เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จเฟยหรงเปิดประตูแล้วออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เป็เวลาใน่เย็นแล้วจึงไม่ค่อยมีคนมากนักดังนั้นเฟยหรงจึงเดินสูดอากาศได้อย่างสะดวกและไม่มีใครมารบกวน เขาเดินชมวิวทิวทัศน์ในตระกูลอยู่ครู่ใหญ่เกินจะเดินไปหาปู่ของเขาที่ห้องของผู้นำตระกูล
"ก๊อกๆๆ!"
"ท่านปู่ขอรับ หลานเข้าไปได้หรือไม่"เฟยหรงกล่าวถามเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูแล้ว
"หรงหรง เ้าจะออกมาเดินเช่นนี้ได้อย่างไร เ้าาเ็อยู่ ไม่ ใช่.........."เมื่อเปิดประตูออกมาภาพเบื้องหน้าทำให้เฟยหงตาเบิกกว้าง หลานชายของเขาในตอนนี้ดูมีมีเนื้อมีหนังกว่าแต่ก่อนแถมรอบฟกซ้ำก็หายไปหมดแล้ว
"ฮุฮุ ท่านปู่ข้าไม่ได้เป็อะไรแล้วแถมตบะของข้ายังเพิ่มเป็ปราณแรกเริ่มขึ้นสามอีกด้วย"เฟยหรงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เขาไม่ได้อยากโกหกปู่ของตัวเองไปเช่นนี้ก็จริง แต่จะบอกว่าตัวเองกลับชาติมาเกิดมันก็ดูบ้าบอจนเกินไปดีไม่ดีปู่ของเขาอาจจะหาว่าเขาบ้าก็ได้
"เยี่ยมมากหลานปู่!! ในที่สุดหลังจากผ่านมาหลายปีเ้าก็ขึ้นระดับสามเสียทีไม่ต้องกังวลไปต่อให้เ้าบ่มเพาะพลังช้าหรือเร็วปู่ก็จะคอยสนับสนุน"เฟยหรงรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกหลังจากได้ยินคำกล่าว แม้จะรู้สึกผิดที่ต้องโกหกปู่ของตนก็เถอะแต่มันก็ไม่มีทางเลือก ในโลกใบนี้ผู้ที่เปิดเผยความแข็งแกร่งไม่น่ากลัวเท่าเสือซ่อนัซุ้ม และเขาเองหากไม่จำเป็ก็จะไม่เปิดเผยความแข็งแกร่งให้ใครเห็นง่ายๆอย่างแน่นอน
"ท่านไม่ถามข้าหรือว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้"เขาหันไปมองหน้าผู้เป็ปู่พร้อมกล่าว"ไม่สำคัญๆทุกคนล้วนแต่มีเื่ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น หลานเองก็เช่นกันหากหลานอยากบอกปู่ก็จะรับฟังแต่หากหลานไม่บอกปู่เองก็ไม่อยากจะคาดคั้น"เฟยหงกล่าวพร้อมเอามือไปลูบหัวของหลานชายอย่างแ่เบาก่อนจะกล่าวเสริมอีกว่า "มาๆวันนี้เป็วันดี ปู่จะพาเ้าไปเลือกเคล็ดวิชาที่หอตำรา"
กล่าวจบก็ดึงมือเฟยหรงไปทันที ในเวลานี้เฟยหงมีแต่ความปิติยินดีในใจอย่างบอกไม่ถูก หลานของเขาผ่านเกณฑ์ที่จะรับเคล็ดวิชาแล้วจะให้เขาไม่ดีใจได้อย่างไร
"ท่านผู้นำ มาหอทักษะมีเื่อันใดหรือขอรับ"เมื่อมาถึงหอทักษะผู้าุโประจำหอทักษะเฟยจิวหลงทำความเคารพเฟยหงอย่างนอบน้อม
"หลานชายของข้ามาถึงระดับแรกเริ่มขั้นสามแล้วแน่นอนว่าต้องมาหาตำราให้เขา"เฟยจิวหลงเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็พลันหันหน้าไปหาเฟยหรงพร้อมทั้งพยักหน้าเชิงยอมรับ
ในหอทักษะนี้มีแต่ผู้ที่มีความสามารถระดับแรกเริ่มขั้นที่สามขึ้นไปเท่านั้นถึงจะเข้าได้แต่ก็เข้าได้เพียงชั้นแรกเท่านั้นซึ่งจะมีทักษะระดับเหลืองไปถึงม่วง ส่วนชั้นที่สองจำเป็ต้องมีระดับห้าขึ้นไปและภายในจะมีเพียงตำราระดับดำ ส่วนชั้นที่สามนั้นคือชั้นที่สำคัญที่สุดจะมีเพียงแค่ผู้นำตระกูล ผู้าุโ และยอดอัจฉริยะสิบคนของตระกูลถึงจะเข้าไปได้ภายในมีตำราทักษะระดับปฐีอยู่และเป็ตำราที่ดีที่สูงสุดของตระกูลอีกด้วย ซึ่งกฏทุกข้อนี้เฟยหรงและเฟยหงรู้ดีและจะไม่ทำผิดกฏอย่างแน่นอนแม้ว่าพวกเขาจะเป็ผู้นำตระกูลและนายน้อยก็ตาม
"ถ้าเช่นนั้นนายน้อยเชิญ ท่านสามารถเลือกตำราชั้นแรกได้สามเล่มระยะเวลาการยืมคือสามเดือน"ผู้าุโกล่าว เฟยหรงก็ทำความเคารพผู้าุโอย่างน้อมน้อมเเละเดินเข้าไปข้างในเพื่อหาทักษะในทันทีและก็เป็อย่างที่คิดในชั้นแรกมีเพียงทักษะระดับเหลืองและระดับม่วงซึ่งมันทำให้เฟยหรงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แม้จะได้ชื่อว่าเป็ตระกูลใหญ่แห่งเยียนจิงแต่กลับมีตำราทักษะระดับสูงสุดเพียงแค่ปฐีเท่านั้นแถมยังมีไม่ถึงสิบเล่มด้วยซ้ำ เขารู้สึกว่าตระกูลนี้ยากจนเกินไปจริงๆ
"เอาเถอะ เลือกวิชาไว้ตบตาพวกคนอื่นๆหน่อยก็ดี จะให้ใช้ทักษะระดับ์ตอนนี้ก็ยังไม่ได้พลังปราณข้ามีน้อยเกินไปใช้ได้แค่ทักษะบ่มเพาะเท่านั้น"เฟยหรงส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาหยิบตำราทักษะมาดูทักษะแล้วทักษะเล่าแต่ไม่มีทักษะใดที่มันเข้าตาเขาเลยแม้แต่น้อย
"ตำรากระบี่อัคคีโชติ่ ท่าร่างมายา ฝ่ามือะเิ เอาสามทักษะนี้แล้วกันถ้าข้าดัดแปลงมันอาจจะไปถึงทักษะระดับปฐีได้เลย"เฟยหรงเลือกทักษะระดับม่วงมาสามอย่างแน่นอนว่าจะเอามาใช้ตบตาผู้อื่นและใช้ประลองนั่นเอง เพราะหากเกิดการต่อสู้กันจริงๆในความทรงจำของเขามีทักษะอีกมากมายให้ใช้และมันรุนแรงกว่าทักษะที่เขาเลือกราวขุนเขากับฝุ่นผง
เขาเดินออกมาก่อนจะยื่นทักษะวิชาให้กับเฟยจิวหลงได้ดูซึ่งเขาก็ทำการจดรายชื่อตำราและผู้ขอยืมอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งคืนให้เฟยหรง
"โอ้ นี่หลานอยากเป็มือกระบี่งั้นหรือ ถึงได้เลือกกระบี่อัคคีโชติ่มา"ในระหว่างเดินกลับ เฟยหงกล่าวถามในทันที
"แน่นอนขอรับ ใครๆก็อยากจะเป็มือกระบี่กันทั้งนั้นไม่ใช่หรือข้าเองก็เช่นกัน"เฟยหรงกล่าว
"ฮ่าๆๆมันก็จริง มือกระบี่นั้นทั้งสง่างามและเก่งกาจ ดังนั้นจึงมีผู้ที่อยากจะเป็มากมาย ในอดีตพ่อของเ้าก็เป็มือกระบี่เช่นกันแถมยังเก่งกาจมากอีกด้วย"เฟยหงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
"เอ๊ะ.......ท่านพ่อหรือขอรับจะว่าไปท่านไม่เคยเล่าเื่ท่านพ่อกับท่านแม่ให้ข้าฟังเลยนี่ ท่านช่วยเหล่าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ขอรับท่านปู่"เฟยหรงกล่าวพร้อมทำแววตาอ้อนวอน
"เอ่อ....เื่นี้รอให้เ้าไปถึงระดับผสานแก่นลมปราณแล้วข้าจะบอกเ้าแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม"เฟยหงตั้งเงื่อนไข เื่นี้ต้องโทษเขาเองที่ปากพล่อยเกินไป
"เอ๋.......เช่นนั้นท่านรับปากแล้วนะ ท่านคอยดูแล้วกันข้าจะทำให้ท่านตกตะลึงเลยทีเดียว"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยท่าทีขบขัน สำหรับเขาแค่ผสานแก่นลมปราณไม่ใช่เื่มากมายอะไร หากเขามีทรัพยากรณ์ดีๆและตั้งใจบ่มเพาะแค่สามเดือนเขาก็ไปถึงแล้ว
"เหอะๆเ้าเด็กแสบ ตั้งใจฝึกแล้วกันปู่จะคอยดูว่าหลานจะทำให้ปู่อึ้งได้อย่างไร"เฟยหงกล่าวพร้อมเอามือมาเคาะของเฟยหรงเบาๆก่อนที่ทั้งสองจะเดินกลับเรือนของพวกเขาไป