ตำหนักหมื่นขุนเขา

    2.เด็กน้อยเทียนหลง

          ณ ทวีปรกร้างต้นกำเนิด สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในทวีปนับร้อยของโลกต้นกำเนิดเป็นสถานที่ที่พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง ในดินแดนแห่งนี้มีสำนัก นิกายมากมาย ที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการบ่มเพาะพลัง และยังมีเมืองมากมายไม่อาจนับอยู่ภายในดินแดนแห่งนี้ และยังมีป่าต้องห้ามซึ่งที่กว้างใหญ่ไร้สิ้นสุด ภายในมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากมาย มีคนเล่าว่าแม่แต่ระดับวังวิญญาณเข้าไปก็ไม่สามารถมีชีวิตกลับออกมาได้ ภายในส่วนลึกของป่าต้องห้ามมีกระท่อมหลังเล็กรอบๆกระท่อมมีทั้งบ่อน้ำ และสวนสมุนไพร ขนาดไม่ใหญ่มาก มีเสียงนกร้องที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกสบายใจเป็นอยากมาก

            เมื่อถ้ามองเข้าจะไปเห็นว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังป้อนข้าวหญิงชราที่ผมสีขาวหมดทั้งหัวที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงที่ทำจากไม้เก่าๆด้วยความอ่อนแอ  “ท่านยายกินเพิ่มอีกสักหน่อยนะขอรับ”เสียงเด็กน้อยเอยอยากให้ยายของตนกินให้มากขึ้น ยายมองเด็กน้อยด้วยสายตาเอ็นดู “ยายอิ่มแล้วหลานกินเถอะ” 

    “เทียนหลงปีนี้เจ้าก็อายุ12ปีแล้ว นี้คือของขวัญที่ยายจะให้หลานเป็นของขวัญวันเกิด”หลังจากนั้นท่านยายหนิงเซียนหยูก็หยิบของออกมามาหนึ่งอย่างซึ่งก็คือแหวนมิติมันเป็นแหวนที่ไม่ได้มีลวดลายอะไรตัวแหวนเป็นสีเงินดูธรรมดา

    “ขอบคุณขอรับท่านยาย ว่าแต่มันคือแหวนอะไรขอรับท่านยายสวยมากเลยขอรับ”เด็กน้อยเอยตอบพร้อมมองดูแหวนด้วยความสนใจ

    “มันคือแหวนมิติ ที่สามารถเก็บของเอาไว้ข้างในได้ แต่ใส่สิ่งมีชีวิตเอาไว้ไม่ได้ ของในมีเทคนิคการปรุงยาเอาไว้หลานเริ่มฝึกฝนได้เมื่อไหร่ยายจะสอนให้เอง ข้างในยังมีโอสถ สมุนไพร หินวิญญาณที่ยาย เก็บเอาไว้อีกด้วย”เมื่อเห็นความดีใจของหลายชายหนิงเซียนหยูก็ตอบด้วยรอยยิ้ม”

    “ขอบคุณขอรับข้าจะตั้งใจฝึกฝน” เทียนหลงเอยพร้อมทั้งหัวเราะชอบใจ

            หนิงเซียนหยูมองหลานตัวเองมีความสุขก็ทำให้หวนนึกถึงสมัยก่อนตอนที่ตัวเองหลับหนีจากการไล่ล่าของนิกายปีศาจทำให้ต้องหลบหนีเข้ามาในป่าต้องห้ามอย่างช่วยไม่ได้เหตุเพราะตัวเองมีพรสวรรค์ที่สูงมากเป็นถึงธิดาศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักหยกเหมันต์ทำให้เหล่านิกายปีศาจหวาดกลัวจึงไล่ล่าสังหารนาง แต่ที่ทำให้นางเสียใจก็เพราะว่าศิษย์พี่ที่ตัวเองเคารพอิจฉาจึงได้บอกข้อมูลให้กับนิกายปีศาจ

          หลังจากหลบหนีจนพ้นจากการไล่ล่า หนิงเซียนหยูเจอถ้ำแห่งหนึ่งหลังจากสำรวจแล้วว่าไม่มีอันตรายจึงวางค่ายกลปกปิดเพื่อรักษาตัว แต่ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสทำให้นางต้องรักษาตัวอยู่นานแต่ก็ไม่อาจรักษาให้หายได้เนื่องอาอาการบาดเจ็บร้ายแรงเกินไปทำได้แค่บรรเทาอาการเท่านั้นซึ่งนางเองก็รู้ตัวว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน 

           หลังจากออกมาจากถ้ำห่างออกไปไม่ไกลก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ขึ้นหนิงเซียนหยูจึงตัดสินใจไปดูว่าใครมาต่อกันในป่าลึกขนาดนี้ หลังจากที่นางขยับเข้าไปใกล้การต่อสู้นางเห็นชายหญิงคู่หนึ่งฝ่ายชายหน้าตาหล่อเหลาดวงตาคมกริบคิ้วเรียวยาวดุจกระบี่ ส่วนฝ่ายหญิงนั้นงดงามราวกับเทพธิดาที่หลุดมาจากดินแดนเซียนแต่ที่อ้อมแขนของนางมีเด็กทารกคนหนึ่งกำลังร้องให้อยู่ ขณะนี้ชายชุดดำทั้งหลายกำลังล้อมชายหญิงคู่นี้อยู่

    “เจ้าหนีไปไหนไม่พ้นแล้วเทียนเฟย”หัวหน้าชายชุดดำพูดออกมาด้วยเสียงเหี้ยม

    “ใครกันถึงกับขนาดจ้างหอเงามืดมาสังหารข้ากับภรรยาข้า” เทียนเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบเนื่องจากต่อสู้มาอย่างยาวนาน 

    “คนกำลังจะตายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ฆ่ามัน” หลังจากสิ้นเสียงกลุ่มชายชุดดำพุ่งเข้าใส่ทันที

    “น้องหญิงข้าดีใจที่ได้อยู่กับเจ้า ฝากดูแลเทียนเอ๋อร์ด้วย”พอพูดเสร็จเทียนเฟยใช้ลมปราณตัวเองผลักภรรยาและลูกชายตัวเองออกจากวงล้อมของศัตรู 

    “ไม่นะท่านพี่”หลงอวี้เซียนตะโกนร้องออกมาทั้งน้ำตาแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ 

    “พวกเจ้าตามไปฆ่านางกับเด็กนั้นสะอย่าให้หนีรอดไปเด็ดขาด” หัวหน้ากลุ่มชายชุดดำสั่งลูกน้อง

    “ขอรับ” หลังจากตอบกลับหัวหน้าเสร็จก็พากันไล่ตามหลงอวี้เซียนไป 

          หลังจากที่หลงอวี้เซียนหลบหนีไปได้ไม่ไกลกลุ่มชายชุดดำที่กำลังตามมาอย่างกระชันชิดก็ต้องหยุดชะงักเพราะว่าตรงหน้ามีหญิงสาวที่ไม่รู้จักยืนขวาง หนิงเซียนหยูไม่พูดมากโบกมือส่งรากไม้ออกมาแทงไปที่หัวใจของกลุ่มคนชุดดำโดยที่พวกมันยังไม่ได้ตั้งตัวและไม่รู้ว่าคนที่ฆ่าพวกมันคือใคร 

    “เจ้าเป็นอะไรรึไม่”หนิงเซียนหยูเอยถามพลางมองหน้าตาที่แสดงออกถึงความเหนื่อยล้า

    “หลงอวี้เซียนขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือพวกเราแม่ลูกเจ้าค่ะ”หลงอวี้เซียนตอบกลับพร้อมทั้งระแวงว่านางจะทำอะไรนางและลูกหรือไม่

    “เจ้าไม่ต้องระแวงไปหรอกข้าแค่ผ่านทางมาเห็นเจ้าและลูกกำลังจะได้รับอันตรายเลยเข้ามาช่วยเหลือพวกเจ้าแม่ลูกแล้วแล้วกลุ่มคนพวกนั้นเป็นใคร? เจ้าไปทำอะไรมาถึงได้ถูกไล่ล่ามาแบบนี้กัน”เมื่อเห็นท่าทีหวาดระแวงของหลงอวี้เซียน นางจึงอธิบายเจตนาของนาง

    “กลุ่มคนเมื่อครู่นี้คือคนของหอเงามืดเจ้าค่ะส่วนสาเหตุนั้นข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าแต่ผู้มีพระคุณมีชื่อว่าอะไรเจ้าค่ะ”หลงอวี้เซียนตอบกลับอย่างนอบน้อม

    “ข้ามีชื่อว่าหนิงเซียนหยู เคยเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักหยกเหมันต์”หลังจากที่หลงอวี้เซียนได้ยินดังนั้นก็ตกใจเพราะคนที่ช่วยเหลือตัวเองคือธิดาศักดิ์สิทธิ์ 

    “แต่ทำไมท่านถึงบอกว่าเคยเป็นหละ”เมื่อหายตกใจก็คิดได้ว่าหนิงเซียนหยูพูดว่าเคยเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แต่ไม่ได้พูดว่าเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ จึงเอยถามด้วยความสงสัย

    “ก็เพราะว่าข้าถูกคนในนิกายทรยศจึงไม่สามารถกลับไปได้”หนิงเซียนหยูพูดออกมาด้วยความโกรธแค้น

    ตู้ม ตู้ม ตู้ม 

            เสียงการต่อสู้ดังมาจากระยะไกล เมื่อหลงอวี้เซียนได้ยินดังนั้นจึงอดเป็นห่วงสามีของตนไม่ได้จึงจำใจที่จะต้องฝากลูกน้อยของตนให้กับคนอื่น “ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ข้าไม่อาจทิ้งสามีตัวเองให้เผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพังได้ได้แต่ฝากท่านดูแลลูกของข้าด้วย และฝากบอกเขาด้วยว่าพ่อและแม่ของเขารักเขามากแต่ไม่อาจปกป้องดูแลเขาได้ ขอฝากของสิ่งนี้เอาไว้ให้เขาด้วย” หลังจากเอยจบก็ยืนของให้กับหนิงเซียนหยูสองสิ่งมีป้ายหยกที่ตัวอักษรเขียนไว้ว่า (เทียนหลง) และอีกสิ่งหนึ่งคือกล่องปริศนาที่ไม่มีที่เปิด 

              หลังจากที่หนิงเซียนหยูรับทารกน้อยมาอุ้มและรับของมาแล้วจึงตอบกลับว่า“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะดูแลเจ้าหนูคนนี้อย่างดี” 

    “ขอบคุณมากเจ้าค่ะข้าขอฝากเทียนเอ๋อร์ด้วยแล้วบอกเทียนเอ๋อร์ด้วยว่าพวกเรารักเขามาก”หลังเอยจบหลงอวี้เซียนก็รีบกลับไปเพื่อที่จะช่วยเหลือสามีของตน  หนิงเซียนหยูเห็นดังนั้นก็หันหลังกลับไปที่ถ้ำของตนเอง

            หากจะถามว่าทำไมถึงไม่ไปช่วยสองสามีภรรยาก็ต้องบอกก่อนว่าอาการบาดเจ็บของนางยังไม่หายดีและเมื่อครู่นางก็ใช้พลังปราณไปมากอาการบาดเจ็บจึงกำเริบนางไม่มีทางเลือกจึงต้องพาเจ้าหนูน้อยจากมาด้วยความสงสาร

    ตู้ม

    ตู้ม 

    ตู้ม

             แม้ว่าหลงอวี้เซียนจะเข้ามาช่วยเหลือแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากการต่อสู้ดำเนินต่อไปจนมาถึงหน้าผาที่มีหุบเหวลึกไม่สามารถมองเห็นก้นผาเนื่องจากอาการบาดเจ็บสาหัสทำให้ทั้งสองถูกคมกระบี่แทงทะลุหน้าอกแล้วตกจาหน้าผาทั้งคู่ หลังจากเวลาผ่านไปได้มีคนอีกกลุ่มปรากฎตัวขึ้นมายืนมองคราบเลือดที่กระจายไปทั่วหน้าผา หลังจากตรวจสอบแล้วแน่ใจว่าสองสามีภรรยาหายตัวไป ก็หันหลังจากไป

    ———————————————————————————————————————

              ภายในยอดเขาสูงเทียมฟ้าภายในวิหารที่สวยงามมีชายวันกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างหน้าชายชราคน

    “เจ้าจะบอกว่าหาหลานของข้าไม่เจอส่วนเทียนเฟยกับน้องสาวข้าหายตัวไปงั้นรึ” เสียงของชายวันกลางคนดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมทั้งปล่อยพลังจนทำให้ชายชราไม่สามารถขยับตัวได้ออกมา 

    “ขออภัยขอรับพวกเราได้รับข่าวและไปถึงช้าเกินไป” ชายชราตอบเสียงสั่น

    “ส่งคนของไปหาว่าใครที่มันบังอาจทำร้ายหลานชายและน้องสาวของข้า ข้าจะไม่ปล่อยมันไปเด็ดขาด” ชายวันกลางคนพูดพร้อมทั้งปล่อยจิตสังหารออกมา

                                                           จบ.