เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 105 ต้องคำสาป

            ก่อนหน้านี้เสี่ยวมู่อวี่ได้ยินเกี่ยวกับราชวงศ์เป่ยหมิงก็มีท่าทีแปลกไปอวิ๋นอี้จึงเดาได้จากเรื่องนี้

            ทว่าเมื่อได้ฟังคำของเผยยวนอี้การคาดเดานั้นก็หายไป

            แม้ว่านางจะมิรู้เรื่องบางคราทว่าอย่างน้อยเรื่องเพศของเสี่ยวมู่อวี่นั้นนางมั่นใจมาก

            เขาเป็นเด็กผู้ชายจริงๆ

            ในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกับเสี่ยวมู่อวี่อวิ๋นอี้จึงปล่อยความคิดนั้นไป แล้วหันมาสนใจคำพูดขององค์ชายคนโต

            น้ำเสียงของเผยยวนอี้อ่อนโยนจังหวะการพูดและหยุดได้อย่างมีทักษะเมื่อเขาพูดก็พบว่าเสียงของเขาช่างน่าฟังและน่าหลงใหล

            เมื่อพูดถึงราชวงศ์เป่ยหมิงก่อนที่องค์หญิงเก้าจะประสูติเรียกได้ว่าเป็นการมีอยู่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดในบรรดาราชวงศ์โดยรอบ

            ในบรรดารัชทายาทของฮ่องเต้มิมีเด็กผู้หญิงแต่เป็นบุรุษทั้งหมด

            “บิดาเป็นทุกข์มากทรงเป็นกังวลมากว่าจะต้องคำสาปที่เหมือนกันกับฮ่องเต้องค์ก่อนหน้าเขาเฝ้าครุ่นคิดทั้งวันทั้งคืน จนกระทั่งองค์หญิงเก้าประสูติ”

            อวิ๋นอี้ฟังถึงเพลานี้ก็สงสัยขึ้นมาคำสาปหรือ? คำสาปกระไร?

            นางอยากถาม กำลังจะเปิดปากแต่หรงซิวพลันแตะแขนนางเบาๆ

            เมื่อหันไปมอง อีกฝ่ายกลับไม่เหลียวมาราวกับว่าเขาไม่เห็นนาง

            อวิ๋นอี้ขมวดคิ้ว สงสัยในใจทว่าสุดท้ายก็ฟังเผยยวนอี้พูดต่อก่อน

            “ผู้ให้กำเนิดองค์หญิงเก้าเป็นสาวใช้ล้างเท้าในวังผู้อื่น ล้วนได้ดีเพราะบุตรชาย นางกลับได้ดีเพราะธิดาบิดามีความสุขมากที่ทำลายคำสาปได้ เขาหวงแหนองค์หญิงเก้าอย่างมาก ตามใจต่างๆ นานาเพียงแค่นางเอ่ยปาก มิมีสิ่งใดที่มิได้ ปลายวสันต์ปีที่แล้วบิดาพาพวกเราไปล่าสัตว์ องค์หญิงเก้านางอ้อนขออยากจะไปด้วย บิดาจึงยอมให้นางไปมิคิดเลยว่านางจะหายไปในทุ่งล่าสัตว์นั้น”

            เผยหลางเย่ที่อยู่ข้างๆ ฟังอยู่นานอดที่จะพูดแทรกมิได้ “คิดว่ามันอัศจรรย์หรือไม่พ่ะย่ะค่ะนางหายไปในขณะที่มิมีผู้ใดได้สังเกตเห็น มีผีหรืออย่างไรกัน?”

            หรงซิวได้ยินเช่นนั้นพลันส่ายหัวยิ้มเขาไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดาสิ่งลี้ลับกระไรจำพวกนี้

            เผยหลางเย่เห็นเช่นนั้นก็ใช้มือสองข้างตบตักพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “บิดาทรงกริ้วมากเมื่อรู้ว่าองค์หญิงเก้าหายไปเขาเกือบจะสั่งปลดหัวคนทั้งหลาย แต่ดีที่เขาสงบลงได้เขารับสั่งให้ทุกคนตามหาองค์หญิงเก้า เพลานี้ก็ หนึ่ง สอง สาม สี่ ใช่สี่เดือนแล้ว ยังหาไม่พบแม้แต่กลิ่นผายลม!”

            หลังจากที่ได้รู้จักกันเป็นเวลาสั้นๆอวิ๋นอี้ได้รู้นิสัยขององค์ชายทั้งสองนางไม่แปลกใจกับการแสดงออกที่หยาบคายของเผยหลางเย่

            หรงซิวก็เฉยมากเช่นกัน ถามช้าๆ ว่า“เช่นนั้นจึงมาหาที่ต้าอวี่หรือ?”

            “ใช่พ่ะย่ะค่ะ”เผยยวนอี้ยิ้มอย่างอ่อนโยน “องค์ชาย ท่านเองก็รู้ว่าเขตแดนของเราสองอยู่ติดกันสนามล่าสัตว์ฤดูวสันต์อยู่ในบริเวณแนวแยกมีความเป็นไปได้มากว่าเด็กน้อยอาจจะเดินหลงเข้ามาในต้าอวี่”

            หรงซิวเลิกคิ้วอย่างเห็นด้วย“ใช่พ่ะย่ะค่ะ”

            “เช่นนั้นองค์ชาย ท่านว่า...”เผยยวนอี้พูดถึงตรงนี้ มิได้พูดออกมาทั้งหมด แต่กลับมองด้วยสายตาลึกๆ แทน

            บุรุษสองคนมองหน้ากันครู่หนึ่งหรงซิวเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เขาพูดอย่างใจเย็นว่า“ราชวงศ์ของเราสองเดิมมีสัมพันธ์กันดี องค์ชายมาเป็นแขกอย่างเอิกเกริกเช่นนี้มีสิ่งใดให้ข้าช่วยข้าต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            เช่นนั้นถือเป็นอันว่าตกลงแล้ว

            เผยยวนอี้รู้สึกขอบคุณมากเขาลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับทันที

            พื้นที่ในต้าอวี่ พวกเขาไม่คุ้นเคยหากจะวิ่งดั้นด้นไปตามหาคน เกรงว่าจะเดินผิดเสียเวลาไปนานหากมีความช่วยเหลือของหรงซิว เชื่อว่าจะมีชัยไปกว่าครึ่ง

            หลังจากที่เห็นพี่ชายยืนขึ้นเผยหลางเย่ระงับความมิรู้มารยาทไว้ แล้วยืนขึ้นโค้งคำนับด้วย

            “องค์ชายทั้งสองมิต้องเกรงพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”หรงซิวโบกมือให้พวกเขานั่งลง “ทานข้าวก่อนเถิด หากว่างหลังจากทานเสร็จรบกวนช่วยวาดภาพเหมือนขององค์หญิงเก้าให้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            “ได้พ่ะย่ะค่ะ” เผยยวนอี้พูด“รบกวนองค์ชายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

            คิมหันต์ค่อยๆ มาถึงดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงแผดเผา พร่างพรายบนต้นไม้ กิ่งก้านและใบม้วนงอไม่มีชีวิตชีวาหลังจากรับประทานอาหารเสร็จอวิ๋นอี้ก็รู้สึกง่วงนอนเล็กน้อย

            หรงซิวกล่าวลาองค์ชายทั้งสองอย่างสุภาพจากนั้นก็อุ้มนางกลับไปที่ห้อง

            ทว่าเมื่อมาถึงบนเตียงอวิ๋นอี้กลับสดชื่นขึ้นมา

            ในห้องเตรียมน้ำแข็งเตรียมไว้เพื่อไล่ความร้อนวางลงบนโต๊ะข้างเตียง บางครามีลมพัดเข้ามาระหว่างรอยแยกเล็กๆของประตูและหน้าต่างที่ปิดอยู่ อากาศเย็นพัดผ่านแก้ม ทำให้คนรู้สึกสบาย

            อวิ๋นอี้สวมผ้าบางๆ อย่างสบายนางเงยหน้าขึ้นและมองไปยังหรงซิวที่กำลังนอนอยู่ข้างๆเมื่อเห็นบุรุษหนุ่มยิ้มให้นาง ใบหน้าของนางพลันแดงด้วยความเขินอายนางยื่นนิ้วออกไปสะกิดเขา

            นิ้วของนางถูกหรงซิวบีบไว้แล้วดึงไปที่ริมฝีปาก จูบสองครา

            น้ำเสียงคลุมเครือ แผดเผาใบหู

            บุรุษหนุ่มแข็งแกร่งรู้ว่าเทียบเขามิได้ อวิ๋นอี้ไม่ดิ้นรนอีกต่อไปเพียงพูดเกี่ยวกับความสงสัยของนางว่า "ฝ่าบาทเพคะราชวงศ์เป่ยหมิงมีคำสาปกระไรกัน"

            ทุกคราที่นางเรียกว่าฝ่าบาทด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทำให้เลือดพุ่งปรี๊ดไปที่หัวเขาได้ทุกนาที

            หรงซิวหน้าท้องเกร็ง กัดมือของนางแล้วพูดด้วยเสียงแหบ "พูดดีๆ หน่อย"

            "ข้าพูดดีๆอยู่นี่เพคะ!" นางพูดอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงของนางอ่อนลงและเย้ายวน

            หรงซิวสูดหายใจเข้าลึกๆ จู่ๆก็พลิกตัวไปกดทับบนตัวนางอย่างรวดเร็ว ท่าทางของบุรุษที่ทับสตรีและร่างกายที่ชิดกัน ทำนางตกใจจนเบิกตาโพลง มองลอกแลกไปมา

            เขาบีบจมูกนาง “พูดจริงจังหน่อยอย่าเย้ายวนข้า จุดไฟข้าขึ้นมาอย่ามาโทษว่าข้าทำเจ้าตั้งแต่ตอนกลางวัน!”

            อีกแล้ว

            ในสมองมิมีเรื่องอื่นเลยทั้งวี่ทั้งวัน!

            อยู่อย่างสุนัข หน้าซื่อใจเดรัจฉานหมาป่าร่างแกะ นั่นล่ะเขา!

            ในใจของอวิ๋นอี้มีแต่การบ่นทว่านางไม่กล้าเผชิญหน้ากับบุรุษหนุ่ม การร้องไห้ทั้งคืนนั้นนางยังจำมันได้ดี!

            นางกระแอมในลำคอและแสร้งทำพูดเข้ม“บอกข้าเกี่ยวกับคำสาปนั้นหน่อย”

            หรงซิวเห็นว่านางมีความกระหายในความรู้อย่างมากมิมีกระไรต้องปิด อย่างไรตาม คำสาปนั้นเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว

            “ที่มาของคำสาปนั้นเกี่ยวข้องกับการจักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์เป่ยหมิงว่ากันว่าจักรพรรดิผู้ก่อตั้งและเพื่อนๆ สู้รบทั่วหล้ามาด้วยกันต่อมาหลังจากที่เขาประสบความสำเร็จ จักรพรรดิได้เรียกเพื่อนเหล่านั้นเข้าวังไปอย่างผิดปกติบอกว่าอยากดื่มด้วยกันเพื่อรำลึกถึงวันเก่าๆ ทว่าปัญหากลับเกิดขึ้นที่เหล้าเป็นเหล้าพิษ องค์จักรพรรดิทานยาแพ้พิษเข้าไปก่อน เขาจึงไม่ตาย คนอื่นๆกลับถูกพิษตายกันหมด”

            “ห๊ะ?” อวิ๋นอี้ตกใจ“เหตุใดจึงทำเช่นนั้นเพคะ? เกรงว่าพวกเขาจะคุกคามถึงตำแหน่งหรือ?”

            หรงซิวเคาะปลายจมูกของนาง"มิได้โง่นี่"

            “หลังจากนั้นเล่าเพคะ?” อวิ๋นอี้ถามอย่างร้อนใจ “ผลเล่าเพคะ? พวกเขาตายกันหมดเลยหรือ?”

            หรงซิวพยักหน้า“บุรุษหากโหดเหี้ยมขึ้นมา มิมีกระไรที่เขาไม่กล้าทำ เพื่อนหลายคนรู้ว่าถูกวางยาพิษจึงถามเขาว่าเพราะเหตุใดกันพวกเขาต้องการโน้มน้าวพระองค์ ทว่าจักรพรรดิตั้งใจไว้แล้วว่าจะเอาพวกเขาถึงตายพระองค์ได้สั่งคนให้เตรียมบ่อดินไว้แล้ว สั่งให้ขนพวกเขาไปฝังทั้งเป็น"

            “ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ!"อวิ๋นอี้กัดฟัน "แล้วคำสาปเล่าเพคะ?"

            “ในตอนที่พวกเขาถูกฝังเป็นมีเพื่อนคนหนึ่งสาบานด้วยใจอาฆาต แล้วคนอื่นๆ ก็ค่อยๆ ตะโกนกันออกมาสุดท้ายพวกเขาก็ตาย” หรงซิวกอดนางแน่นขึ้นเล็กน้อย “คร่าวๆ คือสาปแช่งว่าทายาทของจักรพรรดิจะฆ่ากันเองและตายอย่างอนาถ”

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505