ย้อนไปในยุค 80s พร้อมกับระบบร้านค้าออนไลน์

    บทที่ 8 นาฬิกาเป็นเหตุ

    ตอนที่ 8
    ตึกตึก… ตึกตึก… ตึกตึก…
    เสวี่ยหรูพยายามบังคับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันทะลุออกมาข้างนอก...
    แม้กระทั่งลมหายใจของเธอก็กลั้นเอาไว้ทั้งหมด เพราะกลัวทหารที่ยืนอยู่ในห้องจะได้ยินเสียงเธอหายใจออกมา!
    เสียงบทสนทนาดังขึ้นบริเวณที่เขาและเธอนั่งขดตัวกันอยู่ในส่วนของเนื้อหาก็ไม่มีอะไรที่ผิดไปจากที่คาดเดา
    ทหารแดงตามพวกเธอมาบริเวณนี้ เพราะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างจากตรอกแห่งนี้
    ดังนั้นแม้จะเป็นร้านขายของถูกกฎหมายของรัฐ ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน ทหารแดงไล่ค้นร้านทั่วทุกร้านที่อยู่บนถนนเส้นนี้ทั้งหมด
    พวกเขาบังคับเถ้าแก่ร้านของชำให้เปิดร้านค้าเพื่อที่จะเข้าไปตรวจค้น
    ตุบ... ตุบ... ตุบ... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุคคลนิรนามเดินตรงเข้ามาหาเธอในห้องที่พวกเธอซ่อนตัวอยู่
    "ผมก็บอกแล้ว ร้านของผมถูกกฎหมายแน่นอน หากไม่เชื่อพวกคุณสามารถตรวจสอบคูปองรัฐในกล่องนี้ได้เลยครับ!" เสียงเถ้าแก่ดังขึ้นมาไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ทหารยืนอยู่
    "ผมไม่อยากเห็นคูปอง ไปเอาใบอนุญาตมาแสดงเสียสิ! ส่วนพวกนาย ค้น!!" สิ้นเสียงของบุคคลที่ยืนอยู่เหนือศีรษะของเธอ เสียงฝีเท้ามากมายก็ดังขึ้นรอบตัวในทันที ทหารหลายคนเริ่มเข้ามาตรวจค้นภายในร้านของเถ้าแก่แล้ว...
    แอ๊ดดดดด... ตู้ภายในห้องถูกเปิดออกทั้งหมด พวกทหารไม่ได้รื้อค้นของจนเสียหายมากนัก แต่พวกเขาก็ไม่พลาดที่จะค้นหา ที่ที่สามารถซ่อนคนเอาไว้ได้เลยซักจุดเดียว
    ทหารค้นหาอยู่สักพัก
    เถ้าแก่ไปค้นเอาใบอนุญาตค้าขายออกมาแสดง เมื่อพวกเขาเห็นก็ถอนกำลังออกจากร้านไปอย่างง่ายดาย หลังจากตรงจทุกซอกมุมแล้ว ไม่มีคนที่น่าสงสัยจริงๆ
    หนึ่งในนั้นหันกลับเข้ามาสำรวจห้องที่เธออยู่เพราะรู้สึกว่าภายในห้องห้องนี้โล่งจนเกินไป เขาพบว่าพรมเช็ดเท้าในห้องถูกปูกลับด้าน...
    ด้วยความสงสัย เขาจึงคุกเขานั่งลงกับพื้นก่อนจะเปิดพรมเช็ดเท้าขึ้นมา
    ทันใดนั้น!!! เสียงสหายร่วมรบก็ร้องเรียกเขาทันที
    พวกทหารจะต้องตรวจสอบร้านค้าในซอยหลายสิบร้าน พวกเขาจึงมีเวลาค้นหาไม่มากนัก ทหารคนที่อยู่ในห้องชะงักมือที่เปิดพรมไปแล้วครึ่งหนึ่ง
    เมื่อเห็นว่าภายใต้พรมไม่มีอะไรผิดสังเกตเขาก็เดินออกจากห้องไปทันที ระหว่างทางเขาเดินผ่านเถ้าแก่ร้านขายของชำ
    จึงกล่าวกับเถ้าแก่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกมาหนึ่งประโยค "เถ้าแก่ พรมในห้องครัวคุณปูกลับด้านนะ เห็นไหมด้านสีสดมันไปอยู่ข้างล่างน่ะ..." พร้อมกับชี้นิ้วไปที่พรมบนพื้นที่ถูกเปิดออกมาครึ่งหนึ่ง...
    กล่าวจบเขาก็เดินออกไปพร้อมกับสหายทหารทันที เถ้าแก่ยืนหน้าซีดไร้สีเลือดตรงประตูทางเข้า 'พวกเขาเกือบถูกจับได้แล้วไหมล่ะ!' ในระหว่างที่เขากำลังจะเป็นลมเพราะความเครียด
    สวี่หลิวลี่ก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงเล็กๆ ของเธอ ฮ่าๆ ฮิๆ หม่ำๆ ... หม่ำๆ ...
    ตอนนี้เด็กหญิงตัวน้อยท่าจะหิวแล้ว แต่เธอไม่ได้ร้องไห้งอแงอย่างที่ควรจะเป็น เถ้าแก่ร้านได้สติก็หันไปมองเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู
    เขาตบไปที่ก้นของเธอก่อนจะกล่าว "ตัวตะกละน้อย! หิวแล้วสินะ เดี๋ยวคุณลุงจะไปเรียกแม่หนูให้นะ"
    เถ้าแก่ร้านรีบอุ้มสวี่หลิวลี่มาข้างในห้องทันที หลังจากที่เขาแน่ใจแล้วว่าพวกทหารแดงถอนกำลังออกไปทั้งหมด เขาก็ค่อยๆ แงะไม้กระดานบนพื้นขึ้นมา
    ภายนอกร้าน... ถนนทุกเส้นที่เคยมีเพียงแสงไฟสลัวๆ ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว ทหารแดงรื้อผ้าใบสีดำบนถนนออกไปทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยให้พวกหนูที่ค้าขายของเถื่อนหนีรอดไปแม้แต่ตัวเดียว! จึงลงทุนลงแรงเป็นอย่างมาก
    เพราะผ้าใบสีดำถูกรื้อออกไปจนหมด จึงทำให้ตอนนี้เสวี่ยหรูสามารถมองทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใบหน้าของชายหนุ่มที่อุ้มเธอมาตลอดทาง...
    หากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด เธอก็สามารถบอกได้สั้นๆ คำเดียวว่า... หล่อ!
    ไม่ว่าจะเป็นตาหูจมูกปาก ทุกส่วนล้วนรวมกันอย่างลงตัว! นี่ยังไม่รวมส่วนสูงและร่างกายที่กำยำนั่นอีกนะ!
    อ่ะแฮ่ม... เธอไม่ได้แอบจับส่วนใดของเขานะ แค่ตอนที่เขาวิ่งอยู่ เธอต้องหาที่ยึดตัวเองเอาไว้เท่านั้น จึง (บังเอิญ) จับกล้ามแขนแน่นๆ ของเขาเอาไว้พักหนึ่ง
    "แหมะ แหมะ..." สวี่หลิวลี่เห็นเสวี่ยหรูในร่างของมู่ชิงชิงเข้าก็เริ่มดิ้นออกจากอ้อมแขนของเถ้าแก่ทันที
    เด็กหญิงยื่นมือป้อมๆ ของเธอออกมาตรงหน้าเสวี่ยหรู นิ้วมือของหลิวลี่เดี๋ยวกำเดี๋ยวแบ พร้อมกับพึมพำคำไม่เป็นศัพท์ออกมา "แหมะ... หม่ำๆๆ"
    เสวี่ยหรูรีบลุกขึ้นจากหลุมทันทีลูกสาวของเธอจะต้องหิวแล้วแน่ๆ หม่ำๆ เป็นโค๊ดลับของหลิวลี่ที่แปลว่า หิวแล้ว!
    เธอรับสวี่หลิวลี่จากมือของเถ้าแก่มาอย่างเบามือ หลังจากมองซ้ายขวาด้วยท่าทีน่าสงสัย เธออุ้มสวี่หลิวลี่หมุนรอบตัวหนึ่งรอบ แล้วแอบเอานมขวดที่ชงเก็บไว้ออกมา
    ตอนที่เธอหันกลับมาจุดเดิมในปากของสวี่หลิวลี่ก็มีขวดนมอุ่นๆ เสียบคาไว้แล้ว เด็กหญิงหลับตาดูดนมในมืออย่างเอร็ดอร่อย
    อาจจะเป็นเพราะเถ้าแก่มัวแต่ไปจัดของที่ถูกรื้อออกมาอย่างกระจัดกระจายที่พื้นจึงไม่ได้สังเกตเสวี่ยหรูและหนูน้อยหลิวลี่ ส่วนชายหนุ่มคนนั้นก็มัวแต่ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของตนเอง จนฝุ่นกระจายไปทั่วพื้นไม่มีเวลามาสนใจแม่ลูกที่เขาช่วยชีวิตไว้ เสวี่ยหรูจึงไม่ต้องตอบคำถามใดๆ ให้มากความ
    เธอตบก้นหลิวลี่ไปพลางเดินไปพลาง หลังจากเด็กน้อยกินอิ่มก็อุ้มหลิวลี่ขึ้นมาพาดไว้ที่ไหล่ด้วยความเคยชิน ก่อนจะลูบหลังของเธอเบาๆ
    เอิ๊กก... สวี่หลิวลี่เรอออกมาเสียงดังครั้งหนึ่งก่อนจะเงียบไป
    เด็กหญิงตัวน้อยหลังจากกินอิ่มแล้วก็ผล็อยหลับทันที ไม่รู้ว่าเสวี่ยหรูคิดไปเองรึเปล่า แต่หลังจากเลี้ยงหลิวลี่มาได้เดือนกว่าๆ ก็พบว่า... เด็กน้อยคนนี้นั้นฉลาดมาก!
    หลิวลี่จะร้องไห้งอแงเฉพาะตอนที่เธอขับถ่ายและหิวจัดเท่านั้น ยามปกติเธอจะเงียบมาก และมีบางทีที่เธอหัวเราะเอิ้กอ้ากออกมาคนเดียวไม่หยุด
    เสวี่ยหรูมองเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลูบใบหน้าที่เปื้อนคราบนมเบาๆ ... เธอมีความรู้สึกรักเด็กหญิงในอ้อมอกคนนี้มาก นี่อาจจะเป็นความรู้สึกของเจ้าของร่างมู่ชิงชิงที่มีต่อสวี่หลิวลี่ก็เป็นได้...
    น้อยนักที่มารดาจะรักใครเอ็นดูลูกสาว... ค่านิยมในสมัยนี้ยังคงถือว่าลูกชายคือที่สุดอยู่ ไม่อย่างนั้นสวี่อ้ายเหรินคงไม่ทำตัวเย็นชากับมู่ชิงชิงตั้งแต่แรกหรอก...
    เสวี่ยหรูมองมู่ชิงชิงในด้านที่ดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยมู่ชิงชิงก็เลี้ยงดูสวี่หลิวลี่อย่างดีล่ะนะ!!
    หลังจากคิดอะไรเพลินๆ ก็มีเสียงดังขึ้นขัดจังหวะออกมา "คุณครับ... นั่งสักหน่อยเถอะ" เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นข้างหลังเธอ
    เมื่อซักกครู่เขาเดินออกไปจากห้อง และตอนนี้เขาเดินกลับเข้ามาพร้อมกับเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่ง
    "คะ?" เสวี่ยหรูร้องออกมาอย่างสงสัย
    ชายหนุ่มมองไปที่ข้อเท้าของเธอเป็นเชิงบอกเหตุผล เสวี่ยหรูมองตามสายตานั้นก็เข้าใจทันที เธอรีบตอบออกไปอย่างเกรงใจ "ไม่ค่อยเจ็บซักเท่าไหร่แล้วค่ะ..."
    ที่จริงเธอพูดไปอย่างนั้นแหละ แต่จริงๆ แล้วหลังจากจำได้ว่าข้อเท้าของเธอพลิก ความรู้สึกเจ็บก็แล่นแปร๊บขึ้นมาทันทีทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่เธอยังอุ้มสวี่หลิวลี่เดินไปเดินมาอยู่เลย แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายขนาดนั้น?
    เธอไม่ได้สำออยนะ! มันเจ็บจริงๆ นั่นแหละแต่เธอเพียงแค่ลืมมันไปชั่วขณะเท่านั้น! รึเปล่านะ?
    ในที่สุด...เมื่อเธอสบตาดุๆ ของเขาเข้า เสวี่ยหรูจึงตัดสินใจนั่งลงอย่างว่าง่าย...
    ชายหนุ่มคนนั้นค่อยๆ นั่งลงตรงหน้าเธอ เขาประคองเท้าของเธอขึ้นมา ก่อนที่จะบรรจงถอดรองเท้าของเธอออกไปว่งไว้ข้างๆ เสร็จแล้วจึงใช้นิ้วมือคลึงบริเวณข้อเท้าของเธอเบาๆ
    เสวี่ยหรูรู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย เธอทั้งเจ็บทั้งอายจึงพยายามดึงเท้าของเธอกลับ ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวตรงหน้าขัดขืนก็พูดขึ้นเบาๆ
    "ข้อเท้าเคล็ดแค่ใส่ยานวดหน่อย ไม่กี่วันก็หาย... ยังดีที่กระดูกไม่หัก ไม่ร้าว... ผมขอดูแขนของคุณหน่อยสิ"
    เสวี่ยหรูยื่นแขนทั้งสองข้างของเธอออกไปข้างหน้าอย่างว่าง่าย เพราะความเป็นมืออาชีพของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เธอวางตัวเป็นคนไข้ของเขาโดยไม่รู้ตัว
    ชายหนุ่มตรวจแขนของเธอทั้งสองข้างแล้วเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีบาดแผลร้ายแรง มีเพียงรอยถลอกขนาดไม่ใหญ่อยู่รอยเดียวเท่านั้นก็วางใจ
    เพราะตอนนั้นมันมืดมาก หลังจากเขาหันหลังกลับไปเห็นผู้หญิงคนนี้ล้มก็ตกใจ ด้วยจรรยาบรรณของหมอจึงรีบเข้าไปช่วยเหลือเธอทันที ยังดีที่ครั้งนี้เขารอดมาได้ หากโดนทหารพบตัวเข้า ชื่อเสียงของเขาคงป่นปี้ไม่น้อย
    เป็นเพราะพี่บ้านั่น!!
    เมื่อเดือนที่แล้วไป๋ซวนเอานาฬิกาที่เขาอยากได้มากที่สุดในชีวิตมาอวด แถมยังบอกเขาว่าซื้อนาฬิกาเรือนนี้มาในราคา 2000 หยวนเท่านั้น ที่ตลาดมืดในเมือง A ไม่อย่างนั้นมีหรือที่คนอาชีพหมออย่างเขาจะไปเดินเล่นในตลาดมืดให้เสื่อมเสียชื่อเสียง!!!
    นาฬิการุ่นxx นี้เขาขอซื้อต่อพี่ชายโดยให้ราคาตั้ง 3000 หยวน แต่ไป๋ซวนกลับไม่ยอมขายให้เขาเลย!! ไอ้พี่บ้าคนนี้เห็นสิ่งของสำคัญกว่าน้องชายตนเอง!!
    วันนี้เขาจึงแก้เผ็ดแอบเอานาฬิกาของพี่ชายมาใส่ไปอวดสหายในโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่ เพื่อนๆ คนที่เห็นนาฬิกานี้เข้าก็ถึงกับตาลุกวาว รีบวิ่งเข้าสอบถามที่มาที่ไปกับเขายกใหญ่!
    ซื้อได้จากที่ไหน? ราคาเท่าไหร่? ใช้คูปองอุตสาหกรรมกี่ใบ? เขาไม่ตอบคำถามของคนพวกนั้น บอกแค่ว่าบังเอิญโชคดีได้มา...
    ข่าวการมีนาฬิกาหายากของเขาเริ่มแพร่กระจายไปทั่วในหมู่คนที่สะสมนาฬิกา แม้กระทั่ง ผอ. โรงพยาบาลยังออกปากขอซื้อต่อเขาด้วยราคาเกือบ 1 หมื่นหยวน!
    แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ของของเขาดังนั้น ไป๋ซาน จึงบอกความจริงกับท่านผอ.ไปว่านาฬิกาเรือนนี้แท้จริงแล้วเป็นของ ไป๋ซวนพี่ชายของเขา ที่มาของมันเป็นความลับที่ไม่สามารถบอกได้ หากว่าเขาสามารถหาช่องทางซื้อได้จะต้องนำมามอบให้ผอ.แน่นอน
    วันนี้หลังเลิกงาน เขาจึงมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะมาตามหาคนขายนาฬิกาเรือนนี้ให้พี่ชายของเขาในราคา 2000 หยวน!
    ไป๋ซานไม่คิดหรอกว่าหญิงอัปลักษณ์ตามคำบอกเล่าของพี่ชายจะมีนาฬิกาแบบนี้อีกเรือน เขาเพียงอยากรู้ช่องทางซื้อนาฬิกายี่ห้อนี้จากเธอเท่านั้น
    คาดไม่ถึง วันที่เขามาที่ตลาดมืดแห่งนี้ ดันเป็นวันกวาดล้างของทหารแดงเข้าพอดี...
    ดังนั้น...ฉากหนีตายของเขากับสองแม่ลูกจึงเกิดขึ้นโดยบังเอิญ!