ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างบ่อน้ำพุพลางตั้งสมาธิให้มั่นคง พร้อมกับขบคิดในใจถึงเนื้อหาของทักษะฝึกปราณปฐมบท
ในเนื้อหาของทักษะการฝึกลมปราณปฐมบทกล่าวเอาไว้ว่า ขั้นแรกผู้ฝึกปราณจำเป็ต้องกระตุ้นจุดตันเถียนให้ตื่นขึ้นมาก่อน ถ้าไม่มีตันเถียนก็ไม่สามารถฝึกปราณได้
ซึ่งวิธีปลุกตันเถียนนั้นเขียนไว้ในทักษะฝึกปราณเช่นกัน สมกับเป็ทักษะระดับปฐมบทระบุทุกอย่างเอาไว้พร้อม
ขั้นตอนแรกของการปลุกตันเถียน ผู้ฝึกต้องััถึงลมปราณรอบตัว จากนั้นก็ซึมซับลมปราณเข้ามาในร่างกาย เมื่อลมปราณเข้ามาในร่างกายแล้ว ก็ชักนำลมปราณตามจุดต่างๆ ตามร่างกายมารวมกันที่จุดตันเถียน เพื่อปลุกมันให้ทำงาน
ทว่าการลงมือทำจริงมันไม่ง่ายดั่งที่เขียนไว้ จ้าวหยางจื่อนั่งสมาธิอยู่นานเขาััถึงลมปราณรอบตัวได้ก็จริง แต่ทว่าการซึมซับปราณเข้ามาในร่างกายนั้นช่างเป็อะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับเขา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นอย่างมาก เพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้มันคือเื่จริง!
เขาััพลังปราณด้วยตนเอง!
การได้พบกับเื่เล่าขานในตำนานช่างสุดยอดมาก!
อย่างไรก็ตามจ้าวหยางจื่อดีใจได้ไม่นานนัก เขาก็ถูกขับออกจากมิติย่อยแห่งนี้ เนื่องจากเขาอยู่ครบกำหนดเวลาที่กำหนดต่อวันแล้วนั่นเอง
แต่การส่งกลับครั้งนี้ดีกว่าครั้งก่อนเพราะตัวเขายังนอนอยู่ที่เดิมก่อนที่จะเข้าไปในมิติย่อย หลังจากที่กลับมาแล้วจ้าวหยางจื่อก็ครุ่นคิดในใจ
‘สมบัติเหล่านี้ย่อมเป็ภัยถ้าคนอื่นรับรู้การมีอยู่ของมัน เราต้องปกปิดไว้ให้มิด มิให้ผู้ใดรับรู้การมีอยู่ของมันเป็อันขาด!..’ ขณะคิดใบหน้าของจ้าวหยางจื่อเคร่งขรึมอย่างมาก เพราะความลับนี้คือเื่ชี้เป็ชี้ตายสำหรับเขาและคนรอบตัว
‘..เมื่อครู่ข้าเข้าไปหนึ่งชั่วยาม(สองชั่วโมง) ถ้าเช่นนั้นก็เหลืออีกหนึ่งชั่วยามก่อนจะถึงรุ่งสาง ข้าควรฝึกต่อให้เสร็จ เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว ไม่อาจนิ่งเฉยเช่นนี้ต่อไป!’
ไม่เพียงแค่คิดจ้าวหยางจื่อก็ลงมือทำในทันที แต่ทว่าไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ใบหน้าของเขาประดับไว้ด้วยความฉงนงุนงง
‘ข้างนอกมิติย่อยข้าััการมีอยู่ของพลังปราณไม่ได้! ถ้าเช่นนั้นข้าก็ฝึกต่อไม่ได้..และคนอื่นก็ฝึกไม่ได้เช่นกัน!..’
อีกความหมายหนึ่งของประโยคสุดท้ายที่จ้าวหยางจื่อคิด นั่นก็คือในโลกนี้ไม่มีเทพเซียนตนในนอกจากเขาแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาของจ้าวหยางจื่อก็สุกสกาวราวกับดาวบนท้องฟ้า เพราะเขาดีใจอย่างมากกว่าในอนาคตเขาย่อมเป็ผู้ที่แข็งแกร่งในปฐี
อย่างไรก็ตาม เขาก็รีบเก็บความดีใจนั้นไว้อย่างรวดเร็ว เพราะการฝึกใช่จะฝึกกันได้ง่ายๆ ก่อนหน้านี้เขารับรู้มันด้วยตนเองแล้ว..
..
‘เวลานี้ข้าจะทำอย่างไรต่อ?’
หลังจากที่จ้าวหยางจื่อดื่มน้ำพุจิติญญาเข้าไป นอกจากจะอิ่มท้องและรักษาาแของเขาแล้ว แต่ยังฟื้นฟูกำลังและไม่ทำให้เขาง่วงอีกด้วย ส่งผลให้เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีขณะที่มืดค่ำเช่นนี้
จะข่มตาหลับก็ไม่อาจทำได้เป็แน่! จะฝึกต่อก็ไม่ได้! ถ้านับตามเวลาแล้วเหลืออีกตั้งสองชั่วยามกว่าท้องฟ้าจะสว่าง
เวลานี้จ้าวหยางจื่อทำได้เพียงคิดกับตนเอง
‘อันดับแรก ควรยกระดับการเป็อยู่ของครอบครัว ข้าทนอยู่อย่างยากลำบากแบบนี้ต่อไปไม่ได้แน่ จากนั้นก็ค่อยย้ายเข้าไปอาศัยในเมือง..’
การย้ายเข้าไปอาศัยในเมืองคือความตั้งใจของจ้าวหยางจื่อ เขาไม่คิดจะอยู่ที่หมูบ้านตระกูลหานนี้ตลอดไป
ถ้า้ากลับไปล้างแค้นให้ครอบครัวของตนเอง การอยู่ที่นี่ต่อไปความตั้งใจของเขาย่อมเป็ไปได้ยาก
ประการที่สอง ถ้าจะอาศัยที่หมู่บ้านแห่งนี้ต่อไป การเป็อยู่ครอบครัวของเขาคงดีขึ้นไม่มากนัก อีกทั้งยังไม่สะดวกสบายอีก
ทว่าทั้งหมดทั้งมวลนั่นคือแผนการ พอลงมือทำจริงย่อมเป็อะไรที่ยากกว่านั้น เพียงแค่คิดว่าจะไปอาศัยอยู่ในเมืองอย่างไร จ้าวหยางจื่อก็รู้ปวดเศียรเวียนเกล้าแล้ว..
‘ข้าควรคิดว่าจะทำอะไรบ้างในตอนฟ้าสางดีกว่า อย่าได้คิดไปไกลนัก ควรก้าวไปทีละข้าว ถ้าข้ามขั้นตอนไปในทันทีอาจล้มเหลวกลางคันเป็แน่!..’
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็คิดบางอย่างได้
‘…จริงสิ! ข้ามีน้ำพุวิเศษอยู่นี่!’
ย้อนกลับไปก่อนที่จะเข้าไปในมิติย่อย นับได้ว่าจ้าวหยางจื่อที่รอบคอบ พกกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กไปด้วย จึงได้นำน้ำพุจิติญญาติดตัวกลับมาเล็กน้อย
เวลาต่อมาก็ได้มีแผนการมากมายผุดขึ้นในสมองของจ้าวหยางจื่อ ยิ่งเขาจินตนาการไปไกลมากเท่าไหร่ ใบหน้าของเขาก็ปกคลุมไปด้วยความยินดีอย่างปกปิดไม่มิด
‘เ้าของร่างคนเก่าปลูกผักไว้ที่สวนหลังเรือน! ข้าควรลองทำตามสิ่งที่เราคิด! บางทีมันอาจจะได้ผล..’
‘..ลงมือทำเลยดีกว่า ถ้าข้าทำตอนที่น้องๆ อยู่ด้วย พวกเขาคงสงสัย’
คิดได้เช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงโดยที่ทำให้น้องทั้งสองคนของเขาไม่รู้สึกตัว ก่อนที่จะไปหยิบมีดเหล็กปลายแหลมขนาดหนึ่งศอกในห้องครัวแล้วออกเรือนไป..
ถ้าเป็เ้าของร่างคนเก่าคงเกรงกลัวอย่างมากที่ออกมาจากบ้านยามวิกาลเช่นนี้ แต่จ้าวหยางจื่อนั้นไม่ใช่ นั่นเป็แค่คำขู่ของท่านยายหาน ความจริงก็คือทางการสั่งห้ามเอาไว้ว่าถ้าผู้คนออกจากบ้านยามค่ำคืนนั้นคือเื่ที่แท้จริง
อีกทั้งเวลานี้จ้าวหยางจื่อมั่นใจเต็มเปี่ยมในพลังของตนเองมาก ย่อมไม่เกรงกลัวต่อความอันตรายใดๆ
ซึ่งเขามั่นใจในตนเองขนาดนี้นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับน้ำพุจิติญญา หลังจากที่เขาดื่มมันเข้าไปเขาก็รู้สึกว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ทั้งหมด หลังจากที่ดื่มน้ำพุจิติญญาเข้าไปแล้วนั้น เขารู้สึกแน่นหน้าอก่หนึ่ง อาจเป็เพราะว่าน้ำพุวิเศษเข้มข้นจนเกินไป ร่างกายเขาทนรับแทบไม่ไหว ถ้าไม่ได้ทักษะฝึกปราณปฐมบทช่วยซึมซับแล้วละก็ เขาคงไม่มีความมั่นใจเช่นนี้
และด้วยน้ำพุวิเศษที่ช่วยให้จ้าวหยางจื่อรับรู้ถึงลมปราณรอบตัวได้เร็วขึ้น ปกติผู้ฝึกพลังปราณนั้นกว่าจะััพลังปราณแล้วชักนำเข้าร่างได้ก็ใช้เวลานานมาก นับว่าโชคดีที่จ้าวหยางจื่อมีของวิเศษเช่นนี้อยู่กับตัว..
ไม่นานนักจ้าวหยางจื่อก็เกินมาถึงสวนผักหลังบ้าน ที่เ้าของร่างคนเก่าและน้องทั้งสองของเขาปลูกไว้..
สามารถกดหัวใจ ส่งของขวัญ เพื่อเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel