“ยังหรอกเ้าค่ะแต่ว่านางก็ไม่วางใจ” ลู่จื่อ
“ถ้าอย่างนั้นเราส่งของไปให้เขากันดีมั้ย” หยวนเข่อชิง
“ได้หรือเ้าคะ” แม่นมสีที่กำลังนำอาหารเข้ามา
“ได้สิแม่นมส่งไปให้เขาด้วยก็ดีนะ” หยวนเข่อชิง
“เช่นนั้นข้าก็ขอส่งไปนะเ้าคะอีกห้าวันจะมีกองเสบียงขนของสามารถฝากได้ข้าจะไปรวบรวม” แม่นมสี
“คุณหนูจะส่งไปให้ท่านอ๋องด้วยมั้ยเ้าคะ” ลู่จื่อ
“ไม่ล่ะพวกคนอื่นๆ คงส่งไปแล้วล่ะ” หยวนเข่อชิง
“แต่ว่าคุณหนูเคยส่งไปตลอดหากไม่ส่งไปอาจจะดูผิดปกตินะเ้าคะ” ลู่จื่อ
“เช่นนั้นก็ได้รบกวนแม่นมเตรียมของไปส่งให้ข้าด้วย” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูไม่เตรียมเองเหรอเ้าคะ” ลู่จื่อ
“ไม่ล่ะข้าี้เี” หยวนเข่อชิง
“แต่ถ้าท่านอ๋องเห็นของที่ส่งไปอาจจะอยากสั่งสินค้าจากเราก็ได้นะเ้าคะ” ลู่จื่อ
“นั่นสิงั้นไปจัดของกัน” หยวนเข่อชิง
“คุณหนูทานอร่อยก่อนดีมั้ยเ้าคะ” ลู่จื่อ
“เอาอย่างนั้นก็ได้” หยวนเข่อชิง
“เช่นนั้นเราจ้างเขาไปส่งอีกหนึ่งเกวียนเลยดีหรือไม่แล้วใช้ชื่อจากเข่อเหนิง” หยวนเข่อชิง
นางไม่อยากให้อ๋องไร้ใจ ได้ใจว่ายังมีคนห่วงใยอยู่
“แต่สินค้าของเราก็มีตราสินค้าอยู่แล้วนี่เ้าคะหากใช้ชื่อว่าส่งจากร้านอาเข่อไปหนึ่งเกวียนดูน้อยไป” ลู่จื่อ
เมื่อก่อนส่งข้าวไปเป็ตันๆ ครั้งนี้ส่งแค่เกวียนเดียวคนรับก็ใจฝ่อแล้ว
“ข้านี่ช่างหน้ามืดตามัวจริงๆ” หยวนเข่อชิงถอนใจกับความเป็แม่บุญทุ่มของเ้าของร่างเดิม
“คุณหนูน่ะเคารพท่านอ๋องที่ช่วยชีวิตท่านมากเลยนะเ้าคะท่านน่ะหากไปเองได้ท่านก็อยากจะไปเองแต่นายท่านห้ามเด็ดขาด” ลู่จื่อ
“ทำไมข้าถึงคิดว่าตัวเองจะช่วยใครได้กัน” หยวนเข่อชิง
“ก็คุณหนูน่ะสะสมอาวุธไว้เยอะเลยเ้าค่ะแต่ว่าส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้” ลู่จื่อ
“อาวุธหรือแม่นมสีท่านรู้จักใครที่เป็ช่างทำอาวุธบ้างหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“ก็เผยอันยังไงล่ะเ้าคะเมื่อก่อนเขาเป็ช่างคู่กับอู่เตี๋ยแต่ตอนหลังถูกคุกคามจนบ้านแตกเขาจึงมาขายตัวเป็ทาสแต่นายท่านเห็นว่าเขามีฝีมือจึงให้เขาทำสัญญาแบบปลดแอกได้” แม่นมสี
“ถ้าอย่างนั้น่บ่ายให้เขามาหาข้าหน่อย” หยวนเข่อชิง
หลังจากมื้ออาหารนางก็เข้าห้องไปทำงาน
“เหมือนจะได้งานเพิ่มนะ” แม่นมสียิ้ม
“คุณหนูน่ะปากแข็งที่จริงคงจะห่วงท่านอ๋องมาก” ลู่จื่อ
“ลู่จื่อถ้าว่างมากนักมาเอาสูตรดองผักไปดองสักสิบไห” หยวนเข่อชิง
“เ้าค่ะ” ลู่จื่อคอตก
คุณหนูบ้าพลังขนาดนี้ใครหนอช่างว่านางี้เี
“แม่นมสีท่านก็ด้วยหมักเสร็จข้าให้ท่านหนึ่งไหเพื่อส่งไปให้ลูกชาย” หยวนเข่อชิง
“เ้าค่ะเร็วลู่จื่อรีบไป” แม่นมสีกุลีกุจอ
“ไปกันได้เสียที” หยวนเข่อชิง
พอไม่มีใครแล้วจริงๆ นางก็เข้ามิติเพื่อไปดูพิมพ์เขียวงานที่เคยออกแบบที่จริงเธอคือคิวของเจมส์บอนด์ในโลกแห่งความจริงเพียงแต่ไม่ได้ออกแบบแค่อาวุธอย่างเดียวใครจ้างออกแบบอะไรที่คนอื่นยังทำไม่ได้เธอก็รับทำ
งานของเธอที่จริงก็อันตรายมากเพราะสิ่งประดิษฐ์นั้นส่วนใหญ่ใช้ทั้งงานโจรกรรมและป้องกันการโจรกรรมรวมไปถึงไอเทมในเกมหรือในหนังที่คนอยากให้มันสามารถใช้ได้จริง
ดังนั้นเธอจึงแบ่งหมวดหมู่เอาไว้หน้าไม้ปืนกลหรือหอกยืดหด
“อาไคว่” หยวนเข่อชิง
“ขอรับ” อาไคว่
“ของต้นแบบอยู่ที่ไหน” หยวนเข่อชิง
“โรงผลิตครับ” อาไคว่
“แล้วห้องเก็บของอยู่ที่ไหน” หยวนเข่อชิง
เพราะเดิมมันอยู่ในห้องลับหลังห้องนอนของเธอ
“เพราะตอนนี้ไม่จำเป็ต้องซ่อนจึงเป็เรือนแยกที่ด้านหลังบ้านขอรับ” อาไคว่
“หลังบ้านเหรอ” หยวนเข่อชิง
“ขอรับเป็สวนแบบญี่ปุ่นที่ท่านชอบ” อาไคว่
“สวยดีนะ” หยวนเข่อชิงที่เดินตามอาไคว่มา
เธอมองหุ่นยนต์แล้วสะท้อนใจตอนนั้นเธอแทบจะขยับตัวไม่ได้ถ้าไม่มีเ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เธอคงตายไปนานแล้ว
เป็มันที่ทดสอบพิษและขวางการลอบฆ่าได้ทุกครั้งไปคนโง่พวกนั้นที่จริงไม่ต้องลงมืออะไรเธอก็อยู่ได้ไม่นานแล้ว
เพราะในที่สุดกล้ามเนื้อหัวใจของเธอก็หยุดทำงานไปเอง
การได้เข้ามาอยู่ในร่างกายที่ปกติไม่พิการนี้ก็นับว่าเป็โชคดีอย่างหนึ่งของเธอแล้วแม้ว่าชีวิตจะยุ่งยากแต่เธอสามารถเดินได้เอง
หยิบจับทุกอย่างได้ด้วยมือของตัวเองเธอจึงอยากที่จะทำทุกอย่างเพราะในชาติที่แล้วเธอไม่เคยได้ใช้ร่างกายเลย
“นั่นอะไร” หยวนเข่อชิง
มองดูท่อไม้ไผ่ที่ส่งน้ำมาตามทางเพียงแต่ว่าแหล่งที่มาไม่ใช่น้ำตกแต่เป็น้ำพุ
“น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ครับ” อาไคว่
“เอาไว้รักษาคนเหมือนในนิยายอย่างนั้นเหรอ” หยวนเข่อชิง
“ทำได้มากกว่านั้นด้วยครับ” อาไคว่
“ยังไง” หยวนเข่อชิง
"มันมีไว้ทำตามเจตนารมณ์ของท่านขอรับ” อาไคว่
“ตามเจตนารมณ์เหรอ” หยวนเข่อชิง
“ใช่แล้วขอรับมันจะเป็ยารักษาหรือยาชุบชีวิตหรือแม้แต่ยาพิษตามเจตนารมณ์ของท่านขอรับ” อาไคว่
“ซับซ้อนไปแล้วถ้าหากอยากให้เป็ยาถอนพิษก็ได้เหรอ” หยวนเข่อชิง
“ขอรับ” อาไคว่
“แล้วใช้ยังไง” หยวนเข่อชิง
“ท่านตั้งสติไปที่น้ำก็ได้แล้วขอรับ” อาไค่ว
“ไปเอาขวดมาสี่สี” หยวนเข่อชิง
เธอเอาน้ำใส่ขวดแล้วเพ่งความคิดไปที่ขวดแต่ละใบ
“ขวดสีใสคือชุบชีวิตสีฟ้าคือรักษาโรคสีเขียวคือแก้พิษและสีแดงนี่คือยาพิษ” หยวนเข่อชิง
“นายหญิงท่านสามารถทำให้น้ำนี้ช่วยกล่อมประสาททำให้ท่านร่าเริงขึ้นได้นะขอรับ” อาไคว่
“ไม่จำเป็พาไปเอาสิ่งประดิษฐ์เถอะ” หยวนเข่อชิง
เมื่อมาถึงที่โรงเก็บของที่เรียงอยู่ในตู้และบางอย่างมันล้ำเกินไปมาก
หน้ากากที่ามารถเปลี่ยนเป็หน้าใครก็ได้แค่ป้อนข้อมูลเข้าไป เสียงก็เช่นกัน
แล้วไอเทมในเกมที่สามารถแปลงเป็อาวุธรูปแบบต่างๆ จากไม้พลองชิ้นเดียว
หากคนในยุคนี้เห็นเข้าละก็นางไม่ได้เป็แค่อัจฉริยะหรอกพวกเขาคงคิดว่านางเป็เทพเ้าแถมเผลอๆ จะจับนางไปกินเนื้อเสียก่อน
“เอาสองอันนี้ก็แล้วกัน” หยวนเข่อชิง
เธอหยิบกระบองโลหะยาวหนึ่งศอกกับเสื้อที่ถักด้วยไหมพิเศษออกมา
กระบองที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยแค่กดปุ่มก็มีปลายดาบโผล่ออกมาและสามารถเลือกได้ว่าจะออกมาข้างเดียวหรือสองข้าง
แค่การเลื่อนและล็อกกลก็สามารถทำงานได้อย่างดีเวลาจะเก็บก็กดปุ่มตรงกลาง
ส่วนเสื้อถักนั้นที่จริงแล้วเป็เสื้อเกราะที่มีน้ำหนักเบาแต่เหนียวและแข็งแรงทนทาน
นอกจากกันะุและของมีคมแล้วยังสามารถกันความร้อนความเย็นได้ในระดับหนึ่ง
เสื้อเกราะนี้มีความยืดหยุ่นสูงที่สามารถปรับขนาดตัวเองตามขนาดของผู้สวมใส่
แล้วเธอก็หยุดอยู่ที่ผ้าคลุมล่องหน
“ไม่ดีกว่า” หยวนเข่อชิง
“นายหญิงผลไม้ของในนี้สามารถกินเพื่อเพิ่มพลังปราณ” อาไคว่
“อ้อ” หยวนเข่อชิง
“ท่านไม่สนใจหรือขอรับ” อาไคว่
“ข้าไม่มีวิทยายุทธ์จะเอาไปทำไม” หยวนเข่อชิง
“แต่มันจะช่วยให้ท่านตัวเบาสามารถะโได้สูงและได้ไกลเลยนะขอรับ” อาไคว่
“เอาไว้หนีว่างั้น” หยวนเข่อชิง
“ลองชิมเสียหน่อยเถอะนะขอรับ” อาไคว่
“ทำไม” หยวนเข่อชิง
“เอ่อ” อาไคว่
“พูด” หยวนเข่อชิง
“ท่านควรจะเป็หนึ่งเดียวกับมิตินี้นะขอรับเพื่อข้าน้อยจะสามารถอัปเกรดความสามารถของตัวเองได้” อาไคว่ยิ้มเรี่ยราด