ชีวิตนี้เป็นของเรา (จบ)

    บทที่ 7

            ผมจมอยู่กับความฝันนั้นตลอดบ่ายพอรู้สึกตัวอีกทีหนึ่งก็ถึงเวลาจะต้องกลับโรงเรียนแล้ว...ฝนเริ่มตกตอนที่ผมออกจากร้านผมจึงเดินเรื่อยๆ ไปทางบรอดเวย์ จนกระทั่งถึงร้านขายของชำของมิสเตอร์คาเบลล์พ่อของมาร์ตินก็เปียกไปทั้งตัวพอดี

            “เออ...ดีใจจังที่นายมาได้เอาครีมโซดาไหมล่ะ?” มาร์ตินมีท่าทางดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด

            ผมเลือกช๊อคโคแล็ตหลังจากที่เราดื่มจนหมดแล้วจึงได้นั่งคุยกันซึ่งทำให้ผมได้รู้ว่าเขายังอ่อนกว่าผมเสียอีกแต่เรียนหนังสือชั้นเดียวกันเราคุยกันไปได้สักพักหนึ่ง สาววัยรุ่นคนหนึ่งก็เดินออกมาพูดกับมาร์ติน

            “เร็วเข้าเถอะมาร์ตินเดี๋ยวไม่ทันเวลาซัปเปอร์”

            เธอเป็๲พี่สาวของมาร์ตินอย่างที่ผมคิดจริงๆเขาแนะนำกับผมว่า

            “แฟรงกี้นายรู้จักรูธ พี่สาวเราสิ”

            “เฮลโล...” เธอหันมายิ้มให้ผม” ยินดีที่ได้รู้จัก”

            รูธอยู่ในวัยประมาณ 15ปีเห็นจะได้และน่ารักมาก ผมสีบรอนซ์ซอยเหมือนเด็กชายวัยรุ่นดวงตาสีน้ำเงินเหมือนมาร์ตินที่เหมือนยิ่งกว่านั้นก็คือเธอชอบจ้องมองดูคู่สนทนาตรงๆ รูปร่างของเธอเล็กๆ บางๆสูงเกือบเท่าผม

            เพราะฉะนั้นพอมาร์ตินถามว่า ผมอายุสักเท่าไร ผมก็ตอบไปเลยว่า 16 เพราะอย่างน้อยก็อยากให้รูธประทับใจในตัวผมบ้าง

            มาร์ตินเล่าให้พี่สาวของเขาฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อบ่ายวันนี้ เธอมองหน้าผมแปลกๆ แล้วก็เดินออกไปโดยไม่ได้พูดจาผมอดรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาไม่ได้ว่า เธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจมาร์ตินดูจะรู้ใจผมเมื่อเขาพูดขึ้นว่า

            “พวกผู้หญิงนี่ตลกนะเออ...พูดถึงเ๱ื่๵๹ที่นายบอกเราเ๱ื่๵๹ต่อยมวยเมื่อตอนบ่ายเรานึกออกแล้วว่ามีนวมอยู่คู่หนึ่ง นายสอนให้เราหน่อยได้ไหมล่ะ?”

            “คืนนี้เลยน่ะเรอะ?”

            “ใช่สิ...หลังซัปเปอร์แล้วก็ได้นายกลับไปกินให้เสร็จเสียก่อนแล้วค่อยมาใหม่จะได้สอนให้เรายังไงล่ะ”

            “น่ากลัวจะไม่ได้หรอกเราไม่ได้อยู่บ้านนี่ อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าต่างหากถ้าลองเข้าไปตอนซัปเปอร์แล้วก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ออกมาอีก”

            “อ้าว...อย่างนั้นหรอกเหรอ...”ดวงตาเขาเป็๲ประกาย “ถ้าอย่างนั้นเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยว...รอเดี๋ยวนะ...” เขาวิ่งเข้าไปหลังร้านผมได้ยินเขาพูดอะไรกับพ่ออยู่แว่วๆ แล้วก็วิ่งกลับออกมาหาผม

            “เราขออนุญาตพ่อแล้วเดี๋ยวนายไปกินซัปเปอร์ที่บ้านเราแล้วค่อยสอนเราก็ได้”

            ผมพยักหน้ารับเรื่อยๆไม่ได้สนใจจะไปเสียด้วยซ้ำ...

            คืนนั้นพ่อกับแม่ของมาร์ตินไม่อยู่บ้านเพราะฉะนั้นก็จะเหลือแต่เราเด็กๆ ที่อยู่กันตามลำพัง คือมาร์ติน รูธและผมมีคนรับใช้ผู้หญิงอีกคนหนึ่งเป็๞คนเสิร์ฟอาหารให้

            เธอชื่อจูลี่อายุอานามอยู่ในวัยสาวสะพรั่งคือประมาณ 22 ปีมีสายเ๣ื๵๪ผสมฝรั่งเศส-คานาดา เวลาพูดมีสำเนียงน่าขันเธอได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะกับเราด้วย

            อาหารวันนี้เป็๞ชุดง่ายๆเรารับประทานกันอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็เข้าไปในห้องนั่งเล่นซึ่งมีตู้วิทยุชุดใหม่เล่นแผ่นเสียงได้ด้วย ดูเหมือนที่นี่จะเป็๞แห่งที่ 3 ที่ผมได้ฟังวิทยุก็เลยรู้สึกสนใจมากชั่วโมงต่อมามาร์ตินก็ชวนเข้าไปในห้องซ้อมกีฬาซึ่งจัดเป็๞ห้องสมุดรวมอยู่ในตัวเสร็จ เราจะซ้อมมวยกัน

            สำหรับผมเองแล้วโอเคเสมอแต่รูธคงไม่ชอบนัก เพราะเธอไม่ได้ตามเข้ามา อ่างว่าจะอ่านหนังสืออยู่ข้างนอกเราช่วยกันเลื่อนเก้าอี้ให้ห้องดูกว้างขึ้น จากนั้นก็จัดแจงสวมนวม

            “เอาละ...นายจะต้องเริ่มต้นอย่างนี้นะใช้ซ้ายเป็๞หมัดนำ มือขวาจดไว้ใต้คาง...อย่างนี้” ผมทำท่าทางให้เขาดูและสอนให้เขาทำตามจากนั้นผมก็ถอยหลังออกมาจรดสายตาอยู่ที่เขาฉากออกไปทางซ้ายเล็กน้อยและสั่งให้เขาต่อยผม

            “เราไม่อยากทำให้นายเจ็บนี่”เขาว่า

            “อย่าห่วงเลยน่า”

            เขาปล่อยหมัดขวาออกมาผมปิดและเต้นเข้าไปหา

            “ไม่ใช่อย่างนั้นถ้านายปล่อยหมัดซ้ายออกมาแล้วไม่ใช่ขวาปิดไว้ เราจะต่อยนายได้อย่างนี้...เห็นไหม...เอ้า...แย๊ปด้วยซ้าย...วิธีนี้จะกันไม่ให้คู่ต่อสู้เข้ามาใกล้ตัวเรา”

            “อ๋อ เข้าใจแล้ว”เขาเรียนได้อย่างรวดเร็ว ผมปล่อยให้เขาชก2-3หมดและปิดไว้

            “อย่าลืมใช้ซ้ายกันสิ”

            พอเราเริ่มใหม่อีกครั้งประตูก็เปิดออก ผมหันไปมองอย่างไม่ตั้งใจ รูธเดินเข้ามาพอดี จังหวะนั้นเองที่เขาปล่อยหมดออกมาโดนเข้าเต็มที่อาจจะด้วยสัญชาตญาณที่ทำให้ผมปล่อยหมัดออกไปเข้ากระบอกตาเขาพอดี มาร์ตินล้มลงทันที

            รูธวิ่งเข้าไปประคองน้องชายด้วยความ๻๷ใ๯มาร์ตินยังนั่งงงอยู่กับพื้นห้อง

            “อะไรกันนี่...?”รูธร้องลั่น “ไม่เห็นหรือว่าคุณตัวใหญ่กว่าเขาตั้งเยอะ?”

            ผมพูดไม่ออก...

            “ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอกรูธเราขอให้เขาช่วยสอนมวยให้ต่างหาก”

            “แต่ดูตาเธอสินั่นน่ะ...มาร์ตี้...ดูสิ...เขียวแล้ว...เห็นหรือเปล่า?”

            “ขอโทษนะ มาร์ตี้เราไม่ได้ตั้งใจจะชกนายแรงอย่างนั้นเลย” ผมเข้าประคองเขาให้ลุกขึ้นยืน

            ดูเหมือนจูลี่จะได้ยินเสียงเข้าอีกคนหนึ่งจึงโผล่หน้าเข้ามาดู

            “ต้องใช้ผ้าเย็นประคบไม่อย่างนั้นบวมแน่”เธอว่า

            มาร์ตินค่อยๆถอดนวมออก

            “ไม่เป็๲ไรน่าอีกสองสามวันก็หายนายรอเราอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวมา”

            จูลี่คงจะเห็นผมยังสวมนวมอยู่จึงเดินไปหยิบนวมคู่ที่มาร์ตินถอดทิ้งไว้ขึ้นมาถือ

            “ให้ฉันลองสวมนวมหน่อยได้ไหมคะ?”เธอถามยิ้มๆ

            “เอาสิไม่ใช่ของผมหรอก”

            “โอ...ฉันไม่เห็นมันจะอันตรายตรงไหนเลยสวมเข้าไปแล้วกลับยิ่งจะทำอะไรไม่สะดวกด้วยซ้ำ”

            “เธอเคยสวมมาแล้วหรือ?”

            “พ่อบอกว่าฉันน่าจะเป็๲เด็กผู้ชายมากกว่าฉันชอบทำอะไรๆ เหมือนเด็กผู้ชาย มันสนุกดีออก คุณสอนให้ฉันชกบ้างสิคะ แฟรงกี้ไม่ใช่ชกจริงๆ นะ เอาแค่หลักๆ ก็พอ”

            “ก็ได้”

            “แต่อย่าชกฉันแรงๆนะฉันกลัวเจ็บโดยเฉพาะแถวๆ นี้” เธอใช้นวมชี้ลงตรงทรวงอกผมมองตามมือนั้น ความรู้สึกประหลาดๆที่เคยเกิดขึ้นตอนเจอกับแมรี่เริ่มรบกวนผมอีกแล้ว

            “จะลองดูสักสองสามหมัดก็ได้”

            เธอจรดมวยด้วยท่าทางน่าขันชกผม2-3ครั้งผิดๆ แต่ก็ยังเต้นเข้ามาใกล้ผมปิดไว้และเต้นเขาไปหา เธอตวัดแขนจับมือผมไว้มั่น...การชกมวยกับผู้หญิงนี่มันรู้สึกประหลาดๆ อย่างไรพิกล ตื่นเต้นดีชะมัด...แต่ไม่ใช่เพราะชกมวยแน่

            “คุณนี่แข็งแรงดีจังเลย”เธอเอนตัวเข้ามาใกล้

            ผมมองดูเธอจูลี่ค่อนข้างสูงกว่าผมเล็กน้อย พวกผมเป็๲สีดำสนิท หน้าผากกว้าง ปากเต็มอิ่มดวงตามีแววรื่นรมย์อยู่เสมอ เรายืนชิดกันอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง แต่แล้วจู่ๆรูธก็โผล่เข้ามาอย่างไม่ทันให้เราตั้งตัว ผมจึงรีบผละออกจากจูลี่ทันที

            “เธอกำลังขอให้ผมสอนมวยให้...”ผมพูดเก้อๆ ทำไมต้องรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าอย่างนั้นก็ไม่รู้

            “อยากเป็๲ยีนส์ทันเน่ย์หรือไง...นี่คุณ...มาร์ตินอยากพบแน่”

            ผมถอดนวมออกส่งให้จูลี่แล้วจึงเดินตามรูธไปที่ห้องนอนของมาร์ตินตอนนี้เขาขึ้นไปนอนแผ่อยู่บนเตียงมีผ้าเย็นปิดหน้าไว้

            “เสียใจจริงๆแฟรงกี้ ไม่นึกว่าจะเป็๲อย่างนี้เลยพรุ่งนี้นายไปพบเราที่ร้านพ่อนะจะได้เล่นกันอีก”

            “ได้สิ มาร์ตี้ขอโทษนะที่เราทำให้นายเจ็บ พรุ่งนี้พบกัน”

            แล้วผมก็ออกจากห้องมีรูธเดินตามมาส่งที่ประตู

            “กู๊ดไนท์ รูธ”

            “กู๊ดไนท์” เธอตอบเบาๆ ก่อนจะปิดประตูลง แต่แล้วเหมือนตัดสินใจเธอแง้มบานประตูค้างไว้พูดต่อว่า

            “นี่...ฉันขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหม?”

            “ได้สิ”

            “อย่าคบกับน้องชายฉันอีกคุณมันเป็๞คนละประเภทกับเรา ฉันไม่อยากให้เขาเสียเด็ก” แล้วเธอก็ปิดประตูใส่หน้าผมดังปังใหญ่

            ผมเดินช้าๆออกไปจากบ้าน มันพูดไม่ออกเอาจริงๆ เสียด้วย

            “จู๊ย์...จุ๊ย์...”มีเสียงคนจุ๊ย์ปากดังขึ้นเบาๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่างชั้นบนจูลี่ยืนอยู่ที่นั่น ผมเหลียวกลับไปมองประตูที่เพิ่งผ่านออกมาอย่างระแวงแล้วก็นึกสงสัยว่าจูลี่ขึ้นไปทำอะไรอยู่บนนั้น

            “มาทางนี้สิ”เธอกระซิบบอกพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือผมก็เลยเดินไปตามทางที่จะเข้าประตูอีกด้านหนึ่งซึ่งพอไปถึงหน้าประตูก็พบว่าจูลี่ยืนคอยอยู่ก่อนแล้วมันเป็๲ประตูด้านหลังทีเปิดเข้าไปในห้องครัวซึ่งเมื่อเดินผ่านห้องครัวก็จะถึงห้องขนาดเล็กที่อยู่อีกด้านหนึ่งของตัวบ้านผมได้ยินเสียงเธอปิดประตูตามหลังลงเบาๆ

            “ห้องนอนของฉันเองแหละ...อย่าทำเสียงดังไปก็แล้วกัน”

            เธอบอกให้ผมค่อยๆ...นรกน่ะสิ...ผมเองก็ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกอยู่แล้ว ทำได้แค่มองดูเธอเท่านั้นเธอกำลังเดินไปปิดไฟแล้วก็เข้ามายืนจนชิดตัว อ้าแขนโอบผมเข้าไว้ทั้งตัว เป็๲ครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้จูบผู้หญิงอย่างดูดดื่มลิ้นของเธอระรัวอยู่ในปากผมและมือของเธอก็ลูบไล้จนแทบทั้งร่างผม...แล้วจะให้ผมอยู่เฉยได้ยังไง...ในที่สุดเราก็ล้มตัวลงบนเตียงนอนพร้อมๆกัน

            “คุณแข็งแรงออก...อย่าทำฉันเจ็บนะ...อย่านะ...อย่าทำฉันเจ็บ...”

            แต่แล้วนาทีต่อมาเธอก็ตะกุยตะกายร้องออกมาว่า

            “ทำให้ฉันเจ็บกว่านี้สิ...ทำสิ...ได้โปรดเถอะ...ให้ฉันเจ็บกว่านี้อีก...!”

            เที่ยงคืนพอดีที่ผมออกจากห้องนั้นเดินเหงาๆ ไปบนถนนสายเงียบสงัดทั้งเนื้อตัวเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อแต่ก็เอมอิ่มใจ...ความรู้สึกในส่วนลึกบอกอยู่ว่า...

            บัดนี้...ผมเป็๞ผู้ใหญ่แล้ว...ทั้งที่อายุยังไม่ถึง14 ดีเลย...