เพียงสิบนาทีแม่กวางตัวน้อยก็เดินเข้ามาติดกับเสืออย่างที่คิดไว้จริงๆเสียงฝีเท้าที่ได้ยินแ่เบาทำให้อี้ฟงรีบเอนหลังพิงพนักโซฟาและหลับตาลงทำตัวเหมือนคนหมดแรงก็ไม่ปาน คนที่เขารอคอยเดินเข้ามาใกล้ด้วยความแปลกใจ เนื่องจากสัตตบุษย์นอนฟังเสียงฝีเท้าของอี้ฟงที่จะต้องเดินผ่านหน้าห้องของเธอไปยังห้องของเขาอยู่นานแต่ก็ยังไม่ได้ยินจึงได้ลงมาดู
“พี่ฟงทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ” หญิงสาวรีบเข้ามาดูเขาด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะย่นจมูกน้อยๆเมื่อได้กินเหล้าอ่อนๆ จากตัวเขา เธอเขย่าร่างหนาเบาๆ พลางร้องเรียกไปด้วย “พี่ฟง พี่ฟงคะ ตื่นเถอะค่ะ”
“ฮื้อ...” เขาแกล้งคำรามในลำคอคล้ายกับรำคาญ ก่อนจะปรือตาขึ้นมองคนใบหน้านวลใส “บัวเองหรือจ๊ะ”
“ค่ะ บัวเองพี่ลุกขึ้นเถอะค่ะบัวจะพากลับห้องเอง” สัตตบุษย์ดึงแขนชายหนุ่มให้ลุกขึ้นยืนซึ่งอี้ฟงก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่ก็ไม่วายแกล้งทิ้งน้ำหนักตัวเล็กน้อยเพื่อให้สมจริงเพราะตอนนี้เขากำลังสวมบทคนเมาอยู่ “รู้ว่าเมาหนักแบบนี้ทำไมไม่ให้พี่ตงกับพี่เจี้ยนพาขึ้นไปนอนบนห้องล่ะคะแล้วไหนสัญญากับบัวแล้วไงคะว่าจะไม่ดื่มจนเมา” หญิงสาวอดต่อว่าไม่ได้ขณะประคับประคองร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเลจนขึ้นมาถึงชั้นสองได้ก็ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่สามารถขึ้นบันไดมาได้อย่างปลอดภัย“ว้าย!” เธออุทานขึ้นเบาๆ เมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักตัวมากขึ้นจนเธอต้องกอดเขาเอาไว้ทั้งตัวอย่างแแ่ เรียกได้ว่าไม่มีสัดส่วนไหนของลำตัว่บนไม่แนบชิดกันเลย
ไอร้อนจากกายแล่นไปทั่วร่างจนสร้างรอยจุดสีแดงบนพวงแก้มอิ่มขึ้นหัวใจของสัตตบุษย์เริ่มเต้นแรงจนกลัวว่าชายหนุ่มจะได้ยินไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่เธอคุ้นเคยเป็อย่างดีเริ่มสร้างความหวั่นไหวให้เธอไม่น้อยจนหญิงสาวต้องสูดลมหายใจเข้าแรงๆเพื่อเรียกกำลังใจให้ตนเองก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างดันแผ่นอกกว้างออกห่าง
“พี่ฟงคะ ขยับตัวหน่อยค่ะ”
“บัวจ๋า พี่อยากนอนแล้วล่ะนอนตรงนี้เลยก็แล้วกันนะ”อี้ฟงบอกเสียงอ้อแอ้พลางสูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมละมุนไปด้วยอย่างชื่นใจเนื้อตัวนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขนเรียกเืร้อนๆ ในกายเขาให้เดือดพล่านได้ดีนักเชียว
“ไม่ได้นะคะอดทนอีกหน่อยค่ะ ใกล้ถึงห้องนอนของพี่แล้ว” เธอรีบร้องบอกพลางประคองเขาไปยังห้องนอนที่อยู่ไม่ไกลอี้ฟงไม่อยากให้น้องน้อยลำบากอีกจึงไม่ทิ้งน้ำหนักตัวมากนักและยอมเดินตามไปโดยดี จนในที่สุดสัตตบุษย์ก็พาชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของเขาได้เป็ผลสำเร็จเธอพาเขาไปยังเตียงนอนนุ่มแล้วค่อยๆ ผ่อนร่างใหญ่ให้ลงนอนบนเตียง ก่อนจะร้องอุทานเสียงหลงออกมาด้วยความใเมื่อจู่ๆ เขาก็ดึงรั้งตัวเธอลงนอนไปด้วยกัน ทำให้ร่างบางลงไปนอนทับกับร่างใหญ่อยู่บนเตียง
“อุ๊ย! ปล่อยนะคะพี่ฟง”
“ฮื้อ...” เขาไม่ยอมปล่อยแถมยังเปล่งเสียงในลำคออย่างรำคาญออกมา เปลือกตายังปิดสนิทแถมมือไม้ก็เริ่มรุ่มร่ามเคลื่อนไหวไปตามเรือนร่างบางจนสัตตบุษย์ต้องรีบร้องห้ามเสียงสั่นพลางปัดป้องพัลวัน
“อย่า...อย่าค่ะพี่ฟงนี่บัวเองนะคะพี่ฟง”
ชานอี้ฟงสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆร่างนุ่มนิ่มที่กำลังเสียดสีกับเนื้อตัวของเขาอยู่นั้น สร้างความปั่นป่วนให้ไม่น้อยเลยทีเดียวในคราแรกเขาตั้งใจที่จะขอนอนกอดเธอสักพักหนึ่งเท่านั้น แต่ขณะนี้ความ้าของเขากำลังเปลี่ยนไปเสียแล้วเพราะเืในกายร้อนๆ สูบฉีดแรงจนใบหน้าเข้มแดงก่ำความ้าบางอย่างที่ฝังลึกอยู่ภายในจิตใจเริ่มผุดขึ้นมาทีละน้อยๆ จนทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองหญิงในดวงใจ ที่กำลังดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของเขาอย่างเอาเป็เอาตายด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำไม่แพ้แววตาความรักที่อัดแน่นล้นหัวใจฉายผ่านทางนี้ออกมาอย่างชัดเจน ทำให้สัตตบุษย์ที่มองสบตาด้วยพอดีถึงกับชะงักงันไปราวกับถูกสาปและเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกดเพราะไม่รับรู้อะไรอีกแล้วในตอนนี้ แม้กระทั่งอี้ฟงกำลังกดโน้มศีรษะของเธอให้ก้มหน้าลงมาหาใบหน้าของเขาก็ตามก็ยังไม่มีเสียงคัดค้านและแรงขัดขืนจากเธอเลยสักนิดเดียว
หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับอยู่ในฝันเธอกำลังอยู่กับอี้ฟงที่รักเธออย่างคนรักไม่ใช่รักแบบน้องสาวอย่างที่ผ่านมาเธอรับรู้ได้ถึงความร้อนผะผ่าวของริมฝีปากเขาที่กดแนบลงกับเรียวปากของเธอมันอุ่นจนเริ่มร้อนจากนั้นก็มีความหวานเข้ามาแทรกแซงให้ปั่นป่วนใจ สัตตบุษย์หลับตาพริ้มด้วยหัวใจที่สั่นระรัวเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอถูกผู้ชายจูบแถมยังเป็ชายในฝันของเธอเสียด้วย ความอ่อนหวานละมุนละไมที่ได้รับทำให้หญิงสาวหลงเคลิบเคลิ้มไปไกลจนกู่ไม่กลับเธอหลงลืมความเป็จริงไปเสียแล้วในตอนนี้ เพราะความฝันมันทำให้เธอมีความสุขมากเหลือเกิน
แต่แล้วความเสียวซ่านที่ได้รับแถวบริเวณทรวงอกก็ฉุดรั้งสติของเธอกลับคืนมาดวงตากลมโตแสนหวานที่หลับพริ้มอยู่พลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความใ ‘นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ไม่! มันต้องไม่เป็แบบนี้’ สัตตบุษย์ร้องบอกตัวเองในใจก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเพื่อหลีกหนีจุมพิตแสนหวานที่เขากำลังจะมอบให้อีกครั้งหญิงสาวหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกด้วยความอับอาย เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง
มันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือความจริงแล้วทำไมเขาถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ ทำไม...ทำไม เธอร้องหาเหตุผลซึ่งผู้ที่จะให้เหตุผลกับเธอได้คงมีแต่อี้ฟงเท่านั้น
“อืม...” สัตตบุษย์เผลอครางออกมา เมื่ออีกฝ่ายยังคงจูบซุกไซ้อยู่แถวลำคอขาวผ่องก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าต่ำลงมาเรื่อยๆ แล้วหญิงสาวก็ต้องใจหายวาบรีบร้องห้ามออกมาเสียงหลงเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มเข้าทรวงอกอิ่มแทนมือหนาที่เคล้าคลึงอยู่ในตอนแรก“พะ...พี่ฟง อย่าค่ะอย่า ได้...โปรดหยุดเถอะนะคะ”
เธอดันศีรษะเขาให้ออกห่าง แต่รู้สึกเหมือนกำลังผลักก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ก็ไม่ปานเพราะคนโดนผลักไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเลย อี้ฟงกำลังมัวเมากับกลิ่นกายสาวและรสสวาทที่โหมกระหน่ำเข้ามาจึงลืมตัวลืมใจลืมความตั้งใจไปจนหมด รับรู้ได้แต่เพียงว่าเขา้าเธอ้ารักเธอจนแทบขาดใจ ดังนั้นเมื่อชิมความหอมหวานของดอกบัวคู่งามจนพอใจแล้วชายหนุ่มก็จูบผิวนวลไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ หยุดขบเม้มตรงลำคอระหงจนเกิดรอยแดงขึ้น เป็การประทับตีตราจองเอาไว้ว่าเธอเป็ของเขาแล้วก่อนจะจุมพิตขึ้นมาอีกจนถึงแก้มนวลหอมกรุ่น
คืนนี้สัตตบุษย์จะต้องตกเป็ของเขาแน่ถ้าไม่มีบางสิ่งบางอย่างมาขัดขวางเสียก่อนความเปียกชื้นที่ััได้บนแก้มนวลเรียกสติของอี้ฟงให้คืนกลับมาได้ชะงัดนักยิ่งเสียงหวานสั่นเครือร้องห้ามด้วยแล้วยิ่งสร้างความรู้สึกผิดให้กับเขาได้อย่างมหาศาล
“พี่ฟง อย่านะคะนี่บัวนะคะพี่ฟง”
อี้ฟงกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็สันนูนเขาพยายามสะกดอารมณ์ใคร่ของตนเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถชายหนุ่มรู้สึกสงสารคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเธอช่างบาดหัวใจเขายิ่งนักเขาอยากปลอบแต่ก็ไม่กล้าสู้หน้าเธอในตอนนี้จึงได้แต่นอนทับร่างบางไว้นิ่งๆแล้วซบหน้าลงกับเรือนผมนุ่มสลวยแทน การที่เขานอนนิ่งเงียบแบบนี้จึงทำให้สัตตบุษย์เข้าใจผิดคิดว่าเขาหลับไปแล้วเสียงถอนหายใจจึงดังขึ้นเบาๆ ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“พี่ฟงคะ หลับแล้วเหรอคะ”
ชายหนุ่มได้ยินชัดทว่าก็ยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามเธอ
“หลับแล้วแน่ๆ เลย”
อี้ฟงอมยิ้มนิดๆ กับคำพูดที่ดูเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าของหญิงสาวเมื่อเธอเข้าใจไปแบบนั้นเขาก็ใช้โอกาสนี้ให้เป็ประโยชน์เสียเลย ไหนๆ ก็ละอายใจจนไม่กล้าสู้หน้าแล้วก็แกล้งหลับไปเลยจะดีกว่าทำแบบนี้อาจเป็ผลดีกับตัวเขาและเธอมากกว่าที่จะเผชิญหน้าคุยกันตรงๆ ในตอนนี้
สัตตบุษย์เห็นชายหนุ่มยังนิ่งเงียบอยู่จึงตัดสินใจขยับตัวแต่ความหนักของตัวเขาทำให้เธอแทบจะขยับไปไหนไม่ได้เลยหญิงสาวลองพยายามอีกครั้งทว่าก็ยังคงเหมือนเดิมนั่นเป็เพราะเธอไม่สามารถขยับตัวรุนแรงได้เนื่องจากกลัวอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน
สัตตบุษย์พยายามขยับตัวออกทีละนิดๆอี้ฟงซึ่งแกล้งหลับอยู่คิดได้ว่าถ้าขืนยังให้หญิงสาวทำเช่นนี้ต่อไปตบะเขาจะต้องแตกอีกครั้งแน่ๆเพราะแรงเสียดสีจากกายสาวสร้างความทรมานให้น้อยซะเมื่อไรกัน ดังนั้นแทนที่เขาจะทิ้งน้ำหนักตัวลงนอนเต็มที่เหมือนในตอนแรกก็เริ่มใช้ท่อนแขนดันตัวเองขึ้นเล็กน้อยพอให้อีกฝ่ายขยับตัวได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกหน่อยจะได้ไม่ผิดสังเกต
เมื่อหลุดออกมาได้สัตตบุษย์ก็รีบลงจากเตียงทันทีเธอหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้านวลแดงก่ำไปหมด หญิงสาวหันไปมองคนบนเตียงแวบหนึ่งก่อนจะออกวิ่งไปที่ประตูแต่ทำได้เพียงแค่แตะลูกบิดประตูเท่านั้น เพราะใจดันยังไปเป็ห่วงคนที่นอนหลับคว่ำหน้าอยู่บนเตียงเธอยืนชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับก้าวเดินไปยังเตียงนอนอย่างระแวดระวัง
“พี่ฟงคะ พี่ฟงๆ คะ” ถึงแม้จะยังกลัวอยู่แต่สัตตบุษย์ก็ทำใจกล้าออกปากเรียกพร้อมกับเอื้อมมือไปเขย่าร่างแกร่งเบาๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนอนนิ่งหญิงสาวก็ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วกลับออกมาพร้อมชามพลาสติกใบใหญ่ซึ่งมีน้ำอยู่ครึ่งชามกับผ้าขนหนูผืนเล็กอีกหนึ่งผืน
สัตตบุษย์วางชามพลาสติกลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มก่อนจะจัดการพลิกร่างหนาให้นอนหงาย จากนั้นจัดการปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดเพื่อที่จะได้เช็ดตัวได้ถนัดถึงแม้จะยังหวาดกลัวเขาอยู่แต่เธอก็ทนให้เขานอนตัวเหม็นอย่างนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด
อี้ฟงแอบอมยิ้มนิดๆ ด้วยความดีใจที่เธอยังคงห่วงใยเขาอยู่ไม่เสื่อมคลายแต่เพื่อความสมจริงชายหนุ่มจึงแกล้งปัดป้องคล้ายรำคาญ
“ฮื้อ...”
หญิงสาวสะดุ้งโหยงพลางรีบชักมือหนีทว่าพอเห็นเขายังหลับตาอยู่จึงลงมืออีกครั้ง
“เช็ดตัวหน่อยนะคะพี่ฟงจะได้นอนหลับสบายๆ ไงคะ” เธอบอกพลางหันไปหยิบชามมาวางลงใกล้ๆตัวแล้วจัดการเช็ดตัวให้เขาอย่างรวดเร็วเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จัดท่านอนให้เขาใหม่ เพื่อให้นอนสบายขึ้นพร้อมทั้งห่มผ้าให้ด้วยเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยสมดังใจ้า สัตตบุษย์ก็เดินไปปิดไฟและออกจากห้องไป
เพียงสิ้นเสียงปิดประตูร่างที่นอนนิ่งเงียบอยู่บนเตียงก็ค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงมือหนายกขึ้นลูบไล้ริมฝีปากตนเองอย่างเผลอไผล ความหอมหวานยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย สร้างความอิ่มเอมให้หัวใจเขาอย่างเหลือแสนเขาคิดไว้ไม่ผิดเลยจริงๆ ว่าดอกบัวดอกนี้ที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมานานแรมปีต้องหอมหวานจับจิตจับใจเพียงแค่ได้ััก็เล่นเอาสติของเขาขาดผึงจนเกือบกู่ไม่กลับ
อี้ฟงหัวเราะเสียงแ่พลางเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟข้างเตียงนอนก่อนจะสลัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลุกลงจากเตียงเดินฮัมเพลงรักหวานๆเข้าไปในห้องน้ำอย่างสุขใจ เพราะนับจากนี้ต่อไปความรู้สึกของสัตตบุษย์ที่มีต่อเขาในฐานะพี่ชายคงจะสั่นคลอนไปบ้างแล้วอย่างแน่นอน
ภายในห้องครัวภาพของคนร่างบางยืนทำอาหารอยู่เป็ภาพที่ชินตาของทุกคนในบ้านเช้านี้แม้จะมีเื่ให้ขบคิดมากมายและตื่นเต้นเพียงใด แต่สัตตบุษย์ก็ยังคงตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้ทุกคนทานเช่นเดิมน้ำในหม้อที่ต้มไว้เดือดแล้วแต่หญิงสาวก็ยังไม่รับรู้ เพราะกำลังเหม่อลอยมัวแต่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อยู่นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของตนเองอย่างเผลอไผล ยามเ้าตัวคิดถึงรอยจุมพิตแสนหวานชวนวาบหวิวและแสนหวาดหวั่นไปพร้อมกันที่ได้รับจากชายในดวงใจเมื่อค่ำคืนพวงแก้มนวลแดงปลั่งด้วยความขวยเขิน แม้เหตุการณ์จะผ่านมานานแล้วทว่าความรู้สึกก็ยังไม่จางหายไปเสียทีความวาบหวามที่ได้รับยังคงตรึงอยู่ในจิตใจ พร้อมกับข้อสงสัยว่าเหตุใดอี้ฟงจึงทำแบบนี้กับเธอ
‘เขาเมา...คงจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าใครที่เขากำลังปล้ำจูบอยู่ถ้าเขารู้ว่าเป็เราก็คงไม่ทำ!’
เพียงแค่คิดใจของสัตตบุษย์ก็ปวดร้าวแม้จะรู้ว่าคิดไปเองแต่หญิงสาวก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคิดไม่ผิดรอยจุดสีแดงบนพวงแก้มอิ่มเลือนหาย ใบหน้านวลแอร่มหม่นหมองลง แต่ก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรให้ฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้น้ำในหม้อที่เดือดอยู่นั้นบัดนี้เดือดจัดจนล้นออกมาจากหม้อแล้วเสียงฟู่ที่เกิดจากน้ำไหลเข้าไปในเตาไฟฉุดรั้งสติของสัตตบุษย์ให้กลับคืนมา
“ตายแล้ว!”
หญิงสาวใรีบปิดเตาแก๊สทันทีก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ เด็กรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องครัวพอดีเธอจึงบอกให้มาทำความสะอาดบริเวณที่น้ำหก จากนั้นก็ยกหม้อลงจากเตาแต่ดันลืมไปว่ามันร้อนเธอจึงยกหม้อลงด้วยมือเปล่า
“อุ๊ย!” สัตตบุษย์อุทานลั่นก่อนจะยกมือที่โดนความร้อนขึ้นเป่าหวังบรรเทาอาการแสบร้อน
“คุณหนู! ตายแล้ว...เป็ยังไงบ้างคะ มือพองหรือเปล่าคะ”เด็กรับใช้รีบเดินเข้ามาดู แต่ดูเหมือนจะช้ากว่าใครบางคนที่ไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในครัวั้แ่เมื่อไรมือบางถูกมือของคนตัวใหญ่กว่าฉวยจับไปพลิกดูด้วยความห่วงใย
“บัว!เป็ยังไงบ้าง”
“พี่ฟง” สัตตบุษย์เรียกคนตรงหน้าเสียงแ่ ความใหดหายไปกลายเป็ความประหม่าอายเข้ามาแทนที่เมื่อได้เห็นหน้าเขา
“เจ็บมากไหมพี่ว่ารีบไปทายาดีกว่านะก่อนที่มันจะเป็แผลพุพอง”อี้ฟงบอกพลางดึงมือหญิงสาวให้เดินตามออกไปจากห้องครัวเด็กรับใช้คนหนึ่งกำลังทำความสะอาดอยู่บริเวณแถวนั้นพอดี ชายหนุ่มจึงสั่งให้ไปเอายาทามาให้ที่ห้องนั่งเล่นสัตตบุษย์ถูกพาเข้าไปในนั้นและถูกรั้งร่างให้นั่งลงเคียงข้างเขาเสียจนชิดเกินไปหญิงสาวเลยจะขยับตัวออกห่างจึงถูกเขาเอ็ดใส่ทว่าน้ำเสียงไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก
“อยู่นิ่งๆ สิ”
“อย่าค่ะ” เธอร้องห้ามเมื่อเขายกมือเธอขึ้นเป่าเบาๆ ตรงรอยแดง
“ยังแสบอยู่ไหม”
“ไม่แล้วค่ะมันไม่ได้เป็อะไรมากหรอกค่ะพี่ฟง”
“ไม่เป็อะไรมากได้ยังไงดูสิแดงก่ำเชียว” เขายังคงเป่าต่อไปพร้อมกับบ่นด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นมัว“เอ๊ะ...ทำไมยังไม่มาอีกนะ ไปเอายาถึงไหนกัน”
ความห่วงใยของชายหนุ่มที่ฉายชัดออกมาจากทั้งการกระทำและคำพูดทำให้สัตตบุษย์รู้สึกซาบซึ้งใจหญิงสาวมองการกระทำของเขายิ้มๆ ก่อนหน้าจะแดงระเรื่อขึ้นเมื่อสายตาเ้ากรรมดันไปจับจ้องอยู่แต่ที่ริมฝีปากเขาแทนอี้ฟงเงยหน้าขึ้นมองพอดีจึงเห็นเข้าก็ยิ้มกริ่มแล้วจงใจบรรจงแตะริมฝีปากของตนเองลงบนนิ้วเรียวบางเบาๆชายหนุ่มเหลือบตามองคนตรงหน้าก็เห็นเธอทำตาโตพร้อมกับจุดสีแดงบนใบหน้าเข้มขึ้นกว่าเดิม
‘สำเร็จ!’
อี้ฟงดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาเขินอายของสัตตบุษย์นับว่าเป็การตัดสินใจที่ไม่ผิดเขามั่นใจว่าความรู้สึกที่หญิงสาวมีต่อเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว
“เอ...ดูเหมือนอาการบัวจะเป็หนักเลยนะเนี่ยเพราะรอยแดงๆ ที่นิ้วมือมันลามไปถึงใบหน้าแล้วอย่างนี้สงสัยพี่คงต้องพาไปหาหมอแล้วมั้ง”เขาอดที่จะเย้าแหย่เล่นไม่ได้
“อย่านะคะ” เธอร้องห้ามเสียงหลงก่อนจะเอ่ยเสียงแ่ในประโยคต่อมา “บัวไม่ได้เป็อะไรมาก”
“แล้วทำไมหน้าแดงล่ะจ๊ะ” เขาถามอย่างนึกสนุก
“ก็...” เธออึกอักเพราะหาเหตุผลไม่ได้ แต่ถึงจะหาได้ก็พูดไม่ออกอยู่ดี
“ก็อะไรจ๊ะบอกพี่มาซิว่าทำไมหน้าบัวถึงแดงก่ำแบบนี้”ชายหนุ่มถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ทำให้สัตตบุษย์ต้องเอนใบหน้าหนีพลางหลุบตาลงเพราะไม่กล้าประสานสายตาด้วยเธอคิดหาคำตอบแต่ก็ไม่ได้สักที พอเห็นเด็กรับใช้ซึ่งไปเอายามาให้เข้ามาได้จังหวะพอดีเธอจึงหลีกเลี่ยงด้วยการเอ่ยว่า
“ยามาแล้วค่ะ บัวว่ารีบทายากันดีกว่านะคะ”
“จ้า”อี้ฟงรับคำยิ้มๆ รู้ดีว่าเธอใช้วิธีนี้เลี่ยงคำตอบเขา ชายหนุ่มรับหลอดยามาจากเด็กรับใช้ก่อนจะไล่ให้อีกฝ่ายไปทำงานต่อ
“บัวทาเองดีกว่าค่ะ” เธอรีบบอกเมื่อเห็นเขาจะทาให้
“บัวทาเองไม่ถนัดหรอกให้พี่ทำให้ดีกว่านะ” อี้ฟงไม่ยอมตามใจเขาบีบยาใส่นิ้วแล้วจัดการทายาให้เธออย่างอ่อนโยน สัตตบุษย์อมยิ้มน้อยๆ ด้วยความสุขใจเธอมองหน้าเขานิ่งอย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าควรถามเขาถึงเื่เมื่อคืนนี้ดีหรือไม่หญิงสาวลังเลอยู่นานจนตัดสินใจว่าจะไม่พูดถึงเื่เมื่อคืนนี้อีก เธอจะปล่อยให้เื่นี้เป็ความทรงจำของเธอแต่เพียงผู้เดียวก็แล้วกัน
นับจากวันนั้น สัตตบุษย์ก็มักหลีกเลี่ยงที่จะอยู่กับอี้ฟงสองต่อสองมากขึ้นเพราะเธอยังสลัดภาพเหตุการณ์แสนวาบหวามในคืนนั้นออกไปจากใจไม่ได้เลย เธอไม่อยากแสดงอาการเขินอายให้อี้ฟงสงสัยดังนั้นวันนี้เมื่อเขาชวนเธอไปทำงานที่บริษัทด้วยกันเธอจึงได้ตอบปฏิเสธไป
หญิงสาวตั้งใจจะลองทำคุกกี้สูตรใหม่ที่อ่านเจอในหนังสือเมื่อคืนนี้ดูแต่ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร เด็กรับใช้ก็เข้ามาในห้องครัวแล้วส่งโทรศัพท์บ้านแบบไร้สายให้เธอพร้อมกับรายงานว่าเยี่ยหลานโทรมา เธอจึงรีบรับมาพูด
“ว่าไงจ๊ะเยี่ยหลาน”
“บัว วันนี้บัวว่างไหม”
“ว่างสิ มีอะไรหรือเปล่า”
“เราจะชวนบัวมาช่วยงานที่ร้านน่ะพอดีวันนี้ผู้ช่วยพ่อครัวป่วยแล้วลูกค้าก็เยอะมากจนทำแทบไม่ทันเลย ถ้าบัวว่างไม่มีอะไรทำจริงๆมาช่วยเราหน่อยได้ไหม”
“ได้สิได้เดี๋ยวเราจะรีบไปเลยนะ” สัตตบุษย์รีบรับปากทันที เพราะอยากทำงานแบบนี้อยู่แล้ว
“ขอบใจมากนะ แล้วเราจะรอ”
“จ้ะ”หลังจากวางสายแล้ว หญิงสาวก็รีบไปขออนุญาตหวังเฉินที่ตอนนี้สามารถลุกเดินเหินได้บ้างแล้วทันทีซึ่งท่านก็ใจดีอนุญาตให้เธอไปช่วยงานเพื่อนรักได้