ตอนที่ 27 เจ้านายทึ่มเกินไป
กู้ม่อหลินดูเหมือนเข้าใจท่าทางที่เสี่ยวปิงพยายามจะสื่อจึงรีบอธิบาย “ของที่เขาทำอร่อยมาก ฉันก็แค่อยากเป็นเพื่อนกับเขา ถ้าเขายินดีมาเป็นเชฟที่บ้านเรา งั้นต่อไปเราก็จะได้กินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันไม่ใช่เหรอ”
เดิมทีเสี่ยวปิงจะยืนกรานตามการตัดสินใจของตัวเอง ไม่คิดจะเปิดเผยรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับเสี่ยวเหอเหอให้คนตรงหน้าที่สูญเสียความน่าเชื่อถือไปแล้ว แต่คำพูดในตอนท้ายของกู้ม่อหลินกลับแทงเข้าจุดอ่อนของมัน
เหตุผลที่เสี่ยวปิงอยากแนะนำเสี่ยวเหอเหอให้กับเจ้านายของมันก็เพื่อจะเก็บเสี่ยวเหอเหอไว้ไม่ใช่เหรอ
แต่ถ้าดึงตัวเสี่ยวเหอเหอมาเป็นเชฟที่บ้านพวกเขาได้ ก็เท่ากับเป็นการเก็บเสี่ยวเหอเหอไว้ข้างตัวได้ไม่ต่างกันนี่นา
อีกอย่างท่าทีเย็นชาแข็งกระด้างของเจ้านายก็ไม่เป็นที่ถูกใจของคนอื่นสักนิด ส่วนเสี่ยวเหอเหอก็ยังไม่รู้ว่าจะชอบเขาไหม
ถ้าเสี่ยวเหอเหอไม่ชอบเจ้านายของมันจริงๆ เช่นนั้นแผนการก่อนหน้านี้ของมันไม่ใช่ว่าล้มไม่เป็นท่าหรอกเหรอ ไม่สู้เอาอย่างที่เพื่อนตัวน้อยว่า เชิญเสี่ยวเหอเหอมาเป็นเชฟที่บ้านของพวกเขาดีกว่า แบบนี้มันก็จะได้อยู่กับเสี่ยวเหอเหอทุกวัน
เทียบกับการให้เจ้านายไปไล่จับเสี่ยวเหอเหอแล้ว เห็นได้ชัดว่าอย่างหลังสำเร็จได้ง่ายกว่า
เสี่ยวปิงชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้ของทั้งสองทางอย่างรอบคอบ ในที่สุดก็พบว่าการเชิญเสี่ยวเหอเหอมาโดยตรงนั้นง่ายกว่าจริงๆ
และต่อให้เสี่ยวเหอเหอปฏิเสธคำขอของพวกเขา ถึงตอนนั้นก็ยังให้เจ้านายไปพยายามตามจีบเสี่ยวเหอเหอได้
หลังจากคิดกลับไปกลับมาอย่างรอบคอบแล้ว เสี่ยวปิงก็เอนเอียงไปทางให้กู้ม่อหลินไปหาเสี่ยวเหอเหอ แต่ทันทีที่คิดว่าเพื่อนตัวน้อยที่น่ารังเกียจนี่ขโมยขนมทั้งหมดที่เสี่ยวเหอเหอทำให้มัน มันก็รู้สึกว่าแบบนี้ไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก
“อ๋าววว...” ฉันจะไม่บอกที่อยู่ของเสี่ยวเหอเหอกับนาย เว้นแต่...นายจะคายขนมทั้งหมดของฉันออกมา
เสี่ยวปิงหันหัวไปไม่สนใจกู้ม่อหลิน เตรียมไปหาเจ้านายของตัวเองต่อ มันต้องเตรียมการไว้สองทางถึงจะดี
ถ้าเจ้านายของมันออกแรงสักหน่อย เช่นนั้นเสี่ยวเหอเหอก็จะได้เป็นคนตระกูลกู้ เทียบกันแล้วปลอดภัยกว่าการเป็นเชฟอีก
เมื่อกู้ม่อหลินเห็นท่าทีของเสี่ยวปิงก็รู้ว่าพฤติกรรมของตัวเองเมื่อครู่ต้องสร้างความหงุดหงิดให้มันแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มองเขาด้วยสายตาเย็นชาขนาดนี้ เขาจึงเริ่มท้อแท้ขึ้นมา
เวลานี้เสี่ยวหั่วที่นอนอาบแดดอยู่ข้างๆ แม้ฟ้าผ่าก็ไม่ขยับราวกับไม่ถูกสิ่งใดรอบตัวรบกวนแม้แต่น้อยกลับลุกขึ้นมา ใช้หัวโตๆ ถูไถกู้ม่อหลินเหมือนกับจะปลอบใจเขา
กู้ม่อหลินรู้สึกปลื้มใจมาก รีบยื่นมือไปกอดหัวใหญ่ๆ ของเสี่ยวหั่วและพูดอย่างซาบซึ้ง “เสี่ยวหั่วดีที่สุดจริงๆ ด้วย”
ดวงตาคู่แดงของเสี่ยวหั่วฉายแววอ่อนใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ปล่อยให้กู้ม่อหลินกอดไว้
...
“ผมขอจบไลฟ์ของวันนี้แต่เพียงเท่านี้นะครับ พรุ่งนี้ผมอยากจะออกไปข้างนอกสักหน่อย ถ้าทุกคนไม่ว่าอะไร เราไลฟ์กันนอกสถานที่ได้นะ” เมื่อจบการไลฟ์ ถังเหอจึงขอความคิดเห็นจากเหล่าแฟนคลับ
คราวที่แล้วเขาอยากไปป่าม่อยวน แต่ดันบังเอิญเจอเสี่ยวอิ๋นเสียก่อนแผนจึงชะงักไป ตอนนี้มันจึงถูกเอากลับมาพิจารณาอีกครั้ง
‘นอกสถานที่เหรอ พี่ชายเจ้าของช่องจะไปที่ไหน จะได้เจอกันโดยบังเอิญไหมนะ ตั้งตารอing’
‘ไลฟ์กลางแจ้งเหรอ พวกเราไม่ว่าอะไรเลย ขอแค่พี่ชายไลฟ์ได้ก็พอแล้ว’
‘พี่ชาย แล้วเราจะไลฟ์กลางแจ้งกันด้วยเนื้อหาอะไรเหรอ จะทำของอร่อยอีกไหม (น้ำลายไหล.jpg)’
“พรุ่งนี้ผมตั้งใจจะไปเดินป่า ถ้าหาวัตถุดิบกินได้ที่นั่นได้ก็คงทำอาหารตรงนั้นเลย” ถังเหอตอบคำถามของเหล่าแฟนคลับทีละข้อ
‘ในป่ามีวัตถุดิบที่กินได้ด้วยเหรอ แถวบ้านฉันมีป่าผืนใหญ่ที่หนึ่งนะ งั้นเท่ากับว่าฉันกำลังเฝ้าวัตถุดิบมากมายโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่าเนี่ย’
‘ตั้งตารอไลฟ์พรุ่งนี้ อยากรู้จังว่าในป่ามีของอะไรที่กินได้บ้าง เอาไว้ฉันจะไปหาด้วย แบบนี้คงประหยัดเงินไปได้เยอะเลย’
“ทรัพยากรในป่าอุดมสมบูรณ์มาก ของที่กินได้มีมากมาย แต่พืชมีพิษก็มีมากเหมือนกัน ถ้าทุกคนอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าพืชจะปลอดภัยหรือเปล่า พยายามอย่าแตะต้องของพวกนั้นดีกว่าจะได้ไม่ถูกพิษนะ” ถังเหอกำชับทุกคนอย่างจริงจัง ห้ามไม่ให้ทุกคนวิ่งเข้าป่าไปหาวัตถุดิบเพราะความสนใจชั่ววูบ ถ้ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นคงไม่ดี
หลังจากแจ้งเนื้อหาและกำหนดการไลฟ์ในวันพรุ่งนี้ให้แฟนๆ ทราบแล้ว ถังเหอก็ปิดไลฟ์ไป และเตรียมตัวสำหรับการออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
“อ๋าว…” เสี่ยวเหอเหอ ฉันก็อยากไปกับนายด้วย ฉันปกป้องนายได้นะ เสี่ยวอิ๋นอาสาก่อนใคร
“ได้ พานายไปด้วย” ถังเหอลูบหัวเสี่ยวอิ๋นและพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่พอถึงแล้วจะวิ่งเพ่นพ่านไม่ได้นะรู้ไหม”
อ๋าววว…” เข้าใจแล้ว เสี่ยวอิ๋นพยักหน้าตอบรับในทันที