ผมจมอยู่กับความฝันนั้นตลอดบ่ายพอรู้สึกตัวอีกทีหนึ่งก็ถึงเวลาจะต้องกลับโรงเรียนแล้ว...ฝนเริ่มตกตอนที่ผมออกจากร้านผมจึงเดินเรื่อยๆ ไปทางบรอดเวย์ จนกระทั่งถึงร้านขายของชำของมิสเตอร์คาเบลล์พ่อของมาร์ตินก็เปียกไปทั้งตัวพอดี
“เออ...ดีใจจังที่นายมาได้เอาครีมโซดาไหมล่ะ?” มาร์ตินมีท่าทางดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด
ผมเลือกช๊อคโคแล็ตหลังจากที่เราดื่มจนหมดแล้วจึงได้นั่งคุยกันซึ่งทำให้ผมได้รู้ว่าเขายังอ่อนกว่าผมเสียอีกแต่เรียนหนังสือชั้นเดียวกันเราคุยกันไปได้สักพักหนึ่ง สาววัยรุ่นคนหนึ่งก็เดินออกมาพูดกับมาร์ติน
“เร็วเข้าเถอะมาร์ตินเดี๋ยวไม่ทันเวลาซัปเปอร์”
เธอเป็พี่สาวของมาร์ตินอย่างที่ผมคิดจริงๆเขาแนะนำกับผมว่า
“แฟรงกี้นายรู้จักรูธ พี่สาวเราสิ”
“เฮลโล...” เธอหันมายิ้มให้ผม” ยินดีที่ได้รู้จัก”
รูธอยู่ในวัยประมาณ 15ปีเห็นจะได้และน่ารักมาก ผมสีบรอนซ์ซอยเหมือนเด็กชายวัยรุ่นดวงตาสีน้ำเงินเหมือนมาร์ตินที่เหมือนยิ่งกว่านั้นก็คือเธอชอบจ้องมองดูคู่สนทนาตรงๆ รูปร่างของเธอเล็กๆ บางๆสูงเกือบเท่าผม
เพราะฉะนั้นพอมาร์ตินถามว่า ผมอายุสักเท่าไร ผมก็ตอบไปเลยว่า 16 เพราะอย่างน้อยก็อยากให้รูธประทับใจในตัวผมบ้าง
มาร์ตินเล่าให้พี่สาวของเขาฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อบ่ายวันนี้ เธอมองหน้าผมแปลกๆ แล้วก็เดินออกไปโดยไม่ได้พูดจาผมอดรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาไม่ได้ว่า เธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจมาร์ตินดูจะรู้ใจผมเมื่อเขาพูดขึ้นว่า
“พวกผู้หญิงนี่ตลกนะเออ...พูดถึงเื่ที่นายบอกเราเื่ต่อยมวยเมื่อตอนบ่ายเรานึกออกแล้วว่ามีนวมอยู่คู่หนึ่ง นายสอนให้เราหน่อยได้ไหมล่ะ?”
“คืนนี้เลยน่ะเรอะ?”
“ใช่สิ...หลังซัปเปอร์แล้วก็ได้นายกลับไปกินให้เสร็จเสียก่อนแล้วค่อยมาใหม่จะได้สอนให้เรายังไงล่ะ”
“น่ากลัวจะไม่ได้หรอกเราไม่ได้อยู่บ้านนี่ อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าต่างหากถ้าลองเข้าไปตอนซัปเปอร์แล้วก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ออกมาอีก”
“อ้าว...อย่างนั้นหรอกเหรอ...”ดวงตาเขาเป็ประกาย “ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยว...รอเดี๋ยวนะ...” เขาวิ่งเข้าไปหลังร้านผมได้ยินเขาพูดอะไรกับพ่ออยู่แว่วๆ แล้วก็วิ่งกลับออกมาหาผม
“เราขออนุญาตพ่อแล้วเดี๋ยวนายไปกินซัปเปอร์ที่บ้านเราแล้วค่อยสอนเราก็ได้”
ผมพยักหน้ารับเรื่อยๆไม่ได้สนใจจะไปเสียด้วยซ้ำ...
คืนนั้นพ่อกับแม่ของมาร์ตินไม่อยู่บ้านเพราะฉะนั้นก็จะเหลือแต่เราเด็กๆ ที่อยู่กันตามลำพัง คือมาร์ติน รูธและผมมีคนรับใช้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งเป็คนเสิร์ฟอาหารให้
เธอชื่อจูลี่อายุอานามอยู่ในวัยสาวสะพรั่งคือประมาณ 22 ปีมีสายเืผสมฝรั่งเศส-คานาดา เวลาพูดมีสำเนียงน่าขันเธอได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะกับเราด้วย
อาหารวันนี้เป็ชุดง่ายๆเรารับประทานกันอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็เข้าไปในห้องนั่งเล่นซึ่งมีตู้วิทยุชุดใหม่เล่นแผ่นเสียงได้ด้วย ดูเหมือนที่นี่จะเป็แห่งที่ 3 ที่ผมได้ฟังวิทยุก็เลยรู้สึกสนใจมากชั่วโมงต่อมามาร์ตินก็ชวนเข้าไปในห้องซ้อมกีฬาซึ่งจัดเป็ห้องสมุดรวมอยู่ในตัวเสร็จ เราจะซ้อมมวยกัน
สำหรับผมเองแล้วโอเคเสมอแต่รูธคงไม่ชอบนัก เพราะเธอไม่ได้ตามเข้ามา อ่างว่าจะอ่านหนังสืออยู่ข้างนอกเราช่วยกันเลื่อนเก้าอี้ให้ห้องดูกว้างขึ้น จากนั้นก็จัดแจงสวมนวม
“เอาละ...นายจะต้องเริ่มต้นอย่างนี้นะใช้ซ้ายเป็หมัดนำ มือขวาจดไว้ใต้คาง...อย่างนี้” ผมทำท่าทางให้เขาดูและสอนให้เขาทำตามจากนั้นผมก็ถอยหลังออกมาจรดสายตาอยู่ที่เขาฉากออกไปทางซ้ายเล็กน้อยและสั่งให้เขาต่อยผม
“เราไม่อยากทำให้นายเจ็บนี่”เขาว่า
“อย่าห่วงเลยน่า”
เขาปล่อยหมัดขวาออกมาผมปิดและเต้นเข้าไปหา
“ไม่ใช่อย่างนั้นถ้านายปล่อยหมัดซ้ายออกมาแล้วไม่ใช่ขวาปิดไว้ เราจะต่อยนายได้อย่างนี้...เห็นไหม...เอ้า...แย๊ปด้วยซ้าย...วิธีนี้จะกันไม่ให้คู่ต่อสู้เข้ามาใกล้ตัวเรา”
“อ๋อ เข้าใจแล้ว”เขาเรียนได้อย่างรวดเร็ว ผมปล่อยให้เขาชก2-3หมดและปิดไว้
“อย่าลืมใช้ซ้ายกันสิ”
พอเราเริ่มใหม่อีกครั้งประตูก็เปิดออก ผมหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจ รูธเดินเข้ามาพอดี จังหวะนั้นเองที่เขาปล่อยหมดออกมาโดนเข้าเต็มที่อาจจะด้วยสัญชาตญาณที่ทำให้ผมปล่อยหมัดออกไปเข้ากระบอกตาเขาพอดี มาร์ตินล้มลงทันที
รูธวิ่งเข้าไปประคองน้องชายด้วยความใมาร์ตินยังนั่งงงอยู่กับพื้นห้อง
“อะไรกันนี่...?”รูธร้องลั่น “ไม่เห็นหรือว่าคุณตัวใหญ่กว่าเขาตั้งเยอะ?”
ผมพูดไม่ออก...
“ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอกรูธเราขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ต่างหาก”
“แต่ดูตาเธอสินั่นน่ะ...มาร์ตี้...ดูสิ...เขียวแล้ว...เห็นหรือเปล่า?”
“ขอโทษนะ มาร์ตี้เราไม่ได้ตั้งใจจะชกนายแรงอย่างนั้นเลย” ผมเข้าประคองเขาให้ลุกขึ้นยืน
ดูเหมือนจูลี่จะได้ยินเสียงเข้าอีกคนหนึ่งจึงโผล่หน้าเข้ามาดู
“ต้องใช้ผ้าเย็นประคบไม่อย่างนั้นบวมแน่”เธอว่า
มาร์ตินค่อยๆถอดนวมออก
“ไม่เป็ไรน่าอีกสองสามวันก็หายนายรอเราอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวมา”
จูลี่คงจะเห็นผมยังสวมนวมอยู่จึงเดินไปหยิบนวมคู่ที่มาร์ตินถอดทิ้งไว้ขึ้นมาถือ
“ให้ฉันลองสวมนวมหน่อยได้ไหมคะ?”เธอถามยิ้มๆ
“เอาสิไม่ใช่ของผมหรอก”
“โอ...ฉันไม่เห็นมันจะอันตรายตรงไหนเลยสวมเข้าไปแล้วกลับยิ่งจะทำอะไรไม่สะดวกด้วยซ้ำ”
“เธอเคยสวมมาแล้วหรือ?”
“พ่อบอกว่าฉันน่าจะเป็เด็กผู้ชายมากกว่าฉันชอบทำอะไรๆ เหมือนเด็กผู้ชาย มันสนุกดีออก คุณสอนให้ฉันชกบ้างสิคะ แฟรงกี้ไม่ใช่ชกจริงๆ นะ เอาแค่หลักๆ ก็พอ”
“ก็ได้”
“แต่อย่าชกฉันแรงๆนะฉันกลัวเจ็บโดยเฉพาะแถวๆ นี้” เธอใช้นวมชี้ลงตรงทรวงอกผมมองตามมือนั้น ความรู้สึกประหลาดๆที่เคยเกิดขึ้นตอนเจอกับแมรี่เริ่มรบกวนผมอีกแล้ว
“จะลองดูสักสองสามหมัดก็ได้”
เธอจรดมวยด้วยท่าทางน่าขันชกผม2-3ครั้งผิดๆ แต่ก็ยังเต้นเข้ามาใกล้ผมปิดไว้และเต้นเขาไปหา เธอตวัดแขนจับมือผมไว้มั่น...การชกมวยกับผู้หญิงนี่มันรู้สึกประหลาดๆ อย่างไรพิกล ตื่นเต้นดีชะมัด...แต่ไม่ใช่เพราะชกมวยแน่
“คุณนี่แข็งแรงดีจังเลย”เธอเอนตัวเข้ามาใกล้
ผมมองดูเธอจูลี่ค่อนข้างสูงกว่าผมเล็กน้อย พวกผมเป็สีดำสนิท หน้าผากกว้าง ปากเต็มอิ่มดวงตามีแววรื่นรมย์อยู่เสมอ เรายืนชิดกันอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง แต่แล้วจู่ๆรูธก็โผล่เข้ามาอย่างไม่ทันให้เราตั้งตัว ผมจึงรีบผละออกจากจูลี่ทันที
“เธอกำลังขอให้ผมสอนมวยให้...”ผมพูดเก้อๆ ทำไมต้องรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าอย่างนั้นก็ไม่รู้
“อยากเป็ยีนส์ทันเน่ย์หรือไง...นี่คุณ...มาร์ตินอยากพบแน่”
ผมถอดนวมออกส่งให้จูลี่แล้วจึงเดินตามรูธไปที่ห้องนอนของมาร์ตินตอนนี้เขาขึ้นไปนอนแผ่อยู่บนเตียงมีผ้าเย็นปิดหน้าไว้
“เสียใจจริงๆแฟรงกี้ ไม่นึกว่าจะเป็อย่างนี้เลยพรุ่งนี้นายไปพบเราที่ร้านพ่อนะจะได้เล่นกันอีก”
“ได้สิ มาร์ตี้ขอโทษนะที่เราทำให้นายเจ็บ พรุ่งนี้พบกัน”
แล้วผมก็ออกจากห้องมีรูธเดินตามมาส่งที่ประตู
“กู๊ดไนท์ รูธ”
“กู๊ดไนท์” เธอตอบเบาๆ ก่อนจะปิดประตูลง แต่แล้วเหมือนตัดสินใจเธอแง้มบานประตูค้างไว้พูดต่อว่า
“นี่...ฉันขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหม?”
“ได้สิ”
“อย่าคบกับน้องชายฉันอีกคุณมันเป็คนละประเภทกับเรา ฉันไม่อยากให้เขาเสียเด็ก” แล้วเธอก็ปิดประตูใส่หน้าผมดังปังใหญ่
ผมเดินช้าๆออกไปจากบ้าน มันพูดไม่ออกเอาจริงๆ เสียด้วย
“จู๊ย์...จุ๊ย์...”มีเสียงคนจุ๊ย์ปากดังขึ้นเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างชั้นบนจูลี่ยืนอยู่ที่นั่น ผมเหลียวกลับไปมองประตูที่เพิ่งผ่านออกมาอย่างระแวงแล้วก็นึกสงสัยว่าจูลี่ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้น
“มาทางนี้สิ”เธอกระซิบบอกพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือผมก็เลยเดินไปตามทางที่จะเข้าประตูอีกด้านหนึ่งซึ่งพอไปถึงหน้าประตูก็พบว่าจูลี่ยืนคอยอยู่ก่อนแล้วมันเป็ประตูด้านหลังทีเปิดเข้าไปในห้องครัวซึ่งเมื่อเดินผ่านห้องครัวก็จะถึงห้องขนาดเล็กที่อยู่อีกด้านหนึ่งของตัวบ้านผมได้ยินเสียงเธอปิดประตูตามหลังลงเบาๆ
“ห้องนอนของฉันเองแหละ...อย่าทำเสียงดังไปก็แล้วกัน”
เธอบอกให้ผมค่อยๆ...นรกน่ะสิ...ผมเองก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกอยู่แล้ว ทำได้แค่มองดูเธอเท่านั้นเธอกำลังเดินไปปิดไฟแล้วก็เข้ามายืนจนชิดตัว อ้าแขนโอบผมเข้าไว้ทั้งตัว เป็ครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้จูบผู้หญิงอย่างดูดดื่มลิ้นของเธอระรัวอยู่ในปากผมและมือของเธอก็ลูบไล้จนแทบทั้งร่างผม...แล้วจะให้ผมอยู่เฉยได้ยังไง...ในที่สุดเราก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนพร้อมๆกัน
“คุณแข็งแรงออก...อย่าทำฉันเจ็บนะ...อย่านะ...อย่าทำฉันเจ็บ...”
แต่แล้วนาทีต่อมาเธอก็ตะกุยตะกายร้องออกมาว่า
“ทำให้ฉันเจ็บกว่านี้สิ...ทำสิ...ได้โปรดเถอะ...ให้ฉันเจ็บกว่านี้อีก...!”
เที่ยงคืนพอดีที่ผมออกจากห้องนั้นเดินเหงาๆ ไปบนถนนสายเงียบสงัดทั้งเนื้อตัวเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อแต่ก็เอมอิ่มใจ...ความรู้สึกในส่วนลึกบอกอยู่ว่า...
บัดนี้...ผมเป็ผู้ใหญ่แล้ว...ทั้งที่อายุยังไม่ถึง14 ดีเลย...