ท่านพ่อเซียวรีบเรียกให้บ่าวของตระกูลฉู่เข้ามาได้ยินคนที่มาพูดว่า “นายท่าน นายน้อยของบ้านเราถูกพวกมือปราบจับไปแล้วท่านประมุขขอให้นายท่านคิดหาทางช่วยนายน้อยขอรับ”
“ถูกพวกมือปราบจับไปแล้วเช่นนั้นรึ” ท่านพ่อเซียวไม่เข้าใจ“เซี่ยคุนก็เกษียณกลับบ้านเกิดไปแล้วจะยังมีใครสั่งการพวกมือปราบได้อีก”
เหมยเซียวเหรินนั่งอยู่ด้านข้างมือหนึ่งยันหน้าผาก อีกมือวางบนโต๊ะเคาะด้วยความเบื่อ
“นายท่าน นายน้อยคือทายาทคนเดียวของท่านประมุขนะขอรับ…”
ท่านพ่อเซียวออกคำสั่งอย่างรีบร้อน“ใครก็ได้ ไปสืบมาสิ ตกลงเป็ใครที่จับจื่อเฟิงไป ไม่ว่าใครจะจับไป ก็พยายามให้พวกเขารีบปล่อยคนซะ!”
เมื่อบ่าวของตระกูลฉู่เห็นว่าคหบดีเซียวสั่งให้ไป่ฉู่จื่อเฟิงแล้วก็รีบก้มหัวคำนับขอบคุณสองสามครั้งจากนั้นก็รีบกลับไปเอาอกเอาใจท่านประมุข
เหมยเซียวเหรินส่ายหัวอยู่เงียบๆคำพูดของบิดานางไม่มีประโยชน์หรอก เพราะหากอยากให้ทุกคนโล่งใจก็ต้องดูว่านางยินดีหรือไม่
ในโถงรับแขกเหลือเพียงบิดากับบุตรีเพียงสองคน
ท่านพ่อเซียวร้อนใจดั่งไฟแต่ไรมาเขากับขุนนางเป็น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าขุนนางที่จับคนไปคนนั้นจะเห็นแก่หน้าเขาหรือไม่
เซียวเหมยเหรินพิจารณาบิดาของนางอย่างเงียบๆแล้วพบว่าบิดานางคล้ายอยากสู้สุดตัวเพื่อช่วยเหลือทายาทคนเดียวของตระกูลฉู่
อย่างไรบิดาของนางก็เป็คนที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพมากบุตรชายของผู้มีพระคุณถูกทางการจับย่อมเป็เื่ใหญ่โตเทียมฟ้า
เหมยเซียวเหรินเพื่อกันไม่ให้บิดาร้อนใจจนล้มป่วยพูดเสียงเบาว่า “ท่านพ่อ ข้าอยากจะบอกท่านเื่หนึ่ง”
“พูดมา”
“ใต้เท้าเซี่ยเกษียณอายุกลับบ้านเกิด ปัจจุบันก็ยังไม่มีนายอำเภอคนแก่เช่นท่านนับว่าใช้มือปิดฟ้าได้ แต่ราชสำนักก็ไม่อาจปล่อยปละละเลยได้จัดแจงให้ใต้เท้าคนหนึ่งมารับตำแหน่งนายอำเภอที่นี่ชั่วคราว”เหมยเซียวเหรินเอนตัวเล็กน้อย ถามอย่างจริงจังว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่าเป็ใคร”
“ไม่ว่าจะเป็ใคร เพื่อช่วยจื่อเฟิงออกมา เขาจะต้องอมเงินสักก้อนของบ้านเราอย่างยากจะเลี่ยง”
“ผิดแล้วเขาไม่คิดอยากได้เงินเพียง้าให้คนแก่เช่นท่านอย่าชักใบให้เรือเสียนอกจากนี้ยัง้าให้ฉู่จื่อเฟิงถอดใจไป”
“ชักใบให้เรือเสียรึ” ท่านพ่อเซียวไม่เข้าใจ จึงยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อสงบอารมณ์
“ถูกต้อง ก็คืออย่าชักใบให้เรือเสีย โดยเฉพาะเื่แต่งงานของข้า” เหมยเซียวเหรินมองบิดาของนาง ยืดตัวตรงสองมือวางไว้ที่กระโปรงอย่างเรียบร้อย
“เพราะอะไร”
“เพราะว่าปัจจุบันนายอำเภอของที่นี่ก็คือบุตรสาวของท่าน ข้ายังไงล่ะ!”
“พรวด” พ่อของนางพ่นชาร้อนออกมายังไม่ทันเช็ดปากก็ถามว่า “ลูกรัก คำพูดนี้จริงรึ”
“คำสั่งของราชสำนัก แน่นอนว่าย่อมต้องเป็เื่จริง”
เหมยเซียวเหรินยื่นผ้าเช็ดหน้าให้พ่อของนางให้เขาเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำบนกาย
ความจริงจดหมายที่ผู้ว่าการจังหวัดหลีส่งมาให้ในวันนั้นนอกจากจะต่อว่านางแล้วยังมอบหมายงานราชการให้นางไปทำ นั่นคือให้นางไปรับตำแหน่งนายอำเภออวิ๋นชั่วคราวจนกว่าจะมีขุนนางใหม่มารับตำแหน่งที่อำเภอ
แม้นางมาถึงอำเภออวิ๋นแล้วยังไม่ได้ไปแสดงตัวณ ที่ว่าการ แต่ตราประทับนายอำเภอที่นางพกติดกายมานั่นก็สามารถสั่งการมือปราบของอำเภออวิ๋นได้แล้ว
ดังนั้นนางเพียงส่งจดหมายออกไปก็ทำให้ฉู่จื่อเฟิงไม่อาจไม่ไปดื่มชาอยู่ที่ทำการอำเภอได้
ท่านพ่อเซียวปรับสีหน้าค้ำเก้าอี้แล้วนั่งตัวตรงพูดว่า “ลูกรัก เ้าไม่อาจใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเอาจื่อเฟิงมาล้อเล่นเช่นนี้”
“ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเช่นนั้นหรือ” เหมยเซียวเหรินพิงพนักเก้าอี้แล้วเคาะที่เท้าแขนเบาๆ“ตราบใดที่ท่านไม่บังคับให้ข้าแต่งกับฉู่จื่อเฟิงอีก ข้ารับรองว่าจะไม่ให้เขาอยู่ในคุกไปอีกหนึ่งปีครึ่ง”
“เชื่อพ่อนะ ปล่อยคนออกมาเถอะ”
เหมยเซียวเหรินเบนสายตามองไปที่อักษรและภาพวาดบนกำแพงพูดว่าไม่
“ลูกรัก พวกเราไม่อาจตอบแทนบุญคุณผู้อื่นเช่นนี้ได้”
“ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตน ข้าจับเขา นั่นก็เพราะเขาทำผิดกฎหมาย!” เหมยเซียวเหรินพูดอย่างจริงจัง “ท่านคงไม่อาจให้ข้าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรอกนะ”
“จื่อเฟิงก่อเื่อะไร”
เหมยเซียวเหรินแกล้งทำท่าว่าจนปัญญาส่ายหัวถอนหายใจ
ยามเย็นท้องฟ้าเกิดฝนตกลงมา ฉู่อวี้อยู่ยืนลำพังที่หน้าต่างของโรงเตี๊ยมขบคิดอย่างมีสมาธิ
“บ่าวสมควรตาย เกือบปล่อยให้สามัญชนข้างถนนรบกวนนายท่าน”
สิงอวิ๋นหวนคิดถึงเื่ตอนกลางวันก็เหงื่อท่วมศีรษะพาเหล่าองครักษ์คุกเข่าขอรับโทษอยู่บนพื้น
เขาออกไปจัดการธุระตามคำสั่งของนายท่านทิ้งให้นายท่านรับประทานอาหารอยู่ที่ภัตตาคารคนเดียว ในตอนที่กลับมาก็เห็นนายท่านถูกนักเลงท้องถิ่นห้อมล้อมอยู่และผู้นำของพวกนักเลงก็คือฉู่จื่อเฟิงบุตรชายของประมุขตระกูลฉู่
ฉู่จื่อเฟิงพูดว่าจะลงมือก็ลงมือหากไม่ใช่เพราะมือปราบกลุ่มหนึ่งมาจับเหล่าคนสร้างเื่วุ่นวายได้ทันเวลา หากนักเลงแตะต้องนายท่านเพียงชายเสื้อเกรงว่าเขาคงจะมีโทษถึงตายอยู่ที่หลิวเยว่
ฉู่อวี้ยกมือที่อยู่ด้านหลังเล็กน้อยให้สัญญาณให้พวกเขาลุกขึ้นมา แล้วถามว่า “นายอำเภอของที่นี่คือใคร”
“วันนี้บ่าวสืบข่าวมาได้ว่า ปัจจุบันที่นี่ไม่มีนายอำเภอขอรับ”
ฉู่อวี้นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีคนแจ้งกับเขาแต่ว่าถูกเขาลืมไปจนหมดแล้วก็เท่านั้น
สิงอวิ๋นพูดอีกว่า“ในเมื่อมือปราบจับฉู่จื่อเฟิงไปแล้วเช่นนั้นบ่าวจะไปพูดคุยกับที่ทำการอำเภอ ให้ตามตระกูลฉู่ทั้งหมดมา”
“ไม่จำเป็ ปล่อยพวกเขาให้ดูแลสุสานของท่านแม่แทนข้าดีแล้ว” ฉู่อวี้ปรายตามองถามว่า “สถานที่ที่ข้าให้เ้าไปหาหาเจอหรือไม่”
สิงอวิ๋นประสานมือ“เรียนนายท่าน เรือนพักของบ้านสามตระกูลฉู่ถูกประมุขตระกูลฉู่ขายให้กับตระกูลเซียวแล้วขอรับปัจจุบันรวมอยู่กับจวนเซียว”
“ขายไปแล้วเช่นนั้นรึ”
“ได้ยินมาว่าหลังจากประมุขตระกูลฉู่ยึดครองบ้านของน้องชายสามชีวิตก็ไม่ราบรื่นนักไม่มีสามีภรรยาบ้านสามคอยค้ำยัน ตระกูลฉู่ก็ตกต่ำลงทุกวันจนถึงขั้นต้องขายที่นากันเลยเชียว ประมุขตระกูลเพื่อประจบตระกูลเซียว จึงนำเรือนพักบ้านสามที่อยู่ใกล้จวนเซียวมากที่สุดให้ตระกูลเซียวไป”
ฉู่อวี้มองหยาดฝนที่ตกลงมาเงียบๆในใจมีความคิดบางอย่างเปลี่ยนไปทันที
สามวันต่อมาวันเกิดของท่านพ่อเซียว
สองสามวันนี้ไม่ว่าบิดาของนางจะใช้ไม้อ่อนพูดจาเกลี้ยกล่อมเช่นไรเหมยเซียวเหรินก็ไม่ยอมปล่อยฉู่จื่อเฟิง และเพื่อกันบิดานางไม่ให้ซื้อตัวผู้คุมนักโทษให้แอบปล่อยฉู่จื่อเฟิงอย่างลับๆจึงให้คนนำฉู่จื่อเฟิงกลับไปขังไว้ที่อำเภอชิวสุ่ย เพื่อรับประกันว่าบิดานางจะช่วยคนออกมาไม่ได้
หลังจากนี้จะปล่อยฉู่จื่อเฟิงหรือไม่นั้นก็เป็เื่ที่ค่อยพูดในภายหลังแต่อย่างไรวันนี้นางก็จะไม่ปล่อยคนออกมาแน่นอน ใครจะรู้ได้ว่าเ้าคนเหลวไหลที่กล้าลงมือแม้กระทั่งกับฉู่อวี้จะไม่ก่อเื่ในวันเกิดของบิดานาง
ยิ่งฉู่จื่อเฟิงอยู่ในมือนางแล้วบิดาของนางก็ไม่อาจเร่งให้นางหาคู่ในงานวันเกิดได้
ถึงแม้ตระกูลฉู่จะยังร้อนใจเื่ฉู่จื่อเฟิงโดนจับตัวไปแต่ตระกูลเซียวคือแหล่งอาหารและที่พึ่งพิงของพวกเขา วันเกิดของคหบดีเซียว คนตระกูลฉู่ไม่มีใครพลาดเลยสักคนเดียวเบื้องหน้าพวกเขายกสุรากล่าวคำอวยพรด้วยความยินดี แต่ในระหว่างงานเลี้ยงก็แอบขอร้องให้ท่านพ่อเซียวช่วยเหลือคน
ตอนนี้เหมยเซียวเหรินคือบุตรสาวตามกฎแล้วนางไม่สามารถออกไปปรากฏตัวในงานเลี้ยงได้ ยิ่งไม่อาจร่วมอวยพรต่อหน้า
นี่เป็ธรรมเนียมที่นางรังเกียจนักสตรีไม่อาจออกไปเผยโฉมและเรียนหนังสือก็แล้วไปเถอะ เมื่ออายุถึงวัยยังต้องเคารพบิดามารดาเชื่อฟังแม่สื่อแต่งกับคนที่ตนไม่ได้ชอบ…
ในเมื่อเป็เช่นนี้ยังต้องเป็สตรีไปทำไม เป็บุรุษดีกว่า
มีสตรีมากมายในโลกนี้บางทีอาจมีเพียงนางที่โชคดีมากพอที่จะสู้เพื่อทางเดินเส้นอื่น
สาวใช้มาแจ้งว่า“คุณหนูใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่ากับคุณหนูญาติผู้พี่มาแล้วเ้าค่ะ”
การมาถึงของสองย่าหลานอยู่เหนือความคาดหมายของเหมยเซียวเหรินมุมปากของนางมีรอยยิ้มเย็นขึ้นมาบางๆ
ตอนนี้บิดาของนางกำลังรับแขกอยู่ นางกำลังหงุดหงิดที่ไม่มีอะไรทำอยู่ในห้องไปพบปะกับสองย่าหลานสักหน่อยแล้วกัน
เหมยเซียวเหรินสั่งบ่าวรับใช้ให้ไม่ต้องนำพวกนางเข้ามาทั้งยังให้คนพาพวกเขาไปรอที่ห้องด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ่อของนางรู้ว่าพวกนางมา แล้วปฏิบัติต่อมารดาเลี้ยงตามมารยาทโดยไม่คำนึงถึงบุญคุณความแค้นที่ผ่านมา
“พวกเ้ารับแขกเช่นนี้รึ”
สตรีที่ต่อว่าอยู่หน้าประตูคนนั้นคือญาติผู้พี่ของนาง เซียวหรู
เหมยเซียวเหรินนำสาวใช้มาถึงด้านนอกประตูของห้องด้านข้าง ก็โบกมือให้บ่าวรับใช้ถอยออกไป
เมื่อเซียวหรูเห็นเหมยเซียวเหริน ก็พูดจาถากถางว่า “น้องเหมย เ้าต้อนรับท่านย่ากับพี่สาวของเ้าเช่นนี้หรือ”
“วันนี้เป็วันเกิดของท่านพ่อ ท่านพ่อยุ่งเสียจนหัวหมุนข้าก็ยุ่งเสียจนหัวหมุนเช่นกัน หากต้อนรับได้ไม่ดีก็ขอให้อภัยด้วยนะเ้าคะ”
เซียวหรูยิ้มออกมา ยังคงเหน็บแนมอยู่สองสามส่วน “พูดจามีเหตุมีผล เ้าคงไม่ได้ฝ่าฝืนกฎของตระกูลไปเรียนหนังสือหรอกนะ”
เหมยเซียวเหรินไม่ได้ปฏิเสธ หลายปีก่อนเพื่ออิสรภาพนางได้เริ่มเรียนหนังสือลับๆคิดอยากสอบผ่านสร้างชื่อเสียง หลังจากนั้นก็พบว่าที่ตัวเองตรากตรำฝึกฝนนั้นล้วนเป็วิชาเด็กเล่นแต่นางเรียนช้าไป ไม่ง่ายเลยกว่าจะสามารถเขียนตัวอักษรที่พอจะเข้าตาได้สักตัวจะพึ่งความสามารถนี้ไปใช้สอบสร้างชื่อนั้นก็ยังห่างอีกไกลนัก
ตอนนี้ความรู้ที่แสนจะตื้นเขินเช่นนี้ยังถูกประณามว่าผิดกฎของตระกูล…
น่าขันหรือน่าโศกเศร้ากันนะ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5d7b9cb0fc55049fdb4dfc1e85909306