“เ้าจะไปไหนน่ะ ลู่ผาย” องค์ชายหกทรงทักเมื่อเห็นลู่ผายกำลังจะขี่ม้าไปไหนสักที่
“องค์ชายหก!เอ่อ คือ กระหม่อม….” ผิงหลางไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี
“เ้าจะเดินทางไปที่แคว้นหลีเพื่อไปรายงานเื่ที่เสด็จพี่สามและหยางสือกำลังวางแผนคิดต่อต้านอำนาจของพระองค์ใช่หรือไม่ผิงหลาง” องค์ชายหกตรัส
“พระองค์ทรงทราบว่าหม่อมฉันคือผิงหลางนานแล้วใช่หรือไม่เพคะ”ผิงหลางฟังจากน้ำเสียงของฝ่ายชาย
“เราไม่แน่ใจว่าเป็เ้าหรอกจนเสิ่นหงรายงานพฤติกรรมของเ้าเมื่ออยู่ในห้องกับนางเ้าจ้างให้นางแสร้งส่งเสียงเหมือนมีอะไรกันกับเ้าเพื่อไม่ให้เราสงสัยแล้วเ้าก็แอบลอบไปที่ห้องประชุมขุนนาง” องค์ชายหกตรัสเผย
“แล้วยังไงเพคะ” ผิงหลางเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไง
“ทำไมเ้าถึงกล้าคิดทรยศแผ่นดินฉินแบบนี้ล่ะเ้าลอบสังหารองค์รัชทายาทยังไม่พอ ยังคิดจะทำร้ายเสด็จพี่สามอีก” องค์ชายหกทรงกริ้ว
“หม่อมฉันไม่ได้ทำร้ายองค์รัชทายาทคนที่บงการสังหารตัวจริงคือองค์ชายสามต่างหากเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“นี่เ้ากล้าพูดปรักปรำเสด็จพี่สามเลยอย่างนั้นหรือ”องค์ชายหกทรงนึกไม่ถึง
“หากพระองค์ทรงปักพระทัยเชื่อเช่นนั้นไปแล้วความจริงพระองค์ทรงไม่จำเป็ต้องรอฟังคำอธิบายจากหม่อมฉันก็ได้นะเพคะ” ผิงหลางนึกน้อยใจ
“ที่แท้เ้าก็แอบฟังเื่ที่เราคุยกับเผิงเจินที่หอคณิกาด้วยสินะ”องค์ชายหกทรงคาดเดา
“ทรงทุ่มทุนจ้างจอมยุทธ์บุปผาให้ออกตามล่าหม่อมฉันเพียงเพื่อแก้แค้นทรงให้เกียรติหม่อมฉันจริงๆ นะเพคะ” ผิงหลางกล่าวประชด
“เราจะจับเ้าไปลงโทษเอง”องค์ชายหกตรัสเสียงเย็น
ผิงหลางคิดในใจว่า “ไม่มีเวลาแล้วหากข้าถูกจับไปไต่สวน กว่าศาลจะตัดสินคงอีกนาน ท่านหยางสืออาจไม่รอดข้าจำเป็ต้องใช้ะเิควันซะแล้ว” ไวเท่าความคิดนางรีบใช้ะเิควันหลบหนีทันที
“น่าเจ็บใจนัก นางหนีไปแล้วตอนนี้เรารีบไปเตือนเสด็จพี่สามดีกว่า” องค์ชายหกทรงเจ็บพระทัยที่จับคนร้ายอย่างผิงหลางไม่ได้
******************************
ในคืนเดียวกันองค์ชายหกทรงรีบขี่ม้าไปที่ฐานลับขององค์ชายสามพระองค์ทรงทราบที่ซ่อนของเสด็จพี่สามแต่แสร้งทำเป็ไม่สนพระทัยเพื่อไม่ให้ฝ่าาทรงสงสัย
พอเสด็จมาถึงที่พำนักขององค์ชายสามองค์ชายหกทรงไม่รอช้ารีบแอบะโขึ้นไปบนหลังคาทันทีพระองค์ทรงเดินเลาะหลังคาแล้วมาหยุดอยู่ตรงห้องบรรทมของเสด็จพี่สาม แต่ทว่า
“นั่นฝ่าานี่เหตุใดพระองค์ถึงเสด็จมาถึงที่นี่” องค์ชายหกทรงะโไปตรงระเบียงแล้วเจาะผนังหน้าต่างเพื่อลอบแอบฟังชายสูงศักดิ์ตรัสคุยกัน
“ถวายบังคมพะย่ะค่ะฝ่าา ทรงมาพบกระหม่อมถึงที่นี่เลยงั้นหรือ”องค์ชายสามทรงแปลกพระทัยที่ฝ่าาทรงเสด็จเข้ามาเยี่ยมถึงในห้องบรรทมของพระองค์
“เราขอบใจมากที่เ้าจงรักภักดีต่อเราและคอยช่วยสนับสนุนเราเสมอมา แม้จะต้องปลงพระชนม์องค์รัชทายาทเ้าก็ยอมทำเพื่อเรา”ฝ่าาทรงซึ้งพระทัย
“กระหม่อมพร้อมที่จะสนับสนุนพระองค์อย่างเต็มที่พะย่ะค่ะ”องค์ชายสามตรัสด้วยความจงรักภักดี
“หยางสืออยู่ที่ไหนแล้ว” ฝ่าาตรัส
“ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีทรงจับกุมตัวเขาไปที่แคว้นหลีแล้วพะย่ะค่ะ”องค์ชายสามทรงรายงาน
“หยางสือจะยอมเปิดปากอย่างนั้นหรือ”ฝ่าาทรงกังวล
“ท่านอ๋องทรงมีวิชามนตร์ดำคงมีวิธีพะย่ะค่ะ คราวนี้พวกเราจะได้รู้กันว่าน้องหกได้ร่วมขบวนการหรือไม่”องค์ชายสามตรัส
“รายนั้นก็ดูยากเหลือเกิน วันๆไม่ทำอะไร ทำเพียงทำงานตามที่เราสั่งไปวันๆ พอเสร็จก็เที่ยวผู้หญิงทำตัวสำมะเลเทเมาแบบนี้ ขุนนางคนไหนก็ไม่กล้าสนับสนุนเขาขึ้นเป็ใหญ่หรอก” ฝ่าาทรงส่ายพระพักตร์ให้กับพระอนุชาองค์เล็กสุด
“โชคดีที่กระหม่อมกับชิงไห่ร่วมมือกันกำจัดบัณฑิตมู่เหรินฟุไปเสียก่อนไม่เช่นนั้นหากมู่เหรินฟุร่วมมือกับหยางสือคอยรวบรวมผู้มีฝีมือพวกเราจะกำจัดกลุ่มฏได้ยากกว่านี้พะย่ะค่ะ” องค์ชายสามตรัส
“ตอนนี้คงไม่มีใครกล้าคิดเป็ปรปักษ์ต่อเราและเพื่อตัดไฟั้แ่ต้นลม เอาไว้รอฮองเฮาคลอดลูกเมื่อไหร่นางจะทำพิธีสืบหาคนที่มีดวงเป็ใหญ่เหนือเราให้ เราค่อยกำจัดพวกมันตอนนั้นคงไม่สาย”ฝ่าาตรัส
“ทรงจะบรรทมที่นี่หรือไม่พะย่ะค่ะ”องค์ชายสามทรงเห็นว่าดึกมากแล้ว
“ไม่เป็ไรเราต้องรีบเดินทางกลับวังฮองเฮากำลังจัดพิธีคัดเลือกสนมให้เราโดยใช้วิธีตรวจดวงชะตาของพวกนางเหล่าขุนนางพากันสนใจไปดูพิธีนี้นี่ถือเป็การช่วยถ่วงเวลาไม่ให้ขุนนางขอพบเราใน่นี้จึงไม่มีใครล่วงรู้ว่าเราลอบออกนอกวังเพื่อมาหาเ้า” ฝ่าาตรัส
“ทรงถนอมพระวรกายด้วยพะย่ะค่ะ”องค์ชายสามตรัสด้วยความเป็ห่วงเพราะทรงเห็นฝ่าาทรงเสด็จเดินทางโดยไม่พัก
“หากเรากำจัดผู้ที่เป็ปรปักษ์ต่อเราได้ทั้งหมดเมื่อไหร่เราจะแต่งตั้งเ้าเป็อ๋องสามนะ” ฝ่าาทรงไว้พระทัยองค์ชายสาม
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วพะย่ะค่ะ”องค์ชายสามทรงดีพระทัยที่ฝ่าาทรงจะมอบอำนาจให้พระองค์
“เราไปล่ะ ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย”ฝ่าาทรงตบไปที่ไหล่ของพระอนุชาเบาๆ แล้วเสด็จจากไปทันที
“พะย่ะค่ะ” องค์ชายสามทรงรับคำ
ฝ่าาทรงรีบทรงม้าเร็วกลับวังพร้อมกับทหารองครักษ์สองคนทันที
ส่วนองค์ชายสามก็ทรงบรรทมหลับปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
องค์ชายหกทรงรู้สึกผิดหวังในตัวพระเชษฐาเป็อย่างมากทรงดำริว่า “เราเข้าใจเ้าผิดไป ผิงหลาง แสดงว่าเ้าต้องรู้ว่าหยางสือถูกจับตัวไปเ้าคงคิดไปช่วยเขาสินะ ไม่ได้การแล้วเราต้องรีบไปแคว้นหลีตอนนี้”
******************************
เจ็ดวันผ่านไป
หยางสือถูกทรมานร่างกายจนได้รับาเ็สาหัสแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เปิดปากบอกถึงผู้ร่วมอุดมการณ์ดังนั้นท่านอ๋องจึงทรงใช้วิธีไสยศาสตร์นั่นก็คือให้หยางสือดื่มน้ำคุณไสยเพื่อให้เขายอมบอกความจริงทุกอย่าง
ทหารบังคับให้หยางสือดื่มน้ำดังกล่าวจนหมดนั่นจึงทำให้หยางสือยอมพูดจนหมดเปลือกอย่างคนไร้สติ
“จงบอกมามีใครร่วมมือกับเ้าอีก”ท่านอ๋องตรัสถาม
หยางสือเหมือนถูกสะกดจิตเขายอมพูดทุกอย่างจริงๆ “ข้าเพิ่งเริ่มคิดรวบรวมกำลังพล ตอนนี้ยังไม่มีใครร่วมมือกับข้าข้าก็เลยออกตามหาองค์ชายสาม ท่านจอมยุทธ์ชิงไห่ และท่านบัณฑิตมู่เหรินฟุแต่สุดท้ายทั้งจอมยุทธ์และบัณฑิตก็ตายไปเสียแล้วไม่เพียงเท่านั้นองค์ชายสามยังสวามิภักดิ์ต่อฝ่าาพระองค์นี้อีกข้ายังไม่รู้เลยว่าจะหาใครมาเป็พรรคพวกด้วย”
“องค์ชายหกล่ะ” ท่านอ๋องตรัสถามอีก
“ข้าไม่กล้าชวนองค์ชายหกหรอกพระองค์ทรงไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง” หยางสือกล่าว
“ในเมื่อตอนนี้เ้าหมดประโยชน์แล้วทหารฆ่ามันทิ้งเสีย” ท่านอ๋องตรัสสั่งทหาร
“พะย่ะค่ะ” ทหารรีบชักดาบหมายจะฟันคอท่านหยางสือให้ตาย
“ช้าก่อนเพคะ” ผิงหลางรีบปรากฏตัว
“ผิงหลางเ้ายอมมาหาเราเองเลยงั้นหรือ” ท่านอ๋องทรงดีพระทัย
“ทรงยอมปล่อยท่านหยางสือไปได้มั้ยเพคะ”ผิงหลางขอร้องดีๆ
“มันเป็เสี้ยนหนามของเราหากไม่กำจัดมันตอนนี้ มันคงเป็หนามยอกอกของเราไปอีกนาน” ท่านอ๋องทรงต้องตัดไฟั้แ่ต้นลม
“หม่อมฉันยินยอมทำทุกอย่างขอเพียงยอมปล่อยท่านหยางสือไปเพคะ” ผิงหลางไม่รู้ว่าจะช่วยท่านหยางสือได้ยังไงจึงเลือกวิธีนี้
“มันเป็คนรักของเ้าอย่างนั้นหรือเ้าถึงยอมเสียสละตัวเองถึงเพียงนี้” ท่านอ๋องทรงสงสัย
“ท่านหยางสือเป็คนดีหม่อมฉันไม่อยากเห็นพระองค์ทรงเข่นฆ่าคนดีเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“ก็ได้! ทหารจับตัวนางไปที่ตำหนักพระสนม”ท่านอ๋องตรัสสั่ง
“ช้าก่อนเพคะ ได้โปรดทำให้ท่านหยางสือกลับมาเป็ปกติด้วยเพคะ”ผิงหลางรู้ดีว่าท่านหยางสือไม่เป็ตัวของตัวเอง
“ยานั่นมีฤทธิ์ชั่วคราวเท่านั้นเช้าวันรุ่งขึ้นเดี๋ยวเขาก็หายเอง” ท่านอ๋องตรัสอย่างไม่ยี่หระ
“แล้วหม่อมฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าหยางสือจะปลอดภัยเพคะ” ผิงหลางระแวง
“วันพรุ่งนี้ เ้าจะเห็นเองไปได้แล้ว” ท่านอ๋องทรงี้เีอธิบาย
ผิงหลางถูกพาตัวไปที่ตำหนักพระสนมนางคิดในใจว่า “หวังว่าพระองค์ทรงจะไม่ตระบัดสัตย์หรอกนะเพคะ”
******************************
ณ ตำหนักพระสนม
ผิงหลางเดินไปเดินมาทั้งคืนด้วยความวิตกกังวล
“รอเราอยู่อย่างนั้นหรือทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ” ท่านอ๋องเสด็จเข้าไปใกล้หญิงสาว
ผิงหลางใมากนางรีบถอยหลังหนีทันทีและกล่าวว่า “พระองค์ทรงมาหาหม่อมฉันมีอะไรหรือเปล่าเพคะ”
“เรายอมไม่ทำร้ายหยางสือให้เ้าแล้วเ้าเองก็ต้องยอมเราบ้างสิ” ท่านอ๋องทรงทวงเงื่อนไข
“ไม่ใช่คืนนี้เพคะ” ผิงหลางกำลังคิดหาทางถ่วงเวลา
“เราก็แค่นำน้ำซุปมาให้เ้าดื่มเท่านั้นเอง”ท่านอ๋องตรัสยิ้มๆหลังจากนั้นก็พยักพระพักตร์ให้นางกำนัลยกถ้วยน้ำซุปมาให้ผิงหลางดื่ม
ผิงหลางรับถ้วยน้ำซุปมาด้วยความหวาดระแวง
“กลัวเราวางยาอย่างนั้นหรือ”ท่านอ๋องทรงดูออกว่าหญิงสาวลังเลที่จะดื่ม
“หม่อมฉันดื่มก็ได้เพคะ” ผิงหลางยอมดื่มแต่โดยดี
และนั่นก็ทำให้ผิงหลางมีอาการไร้สติเหมือนกับท่านหยางสือไม่มีผิด
“มานั่งข้างๆ เราสิ” ท่านอ๋องตรัสสั่ง
ผิงหลางเหมือนต้องมนตร์สะกดนางยอมนั่งบนเตียงเคียงข้างพระองค์อย่างว่าง่าย
“จุมพิตเราสิผิงหลาง” ท่านอ๋องตรัสสั่งอีก
ผิงหลางยอมยื่นหน้าเข้าไปใกล้พระองค์แต่โดยดี
จนทั้งสองได้ประกบจูบกัน พอจูบกันนานพอสมควรเมื่อท่านอ๋องทรงพอพระทัยแล้วจึงยอมเป็ฝ่ายผละออกคราวนี้พระองค์ทรงจับหญิงสาวนอนบนเตียงดีๆ
“แค่นี้เ้าก็เป็ของเราแล้วผิงหลาง” ท่านอ๋องทรงสมพระทัย
ท่านอ๋องทรงคร่อมตัวหญิงสาวจูบพรมไปทั่วใบหน้าและลำคอของนางอย่างเชื่องช้าและใจเย็นเพราะหญิงสาวเป็ฝ่ายยินยอมแต่โดยดี ไร้ซึ่งการขัดขืนใดๆ
แต่แล้ว อยู่ดีๆ กงกงก็รีบวิ่งเข้ามารายงาน
“แย่แล้ว แย่แล้วพะย่ะค่ะ”กงกงรายงานอย่างร้อนรน
“บังอาจ! เ้ากล้าเข้ามาขัดจังหวะเราอย่างนั้นหรือ”ท่านอ๋องทรงกริ้ว
“ขอประทานอภัยด้วยพะย่ะค่ะแม่นางว่านเซียงหนีไปแล้วพะย่ะค่ะ” กงกงรีบรายงาน
“นางหนีไปได้อย่างไรสุขภาพของนางอ่อนแอซะขนาดนั้น หรือว่ามีใครแอบไปช่วยนาง” ท่านอ๋องทรงสงสัย
“แม่นางว่านเซียงใช้ผ้ามัดต่อกันแล้วปีนหนีทางหน้าต่างพะย่ะค่ะ”กงกงกล่าว
“สั่งทหารตามหานางให้เจอ”ท่านอ๋องตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” กงกงรับคำ
ท่านอ๋องทรงหมดอารมณ์พระองค์ทรงรีบสวมฉลองพระองค์ให้เรียบร้อย แล้วรีบเสด็จออกไปจากห้องทันทีทิ้งให้หญิงสาวนอนลืมตาอยู่อย่างนั้นราวกับตกอยู่ในภวังค์
ผ่านไปสามชั่วยาม ผิงหลางจึงได้สตินางสะดุ้งตัวลุกขึ้นจากเตียง พอเห็นว่าเสื้อผ้าของนางอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยนางก็ใและพึมพำว่า “นี่ข้ากับพระองค์คงยังไม่ เอ่อ…”
“ก็เกือบมีอะไรกันแล้ว”
“เ้าเป็ใครน่ะเข้ามาได้อย่างไร” ผิงหลางใกับเสียงหญิงสาวแปลกหน้า
“ข้ามีนามว่าว่านเซียง ข้าเป็นางกำนัลคนนึงเท่านั้น”ว่านเซียงแนะนำตัว
“แล้วเ้าเข้ามาห้องข้าทำไม”ผิงหลางสงสัย
“เ้าโดนวางยาต้องมนตร์สะกดหากใครดื่มแล้วจะยินยอมทำตามคำสั่งทุกอย่างเมื่อกี้เ้าก็เกือบตกเป็ของท่านอ๋องไปแล้ว” ว่านเซียงไม่ยอมตอบแต่เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผิงหลางเพิ่งประสบ
“แล้วทำไมถึง เอ่อยังไม่ถึงขั้นนั้นล่ะ” ผิงหลางไม่สะดวกจะถาม ทั้งๆที่อยากรู้ว่าเหตุใดนางถึงยังไม่ได้มีอะไรกันกับท่านอ๋อง
“มีนักโทษลอบหนีออกจากคุกน่ะสิท่านอ๋องก็เลยรีบออกตามหา” ว่านเซียงกล่าว
“นักโทษเป็ใครใช่หยางสือหรือไม่” ผิงหลางกล่าวอย่างมีความหวัง หากหยางสือหนีไปได้นางก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ที่นี่อีก
“ข้าไม่รู้หรอก ว่าแต่ตอนนี้ไม่มีทหารคุมห้องเ้าแล้วเ้าหนีไปสิ” ว่านเซียงชวนหนี
“ข้าหนีไม่ได้ข้าต้องรอให้ท่านหยางสือปลอดภัยเสียก่อน” ผิงหลางเป็ห่วงชีวิตของท่านหยางสือ
“หากไม่หนีตอนนี้เ้าจะถูกบูชายัญนะ” ว่านเซียงยอมเผย
“หมายความว่ายังไงไหนว่าพระองค์ทรงจะแต่งตั้งให้ข้าเป็พระชายาไงล่ะ” ผิงหลางสงสัย
“แต่งตั้งเ้าให้เป็พระชายาก่อนแล้วค่อยสังเวยชีวิตของเ้าไงล่ะ” ว่านเซียงกล่าว
“ทำเพื่ออะไรกัน” ผิงหลางไม่เข้าใจ
“คงทำเพื่อความมั่นคงของแคว้นหลีกระมังข้าเองก็ไม่รู้หรอก” ว่านเซียงยักไหล่
“เหตุใดถึงมีความเชื่อเช่นนี้นะการดำรงอยู่ของแคว้นมันขึ้นอยู่กับการปกครองต่างหาก ต่อให้ทำพิธีบูชายัญเป็พันๆคน หากปกครองแคว้นได้ไม่ดีทำให้ปวงชนพากันทุกข์ระทมทั่วหน้าแคว้นก็ล่มสลายได้อยู่ดี” ผิงหลางกล่าว
“ทำยังไงได้ล่ะ มันคือความเชื่อความศรัทธานี่”ว่านเซียงกล่าว
“ดึกมากแล้ว พวกเรารีบนอนกันเถอะ”ผิงหลางหาวเพราะง่วงนอนมาก
“ข้าจะเอาผ้ามาปูนอนหลังฉากนะ”ว่านเซียงเองก็ง่วงเหมือนกัน
“ทำไมไม่มานอนด้วยกันบนเตียงล่ะ”ผิงหลางรีบขยับตัวเพื่อแบ่งเนื้อที่ให้
“หากท่านอ๋องทรงกลับมาที่ห้องของเ้าและทรงทอดพระเนตรเห็นข้ามีหวังข้าได้โดนตัดหัวกันพอดี” ว่านเซียงต้องรอบคอบไว้ก่อน
“ตามใจก็แล้วกัน” ผิงหลางกล่าว
“ดูเ้าไม่กลัวเื่บูชายัญเลยนะเ้าไม่เชื่อข้าอย่างนั้นหรือ” ว่านเซียงคาดว่าหญิงสาวต้องกลัวตาย
“ข้าผ่านการออกรบมาหลายศึกแล้วข้าไม่กลัวตายหรอก” ผิงหลางมีความคิดเช่นทหารคนนึงคือยอมตายเพื่อแผ่นดินฉิน
“แต่นี่ไม่ใช่การตายในสนามรบเสียหน่อย”ว่านเซียงคิดว่าเป็การตายที่ไม่สมศักดิ์ศรี
“หากแลกชีวิตของท่านหยางสือได้นับว่าข้าไม่เสียชาติเกิดแล้วท่านหยางสือเป็คนดีและเป็กำลังสำคัญในการกอบกู้แคว้นฉินต่อไป” ผิงหลางกล่าว
“เอาเถอะ ข้าง่วงนอนแล้วหากเ้าตื่นก่อนก็ปลุกข้าด้วยล่ะ” ว่านเซียงกล่าว
ผิงหลางจึงนอนบนเตียงด้วยความแปลกใจที่อยู่ดีๆก็มีนางกำนัลเข้ามาในห้อง โดยนางนั้นไม่ได้ตั้งใจมารับใช้ผิงหลางแต่ดูเหมือนนางกำลังหลบหนีใครบางคนมากกว่า
เช้าวันรุ่งขึ้นผิงหลางรีบไปปลุกว่านเซียงตามที่รับปากเอาไว้ “ตื่นได้แล้ว ว่านเซียงว่านเซียง ทำไมขี้เซาแบบนี้นะ”
“ข้าง่วงนอนจังเลย” ว่านเซียงงัวเงียไม่ยอมตื่น
“ท่านอ๋องจะเสด็จมาแล้วนะ”ผิงหลางรีบพูด
นั่นจึงทำให้ว่านเซียงสะดุ้งลุกพรวดทันที “เอ้อ ใช่ข้าต้องรีบหนีแล้ว”
“เ้ากำลังหนีท่านอ๋องอยู่อย่างนั้นหรือ”ผิงหลางเริ่มเข้าใจ
“ข้าบอกเ้าก็ได้ข้าเป็นักโทษต่างหาก” ว่านเซียงยอมเผย
“อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตาดีๆก่อนเถิด แล้วค่อยหนี ตอนนี้ท่านอ๋องทรงยังไม่เสด็จมา” ผิงหลางกล่าว
“ก็ดีเหมือนกันแล้วอย่าบอกใครล่ะว่าเจอข้าน่ะ” ว่านเซียงกำชับ
ว่านเซียงแต่งตัวใหม่ให้เหมือนนางกำนัลจริงๆแล้วลอบหนีออกไปโดยไม่สนใจผิงหลางอีก นางคิดในใจว่า “ข้าอุตส่าห์เตือนเ้าแล้วนะเ้าไม่ฟังข้าเอง”
******************************
และแล้วผิงหลางก็ยอมสวมชุดพระชายาเพื่อเตรียมเข้าสู่พิธีอภิเษกสมรส
“ทำไมเ้าถึงไม่ยอมเดินไปที่ท้องพระโรงพวกเราต้องกราบไหว้ฟ้าดินกันแล้วนะ” ท่านอ๋องทรงแปลกพระทัย
“หยางสือล่ะเพคะหากหม่อมฉันไม่เห็นเขาปลอดภัยกับตาของตัวเอง หม่อมฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้น” ผิงหลางยื่นคำขาด
“ก็ได้เราจะพาเ้าไปส่งเขาขึ้นรถม้าเอง” ท่านอ๋องทรงยอมพาหญิงสาวไปพบหยางสือ
“แล้วอาการของเขาล่ะเพคะเขาต้องมนตร์สะกดอยู่หรือเปล่า” ผิงหลางเป็ห่วง
“แล้วตอนนี้เ้าเป็ยังไงล่ะเ้าหายแล้วหรือยัง” ท่านอ๋องตรัสย้อนถาม
“พระองค์ทรงวางยาหม่อมฉันหรือเพคะ”ผิงหลางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองก็ตกอยู่ในมนตร์สะกด่เวลานึงเหมือนกัน
“พวกเราเกือบเป็ของกันและกันแล้วนะหากนางไม่หนีไปซะก่อน” ท่านอ๋องตรัสบ่น
“ใครหนีไปงั้นหรือเพคะ” ผิงหลางอยากรู้
“ช่างมันเถอะรีบไปที่ประตูเมืองได้แล้ว หรือเ้าไม่อยากเจอท่านหยางสือ” ท่านอ๋องทรงตัดบท
“อยากเจอสิเพคะ” ผิงหลางรีบพูด
ท่านอ๋องทรงพาว่าที่พระชายาไปส่งท่านหยางสือออกเดินทางที่หน้าประตูเมือง
“ท่านไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้ก็ได้แม่นางผิงหลาง” ท่านหยางสือเป็ห่วงหญิงสาวที่ยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิตของเขา
“ท่านรักษาตัวด้วยแล้วอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ อีกล่ะ” ผิงหลางกำชับ
“ข้าทราบแล้ว” หยางสือเข้าใจความหมาย ที่เขาเป็เช่นนี้ก็เพราะเสียรู้องค์ชายสาม
“พวกเรากลับกันได้แล้วหรือยัง”ท่านอ๋องทรงพระทัยร้อน
“แล้วถ้าพระองค์ทรงแอบส่งคนไปลอบฆ่าเขาล่ะเพคะ”ผิงหลางยังไม่เชื่อใจ
“ตราบใดที่เ้ายินยอมทำตามคำสั่งเราทุกอย่างเราก็จะไม่ฆ่าเขา ตกลงมั้ย” ท่านอ๋องตรัสเงื่อนไข
“ก็ได้เพคะ” ผิงหลางกล่าว
พอท่านอ๋องเสด็จกลับพระราชวังพร้อมกับผิงหลางทั้งสองก็รีบไปที่ท้องพระโรงเพื่อเข้าสู่พิธีวิวาห์
“อย่าเสียเวลาอภิเษกเลยเพคะอยากจะทำพิธีบูชายัญ ก็ทรงรีบทำเถิด” ผิงหลางไม่อยากเสียเวลาอีก
“ใครบอกเ้ากันแน่ว่านเซียงอย่างนั้นหรือ เ้าเห็นนางใช่มั้ย ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้”ท่านอ๋องทรงลืมพระองค์ ทรงรีบบีบไหล่เพื่อเค้นถาม
“หม่อมฉันเจ็บนะเพคะตอนนี้นางหนีไปแล้วเพคะ” ผิงหลางรู้สึกเจ็บไหล่อย่างมากนั่นจึงทำให้ผิงหลางรู้ว่าคนที่หนีไปเมื่อคืนก็คือว่านเซียงและท่านอ๋องทรง้าหาตัวนางให้เจอ
“ช่างเถิดเราต้องประกอบพิธีกรรมให้สำเร็จก่อน ทหาร!จับหญิงต่างแคว้นคนนี้ไปที่ลานกลางแจ้งเดี๋ยวนี้”ท่านอ๋องตรัสสั่งทหาร
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำสั่งรีบคุมตัวผิงหลางไปสถานที่ประกอบพิธีบูชายัญทันที
ท่านอ๋องทรงกะว่าจะใช้ความรักล่อลวงหญิงสาวให้ยินยอมถวายชีวิตเพื่อบูชายัญเทพเ้าแต่โดยดีเนื่องจากพิธีจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อหญิงสาวผู้มีดวงมหาโชคยอมสมัครใจยอมเสียสละชีวิตเองแต่ในเมื่อตอนนี้ผิงหลางรู้ความจริงหมดแล้วพระองค์ก็เลยไม่จำเป็ต้องเสแสร้งหลอกลวงนางอีกทรงสั่งทหารให้จับกุมตัวหญิงสาวที่มีดวงมหาโชคนอนราบไปกับพื้น ข้อเท้าทั้งคู่ถูกมัดยึดติดกับหลักตอไม้ส่วนแขนทั้งสองข้างกางออก ข้อมือแต่ละข้างถูกมัดตรึงไว้กับหลักตอไม้เช่นกัน
ท่านอ๋องทรงสั่งให้ทหารกรีดข้อมือทั้งสองข้างของหญิงต่างแคว้นอย่างไร้ความปราณีจากนั้นพระองค์ก็ทรงสวดคาถาอะไรบางอย่าง
ผ่านไปไม่นาน อยู่ดีๆ ว่านเซียงก็ปรากฏตัวนางรีบวิ่งไปดูอาการของผิงหลางทันที “ทำใจดีๆ ไว้นะข้าจะมัดผ้าห้ามเืให้เ้าก่อน”
“เ้ายอมกลับมาแล้วงั้นหรือ”ท่านอ๋องทรงดีพระทัย
“ทรงเลิกก่อกรรมทำชั่วเถิดเพคะการบูชายัญผู้หญิงที่มีดวงมหาโชคไม่ได้ช่วยให้แคว้นหลีเจริญรุ่งเรืองไปได้หรอกเพคะพระองค์ทรงต้องสังเวยชีวิตผู้คนไปสักกี่คนกันหม่อมฉันไม่อยากให้ใครต้องมาตายเหมือนพี่สาวของหม่อมฉันอีกได้โปรดล้มเลิกพิธีเถิดนะเพคะ” ว่านเซียงพยายามพูดจาหว่านล้อมดีๆ
“ทหารจับตัวนางเดี๋ยวนี้”ท่านอ๋องตรัสสั่ง
ว่านเซียงรีบเอามีดสั้นมาจ่อที่คอของตัวเอง “อย่าเข้ามานะไม่งั้นข้าฆ่าตัวตายจริงๆ ด้วย”
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะว่านเซียง”ท่านอ๋องทรงตกพระทัย
“บูชายัญหม่อมฉันแทนนางเถิดนะเพคะหม่อมฉันมีสุขภาพไม่ดี ยังไงก็มีอายุสั้น ทรงยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปเถิดนะถือว่าหม่อมฉันขอร้อง” ว่านเซียงเป็โรคที่รักษาไม่หายยังไงก็ต้องตายสักวัน นางจึงขอยอมแลกชีวิตตัวเองกับผู้บริสุทธิ์
“เ้ารู้อะไรบ้างมั้ย…