นอนพักกันอยู่ครู่ใหญ่เทียนหรงกับหลิวห้าวก็ชวนกันเข้าไปล่าสัตว์ในรอบหลายเดือน เพราะส่วนใหญ่เทียนหรงจะออกเรือมากกว่า ส่วนหลิวห้าวก็เข้าไปรับจ้างในเมือง สองหนุ่มพกธนูกับมีดมาด้วยจึงไม่ต้องเสียเวลากลับไปเอาที่บ้าน
สองหนุ่มเดินจากไปแล้วทิ้งเทียนเฉินที่นอนหลับสบายกับเสี่ยวหลินที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ด้านหลัง นางเองก็อยากออกไปสำรวจบ้างแต่ท่านอาหนุ่มน้อยก็เอาแต่นอนสบาย
จึกๆ
"ท่านอา เราไปเดินสำรวจป่ากันเถิดเ้าค่ะ" นิ้วเล็กจิ้มลงบนแก้มของเด็กหนุ่ม
"จะไปไหนเล่า เราต้องเฝ้าของนะเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินตอบกลับมาทั้งที่ยังหลับตา
"เสี่ยวหลินอยากไปเดินดูรอบๆ แถวนี้ก็ได้เ้าค่ะ เผื่อเราจะเจอของดีอย่างไรเล่า นะเ้าคะท่านอาผู้หล่อเหลา" นางเขย่าแขนเด็กหนุ่มที่หรี่ตาขึ้นมามอง นางจึงยิ้มให้จนตาปิด เด็กหนุ่มถอนหายใจน้อยๆ แล้วขยับลุกขึ้น
"แค่แถวนี้พอนะเสี่ยวหลิน เดี๋ยวมีคนมาแอบเอามันเทศเสี่ยวหลินไปหมดจะอดกินนะ" เด็กหนุ่มเอ่ยบอกเด็กน้อย ซึ่งถ้าเสี่ยวหลินเป็เด็กปกติทั่วไปก็คงจะกลัวคำขู่นั่นอยู่หรอก แต่นางเองก็อายุไล่เลี่ยกันกับเทียนหรงเลยได้แต่พยักหน้าหงึกหงักให้เขา
"อื้อ! เสี่ยวหลินไปดูไม่นานหรอกเ้าค่ะ"
สองอาหลานเดินจูงมือกันอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เจอมันเทศนัก ได้ยินเสียงน้ำตกอยู่ไม่ไกลเสี่ยวหลินจึงดึงเทียนเฉินเดินไปทางนั้นอย่างตื่นเต้น
น้ำตกเล็กๆ ที่มีน้ำใสแจ๋วไหลลงมาทำให้เสี่ยวหลินยิ้มกว้าง นางวิ่งไปยืนอยู่ริมลำธารมองดูปลาตัวโตแหวกว่ายอยู่ในน้ำเต็มไปหมด
"ท่านอา! ปลาตัวใหญ่เต็มไปหมดเลยเ้าค่ะ!" นางหันไปกวักมือเรียกเทียนเฉินที่เดินตามหลังมา
เทียนเฉินรีบเดินมาดูก็เบิกตากว้าง ปลาตัวใหญ่กว่าปลาทะเลที่เขาจับได้เสียอีก อีกทั้งยังมีอยู่เต็มไปหมดราวกับว่าพวกมันไม่เคยถูกจับไปกินเลย
"ท่านอาเราจับปลากันเถอะเ้าค่ะ!"
"แล้วเราจะจับอย่างไรเล่า" เทียนเฉินเอ่ยถามขึ้นมา ถึงแม้ว่าน้ำในลำธารจะมีอยู่น้อยนิดจนครีบของปลาแทบจะโผล่พ้นน้ำ แต่ด้วยความเร็วของมันเขาคงจะจับไม่ทันเป็แน่
"ท่านอากลับไปเอาตะกร้าใส่มันเทศได้ไหมเ้าคะ เทมันเทศออกแล้วเอามาตักปลา"
"จริงสิ แบบนั้นน่าจะได้ปลาสักสามสี่ตัว เสี่ยวหลินรออาอยู่ตรงนี้นะ" เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงัก เทียนเฉินรีบวิ่งกลับไปเอาตะกร้าเพราะไม่อยากปล่อยหลานตัวน้อยทิ้งไว้คนเดียวนานนัก
เสี่ยวหลินนั่งมองปลาตัวใหญ่แหวกว่ายในน้ำอย่างร่าเริง ปลานึ่งมะนาวต้องมาแล้วล่ะ ไหนจะปลาย่างเกลือตัวใหญ่ๆ พอคิดแล้วก็น้ำลายสอ ั้แ่เจอพริกกับมะนาวนางก็เจริญอาหารขึ้นมากกว่าเดิม
เมื่อก่อนนางชอบกินปลาน้ำจืดมากกว่าเพราะราคาถูก แต่พอมาอยู่ที่นี่ได้กินแต่ปลาทะเล และส่วนใหญ่มีแค่ตัวเล็กๆ เพราะตัวที่โตหน่อยบิดาก็จะนำไปขาย
เสี่ยวหลินนั่งกลินน้ำลายอยู่ไม่นานเทียนเฉินก็วิ่งกลับมา นอกจากตะกร้าใบใหญ่ของตนแล้วยังมีตะกร้าใบเล็กของเสี่ยวหลินด้วย เขาเทเห็ดหอมใส่ย่ามของตนเองไว้จะได้มีตะกร้าตักปลาและตะกร้าใส่ปลา
"เสี่ยวหลินอามาแล้ว" เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เด็กหญิงตัวน้อยหันไปมอง
เทียนเฉินวางกระกร้าไว้ข้างหลานสาว เขาก้มลงถอดรองเท้าและพับขากางเกงก่อนจะหยิบตะกร้าใบเล็กแล้วค่อยๆ เดินลงน้ำอย่างช้าๆ เพราะกลัวว่าปลาจะใหนีไปเสียก่อน
"เสี่ยวหลินคอยจับปลาใส่ตะกร้านะ เดี๋ยวอาจะโยนขึ้นไป"
"ได้เลยเ้าค่ะ" นางลากตะกร้าใบใหญ่ออกไปห่างลำธารสักเล็กน้อย เดี๋ยวตะกร้าจะคว่ำลงน้ำอดกินปลาล่ะแย่เลย
เทียนเฉินค่อยๆ เดินเข้าไปแล้วใช้ตะกร้าช้อนตักปลาตัวใหญ่มาได้ถึงสองตัว เ้าปลาเองก็ไม่ได้รับรู้ถึงอันตรายใดๆ เพราะพวกมันไม่เคยถูกผู้ใดล่ามาก่อน
เทียนเฉินโยนปลาตัวใหญ่ลงมาตกแหมะที่ข้างลำธาร เ้าปลาดีดตัวไปมา เสี่ยวหลินวิ่งมาจับปลาตัวใหญ่ใส่ตะกร้าอย่างทุลักทุเล นางมองเ้าปลานิลตัวใหญ่ดวงตาเป็ประกาย ในหัวคิดถึงอาหารที่ทำจากปลานิลไม่หยุด
ตุบ
ปลาตัวที่สองลอยละลิ่วมาตกไม่ห่างจากจุดเดิมนัก นางวิ่งไปจับปลามาใส่ตะกร้าอีกครั้ง หลังจากนั้นสองอาหลานก็จับปลากันอย่างเพลิดเพลินจนได้มาถึงครึ่งตะกร้า นับรวมแล้วได้มากกว่าสิบตัว
เทียนเฉินถอดเสื้อตัวนอกมามัดปากตะกร้าไว้ ยังหยิบเถาวัลย์มามัดอีกรอบแล้ววางตะกร้าไว้ในน้ำตื้นเพื่อไม่ให้ปลาตายไปเสียก่อน
"ได้ปลามาเยอะเลยเ้าค่ะ คราวหน้าเรามาจับปลาไปตากแห้งกันนะเ้าคะท่านอา"
"ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ตากแห้งได้ด้วยหรือเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินเอ่ยถามขึ้นมา ปลาที่จับได้แต่ละตัวน้ำหนักไม่ต่ำกว่าสองชั่ง ต้องตากกี่วันถึงจะแห้ง
"ต้องลองดูเ้าค่ะ หรือว่าเราจะจับตัวเล็กมาตากดีเ้าคะ" มือน้อยจังคางอย่างครุ่นคิด หรือนางจะนำหมึกกล้วยมาตากแห้งดี ยังมีกุ้งทะเลอีก ไม่รู้ว่าตอนออกเรือบิดากับท่านอาจับสัตว์อะไรได้บ้าง
"ปลาหมึกก็ตากแห้งได้นะเ้าคะท่านอา เสี่ยวหลินไม่รู้ว่าตอนออกทะเลท่านอาจับอะไรได้บ้าง"
"หลายอย่างนะ บางอย่างก็ไม่รู้จัก พวกหอยก็มี อ๋อ มีหอยแปลกๆ ที่มีฝาหอยแค่ฝาเดียวด้วยนะ"
เสี่ยวหลินเบิกตาอย่างตื่นเต้น หรือว่าจะเป็หอยเป๋าฮื้อ เอามาตากแห้งเก็บไว้กินหน้าหนาวได้จะดีไม่น้อยเลย นางะโดึ๋งเข้าไปจับแขนเทียนเฉินเขย่าอย่างตื่นเต้น
"มีเยอะไหมเ้าคะท่านอา เสี่ยวหลินอยากเห็น เผื่อว่ามันจะเอามาตากแห้งเก็บไว้เป็เสบียงได้"
"อย่างนั้นวันหลังเราไปเดินเล่นที่ชายหาดกันเหรือไม่ มีหอยและสัตว์น้ำบางชนิดที่ถูกน้ำพัดขึ้นมาด้วย"
"ดีเลยเ้าค่ะท่านอา!" เสี่ยวหลินยิ้มกว้าง
หากสัตว์น้ำตากแห้งสามารถเก็บไว้กินตลอดหน้าหนาวได้เป็อย่างดี นางอาจจะหาลู่ทางในการเปิดร้านขายอาหารแห้ง เพราะคราวก่อนที่ไปเดินในเมือง ส่วนใหญ่จะขายแค่ปลาสดๆ คนต่างเมืองที่มาเที่ยวจะได้ซื้อกลับไปกินได้ด้วย
ยังมีท่าเรือที่นางยังไม่เคยไปดู คราวก่อนยังไปเจอฝรั่งตัวใหญ่ นางไม่รู้ว่าพวกเขาเอาอะไรมาขายบ้าง เพราะชาติที่แล้วนางไม่ค่อยตั้งใจเรียนมากนักเื่พวกนี้เลยไม่มีอยู่ในหัว
"เรากลับไปที่แอ่งน้ำกัน ป่านนี้บิดาเ้าคงกลับมาแล้ว เดี๋ยวจะโดนดุ"
สองอาหลานต่างหอบหิ้วตะกร้าของตนกลับไปที่แอ่งน้ำตื้น เทียนหรงกับหลิวห้าวมาถึงแล้วจริงๆ ทั้งสองคนกำลังนั่งดื่มน้ำ ข้างๆ มีหมูป่าตัวใหญ่นอนจมกองเือยู่
"ได้อะไรมาสองอาหลาน" เทียนหรงหันมาเห็นน้องชายกับบุตรสาวตัวน้อยจับจูงมือกันลงมาที่ก้นแอ่งน้ำ
"ไปจับปลามาเ้าค่ะท่านพ่อ ปลาตัวใหญ่เกือบเท่าเสี่ยวหลิน เลยเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ เสี่ยวหลินจะทำอาหารอร่อยๆ ให้พ่อกินใช่หรือไม่"
"เสี่ยวหลินจะนำไปย่างเกลือแล้วก็นึ่งราดน้ำจิ้มเผ็ดเ้าค่ะ ปลาตัวใหญ่เนื้อเยอะต้องอร่อยมากแน่ๆ"
"พ่อชักจะหิวแล้วสิ อย่างนั้นรีบกลับกันดีกว่า ว่าแต่จะขนกลับกันยังไงล่ะเนี่ย" เทียนหรงก้มมองข้าวของมากมายที่ต้องขนกลับ อีกสามคนที่เหลือก็หัวเราะอย่างขบขันกับท่าทางหมดแรงของเทียนหรง
"แบกหมูป่าออกไปก่อนดีหรือไม่ขอรับ ส่วนมันเทศค่อยเอารถเข็นมาขนกลับอีกที" หลิวห้าวเสนอขึ้นมา เทียนหรงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"อย่างนั้นเดี๋ยวข้ากับเสี่ยวเฉินกลับมาขนเอง ส่วนเ้าก็ไปสั่งทำรถเข็นกับท่านลุงคงนะ ตอนเย็นชวนท่านยายหลิวมากินข้าวที่บ้านข้าด้วยเล่า ปลาตัวใหญ่น่ากินนัก" เทียนหรงเห็นปลาในตะกร้าของน้องชายแล้วก็เลยเอ่ยชวนหลิวห้าวด้วย
"ได้เลยขอรับ"
"อย่างนั้นก็ไปกันเถอะ จะได้รีบกลับมาอีกรอบ"
เทียนหรงกับหลิวห้าวช่วยกันแบกหมูป่าตัวใหญ่ เทียนเฉินก็แบกปลาที่จับมาได้ ส่วนเสี่ยวหลินได้รับย่ามที่ใส่เห็ดมาใส่ตะกร้าใบน้อยแล้วแบกกลับไปเช่นกัน
ยามเที่ยงทั้งสี่คนก็กลับมาถึงบ้านหลังน้อยของเสี่ยวหลิน สามหนุ่มตกลงกันว่าจะแยกย้ายกันไปทำงานก่อนค่อยมารวมตัวกันชำแหละหมู เสี่ยวหลินวานให้มารดาหยิบกระด้งมาให้เพื่อที่นางจะได้นำเห็ดมาตากแห้ง
"ท่านแม่ทำอะไรอยู่หรือเ้าคะ" เมื่อตากเห็ดไว้แล้วเสี่ยวหลินก็เดินมาหามารดาที่หลังบ้าน
"กำลังทำความสะอาดปลาน่ะลูก เสี่ยวหลินมีอะไรหรือ หืม" ฮุ่ยหนิงนั่งขอดเกล็ดปลาอยู่ที่โอ่งน้ำหลังบ้าน นางหันมามองบุครสาวตัวน้อยที่เดินเข้ามาหา
"ท่านแม่ทำปลาย่างเกลือกับปลานึ่งราดน้ำจิ้มเผ็ดได้ไหมเ้าคะ เสี่ยวหลินอยากกิน" เ้าตัวน้อยเดินเข้าไปกอดมารดาจากด้านหลังอย่างออดอ้อน ฮุ่ยหนิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบกลับมา
"ได้สิลูก ตอนแรกแม่ก็กะว่าจะทำปลาย่างเกลืออยู่แล้ว เดี๋ยวจะทำปลานึ่งเพิ่มให้ด้วยนะจ๊ะ"
"ท่านแม่ดีที่สุด" เสี่ยวหลิวหอมแก้มมารดาสองฟอดใหญ่ สองแม่ลูกหัวเราะคิกคักอยู่ด้านหลังบ้าน
ฮุ่ยหนิงบอกว่าตะไคร้ที่เสี่ยวหลินเก็บมาคราวก่อนได้ใช้ไปหมดแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยจึงอาสาไปเก็บมาให้ นางหยิบเสียมไม้ไผ่ของมารดามาด้วย เสี่ยวจงเห็นว่าเ้านายตัวน้อยของมันเดินออกไปหลังบ้านมันจึงลุกจากกระบะนอนวิ่งตามไปด้วย
"ระวังด้วยนะเสี่ยวจง แถวนี้ต้นหญ้าหนามเยอะมาก" เสี่ยวหลินเอ่ยบอกเ้าวัวน้อย แต่ดูเหมือนมันจะไม่สนใจเท่าไหร่เพราะเอาแต่วิ่งเล่น
มาถึงริมลำธารเล็กๆ เสี่ยวหลินก็เดินลำรวจอีกรอบเผื่อจะเจอของที่เก็บกินได้ ตะไคร้เกิดขึ้นอยู่เต็มไปหมดเพราะไม่มีคนมาเก็บเอาไปกิน ส่วนใหญ่นึกว่าเป็กอหญ้าเลยไม่ได้สนใจ
เสี่ยวหลินมองเห็นกอหญ้าสีเข้มขึ้นอยู่ไม่ไกล ใบของมันมีขนาดใหญ่ปลายเรียวแหลม ขาน้อยๆ ออกวิ่งไปยังจุดนั้น นางะโดึ๋งๆ อย่างดีใจเมื่อพบว่ากอหญ้านั้นความจริงแล้วคือต้นของข่า
"ต้มยำปลานิลต้องมาแล้วล่ะ เหลือแค่ต้นมะกรูดที่ยังไม่เจอ แจ้บๆ" นางกลืนน้ำลายหลายอึกก่อนจะรีบลงมือขุดข่ากลับไปด้วย ก่อนจะกลับไปเก็บตะไคร้มามัดรวมกันได้กำใหญ่แล้วเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
"หอบอะไรมาเยอะแยะลูก" ฮุ่ยหนิงเอ่ยถามบุตรสาวตัวน้อยที่หอบของพะรุงพะรัง
"ข้าไปเจอข่ามาเ้าค่ะท่านแม่ ข่าใส่น้ำแกงปลารสเผ็ดอร่อยมากๆ"
"อย่างนั้นหรือ แล้วลูกอยากกินน้ำแกงปลาไหมจ๊ะ เดี๋ยวแม่ทำให้" หญิงสาวหยิบเอาตะไคร้กำใหญ่มาถือเอาไว้แล้วจับจูงมือบุตรสาวเข้าไปในรั้วบ้าน
"อืมม เอาไว้พรุ่งนี้เช้าดีกว่าเ้าค่ะ ตอนเย็นท่านพ่อจะชำแหละหมู เรากินหมูย่างกันนะเ้าคะ"
"ได้สิลูก เสี่ยวหลินต้องช่วยแม่ทำด้วยนะจ๊ะ"
"ได้เลยเ้าค่ะ!"
ดังนั้นเมื่อสามหนุ่มกลับมาถึงบ้านหลังน้อยในยามบ่ายจึงพบกับปลาย่างเกลือตัวใหญ่กับปลานึ่งน้ำจิ้มวางรออยู่แล้ว ทั้งสามกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของอาหาร
"เสี่ยวห้าวก็กินข้าวเสียที่นี่เลยนะ จะได้อยู่ชำแหละหมูต่อเลย หรือว่าจะไปชวนท่านยายหลิวมากินข้าวด้วยกันก็ได้นะ เดี๋ยวพี่สาวจะผัดผักเพิ่มอีกสักจาน" ฮุ่ยหนิงอุ้มโถข้าวกับถือถ้วยใบเล็กออกมาวางที่แคร่หน้าบ้าน โดยมีเสี่ยวหลินถือตะเกียบตามหลังมา
"อย่างนั้นเดี๋ยวข้าไปตามท่านย่าก่อนนะขอรับ" เด็กหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน เขาอยากให้ท่านย่าได้กินอาหารอร่อยๆ
"ท่านพี่กับเสี่ยวเฉินไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อยเถิด เดี๋ยวข้าจะเข้าครัวผัดผักสักหน่อย"
"เอาอย่างนั้นก็ได้ ไปกันเถอะเสี่ยวเฉิน" สองพี่น้องกอดคอกันเดินไปหลังบ้าน ปล่อยให้เสี่ยวหลินนั่งเฝ้าสำรับข้าวอยู่คนเดียว
รออยู่ราวๆ หนึ่งเค่อ ทุกคนก็มากันพร้อมแล้ว เนื้อปลานิลขาวๆ ถูกวางลงบนถ้วยข้าวใบเล็กของเด็กตัวกลม กลิ่นหอมๆ ทำให้แมลงตะกละในท้องต่างส่งเสียงดัง
"กินเยอะๆ นะเสี่ยวหลินน้อยของอา" เทียนเฉินคีบเนื้อปลาที่แกะก้างออกแล้ววางลงบนถ้วยข้าวของหลานสาวจนพูน
"ท่านอา พอแล้วเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินหัวเราะน้อยๆ
ทุกคนต่างกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย อาหารจานปลาตัวใหญ่สองจานกับผัดผักหมดเกลี้ยงจนไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อ เทียนเฉินกับหลิวห้าวต่างนั่งลูบท้องอย่างอารมณ์ดีอยู่ข้างๆ กระบะนอนของเสี่ยวจง
"อาหารมื้อนี้อร่อยมากเลยขอรับพี่สะใภ้"
"มีมื้อไหนที่เ้าไม่อร่อยด้วยรึ" เทียนหรงเอ่ยเย้าน้องชาย ทำให้ทุกคนหัวเราะอย่างขบขัน
"โถ่ แต่วันนี้อาหารอร่อยมากจริงๆ นะขอรับ" เทียนเฉินโอดครวญอย่างไม่จริงจังนัก
"อาหารมื้อนี้อร่อยจริงๆ นั่นแหละ ขอบใจอาหรงกับอาหนิงมากนะ ข้าเองเพิ่งจะเคยกินปลาน้ำจืดที่ไม่คาวเป็ครั้งแรกเลย" นางหลิวเอ่ยขึ้นยิ้มๆ สมัยยังสาวๆ นางเองก็เคยจับปลาในลำธารมากินเช่นกัน แต่กลิ่นคาวแรงมากจนกลืนไม่ลง
"เป็เสี่ยวหลินน้อยไปเจอสมุนไพรดับกลิ่นคาวเข้าน่ะเ้าค่ะ ข้าก็เลยนำมาทำอาหาร นอกจากดับกลิ่นคาวแล้วยังทำให้น้ำแกงมีกลิ่นหอมน่ากินมากขึ้นด้วยนะเ้าคะ"
"อย่างนั้นหรือ ดีจริงๆ เ้าบอกข้าบ้างได้หรือไม่ว่าเป็สมุนไพรชนิดใด คราวหน้าข้าจะได้นำมาใส่น้ำแกงปลาบ้าง"
"ได้เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าพาท่านไปดู"
หนึ่งหญิงสาวกับหนึ่งหญิงชราพากันถือถ้วยชามเดินหายเข้าไปที่หลังบ้าน ปล่อยให้หนุ่มๆ นั่งสนทนากันอยู่ที่แคร่
#############################################