แล้ว ตอนนี้สมองเริ่มเบลอ ตาเริ่มพร่ามัว โชคดีที่ถนนเส้นนี้รถไม่เยอะ ไม่อย่างนั้นคงอันตรายน่าดู
เขาทำได้เพียงขับต่อไปพลางมองหาว่าข้างทางจะมีร้านอาหารบ้างไหม และแล้วเขาก็เจอร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทางร้านหนึ่ง เหล่าหวังเลยรีบจอดรถริมถนน แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังร้านอาหารร้านนั้นทันที...