บทที่ 1 : วางแผน
"มึงคิดดีแล้วเหรอวะไอ้วา กูไม่ขำนะ"
วารัญเริ่มสงสัยว่ามะเขียกเพื่อนสนิทเขากลายเป็พวกย้ำคิดย้ำทำไปั้แ่เมื่อไหร่ นี่เป็การถามรอบที่ร้อยเห็นจะได้ ั้แ่วารัญบอกว่าอยากจะลองเป็แฟนคลับของมายซัน
"กูสมัครเอ็กซ์แล้ว ไอจีก็สมัครแล้ว มึงจะช่วยกูดี ๆ หรือจะให้กูทวงตังที่มึงยืมกูไป 50,000 คืน ยังไงครับคุณสแน็ค แค่มึงเอาแอ็กเคานต์ มายซันมา แล้วมึงก็หากลุ่มเอฟซี อะไรนั่นให้กูมันยากตรงไหน"
วารัญไม่ชอบบังคับใคร ในเมื่อเพื่อนไม่อยากช่วยเขาก็จะไม่พูดอะไรมาก เพราะสถานะของมะเขียกนอกจากเป็เพื่อนรักแล้วเขาก็คือลูกหนี้กิตติมศักดิ์ ที่วารัญทำการลดต้น ลดดอกมานานหลายปี
"ก็กูรู้จักมึงดีไง ก็เลยรู้ทัน ว่ามึงกำลังคิดจะทำอะไรแผลง ๆ อีกแล้วน่ะสิ กูถึงไม่อยากช่วยมึง เวลามึงคิดจะทำอะไรแต่ละที กูขนหัวลุกไปหมด"
คำพูดของมะเขียกบ่งบอกให้รู้ว่าเขารู้จักเพื่อนสนิทคนนี้ดีแค่ไหน
"กูแค่อยากเป็แฟนคลับน้องเขาแปลกตรงไหน น้องเขาน่ารักดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างกูก็ว่างไม่มีอะไรทำ ลองไปหาอะไรสนุก ๆ ให้ชีวิตสักหน่อย ออกไปตามดาราเหมือนคนอื่นบ้างก็น่าสนใจดี"
วารัญมานั่งไล่ดูรูปของมายซันในมือถืออีกครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าคนคนนี้เหมาะจะเป็เป้าหมายของเขามากที่สุด
พ่อกับแม่สอนวารัญอยู่เสมอว่าเวลาคนเราจะทำอะไรต้องวางเป้าหมายให้ใหญ่ไว้ก่อน ยิ่งยากความสำเร็จที่ได้รับมันก็จะยิ่งหอมหวาน
มายซันจึงตอบโจทย์
อยากลองมีแฟนเป็คนดังสักครั้ง ชีวิตที่เคยแสนจะน่าเบื่อคงจะมีอะไรให้ตื่นเต้นน่าดู
หลังจากสู้รบกันอยู่นานสุดท้ายมะเขียกก็ยอมจำนนหาข้อมูลต่าง ๆ ของมายซันมาให้วารัญจนได้ รวมถึงกลุ่มบ้านแฟนคลับ ที่เขาเรียกกันว่า ‘บ้านเบส’
มะเขียกมันอธิบายให้ฟัง
ว่าบ้านเบสก็เป็เหมือนตัวกลางไว้ให้เชื่อมตัวเรากับศิลปิน เวลามีงานต่าง ๆ หรือกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปินคนนั้น ๆ บ้านเบสก็จะมาประกาศมาบอกข่าวสารสำคัญ ๆ ในกลุ่มที่พวกเขาสร้างขึ้น
ฟังดูแล้วมีความรู้สึกว่ามันก็น่าจะดีอยู่กับการที่มีคนชอบอะไรเหมือนกัน ชอบดารา ศิลปิน นักร้องคนเดียวกัน ได้มาพูดคุยทำความรู้จักกันเหมือนเปิดเข้าไปอยู่ในอีกสังคมหนึ่ง
สังคมที่ทุกคนพูดคุยไปในเื่เดียวกัน
ซึ่งสำหรับวารัญแล้วเื่อะไรพวกนี้เขาคงต้องใช้เวลาศึกษาสักพัก และมันก็คงไม่ได้ยากอะไรมากมาย
ตอนนี้วารัญมีทั้งเอ็กซ์และไอจี ที่เขาอุตส่าห์เปิดแอ็กเคานต์ใหม่ขึ้นมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ
"แล้วกูต้องทำอะไรอีกไหมวะ ถึงจะได้เจอมายซัน"
วารัญหันมองหน้าเพื่อนรัก ที่ทำหน้าหงิกยิ่งกว่าถูกแฟนบอกเลิก
"ไม่มี ก็แค่ถ้าน้องเขามีงานมึงก็ไปเจอเขา แค่นั้นแหละ วิถีแฟนคลับ"
"แค่นั้นเองเหรอวะ อะไรมันจะดูเรียบง่ายขนาดนั้น "
"ก็โดยปกติพวกแฟนคลับ เขาก็จะคอยติดตามผลงานของคนคนนั้น เขาจะเรียกนักแสดงที่ตัวเองชอบว่าเมน เมนเขามีงานอะไร ที่ไหน ก็พากันตามไปให้กำลังใจ เมนเป็พรีเซนเตอร์ถือสินค้าตัวไหนก็ไปอุดหนุนกระตุ้นยอดขาย คนจ้างจะได้จ้างงานเมนตัวเองบ่อย ๆ"
วารัญพยักหน้าทำความเข้าใจเื่ราวปลีกย่อยของวงการแฟนคลับที่มะเขียกกำลังอธิบายให้ฟังเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนกลุ่มนี้ เรียกว่าตั้งใจฟังยิ่งกว่าตอนเรียนเสียอีก
"สินค้าบางตัวเขาก็จะมีพวกกิจกรรมพิเศษนู่นนั่นนี่ให้แฟนคลับแบบมึงได้ใกล้ชิดศิลปิน ซึ่งกูว่าน่าจะเข้าทางมึง เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช้ดวงก็เน้นใช้เงินล้วน ๆ"
มะเขียกจงใจพูดกระแทกคำว่าเงินใส่หน้าเพื่อนสนิท เพราะว่าเขารู้จักนิสัยวารัญดีว่าคนแบบวารัญยอมจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ได้ถ้าหากสิ่งที่ได้มามันคุ้มค่า หรือแม้แต่จ่ายเงินเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย เสียมากแค่ไหนมันก็ยอม
วารัญนั่งฟัง ๆ ดูการตามดาราในฐานะแฟนคลับก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไรมากมาย
ที่เหลือเขาคงต้องรอให้มายซันมีงานแล้วก็ตามไปดูลาดเลาสักสามสี่งาน อาจจะต้องหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในการไปออกงานอะไรพวกนี้สักคนสองคน เวลาไปอะไรแบบนี้จะได้ไม่รู้สึกเขินอาย
"มะเขียก”
"อะไรอีก”
สีหน้ามะเขียกยุ่งเหยิงที่ดูเหมือนว่าวารัญจะไปรบกวนเวลางานของเขามานานหลายชั่วโมง
"แนะนำกล้องดี ๆ พร้อมเลนส์ให้กูหน่อยสิ เป็แฟนคลับก็ต้องสะพายกล้องถูกไหมวะ สะพายเท่ ๆ ถ่ายไม่เป็ก็ช่าง เน้นเท่ไว้ก่อน"
วารัญสวดความ้าอันยาวเหยียดใส่หน้าเพื่อนสนิท เมื่อเขามีความคิดเื่อุปกรณ์เสริมของการเป็แฟนคลับแล่นเข้ามาในหัว
"เออจะช่วยดูให้ แล้วนี่กูจะทำงานของกูต่อได้ยัง"
ดูเหมือนวารัญคงรบกวนเวลาทำงานของมะเขียกมากเกินไป จนถึงขั้นต้องเอ่ยปากว่ามันควรแก่เวลาที่เขาจะได้ทำงานของตัวเองเสียที
"โอเค ๆ งั้นมึงทำงานต่อเหอะ เดี๋ยวกูสงสัยอะไรค่อยถามใหม่"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังมาจากไอ้เพื่อนตัวเล็กผิวสีแทนที่ชอบทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบตลอดเวลา
คงเป็เพราะ่นี้ข่าวที่เขียนมีค่อนข้างเยอะ เรียกว่าหลั่งไหลมาเป็รายชั่วโมง
บางคืนมะเขียกเองแทบไม่ได้นอน เช้ามาก็มีงานให้ต้องออกไปข้างนอกอีก เห็นมีคิวนัดสัมภาษณ์พวกดารานักร้องยาวเหยียดทุกวัน
จากเพื่อนสุดต๊องสมัยเรียนเลยกลายเป็เพื่อนจอมว๊ากไปโดยปริยาย
ซึ่งวารัญก็ชินชากับอารมณ์สวิงขึ้น ๆ ลง ๆ ของมะเขียกไปแล้ว
"เออใช่ ไอ้วา ถ้ามึงอยากจะไปเจอมายซันมึงลองไปงานนี้ไหมล่ะ"
มะเขียกพูดขึ้นหลังจากที่เงียบไปนาน
"งานอะไรของมึง"
มะเขียกจัดการหมุนหน้าจอโน้ตบุ๊กเครื่องโปรด เพื่อให้วารัญได้เห็นในสิ่งที่เขากำลังพูดถึง
"วันพุธนี้มายซันมีงานตรงห้างหลังคอนโดกูนี่เอง เห็นว่าเป็งานเปิดตัวเครื่องดื่มยี่ห้อใหม่ มึงจะลองไปไหม"
"ไป”
วารัญตอบแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยแม้แต่วินาทีเดียว โอกาสมาอยู่ตรงหน้า แถมห้างที่มะเขียกบอกถ้าจากคอนโดเดินทางไปก็ใช้เวลาขับรถแค่ 10 นาทีก็ถึง
"อืม…แต่มันเฉพาะคนที่ซื้อสินค้ามากที่สุด 50 อันดับแรก นอกนั้นได้แค่ชมบรรยากาศงานอยู่รอบ ๆ ไม่ได้เข้าไปในบริเวณงาน"
มะเขียกบอกรายละเอียดงานคร่าว ๆ ให้วารัญฟัง
"คือยังไงวะ"
วารัญผู้ที่กำลังผันตัวไปเป็แฟนคลับ ก็ยังคงไม่ค่อยเข้าใจกับระบบอะไรพวกนี้อยู่ดี ดารามีงาน แต่จำกัดคนเข้าร่วมงานแค่ 50 คนจากยอดซื้อสินค้า คือสรุปแล้วเขาต้องทำยังไง
"ก็คือมึงต้องซื้อของของเขาแล้วติด 1 ใน 50 คนที่ยอดซื้อสูงที่สุดจากคนซื้อทั้งหมด มึงถึงจะได้ใกล้ชิดมายซัน ถ้ามึงไม่ซื้อของ ไม่ได้เข้างานมึงก็ได้เจอเขาเหมือนกัน แต่ไกลระยะแปดพันลี้ พอเข้าใจยัง"
มะเขียกอธิบายแบบรวดเดียวจบไม่พักหายใจ ท่าทางมะเขียกเองก็คงจะหมดความอดทนกับคนซื่อแบบวารัญเต็มที
"งั้นไปเพื่อน มึงไปกับกู"
วารัญคว้าแขนพร้อมออกแรงกระชากให้มะเขียกลุกขึ้นยืน
"ไปไหน"
"ก็ไปซื้อไอ้เครื่องดื่มตราตีนเป็ดเขียวนี่ไง แล้วกูต้องใช้เงินเท่าไหร่ ถึงจะได้เป็ห้าสิบคน”
วารัญมองชื่อยี่ห้อของเครื่องดื่มที่มายซันถืออยู่ในรูปภาพที่ปรากฏอยู่หน้าจอ
“เครื่องดื่มบ้าอะไร ตราเป็ดตีนเขียว แดกไปหน้ากูจะเขียวเหมือนตีนเป็ดไหมวะ”
วารัญบ่นพึมพำแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้มีสิทธิ์เลือก
ของแบบนี้มันลงทุนหวังผล จะต้องซื้ออะไรยังไงก็ช่าง ขอให้ได้ไปเจอมายซัน วารัญก็พอใจ
งานแรกของวารัญกับการเจอมายซัน และเขาบอกกับตัวเองว่าเขาต้องได้เป็ 1 ใน 50 คนนั้นให้ได้ เขาจะไม่ยอมไปยืนเป็ถั่วงอกในงานโดยที่ตัวเองเสียเวลาไปแล้วไม่ได้อะไรกลับมาอย่างแน่นอน
อย่างน้อย ๆ งานนี้ก็ต้องได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวของมายซันเพิ่มขึ้นบ้างก็ยังดี เพื่อเอามาวางแผนสำหรับครั้งต่อ ๆ ไป
ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโด
"กูต้องซื้อเท่าไหร่"
วารัญจัดการดึงรถเข็นออกมาจากช่องจอดอย่างทุลักทุเล นี่คงเป็ในรอบหลายปีที่เขามาเดินซื้อของด้วยตัวเอง
"ก็ซื้อในปริมาณที่มึงคิดว่า คงไม่มีใครกล้าจ่ายได้เท่ามึงแน่ ๆ เพราะเท่าที่กูพอจะได้ข่าวมา บางงานยอดคนซื้อที่สูงที่สุดเขาก็จ่ายกันไปเป็แสนเลยก็มีนะ"
วารัญเดินเข็นรถตามมะเขียกไปเรื่อย ๆ พลางฟังเพื่อนรักอธิบายนู่นนี่นั่น และเก็บรวบรวมเป็ข้อมูลใส่ไว้ในสมองของตัวเอง
"แล้วกูต้องทำอะไรอีกไหมนอกจากจ่ายเงินซื้อของเนี้ย"
ตอนนี้เครื่องดื่มเป็ดตีนเขียวถูกวารัญยกลงวางในรถเข็นจนเต็ม ลูกค้าคนอื่น ๆ มองหน้าเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ ไม่รู้ว่าเพราะเห็นปริมาณที่ซื้อหรือเพราะหน้าตาประหลาดของเครื่องดื่มยี่ห้อนี้กันแน่
"กูสงสัยว่ามันมีคนกล้าดื่มไอ้น้ำนี่จริง ๆ เหรอวะ แค่เห็นฉลากก็คิดว่าเป็ยาพิษอะไรสักอย่าง คิดได้ไง เป็ดตีนเขียว”
"มึงอย่าว่าลูกค้า ไม่มีลูกค้ามึงก็ไม่ได้ไปเจอผู้ชายหรอกนะ"
"เออ ๆ รู้แล้ว นี่กูต้องทำอะไรต่อ"
"ก็เดี๋ยวเรารีบกลับไปเอาใบเสร็จแนบในฟอร์มที่เขาลงรายละเอียดในเฟซบุ๊กรอเขาประกาศผล ถ้ามีชื่อมึงก็แปลว่ามึงคือผู้โชคดี"
"โชคดีก็แย่แหละ มึงใช้คำว่าโชคเงินเถอะ"
"เออน่า วงการแฟนคลับกับธุรกิจมันของคู่กันมึง ทำความเข้าใจไว้ซะ"
วารัญเหลือบมองสินค้าในรถเข็นอีกครั้ง
เขานึกถึงคำที่มะเขียกบอกว่าบางงานยอดซื้อคนที่ได้เข้าไปในงานเป็แสน แต่ตอนนี้เขาคาดการณ์จากในรถเข็นน่าจะยังไม่ถึงห้าหมื่นด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้เขาอาจจะไม่ได้เข้างานก็เป็ไปได้
แต่ประเด็นคือสินค้าตรงชั้นวางมันหมดแล้ว
วารัญหยุดเดินพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะได้สินค้าตัวนี้มาเพิ่ม "หยุดทำไมมึง ไปจ่ายเงิน หรือมึงจะซื้ออะไร"
เสียงอู้อี้ดังมาจากไอ้เพื่อนรัก ที่พยายามช่วยวารัญเข็นรถที่มีเครื่องดื่มอยู่เต็มคัน
"กูว่าไม่พอ หมดนี่แค่ไม่กี่หมื่นเองนะ เกิดมีคนซื้อเป็แสนกูก็ไม่ได้เข้าดิ"
วารัญหันไปบอกมะเขียกพร้อมกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้างเผื่อหาเป้าหมายบางอย่าง
"ก็ของมันหมดอีกอย่างในรถนี่ก็หลายหมื่นแล้วนะ กูว่ามันน่าจะติดในหนึ่งในห้าสิบแล้วแหละ"
มะเขียกหยุดเข็นรถแล้วพูดกับวารัญด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
"น่าจะไม่ได้ดิมึง กูต้องติดก็มึงบอกกูเองว่าบางงานมันมีคนจ่ายเป็แสน ไม่ได้ ๆ กูต้องซื้อเพิ่ม ฝากรถเข็นแป๊บ"
แล้ววารัญก็ทิ้งรถเข็นไว้กับมะเขียก ก่อนที่จะพาตัวเองมาตระเวนเดินตามหาพนักงานสักคนที่น่าจะพอช่วยเหลือเขาได้
"พนักงานมันหายไปไหนหมดวะ...เมื่อกี้แทบจะเดินชนกันตาย พอ้าความช่วยเหลือ หาไม่เจอสักคน"
สาเหตุที่วารัญต้องมาเดินตามหาพนักงาน เพราะของที่เขา้ามันหมดจากชั้นวาง แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าในโกดังเก็บของหรือห้องสต๊อกของจะไม่มี
ยังไงพวกนี้ก็ต้องมีของสต๊อกสินค้าเอาไว้เติมอยู่แล้ว ก็แค่ให้พนักงานเขาไปเอาออกมาเพิ่มให้เท่านี้ก็เรียบร้อย
วารัญหันเจอพนักงานพอดี จึงรีบจัดการจะได้รีบกลับคอนโดไปพักผ่อนเสียที
"น้องครับ ๆ พอดีพี่อยากได้ไอ้เครื่องดื่มตราตีนเป็ดเขียว อะไรนั่นเพิ่มอะครับ แต่บนชั้นวางมันหมดแล้ว ไม่ทราบว่าผมต้องทำไง"
วารัญเดินไปสะกิดพนักงานคนหนึ่งที่กำลังยืนจัดเรียงสินค้าอยู่ใกล้ ๆ
"อ๋อครับ งั้นรบกวนคุณลูกค้ารอสักครู่นะครับ"
"ไอ้วา นี่มึงเอาจริงเหรอวะ?”
กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการถูกยกลงจากรถขนของ หลังจากที่วารัญได้มาเพิ่มจากที่ซื้อไว้ในตอนแรก
มะเขียกเบิกตากว้างทันทีที่เห็นยอดสองแสนปลาย ๆ ที่โชว์อยู่บนหน้าจอคิดเงิน
“ป๊าขา สนใจจีบหนูไหมหนูยังโสดนะคะ”
วารัญพลักหัวมะเขียกที่เข้ามาซบอกเขาอย่างรังเกียจ
ทีนี้วารัญก็คงต้องมาคิดอีกที ว่าจะเอาเครื่องดื่มจำนวนมหาศาลพวกนี้ไปทำอะไร
หลังจากที่ลองชิมไป 1 กระป๋องถ้วน รสชาติถือว่าอร่อยใช้ได้ แต่ถ้ามันเปลี่ยนชื่อแบรนด์ได้คงจะดีกว่านี้ เห็นรูปด้านข้างกระป๋องแล้วมันทำใจลำบากจริง ๆ
"ไอ้วา ห้องกูไม่ใช่สนามหลวงนะ ที่มึงจะขนลังเป็ร้อย ๆ ลังขึ้นไปวางเนี่ย จะให้กูไปนอนในห้องน้ำหรือไง ไอ้เพื่อนเวร"
มะเขียกยังคงบ่นโวยวายไม่หยุด จะว่าไปพอพนักงานยกลงมาวางรวม ๆ กันแบบนี้วารัญก็เริ่มรู้สึกว่ามันก็เยอะอยู่เหมือนกัน จนเริ่มคิดไม่ตกว่าจะเอาไปไว้ไหนดี
ก็อย่างที่มะเขียกมันบอก ขืนเอาทั้งหมดนี้ไปไว้ในห้องตัวเ้าของห้องคงต้องย้ายข้าวของออกมานอนนอกห้องแน่ ๆ
ตอนซื้อวารัญเองก็ลืมนึกไปเลยคิดแค่ว่าจะซื้อให้ได้มากที่สุดเพื่อไปเข้าร่วมงาน
"เออกูรู้น่า แป๊บหนึ่ง ก็ขอคิดก่อนว่าจะเอาไงดี"
วารัญประมวลข้อมูลในหัวเพื่อหาวิธีจัดการเหล่าเป็ดตีนเขียวทั้งหลาย
"งั้นวางไว้ตรงนี้ก่อน พรุ่งนี้กูจะให้คนของป๊ามาขนไปบริจาคให้พวกบ้านเด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน"
วารัญกดส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากที่บ้านเป็การด่วน
"วางไว้ตรงนี้ มึงไม่กลัวของหายหรือไง"
"หาย ๆ ไปบ้างก็ดี เยอะฉิบหาย”
วารัญหันหลังเดินเข้ามาในตัวตึกโดยมีเ้าของห้องเดินตามเข้ามาอย่างงง ๆ
ที่เห็นวารัญสามารถทำตัวราวกับว่าเป็เ้าของคอนโดได้แบบนี้ จริง ๆ แล้วเขาเองก็มีบ้าน มีคอนโดเป็ของตัวเอง แต่บ้านของวารัญอยู่ออกไปทางชานเมือง แล้วเขาก็ไม่อยากไปรบกวนพ่อกับแม่ด้วย ก็เลยออกมาซื้อคอนโดอยู่ข้างนอก แต่่นี้ห้องนั้นกำลังตกแต่งใหม่ ก็เลยมาขออาศัยห้องมะเขียกอยู่ชั่วคราว
ซึ่งปกติวารัญก็จะไป ๆ มา ๆ ระหว่างคอนโดของตัวเองกับของมะเขียกอยู่แล้ว เพราะอยู่ไม่ได้ไกลกันมาก
อีกไม่ถึงเดือนคอนโดจะเสร็จเรียบร้อย ก็คงไม่ต้องมารบกวนเพื่อนสนิทแบบนี้อีก เพราะลึก ๆ วารัญก็แอบเกรงใจเพื่อนเหมือนกัน
"อ่ะ แล้วกูต้องทำไงต่อ"
วารัญทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาที่ประจำ
ใบเสร็จการซื้อของถูกหยิบออกมากองบนโต๊ะ
"เอามาเดี๋ยวกูลงทะเบียนให้ แล้วมึงก็ดูไว้ ปกติงานอะไรพวกนี้วิธีก็คล้าย ๆ กันหมดนั่นแหละ"
วารัญเอียงตัวมองตามหน้าจอโน้ตบุ๊กของมะเขียกไปเรื่อย ๆ
หน้าเพจเฟซบุ๊กของยี่ห้อเครื่องดื่มที่กองอยู่ใต้คอนโดปรากฏขึ้นหน้าจอ พร้อมด้วยโพสต์ประกาศกิจกรรม ที่เป็รูป มายซัน กำลังยกเครื่องดื่มขึ้นดื่ม
'ดูดีจังวะ' เขาอุทานในใจ
ลิงก์กิจกรรมสีฟ้าในข้อความที่เป็โพสต์กติกาการร่วมสนุกถูกกดเปิด
ตามด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ที่เป็ข้อมูลส่วนตัวของวารัญก็ถูกมะเขียกกรอกอย่างชำนาญ ตามด้วยภาพถ่ายสลิปซื้อของ ที่ถูกส่งเข้าไปในไฟล์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน
สถานะยืนยันสำเร็จปรากฏขึ้นหน้าจอ
"เรียบร้อย ทีนี้วันพรุ่งนี้เขาจะประกาศผล มึงก็มารอดู ถ้ามีชื่อมึง มึงก็ไปยืนยันสิทธิ์อะไรให้เรียบร้อย แล้วก็เตรียมตัวไปงาน"
เสียงคลิกแป้นพิมพ์ดังขึ้นก่อนที่มะเขียกจะหันมาอธิบายให้วารัญฟัง
"เออโอเค ขอบใจมึงมาก งั้นกูไม่กวนมึงล่ะ มึงทำงานต่อเหอะ"
"เออ หมดเวรหมดกรรมสักที"
วารัญมองบนใส่ไอ้เพื่อนจอมขี้บ่นแล้วเดินเลี่ยงกลับเข้ามาห้องนอนตัวเอง
วันนี้ทั้งวันมะเขียกคอยช่วยเขาเื่มายซันมานานหลายชั่วโมงจนงานตัวเองไม่กระดิก เห็นมือถือมีข้อความเด้งเข้ารัว ๆ ก็คงจะมาตามจิกงานแน่ ๆ
ฉะนั้นมันก็สมควรแก่เวลาที่จะปล่อยให้เพื่อนกลับไปทำงานของตัวเองต่อได้สักที
เมื่อหมดธุระเื่มายซัน มะเขียกก็ตั้งหน้าตั้งตากดแป้นพิมพ์ทำงานของตัวเองต่อไป
ส่วนวารัญก็หนีมานอนเอนหลังไล่ดูข้อความในกลุ่มบ้านแฟนคลับของมายซัน ที่ทุกคนกำลังพูดคุยเื่งานที่จะถึงในเร็ว ๆ นี้กันอย่างสนุกสนาน
ก่อนจะกดเปลี่ยนไปที่แอปพลิเคชันรูปกากบาทสีดำ ที่มะเขียกแนะนำไว้ว่า ข่าวสารในนี้เร็วกว่าหลาย ๆ แอปพลิเคชัน ที่สำคัญดาราดัง ๆ เขานิยมใช้กัน มันเอาไว้พูดคุย แลกเปลี่ยน ดูกระแสนิยมต่าง ๆ ของผลงานตัวเอง อะไรประมาณนั้น วารัญเองก็กำลังพยายามทำความเข้าใจอยู่
แฟนคลับหน้าใหม่กดเข้าไปที่หน้าเพจของ 1 ใน 2 แอ็กเคานต์ที่เขากำลังติดตามอยู่
แอ็กเคานต์แรกที่วารัญติดตามไว้คือบ้านแฟนคลับของมายซัน ซึ่งความเคลื่อนไหว ก็ไม่ได้ต่างจากที่อ่านในไลน์สักเท่าไหร่ เขาก็เลยเลือกที่จะกดไปหาแอ็กเคานต์บุคคลที่ทำให้เขาลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้
มันคือแอ็กเคานต์ของมายซันเอง
MySunn
@MySunn
คิดถึงทุกคนมากเลยนะครับ ใกล้จะได้เจอกันแล้ว มาหาซันเยอะ ๆ นะครับ อยากเจอทุกคนมากเลย
#MySunn
**ภาพถ่ายมายซันในชุดสีดำ**
9.03 AM • 32 ม.ค. ×× • 987K ยอดดู
9,370 รีโพสต์ 455 อ้างอิง 31kความชอบ
วารัญแอบใในยอดคนที่ติดตามมายซันนิดหน่อย แค่ข้อความสั้น ๆ ไม่กี่บรรทัด กลับเรียกยอดคนดูคนไลก์ได้มากมายขนาดนี้ ดูท่าทางแล้ว ชื่อเสียงของมายซันน่าจะเกินจากที่เขาคาดเอาไว้มากเหมือนกัน
ดาราบางคนที่เขาพอจะรู้จัก ยอดที่มียังไม่เท่าของมายซันเลยด้วยซ้ำ
วารัญกำลังคิดว่าเป้าหมายของตัวเองมันใหญ่เกินไปหรือเปล่าเขาเริ่มมองย้อนกลับมาถามความรู้สึกลึก ๆ ในใจดูอีกครั้ง
แต่พอไล่ดูข้อความบวกกับรูปถ่ายของมายซันไปเรื่อย ๆ มันก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้เขาค่อย ๆ ตกลงไปในหลุมของอะไรบางอย่าง
"คนบ้าอะไรมันจะดูดีได้ขนาดนี้"
ตัววารัญที่เป็ผู้ชายแท้ ๆ ยังอดอิจฉาในความสมบูรณ์แบบของคนในภาพไม่ได้เลย
รอยยิ้มสดใสที่คงทำให้ใครต่อใครตกหลุมรักมานักต่อนัก
แถมยังดูเป็ประเภทเซอร์วิสแฟนคลับดีอีกต่างหาก สังเกตได้จากเหล่าคอมเมนต์ที่ปลาบปลื้มกับการที่มายซันมาตามพูดคุยด้วยในวันว่างที่ตัวเองมีอันน้อยนิด
ไหนจะรูปเซลฟีที่มีคนบังเอิญไปเจอเขาตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วเอามาถ่ายลงเป็ที่ระลึก ตามด้วยคำชื่นชมมากมายที่พูดถึงมายซัน
[อยากเป็เมีย: น่ารักไม่ไหว อยากเจอพี่มายซันแล้ว]
[มายซันที่แปลว่าสามี: น้องน่ารักมากค่ะ กันเองสุด ๆ แถมงานครั้งก่อนน้องมีพกขนมมาแจกแฟน ๆ ด้วย ใจบางหมดแล้วว]
[มายซันที่รัก: เจอกันนะคะ คิดถึงเหมือนกัน อยากเจอแล้ว รอบที่แล้วพลาดตกอันดับ TOP ไป รอบนี้ไม่พลาดแน่นอนค่ะ]
*รูปถ่ายคู่กับลังสินค้าเป็ดตีนเขียว*
วารัญไล่อ่านคอมเมนต์ไปเรื่อย ๆ จนไปสะดุดกับคอมเมนต์ของแฟนคลับคนหนึ่ง ที่ใช้สติกเกอร์ปิดหน้าตัวเองเอาไว้ แบ็กกราวนด์ด้านหลังคือกล่องผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มยี่ห้อเดียวกันกับที่เขาเพิ่งไปเหมามาจนหมดห้าง
คาดคะเนจากสายตาแล้ว คงจะซื้อมาในจำนวนที่ไม่มากไม่น้อยไปกว่าเขาแน่ ๆ
ตอนแรกที่วารัญฟังมะเขียกมันพูดก็ยังคิดอยู่ว่าแฟนคลับเขาทุ่มเทอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะได้คำตอบพร้อมหลักฐานมาให้ตัวเองได้เห็นกับตาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
และเท่าที่ตามดู คนคนนี้น่าจะเป็แฟนคลับอันดับต้น ๆ ที่เป็คู่แข่งทางการเงินของวารัญแน่ ๆ
เพราะหลังจากที่สะดุดตากับภาพถ่ายใบนั้นของเธอ วารัญก็เลยกดเข้าไปส่องหน้าไทม์ไลน์ดูเสียหน่อย
ผู้หญิงคนนี้ตามมายซันไปเกือบทุกงาน มีรูปถ่ายคู่มายซันเป็สิบ ๆ ภาพ ทั้งภาพนิ่ง คลิป ต่าง ๆ คงจะเริ่มตามมายซันมาั้แ่่แรก ๆ
วารัญจึงขอลิสต์ชื่อเธอไว้ก่อนจะได้เอาไว้ศึกษาสำหรับงานต่อ ๆ ไป เพื่อที่จะได้ไม่พลาดถ้าหากมีเหตุการณ์ที่ต้องซื้อของอะไรแบบนี้อีก เขาจะได้รู้ว่าตัวเองควรซื้อมาในปริมาณไหน ถึงจะเพียงพอและพอดี
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง
สายเรียกเข้าปรากฏบนหน้าจอจนวารัญเผลอสะดุ้งตัวเล็กน้อย ก่อนจะกดรับสายอย่างรวดเร็ว
"ครับป๊า"
[เห็นวาสั่งให้คนไปเอาของที่คอนโดแน็ค ของอะไรลูกทำไมถึงต้องเอารถกระบะไปขนตั้งหลายคัน]
คนที่โทรเข้ามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็พ่อของวารัญเอง ท่านโทรมาถามเื่ที่เขาส่งข้อความไปบอกว่าพรุ่งนี้ให้คนที่บ้านมาขนเครื่องดื่มไปบริจาคให้หน่อย
ถ้าไม่งงก็คงจะแปลก เพราะปกติเขาไม่เคยมีกะจิตกะใจซื้อของอะไรไปบริจาคที่ไหน แต่นี่นอกจากจะสนใจเื่จะบริจาคของวารัญยังให้เอารถขนของบริษัทพ่อออกมาตั้งสามคัน
เื่ประหลาดขนาดนี้คนเป็พ่อก็เลยต้องโทรมาถามด้วยตัวเอง
"พอดีวาได้เครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งมาครับป๊าเยอะมากด้วย วาไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็เลยบริจาคดีกว่า ให้กินเองคงไม่หมดแน่ ๆ"
[แล้วไปเอามาจากไหนละลูก หืม]
"มะเขียกครับ ไอ้มะเขียกมันเล่นเกมอะไรไม่รู้แล้วได้มากินฟรีปีหนึ่ง ยังไงวาฝากป๊าส่งคนมาด้วยนะครับ"
วารัญจัดการโยนเื่ให้เพื่อนรักที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ก่อนจะตัดบทสนทนาแล้วกดวางสาย
ถ้าขืนป๊ารู้ว่าเขาเอาเงินไปซื้อของพวกนั้นเพื่อที่จะได้เข้างานไปตามดารา คงได้บ่นหูชาแน่ ๆ
ถึงแม้เงินพวกนั้นจะเป็เงินที่หามาเองก็เถอะ แต่คงไม่มีใครชอบอะไรพวกนี้อยู่แล้ว สำหรับคนภายนอกมองเข้ามามันคงเป็เื่ไร้สาระพอมากทีเดียว
วารัญจัดการปิดหน้าจอมือถือแล้วแทรกตัวเข้าไปนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม
พลังงานวันนี้ของวารัญหมดแล้ว ขอเก็บแรงไว้ตื่นมาลุ้นรายชื่อคนที่ได้เข้าร่วมงานพรุ่งนี้ดีกว่า ตอนนี้คงจะต้องขอพักผ่อนก่อน
