บรรยากาศที่ป้ายรถเมล์คืนนี้เงียบสงัดกว่าทุกคืนที่ผ่านมาท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงดาว มีเพียงไฟถนนสีส้มดวงเดิมที่ส่งเสียงหึ่ง ๆแ่เบาเหมือนลมหายใจของเมืองที่กำลังหลับใหล หลินเหว่ยนั่งรออยู่บนม้านั่งตัวเดิมความรู้สึกสับสนและลนลานจากโลกกลางวันที่เขาเพิ่งเผชิญมาถูกแทนที่ด้วยความสงบที่น่าประหลาดเขาเข้าใจแล้ว... เข้าใจความจริงที่กาลเวลาจงใจซ่อนไว้
00:00 น.
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากมุมทางเดินซูเหยียนเดินเข้ามาใต้แสงไฟ เธอไม่ได้ดูโกรธเหมือนคืนก่อนแต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววของการยอมรับและโศกเศร้า เธอหยุดยืนตรงหน้าเขาลมหนาวพัดผ่านจนชายเสื้อโค้ทสีครีมสะบัดไหวทั้งคู่นิ่งเงียบไปนานราวกับจะซึมซับการมีอยู่ของกันและกันให้ได้มากที่สุด
“นายรู้แล้วใช่ไหม...” ซูเหยียนถามเบา ๆเสียงของเธอสั่นเครือคล้ายจะจางหายไปในลมหนาว
หลินเหว่ยพยักหน้าช้า ๆ เขามองลึกลงไปในดวงตาของเธอ “ฉันรู้แล้ว...โลกที่ฉันไปหาเธอ มันไม่มีเธออยู่จริงๆ และโลกที่เธอไปรอฉัน...ฉันก็ยังไม่เคยไปถึงที่นั่น”
ซูเหยียนหัวเราะเบา ๆ ทั้งน้ำตา “อย่างน้อย...เราก็ไม่ใช่ผีนะ”
“ใช่” หลินเหว่ยยิ้มตอบเป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและปวดร้าว
“เราแค่เป็คนสองคนที่อยู่คนละโลก... คนละเส้นเวลาที่บังเอิญมากันได้แค่ที่ป้ายรถเมล์นี้ ใน่เวลานี้เท่านั้น”
00:13 น.
เหลือเวลาอีกเพียงสองนาที แสงไฟจากรถเมล์เที่ยวสุดท้ายเริ่มสาดส่องมาจากสุดถนนหลินเหว่ยลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกไปหาเธอ คราวนี้ซูเหยียนไม่ได้ถอยหนีเธอวางมือเล็กลงบนฝ่ามือของเขาัันั้นอุ่นวาบและจริงแท้จนเขาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าโลกที่แยกพวกเขาออกจากกันนั้นมีอยู่จริง
“มันไม่ยุติธรรมเลยนะ” ซูเหยียนพึมพำขณะมองรถเมล์ที่ใกล้เข้ามา “ทำไมเราถึงมีเวลาแค่15 นาที”
หลินเหว่ยกระชับมือเธอแน่นขึ้น “บางความรักอาจไม่ได้มีเวลาทั้งชีวิตเพื่อสร้างความทรงจำร่วมกัน...แต่สำหรับฉัน 15 นาทีที่ฉันมีเธอ มันคือ 15 นาทีที่เป็ของเราจริงๆเป็่เวลาเดียวในโลกที่ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”
รถเมล์เข้าจอดเทียบป้ายประตูเปิดออกพร้อมเสียงถอนหายใจของระบบลม ซูเหยียนมองหน้าเขาเป็ครั้งสุดท้ายรอยยิ้มของเธอบัดนี้ดูสวยงามและนิรันดร์กว่าครั้งไหน ๆ เธอค่อย ๆปล่อยมือจากเขาแล้วก้าวขึ้นรถไป
หลินเหว่ยยืนมองรถเมล์ที่เริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้า ๆคราวนี้เขาไม่ได้วิ่งตาม เขาเพียงแค่ยืนอยู่ใต้แสงไฟถนนสีส้มเฝ้ามองร่างของเธอที่ริมหน้าต่างค่อย ๆ พร่าเลือนและจางหายไปในอีกโลกที่เขาััไม่ได้
เขารู้ว่าพรุ่งนี้โลกกลางวันของเขาจะยังคงไม่มีเธอ...และพรุ่งนี้เที่ยงวันสวนสนุกก็จะยังคงว่างเปล่าสำหรับเขาเสมอแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ป้ายรถเมล์เล็ก ๆแห่งนี้จะกลายเป็สถานที่ที่พิเศษที่สุดในจักรวาล
หลินเหว่ยจัดผ้าพันคอสีเทาที่เธอเคยคืนให้เขาทุกคืนแล้วเดินกลับออกไปจากป้ายรถเมล์พร้อมรอยยิ้มจาง ๆเขาใจจดใจจ่อที่จะได้พบเธออีกครั้ง... ในอีก 23 ชั่วโมง45 นาทีข้างหน้า
เพราะบางครั้ง... การรักใครสักคนผ่านรอยแยกของกาลเวลาก็คุ้มค่าพอที่จะรอคอย
คุยกับนักเขียน:
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญนี้นะครับ!
ในตอนที่ผ่านมา “15 นาที”อาจดูเหมือนนิรันดร์ที่แสนหวาน แต่เมื่อนาฬิกายังคงหมุนไปซ้ำ ๆเงื่อนไขเดิมที่เคยดูมหัศจรรย์อาจเริ่มกลายเป็บททดสอบที่กัดกินหัวใจขึ้นมาเสียดื้อๆ ในตอนต่อไป “ตอนที่ 11 : รสชาติของความธรรมดา” เราจะไปสำรวจมุมมืดของรอยแยกเวลา เมื่อความโหยหาชีวิตที่ “ปกติ”เริ่มเข้ามาทักทาย
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อความรักที่เคยอยู่เหนือเงื่อนไขของเวลาต้องมาเผชิญหน้ากับความเหนื่อยล้าของความจริง? เตรียมพบกับความบีบคั้นที่อาจทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า...เพียงแค่ 15 นาทีนั้น มันจะ “พอ” จริง ๆ หรือเปล่า
แล้วเจอกันในตอนหน้าที่ป้ายรถเมล์เดิมครับ!