ผู้คนมากมายที่ได้รับสิทธิ์ในการเชิญเข้ามาร่วมในงานเลี้ยง ในยามค่ำคืนแห่งนี้ต่างก็มุ้งหวังที่จะได้เห็น บุคคลที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังระดับตำนานและยังมีความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือกว่าองค์าาริวมะเสียอีกเพียงได้พบหน้าหรือได้พูดคุยสักเล็กน้อยก็ถือว่าเป็เกียรติของพวกตนแล้วแต่เมื่อพวกตนอยากที่จะลองทดสอบวัดระดับพลังของเด็กหนุ่มตรงหน้าต่างก็ต้องทำให้ผิดหวัง
เพราะไม่สามารถตรวจวัดระดับพลังฝ่ายของตรงข้ามได้เลย ไม่พบแม้เศษเสี้ยวของพลังเวทเลยสักนิดเหมือนกับคนตรงหน้ามันเป็เพียงแค่สามัญชนธรรมดาคนนึง ขนาดคนขับรถม้าของพวกตนยังดูมีพลังมากกว่าเสียอีกมันอะไรกันทำไมมันถึงมันปิดบังพลังได้แเีขนาดนั้น ยิ่งพลังสูงส่งมากก็ยิ่งกดพลังของตัวเองให้อยู่ในระดับที่ต่ำยากขึ้นไปอีก
แต่คนตรงหน้ามันจะเก็บซ่อนได้เนียนเกินไปรึป่าวหากบอกว่าคนตรงหน้าเป็เพียงแค่สามัญชนพวกเขาคงจะเชื่ออย่างสนิทใจเพราะไม่มีพลังเวทปรากฏมาเลยสักนิด ถึงจะมีความส่งสัยอยู่เต็ม อกแต่พวกเหล่าขุนนางต่างก็ไม่มีใครที่จะกล้าเอ๋ยปากถามเลยสักนิดเพราะนี่มันเป็คำบอกกล่าวจากตัวาาโดยตรง
หากพวกตนพูดออกไปคงจะเป็การดูิ่ในตัวาาริวมะเป็แน่ และมีสิ่งหนึ่งที่เป็การตอกย่ำว่าเด็กหนุ่มคนตรงหน้าอย่างน้อยก็ไม่เป็คนธรรมดาอย่างที่เห็นอย่างแน่นอนก็คือการที่ได้สาวสวยสุดเซ็กซี่ อย่างยูริ มาเป็ผู้ติดตาม พวกขุนนางต่างรู้กันทั่วว่าเธอนั้นไม่ได้มีดีแค่รูปร่างหน้าตาเธอมีพลังความแข็งแกร่งในระดับตนๆของอาณาจักรคราว และเธอก็ติด 1 ใน 5 ของผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด
ขนาดตัวาาริวมะที่ทุกคนต่างก็คิดว่ามีความสมบูรณ์แบบทุกด้านไม่ว่าจะด้านศักดิ์ฐานะหรือแม้แต่ระดับพลังที่อยู่เหนือคนทุกคนในอาณาจักรแห่งนี้มาเชิญให้เธอมาเป็ลูกน้องของตนแต่เธอกับปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดีโดยให้เหตุผลว่าเธอไม่อยากได้หัวหน้าที่ไร้พร์และความสามารถมาดูแลเธอนับแต่นั้นเธอก็เป็เพียงแค่นักผจญภัยแรงค์s ธรรมดาคนหนึ่ง
ใครเชิญเธอต่างก็ถูกปฏิเสธไปทั้งหมด แต่ไม่คิดเลยว่าตอนนี้เธอจะยอมติดตามเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งที่าาระบุว่าเขามีความแข็งแกร่งระดับตำนานขั้นที่ 5 หากเป็เช่นนั้นจริงมันก็ไม่ใช่เื่แปลกเลยที่ผู้หญิงเช่นเธอจะยอมติดตามเด็กหนุ่มตรงหน้าหากตัวเด็กหนุ่มไม่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริงคนอย่างยูริไม่ยอมที่จะไปเป็ผู้ติดตามเขาอย่างเด็ดขาด
ถึงพวกขุนนางจะเริ่มเชื่อแล้วว่าตัวเซย์รินนั้นคงจะมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงแต่ก็ทำให้พวกตน อดที่จะเสียดายไม่ได้ที่จะได้เห็นคลื้นพลังที่แท้จริงของเด็กหนุ่มปลดปล่อยออกมาพวกเขาอยากจะสำผัสพลังของเซย์รินรึเกินว่าพลังที่อยู่สูงกว่าาาของพวกตนมันจะหน้ากลัวสักเพียงใด
แต่ก็เหมือนจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
เมื่อบุตรสาวขององค์าาเกิดอยากท้าประลองกับตัวเซย์รินขึ้นมาและนี่มันก็เป็เื่ที่ดีมากเพราะในที่สุดพวกตนก็จะได้รับรู้ถึงระดับพลังที่เด็กหนุ่มนั่นปลดปล่อยมาเสียที
ผู้เริ่มงานต่างมุงดูแล้วเริ่มส่งเสียงพูดคุยกัน
"พวกเ้าคิดว่าอย่างไรยังไรกันบ้างเกี่ยวกับตัวตนของหลานชาย องค์าาที่ชื่อ เซย์ริน อะไรนั่น…?
"ข้าก็ไม่รู้นะ เพราะข้าพยายามตรวจวัดระดับพลังเวทของเขาแต่ข้ากับไม่เจออะไรเลย มันไม่ต่างกับเขาเป็เพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง...
"ส่วนตัวข้าเชื่อว่าเ้าเด็กนั่นมีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงไม่งั้นคนอย่างยูริไม่ยอมมาเป็ผู้ติดตามอย่างเด็ดขาด
การที่เ้าหญิง เอลซ่า ท้าประลองกับ เ้าเซย์ริน ข้าคิดว่ามันจะเป็เื่ที่ดีอย่างยิ่งอย่างน้อยๆเขาจะต้องปลดปล่อยพลังเวทออกมาถึงข้าจะเชื่อว่าเขาแข็งแกร่งแต่ข้าก็อยากจะสำผัสพลังของเขาด้วยตัวของข้าเองเพราะคนที่จัดการเ้าโซรอสนั่นได้ง่ายๆย่อมไม่ใช่คนที่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ภายในห้องโถงงานเลี้ยงตอนนี้ก็ถูกจัดเตรียมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนตัวยูรินั้นเธอก็ยืนปะปนกับฝูงชนบริเวนโดยรอบเพื่อรอชมการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นเธอไม่ได้กังวลเลยสักนิดกับเื่นี้เพราะผลแพ้ชนะนั้นมันรู้ผลก่อนจะเริ่มต้นแล้วแต่ที่เธออยากรู้คือเด็กสาวที่โง่เขรานั้นจะดิ้นรนไปได้สักกี่น้ำชั่งไม่เจียมตนเองเอาเสียเลยที่บังอาจกล้ามาท้านายท่านของเธอ
เอลซ่าจ้องมองเซย์รินด้วยสายตาขุนเคือง เ้าหน้าหล่อ ทำไมถึงไม่นำเอาอาวุธออกมาอีกล่ะ??
"ข้าว่ามันไม่จำเป็หรอกนะ ระหว่างเราพลังมันต่างชั้นกันจนเกินไปเซย์รินพูดด้วยนำเสียงสบายๆ
"เ้า…จะดูถูกข้ามากเกินไปซะแล้ว หากแพ้ข้าอย่างง่ายๆอย่ามานึกเสียใจทีหลังล่ะ!!
พริบตาเดียวเอลซ่า ก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหน้าของเซย์รินพร้อมทั้งปล่อยหมัดออกมาชกที่ลำตัว เสียงกึ่งก้องดังไปทั่วบริเวณห้องจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้คนมากมายต่างก็กลืนน้ำลายลงคอหากเป็ตนเองโดนหมดนี้เข้าไปคงสำรอกอาหารออกมาแน่ชั่งโเี้ยิ่งนักเอลซ่าเอามือล๊อคไปที่ลำตัวของเซย์รินเพื่อไม่ให้หนีไปไหนส่วนมืออีกข้างก็ชกไปที่ลำตัวของชายตรงหน้าอย่างไร้ปรานีเช่นเดิมหมัดแล้วหมัดเหล่าอัดเข้าไปโดยไม่มีทีถ้าว่าจะหยุดเสียงมัดยังคงดังกึกก้องไปทั่วผู้คนต่างก็สูดลมหายใจลึกๆแต่ก็มีบางคนพูดมาว่าเ้าเด็กนั้นมันมีพลังระดับตำนานขั้นที่5 จริงๆใช่ไหม
ทำไมตอนนี้มันเหมือนกระสอบทรายอย่างนั้นเล่า โดนเล่นงานฝ่ายเดียว
มีเพียง แค่าาริวมะเท่านั้นที่เงียบขึม และผู้ที่พอจะมีระดับฝีมืออยู่บ้างที่ต่างก็มองออกมาเหตุการณ์ข้างหน้ามันเกิดอะไรขึ้น
ส่วนตัวยูริเองก็ยิ้มแย้ม ท่านเซย์ริน ท่านชั่งเป็คนขี้เล่นยิ่งนัก…
การโจมตีทั้งหมดของเอลซ่านั้นไม่ได้โดนตัวเซย์รินเลยแม้แต่น้อยในระหว่างที่หมัดใกล้ถึงตัวเด็กหนุ่มเขาก็เพียงแค่ขยับมาด้านหลังเพียงเท่านั้นพอหมัดชักกลับมาลำตัวของเซย์รินก็ตามกลับมาด้วยทำเป็เหมือนว่าตัวเองถูกโจมตีอย่างหนักทั้งที่ตัวเขานั้นไม่ได้โดนเลยเสียงหมัดที่ดังกังวานเป็เพียงแค่เสียงลมก็เสียงหมัดที่กระทบโดนชายเสื้อเพียงแค่นั้น
เอลซ่าเองก็เริ่มรู้สึกมันแปลกๆเพราะหมัดที่เธอปล่อยไปนั้นเ้าหน้าหล่อตรงหน้ามันกลับไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลยมันเพียงแค่ส่งยิ้มมาให้เธอเท่านั้นหมัดของเธออัดแน่นเต็มไปด้วยพลังเวทมันจะเป็ไปได้ยังไงที่คนตรงหน้ากลับไม่รู้สึกอะไร
เอลซ่า ทันใดนั้นเป็เสียงของาาริวมะที่เงียบมาตลอดก็ดังขึ้นมา…เพื่อเรียกบุตรของตน
"เ้ายอมแพ้เสียเถอะ ! เ้าทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้หรอกการโจมตีที่อัดแน่นไปด้วยพลังของเ้ามันไม่ได้โดนเขาเลยสักนิด
เซย์ริน ยิ้มให้กับสาวน้อยตรงหน้า ก็จริงอย่างที่ ท่านลุงว่านั่นแหละเ้าทำอะไรข้าไม่ได้เลยสักอย่างเดียว ยอมแพ้เสีย…
"ไม่จริง มันจะเป็ไปได้อย่างไรกันก็ข้าอัดเ้าไปตั้งเยอะ จะโจมตีไม่โดนได้อย่างไร….เธอพูดด้วยความแตกตืนหากท่านพ่อไม่กล่าวเตือนสติเธอ เธอก็ยังคงไม่รู้ตัวว่าการโจมตีของเธอมันไม่เป็ผลกับคนตรงหน้า
"ยอมแพ้เถอะ เ้าเอาชนะข้าไม่ได้หรอก เสียเวลาป่าว
"ข้าจะไม่ยอมแพ้เ้าหน้าหล่ออย่างเ้าเป็อันคาดเอลซ่าเต็มไปด้วยความไม่ยอมรับเพราะทั้งชีวิตเธอไม่เคยแพ้ใครมาก่อนและมันก็เป็เื่ยากที่เกินจะทำใจได้ว่าจะมีคนที่พลังห่างชั้นกันมากขนาดนี้
"จงรับไปซะ ดาบตัดวายุ เคลื่อนลมแรงตามวิถีดาบที่ฟาดฟันไปทำให้สภาพห้องโถงพังยับไม่เป็ชิ้นดี ที่แห่งนี้เหมือนถูกลมพายุพัดกระหน่ำส่วนตัวเด็กหนุ่มก็ยังสามารถหลบวิถีดาบที่ฟาดฟันมาได้อย่างง่ายๆและก็ไม่ได้รับผลข้างเคียงจากคลื่นลมเลยสักนิด
อะไรกันขนาดข้าใช้ดาบตัดวายุแล้วยังไม่สามารถทำอะไรคนตรงหน้าได้อีกหรอแถมอีกฝ่ายก็มีแค่ตัวเปล่าไม่ได้มีอาวุตป้องกันตัวเลยด้วย
"ลมแรงดีนะ นี่คือทักษะดาบของเ้างั้นรึ ก็ถือว่าไม่เลวล่ะนะแต่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้เ้าเป็ข้าพลังเ้ากับข้ามันต่างกันเกินไป
"หน่อยแก่… ทำหน้าตาดูถูกข้าเยี่ยงนั้นหมายความว่าไงห่ะ…
"เ้าก็น่าจะรู้ถึงความต่างแล้วนิขนาดตัวข้ายืนอยู่เฉยๆเ้าก็ยังทำอะไรข้าไม่ได้ฝีมือเ้าก็งั้นๆ เอาเวลาหัดทำงานบ้านงานเรือนเสียดีกว่า เผือจะมีความเป็กุลสตรีมากยิ่งขึ้น…นิสัยก้าวร้าวแบบนี้ต่อให้เ้ามีความแข็งแกร่งเ้าคงขายไม่ออกหรอกนะข้าว่า
ริวมะ ถึงกับจุกที่เซย์รินพูดถึงบุตรสาวของตนอย่างนั้นบุตรสาวของตนมีพร์ในระดับที่ว่า 100 ปีจะมีสักครั้งแถมยังว่าบุตรสาวของตนไม่มีความเป็กุลสตรีอีก เห้อ…ถึงมันจะเป็เื่จริงก็เถอะความฝันที่จะยกบุตรสาวของตนให้แก่เซย์รินคงจะดับสล่ายแล้วซินะ
เ้า กล้าต่อว่าข้าอย่างนั้นรึตลอดมาตัวเอลซ่าไม่เคยมีใครกล้ามาต่อว่าหรือวิจารณ์ให้ดูขายหน้าเช่นนี้มาก่อนทำให้เธอโกรธมาก จนแทบจะขาดสติ ต่อให้ข้าตายข้าจะไม่ยอมแพ้เ้าเป็เด็ดขาด
เอลซ่ารวบรวมพลังเวททั้งหมดที่ตนมีสร้างเวทลมขนาดั์ขึ้นมาทำให้ภายในห้องโถงถึงกับโกลาหลเวทลมขนาดั์ปัดเป่าทุกสิ่งทุกอย่างกระจุยกระจายผู้คนรู้สึกแตกตื่นพวกเขารู้ดีว่าเอลซ่านั้นเป็ผู้มีพร์แต่ถึงกับเรียกใช้เวทลมระดับสูงได้นี่มันอยู่เหนือความเข้าใจของพวกตนริวมะเองก็คิดว่าบุตรสาวของตนคงจะสติแตกไปแล้ว ถึงกับเร่งใช้เวทระดับสูงพลังทำลายล้างที่ว่าน่ากลัวยิ่งอาจจะมากพอที่จะทำให้ทั่วทั้งห้องเหลือแต่เศษซากจึงรีบสั่งกับฟิวที่เป็ที่ปรึกษาของตน
"เ้าและคนของเ้าจงเร่งสร้างบาเรียคุมกันเร็วเข้าไม่งั้นที่แห่งนี้คงไม่เหลือแน่!!
เมื่อฟิวได้ยินดังนั้นเขาและลูกน้องของตนจึงเร่งสร้างบราเรียอย่างรวดเร็ว
ส่วนเซย์รินก็ยังยืนอยู่ที่เดิมสีหน้าไม่เปลี่ยนสีเพียงแค่ยิ้มออกมาเท่านั้นเมื่อพลังจอมตีของเอลซ่ามาใกล้ตนเซย์รินเพียงแค่ยื่นมือออกไปแตะเวทนั้นเบาๆอยู่ๆพลังการโจมตีด้วยเวทลมขั้นสูงสุดของเอลซ่ากลับหายไปซะอย่างนั้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
อะไรกันมันเกิดอะไรทำไมอยู่ๆพลังโจมตีของเอลซ่าถึงหายไปล่ะพลังของมันสมควรจะรุ่นแรงเป็อย่างมากก็ใช่อย่างนั้นละ
าาริวมะ นั่งเงียบๆอยู่เพียงชั่วครู่จึงกล่าวออกมาว่านั้นคงจะเป็เวทมิติ ตามความคิดความเข้าใจของข้าพลังที่โจมตีรุ่นแรงระดับนั้นของเวทลมชั้นสูงไม่มีทางหักล้างได้หรือป้องกันสมบูรณ์แบบเช่นนี้ได้เป็แน่มีเพียงเวทมิติเท่านั้นที่ทำได้โดยทำการย้ายพลังโจมตีทั้งหมดย้ายไปในมิติอื่นเมื่อฟังคำอธิบายของาาริวมะก็ต้องทำให้คนทุกคนตื่นเต้นเป็อย่างมากเพราะทักษะด้านมิตินั้นมีผู้ใช้ที่น้อยยิ่งกว่าน้อยเพราะมันฝึกฝนได้ยากเย็นนั้นเอง
เ้ายอมแพ้ได้แล้วเ้าหญิงน้อย….
ไม่ข้าจะไม่ยอมแพ้เ้า ถึงว่าข้าจะตายก็ตามเอลซ่าจังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้นคงเดิมจึงทำให้ตัวเด็กหนุ่มเริ่มเส้นขึ้นนิดๆ
หากเ้าอยากที่จะตายนักข้าก็จะจัดให้…เซย์รินปลดปล่อยพลังของตนออกมาหลังจากที่เก็บซ่อนเป็เวลานาน
ตู๊มมมมมมมมมมมมมมมม ตู๊มมมมมมมมมมมมมมมม
"อะไรกันเ้าหน้าหล่อนั่นมันมีพลังระดับตำนานขั้น5 จริงๆด้วยไม่อยากจะเชื่อเอลซ่าอุทานด้วยความใ
คนบางคนที่อยากรู้อยากเห็นในพลังของเซย์รินตอนแรกก็ได้เห็นสมใจถึงจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้างพวกเขาก็ยังรู้สึกช๊อคอยู่ดีเด็กอายุ 10 ขวบที่ไปถึงระดับตำนานแถมแข็งแกร่งกว่าาาของตน
มีเพียงยูริเท่านั้นที่หันมองผู้คนบริเวนรอบที่กำลังใกับภาพตรงหน้าจนแข็งค้าง….เธอเผยลอยยิ้มที่มีเสน่สมแล้วที่เป็นายท่านของข้า ท่านเปิดตัวได้หน้าประทับใจนัก
"เอาล่ะเ้าจะยอมแพ้ได้รึยังเ้าก็เห็นนิว่าพลังของข้าที่ปลดปล่อยออกมาอยู่เหนือกว่าบิดาของเ้าเสียอีกยอมแพ้เสีย
"ไม่ ถึงเธอจะรู้ตัวแล้วว่าเธอไม่มีทางชนะบุคคลตรงหน้าได้เลยเธอก็ยังคงตอบคำว่าไม่เป็เพราะความดื้อรั่นของเด็กสาว
ตัวริวมะเองก็เหนื่อยใจกับการเอาแต่ใจตนเองของบุตรสาว
เซย์รินจึงปล่อยจิตสังหารออกมาปล่อยออกมาเผือขู่ขวัญโดยไม่ได้หวังทำร้ายเมื่อทุกคนได้รับสำผัสจิตสังหารของเด็กหนุ่มถึงกับมีอาการสั่นกลัวออกมาพวกเขาเ่าั้ไม่เคยได้พบเห็นจิตรสังหารที่หน้าหวาดหวั่นเยี่ยงนี้มาก่อนยูริเองก็ยังมีสีหน้าซีดเผือก ท่านเซย์รินตัวท่านจะหน้ากลัวเกินไปแล้ว
พวกขุนนางทุกคนต่างก็เกิดอาการสั่นด้วยความหวาดกลัวบางคนถึงกับพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาไม่ใช่เขาเกิดสติแตกอยากจะฆ่าพวกเราทุกคนขึ้นมาแล้วใช่ไหมข้าไม่คิดเลยว่าคนที่าาจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้จะเป็บุคคลที่หน้ากลัวเยี่ยงนี้เราจะทำยังไงกันดีต่อให้พวกระดับตำนานที่มีทั้งหมดของอาณาจักรเราร่วมมือกันก็เถอะข้าเองก็ไม่คิดว่าจะสู้กับชายตรงหน้าได้
หวังว่าเขาเพียงแค่ขู่เท่านั้นนะเกิดบ้าเืขึ้นมาจริงๆพวกเราคงตายหมดแน่ แม้แต่ตัวของาาริวมะเองก็ถึงกับมือสั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างลึกล้ำนิมันจิตสังหารอะไรกันตลอดชีวิตของตนยังไม่เคยเจอจิตสังหารที่รุ่นแรงแบบนี้มาก่อนฟิวเองก็กระซิบที่ข้างหูาาริวมะต่อให้ข้าและท่านที่อยู่ในระดับตำนานร่วมมือกันข้าคิดว่าหนทางข้างหน้ามีเพียงความตายเท่านั้นที่รอพวกเราอยู่...
เ้าจะยอมแพ้รึไม่เซย์รินถามเอลซ่าอีกครั้ง
เอลซ่าหวาดกลัวมากตอนนี้แค่จะฝืนรวบรวมพลังเวทยังไม่ได้เลยเธอไม่เคยเจอใครที่หน้ากลัวเช่นนี้มาก่อนมิน่าเหล่าทำไมถึงคุณยูริยอมติดตามเ้าหมอนี่….แต่เธอก็ชุกคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเซย์รินนั้นเป็ลูกของเพื่อนบิดาของตนซึ่งทั้งสองคนก็มีความสนิทกันมากเธอจึงเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะไม่ฆ่าเธออย่างแน่นอนเธอจึงพูดด้วยความเอาแก่ใจตนเองอีกครั้งจึงตอบไปว่าไม่มีทางยอมแพ้อย่างเด็ดขาด
เซย์รินก็เบื่อหน่ายกับความดื้อรั่นของเด็กสาวตรงหน้าเหลือเกินจึงเก็บจิตสังหารลงเมื่อเด็กหนุ่มเก็บจิตสังหารแล้วก็ทำให้คนโดยรอบรู้สึกดีขึ้นบ้าง
หลังจากนั้นเซย์รินก็หายตัวไปจากสายตาของคนทุกคนแม้แต่ริวมะเองก็ยังมองไม่ทันพบอีกทีเซย์รินก็อยู่ด้านหลังตัวเอลซ่าเสียแล้วเซย์รินจับล๊อคตัวเด็กสาวไม่ให้ขยับหรือหนีไปไหนแล้วก็เอามือตีไปที่ก้นเธออย่างรั่นแรง
เปี้ยยย เสียงตีก้นดังไปทั่วบริเวณ…
"เ้าจะยอมแพ้รึไม่
"ไม่ข้าไม่มีทางยอมเป็เด็ดขาด
เปี๊ยยย เปี๊ยยย เปี๊ยยย เซย์รินก็ยังตีก้นของเอลซ่าด้วยความเมามันผู้คนรอบข้างต่างก็มองด้วยสายตายเบิกค้างหลังจากนั้นทุกคนก็หลุดหัวเราะออกมาฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ
ไม่น่าเชื่อว่าบุคคลที่จะมีพลังที่แข็งแกร่งจะเป็คนเยี่ยงนี่สุดยอดฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆเ้าหนุ่มเ้าช่วยรับข้าเป็สหายได้รึไม่ผู้คนมากมายต่างหัวเราะและพูดจาเสียงดังเด็กหนุ่มตรงหน้าถือว่าเป็ตัวตนที่หน้าคนหายิ่งนักทั้งพลังความแข็งแกร่งและกระทั่งความหื่นกระหายแบบออกนอกหน้า
เอลซ่า ตัวเธอนั้นรู้สึกอับอายเป็อย่างมากที่ถูกตีก้นต่อหน้าผู้คนเยี่ยงนี้เธอถือว่าเป็ผู้มีพร์ 100ปี จะมีสักครั้งแต่ไม่คิดเลยว่าคนอย่างเธอนั้นจะมีวันนี้เธอน้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม
เมื่อเซร์ยรินเห็นก็ถึงกับหยุดชะงัก ซวยแล้วส่งสัยข้าจะเล่นแรงไปหน่อยทำไงดี….
"ข้าขอยอมแพ้ เอลซ่า พูดทั้งน้ำตาหลังจากนั้นก็วิ่งหายลับไปท่ามกลางสายตาผู้คน
าาริวมะก็โกรธเคืองอยู่บ้างที่บุตรของตนโดนกระทำเยี่ยงนี้แต่พอคิดได้สักพักก็เกิดลอยยิ้มที่มุมปากที่จะฉีกไปถึงใบหู
หลังจากนั้นก็ปั่นหน้าขรึมเดินเข้าไปหาตัวเซย์รินเ้าหนูข้าว่าเ้าทำเกินไปนะถึงบุตรสาวข้าจะดื้อรั่นอยู่บ้างแต่เธอก็เป็ถึงองค์หญิงแห่งอาณาจักรคราวเชียวนะเ้าคิดว่าทำเช่นนี้จะไม่เกินไปหน่อยหรือริวมะพูดพร้อมด้วยน้ำเสียงเ็า การแสดงของเขานั้นชั่งยอดเยี่ยมยิ่งนักไม่มีใครสามารถจับผิดได้มีเพียงแค่ฟิวเท่านั้นที่พยายามจะกลั่นหัวเราะอยู่…
เซย์รินมีสีหน้าสำนึกผิด ข้าขอโทษท่านลุงด้วยตัวข้าคงทำเกินไปหน่อยหากท่านจะให้ข้ารับผิดชอบสิ่งใดแล้วคิดว่าข้าทำได้ท่านก็บอกกล่าวกับข้าได้เลย
ริวมะ ยิ้มเยาะในใจแผนสำเร็จ เหอะบุตรสาวของข้าถูกทำให้แปดเปื้อนแล้ว จะออกเรือนไปได้อย่างไรรู้ถึงไหนอายถึงนั้น
เมื่อได้ยินคำกล่าวเซย์รินก็ยิ่งสำนึกผิดเื่ครั้งนี้ตนคงผิดไปจริงๆ
"เ้าต้องรับผิดชอบเ้าต้องแต่งกับบุตรสาวของข้าซ่ะ
"ว่ายังไงนะ เซย์ริน ถึงกับอุธารด้วยความใ
"เ้าทำให้บุตรของข้าแปดเปื้อนเ้าก็ต้องรับผิดชอบซิเ้าเอริกคงไม่ได้สอนเ้าให้เป็คนไร้ความรับผิดชอบหรอกนะ
"ได้ข้าจะรับชอบนางเองแต่ตอนนี้ข้ากับนางก็อายุยังน้อยอยู่ จะให้ข้ารับผิดชอบได้ไง
ไม่มีปัญหา เ้าหนุ่มตอนนี้เ้ากับนางจะถือว่าเป็คู่มั่นกันเมื่อถึงอายุที่กำหนดวันนั้นจะเป็วันแต่งงานของพวกเ้า
"ได้ ตามที่ท่านว่ามาแต่ว่า อ่อ…ท่านพ่อข้าละเขายังไม่รู้เื่นี้
ฮ่าๆๆเ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะไปอาณาจักรบราเรี่ยนด้วยตัวของข้าเองแล้วจะบอกเื่สำคัญให้เ้าเอริกเองอีกอย่างข้ากับเ้านั้นก็ไม่ได้เจอเ้านั้นนานแล้วด้วย ริวมะ หันไปยักคิ้วให้กับฟิว
ฟิวกล่าวในใจท่านริวมะท่านนี่ชั่งร้ายกาจยิ่งนักในอนาคตข้างหน้าทั้งบราเรี่ยนและคราวจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เป็แน่สาเหตุของการนั้นก็คือเซย์ริน
ยูริ ก็ไม่พอใจเป็อย่างมากอยู่ๆที่เซย์รินก็มีคู่มันเสียอย่างนั้น เธอคิดว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องหัวใจของเซย์รินให้ได้นี่แหละคือเ้าชายในฝันของเธอถึงแม้เธอจะมีอายุมากกว่าเซย์รินแต่ก็คงไม่ใช่ปัญหาเธอเองก็ยังคิดว่าต่อให้ชายหนุ่มมีหญิงสาวมากมายตัวเธอก็ยังสามารถรับได้อยู่ดีชายที่แข็งแกร่งคงจะเป็ที่หมายตาของสตรีทุกคน ทำใจกว้างหน่อยจะเป็ไร….